Category: การเมือง

  • เสียงปืนชายแดนไทย-กัมพูชา “ฮุน เซน” พลิกเกม ฟื้นคะแนนนิยมชาวเขมร

    หลังเหตุการณ์เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาในฝั่งไทยบริเวณแนวพื้นที่บริเวณช่องโอร์เสม็ด จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 11 นัด ขณะฝ่ายไทยไม่ได้ตอบโต้รุนแรง แต่มีการยิงเตือนและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทำให้มีคำถามว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรที่หยุดยิ่งมานานกว่า 5 เดือน จะเดือดระอุกลับมาอีกรอบหรือไม่อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง และความเชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงและภูมิภาคอาเซียน (เช่น กัมพูชา เมียนมา และลาว) วิเคราะห์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการพยายามยั่วยุของ “ฮุน เซน” เพื่อเรียกกระแสความนิยมคืนจากประชาชนกัมพูชา เนื่องจากหลังการปะทะรอบที่สอง ช่วงเดือนธันวาคม 2568 ไทยสามารถยึดพื้นที่แนวเส้นสีแดงที่กัมพูชาเคยอ้างสิทธิ์ไว้ได้ ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียงแนวเส้นสีน้ำเงินซึ่งเป็นแนวเผชิญหน้าของทหารไทย-กัมพูชาเสียงปืนชายแดนไทย-กัมพูชา สอดคล้องกับคำพูดที่ “สม รังสี” อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ลี้ภัยการเมืองที่ฝรั่งเศส บอกว่า “นี่คือความล้มเหลวในการนำประเทศของฮุน เซน หลังจากการหยุดยิงครั้งที่ 2 ส่งผลให้ 72 พื้นที่ที่กัมพูชาต้องเสียให้กับประเทศไทย ดังนั้นจะยังคงให้ตระกูลนี้นำประเทศชาติลงสู่หุบเหวอีกหรือ” นับเป็นคำพูดที่รุนแรง หากมองจากสายตาถือเป็นการบ่อนทำลายทางการเมืองของฮุน เซน …ที่ผ่านมาจึงมีการสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ…

  • ฉันจะไม่กลับมา..

    มีใครเคยโดนมั้ย?อยากรู้จริง ไม่ได้แกล้งถาม เพราะตั้งแต่เกิดมาจำความได้ ผมไม่เคยรู้-ไม่เคยเห็นจะมีใคร โดยเฉพาะพ่อค้า-นักการเมือง-ข้าราชการคนไหน..เคยถูกศาลตัดสินลงโทษ “ประหารชีวิต” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 มาตรา 149 ที่บังคับใช้อยู่!และที่คุณสมชาย แสวงการ โพสต์หลายวันมาแล้วว่า.. “#โกงทั้งแผ่นดิน #ประหารชีวิต #อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในสังคม #รัฐบาลอนุทิน #กล้ามั้ยคณะกรรมการ คตท. ที่นายกฯ อนุทินตั้งขึ้นใหม่ เพื่อปราบคอร์รัปชัน จะกล้าหาญและเอาจริงแค่ไหน เป็นเรื่องที่สังคมไทยและนานาอารยประเทศ ต้องติดตามเพราะว่างานนี้ถ้าทำแค่ลดกระแส คงไม่สำเร็จข้อเสนอที่ควรรับไว้พิจารณาคือ การมีเจตจำนงแน่วแน่ทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล ‘หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก’และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด รวดเร็วและจริงจัง ไม่ไว้หน้าใครโดยกฎหมายที่มีอยู่เดิมแล้ว คือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 มาตรา 149 มาตรานี้ ที่มี ‘โทษประหารชีวิต’ จริงๆ ก็เห็นผลแล้วครับ”ผมก็ไม่หวังว่าจะได้เห็นหรือเป็นไปได้ อีกอย่างการประหารชีวิตคนคดโกงชาติก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเพราะแม้ในทางกฎหมาย มาตรา 148 และ 149 จะมีระวางโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่ที่ผ่านมาดูเหมือน “บรรทัดฐาน” ของศาล..โทษประหารชีวิตมักสงวนไว้สำหรับความผิดต่อชีวิตและร่างกายขั้นร้ายแรงสุด หรือคดีที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐเป็นหลัก!ซึ่งสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ-นักการเมืองที่ทุจริต แม้โทษจะสูงมาก แต่ในทางปฏิบัติมักได้รับโทษ “จำคุกตลอดชีวิต”…

  • “แก้วตา” เข้าแจ้งความชาวเน็ต 16 ราย โพสต์ข้อความใส่ร้าย-บิดเบือน ทำเสียชื่อเสียง

    แก้วตา ธิษะณา เข้าแจ้งความชาวเน็ต 16 ราย โพสต์ข้อความใส่ร้าย-บิดเบือน ทำเสียชื่อเสียง ขอการเมืองแข่งกันด้วยข้อเท็จจริงน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีต สส.พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่าตนได้เข้าแจ้งความผู้ใช้เฟซบุ๊กเผยแพร่ข้อความบิดเบือนใส่ร้าย ทำให้ตนเสียชื่อเสียงโดย น.ส.ธิษะณา ระบุว่า “วันนี้ (1 มิ.ย. 69) ดิฉันได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อความอันเป็นการใส่ร้ายป้ายสี บิดเบือนข้อเท็จจริง และทำให้ดิฉันได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง รวมทั้งสิ้น 16 รายการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่การสร้างเรื่องเท็จ กล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน หรือใช้ถ้อยคำที่มีเจตนาทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นดิฉันเคารพสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบนักการเมืองเสมอ แต่เส้นแบ่งระหว่าง “การตรวจสอบ” กับ “การใส่ร้าย” ต้องมีอยู่จริงในสังคมประชาธิปไตย นับจากนี้ ผู้ใดที่ยังคงเผยแพร่ ผลิตซ้ำ หรือส่งต่อข้อมูลเท็จ ดิฉันจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เพื่อปกป้องสิทธิ ชื่อเสียง และความจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท และหากกระทำโดยการโฆษณาหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ อาจเกี่ยวข้องกับมาตรา 328 ด้วยขอให้สังคมการเมืองแข่งขันกันด้วยข้อเท็จจริง…

  • “ไม่มีเขมร” ก็ “ไม่มัน”

    เขมรนี่….ต้องบอกว่าสมแล้วที่สืบเชื้อสายมาจากตัวเหี้ยเพราะตวัดลิ้น ๒ แฉกไปได้ทุกเรื่องเห็นไทยสร้างกำแพงกั้นแดนก็ประท้วง เห็นพระสร้างถนนขึ้นเนินตามชายแดน ก็ประท้วงนี่…ล่าสุด เห็นไทยสร้างพระพุทธรูป แทนที่จะสวมวิญญาณเปรตขอส่วนบุญ ดันทำหนังสือประท้วงว่าไทยก่อสร้างพระพุทธรูปอย่างน้อย ๓๖ องค์ ในหลายพื้นที่ ในจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัยและติดตั้งเสาธง ๒ ต้น ในจังหวัดพระวิหาร!เฮ้อ…กูละเบื่อมึงจริงๆเพ้อเจ้อไปเรื่อย สักแต่ว่ามีปากก็พูด มีตูดก็ถ่าย มีลิ้นก็ปลิ้นแผล็บ ถ้าไม่ประท้วง มันก็เคลมไปได้ทุกเรื่องและนี่…ท่ามันจะบ้า ไทยสร้างพระพุทธรูปในแผ่นดินของไทย แต่ดันประท้วงว่าอยู่ในจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัยของเขมร!?พระ-ทหาร-ชาวบ้าน ช่วยกันสร้างตามฐาน-ตามเนินต่างๆ ที่จังหวัดศรีสะเกษบ้าง อุบลราชธานีบ้าง บุรีรัมย์บ้าง สุรินทร์บ้าง เขารู้-เขาเข้าใจกันทั้งโลกเพียงแต่บางพื้นที่ เมื่อหลายสิบปีก่อน มึงลากหางเข้ามายึดแล้วตีขลุมเป็นจังหวัดอุดรมีชัย จังหวัดพระวิหารไปเองพอมาตอนนี้ ถูกทหารไทยยันด้วยบั้นท้ายเท้ากระเด็นเก็นเก้ออกไป แล้วเอาแผ่นดินกลับคืนมาแทนที่จะสำนึกว่าของเขา เราไปแฮฟมานาน ก็คืนเจ้าของเขาไป แต่นี่ กลับด้านหน้าทึกทักเป็นของเขมร ชนิดไม่อายหมา!แถมอ้าง “แถลงการณ์ร่วม” เมื่อ ๒๗ ธ.ค.๖๘ ที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ กับ พลเอกเตีย เซ็ยฮา ตกลงร่วมกันไว้ ๓ ข้ออ้างว่า ฝ่ายไทยละเมิด ข้อ ๒ และข้อ…

  • บริษัทบุญรอด เคลื่อนไหวแล้ว! ออกแถลงการณ์กรณี ‘ทราย สก๊อต’

    19 พฤษภาคม 2569 – จากกรณี นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย ทายาทตระกูลดัง ออกมาเปิดใจหมดเปลือกถึงปมปัญหาครอบครัว ซึ่งเคยถูก "พี่ชาย" ล่วงละเมิดทางเพศในช่วงวัยรุ่นหลายครั้ง ซึ่งมีเทปบันทึกเสียงที่พี่ชายยอมรับสารภาพ แต่ทุกคนในครอบครัวรับรู้และไม่มีผู้ใหญ่คนไหนให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งปัญหาฟ้องร้องเรื่องมรดก ทรายระบุว่าถูกคุณแม่ฟ้องร้องเรียกทรัพย์สินคืนนั้นล่าสุด กลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ออกหนังสือแถลงการณ์เรื่อง "แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันจุดยืนต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ" โดยระบุว่า กลุ่มบริษัทบุญรอดฯ รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคุณสุนิษฐ์ สก๊อต (คุณพาย) และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อคุณสิรณัฐ สก๊อต (คุณทราย) สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณสิรณัฐ สก๊อต เอง รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง สมาชิกครอบครัว ตลอดจนสังคมโดยรวม ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทบุญรอดฯ เข้าใจถึงความกังวล และความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว และขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่านกลุ่มบริษัทบุญรอดฯ ขอแจ้งให้ทราบถึงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เราต่อต้านและไม่สนับสนุน การใช้ความรุนแรงในครอบครัวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางร่างกาย วาจา การคุกคาม หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้อื่น ซึ่งจุดยืนดังกล่าวเป็นปณิธานที่องค์กรเรายืดถือมาโดยตลอดกลุ่มบริษัทบุญรอดฯ ขอเรียนยืนยันว่า…

  • 9 องคมนตรี ร่วมประชุมฯแนะรัฐบาลรับมือภัยแล้ง 69

    (19พ.ค.69) เวลา 13.55 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ , พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข , พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา , พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ , พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา , พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ , พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท , พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ และข้อห่วงใย ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 ซึ่งมี…

  • นายกฯล้มละลายทางการเมือง

    นายกฯล้มละลายทางการเมืองหึ่ง…กระทรวงไหนที่ผู้มีอำนาจแสดงพฤกรรมฉาว โดยเรียกเก็บจากหน่วยงานระดับกรมในสังกัดรวมราว 300 ล้าน ภายใต้เงื่อนไขสุดพิเศษจ่ายเป็นรายเดือน เป็นเรื่องที่เจ้ากระทรวงควรไปตรวจสอบในจังหวะที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย พลิกเกมจากที่ระบุสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐฟ้องร้อง หลังคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดองค์กรรัฐ 26 แห่ง มีชื่อปรากฏในผลสำรวจความเสี่ยงสูงต่อการรับใต้โต๊ะโดยแบ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งตำรวจทางหลวง-ตำรวจจราจร องค์กรนี้ขึ้นตรงต่อนายกฯ 2.กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก3.กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต 4.กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในส่วนของอบต.-อบจ. กลุ่มรัฐวิสาหกิจ ทั้งการประปา การไฟฟ้า5.กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 6.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรธรณี7.กระทรวงสาธารณสุข สำนักคณะกรรมการอาหารและยา บริการสาธารณสุข 8.กระทรวงยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม(ยกเว้นศาล) 9.กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม 9.กระทรวงแรงงาน กรมจัดหางาน 10.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน…

  • ‘ณัฐวุฒิ’ เปิดแผลใจ ตลอด 16 ปี 19 พฤษภา 53 ถ้าย้อนเวลาได้ จะยังไม่มอบตัว จนกว่าจะส่งพี่น้องคนเสื้อแดงออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย

    นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เผยภาพพร้อมข้อความ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันนี้ (19 พฤษภาคม 2569) ว่า หลังประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 13.15 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ผมและเพื่อนแกนนำส่วนที่ยังอยู่บนเวที ไปมอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติขบวนรถตำรวจหลายคันนำโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร.ในขณะนั้น พาผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นิสิต สินธุไพร ขวัญชัย ไพรพนา ยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก มุ่งหน้าสู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานจากสถานที่อันเป็นแหล่งผลิตนายร้อยสีกากี พวกเราถูกพาลงจากรถขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร เพชรบุรีตอนพลบค่ำได้ตั้งหลักพักนั่งไม่นานนัก ตำรวจจากกรุงเทพฯก็เดินทางตามมาถึงเพื่อสอบปากคำ เราแทบไม่ได้กำหนดสมาธิกับการตอบคำถาม ให้การไปใจก็ลอยกลับไปที่เวที ไม่รู้เหตุการณ์หลังจากพวกผมออกมาจะเป็นอย่างไร พี่น้องที่เราบอกให้เดินไปขึ้นรถทางสนามศุภชลาศัย ป่านนี้ถึงบ้านหรือยังคล้อยดึกตำรวจหน่วยสอบสวนยกพลกลับ เหลือเพียงเรา 5 คนกับนักรบนเรศวร 261 ที่ทำหน้าที่ควบคุมเฝ้าระวังรายรอบที่พักผมหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการกรำศึกมาแรมเดือน แต่ก็ตื่นขึ้นก่อนฟ้าสาง นาฬิกาข้างฝาบอกเวลาตี 3 เศษ นอนไม่หลับแน่แล้วจึงยื่นหน้าไปริมหน้าต่างสังเกตุการณ์ข้างนอก แล้วบทสนทนาสั้นๆกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นยามเฝ้าก็เริ่มขึ้น“ทางกรุงเทพฯเป็นไงบ้างครับ”“มีตายอีกหลายคน ถูกยิงตอนเย็น เห็นว่าเป็นหน่วยพยาบาล”ตชด.นายหนึ่งตอบคำถามผมแล้วเดินออกห่าง…

  • บ้านแตก

    เมื่อไม่นานมานี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกพลไปจัดสัมมนาติวเข้มสื่อมวลชนถึงถิ่นตะวันออก เพื่อเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายก่อนเปิดศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และนายกเมืองพัทยาที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งถือเป็นรายการที่คนต่างจับตามองไม่น้อยกว่าการเลือกตั้ง สส. งานนี้ระดับบิ๊ก กกต.อย่างเลขาธิการและรองเลขาธิการต่างตบเท้าเข้าร่วมให้ข้อมูลกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา หวังสร้างความเข้าใจที่ตรงกันก่อนลงสนามจริงแต่ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาวงเสวนามีสีสัน หนีไม่พ้นจังหวะที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ขอเปิดใจเล่าประสบการณ์สุดโหดที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์ระทึกขวัญในวันเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ พื้นที่เขต 1 จ.ชลบุรี ซึ่งท่านรองฯ ต้องลงไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวายและกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง ที่รวมตัวกันกดดันการทำงานอย่างหนักหน่วงรองฯ ชนินทร์ เล่าถึงนาทีชีวิตในวันนั้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความทรงจำชัดเจน ชนิดที่คนฟังแทบหยุดหายใจ ท่านยอมรับตรงๆ ว่าแรงปะทะทางอารมณ์จากสถานการณ์ดรามาที่ถาโถมเข้ามาในวันนั้นมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ยังมีผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวจนเกือบจะพังไม่เป็นท่า ท่านเลขาฯ หยอดมุกปิดท้ายแบบติดตลกต่อหน้าสื่อมวลชนว่า งานนี้เกือบจะมีปัญหาใหญ่ระดับ "บ้านแตก" เพราะดรามาการเมืองลามไปถึงชีวิตครอบครัว รุนแรงถึงขั้นคุณภรรยาเกิดอาการทนไม่ไหวและเปรยอยากจะ "บอกเลิก" กันเลยทีเดียว เพราะรับไม่ได้กับแรงกดดันและสารพัดปัญหาที่ดาหน้าเข้าหาท่านไม่เว้นแต่ละวันจากเรื่องเครียดๆ เลยกลายเป็นเรื่องเล่าเรียกเสียงหัวเราะได้ในห้องประชุม ทำเอาบรรยากาศที่ดูเกร็งๆ ผ่อนคลายลงไปทันตาเห็น สะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังการทำงานของคนคุมกฎเลือกตั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากจะต้องแบกความรับผิดชอบต่อกฎหมายและอนาคตทางการเมืองของประเทศไว้บนบ่าแล้ว การประคับประคองคนในบ้านให้รอดพ้นจากมรสุมดรามาก็ถือเป็นศึกหนักไม่แพ้กัน งานนี้ต้องบอกว่าท่าน รองฯ ชนินทร์ ผ่านด่านหินมาได้ก็นับว่าแกร่งไม่เบา ทั้งงานราษฎร์งานหลวงเอาอยู่หมดแบบนี้ หวังว่าคุณภรรยาจะเข้าใจและเปลี่ยนใจไม่ขอเลิกรากันไปเสียก่อน เพราะศึกใหญ่ต่อไปกำลังรออยู่ข้างหน้า…

  • คนประเภทนี้ แถวสุพรรณบุรี ไม่มีใครนับถือ ไม่ใช่ ‘นักเลง’ จริง และคงไม่ใช่ ‘สุภาพบุรุษ’

    20พ.ค.2569 – สืบเนื่องจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงอารมย์ฉุนเฉียวหลังถูกนักข่าวจี้ถามปมไม่ตรวจสอบ กรมควบคุมมลพิษ จากกรณีคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผลสำรวจว่าเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุด อันดับ 1 อยู่ที่ 102,160 บาท โดยเดินแหวกวงสัมภาษณ์ชนไหล่กับผู้สื่อข่าวแล้วหันมาพูดว่า “รู้จักกูน้อยไป” ก่อนเดินขึ้นไปประชุม ครม. ต่อมาได้ลงมากล่าวขอโทษนักข่าวคนดังกล่าวนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าวันนี้มีเหตุการณ์ที่เป็นไวรัล และยืนยันความถูกต้องของคำสอน เกี่ยวกับการสู้รบนั่นคือ… "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง -ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา รบร้อยครั้ง แพ้ร้อยครั้ง"เหตุการณ์ที่เป็นไวรัลนั้น คือเหตุการณ์ระหว่าง คุณสุชาติ ชมกลิ่น กับ คุณวิษณุ นุ่นทองคุณสุชาติ ชมกลิ่น เป็น รมว ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นักข่าวรู้จักกันดีส่วน คุณวิษณุ นุ่นทอง เป็นกรรมการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเป็นนักข่าวอาวุโส ที่แม้แต่คุณทักษิณฯ…