Category: การเมือง
-
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว! รองณัฏฐ์ พูดแล้ว ความจริงจากทหารหน้าแนว ปมของบริจาค
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้เเจงถึง กรณีสิ่งของบริจาค ที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู้ในขณะนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้เเจงถึง กรณีสิ่งของบริจาค ที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู้ในขณะนี้ ด้วยการโพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Mammoth S Nutt โดยระบุว่า ว่าด้วยสิ่งของบริจาค ความจริงจากทหารหน้าแนว ห้วงเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา คนไทยแสดงออกถึงความรักความสามัคคี พร้อมเสียสละเพื่อประเทศชาติในหลาย ๆ ด้าน เรื่องหนึ่งที่เห็นเด่นชัด คือ การร่วมบริจาคสิ่งของสนับสนุนทหารที่ปฏิบัติงานหน้าแนว แต่หลังจบเหตุการณ์ไม่นานได้เกิดประเด็นในเรื่องนี้ ผมในฐานะผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบความรับผิดชอบงานด้านส่งกำลังบำรุงแก่ทหารหน้าแนว อยากบอกกล่าวสังคม ดังนี้ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mammoth S Nutt1. กองทัพได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปีเหมือนเช่นหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณต้องทำแผนงาน โครงการเสนอล่วงหน้า 2 ปี งบที่ได้รับการพิจารณาสนับสนุนจะถูกระบุชัดไว้แล้วว่าจะนำไปใช้ทำอะไรตามแผนงาน โครงการที่ได้รับอนุมัติ…
-
‘บุญยอด’ ฟันเปรี้ยง นิสิตกลุ่มนั้นตายคาบ้าน!
3 พฤศจิกายน 2568 – นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ และพิธีกรรายการข่าว โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า “นิสิตกลุ่มนั้นตายคาบ้าน”โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นภายหลังนิสิตกลุ่มหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชูป้ายระหว่างการบรรยายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553ข้อความของนายบุญยอดกลายเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็ว มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น บางรายเขียนว่า “โง่ โดนจูงจมูกอยากดัง จบเลย”ขณะที่อีกคนมองว่า “น้องคงได้ข้อมูลมาน้อยคน ให้ไปคงไม่บอกให้ตัวอย่างเดียว”อีกความเห็นระบุว่า “ไร้มารยาทมากครับ”บางความคิดเห็นพาดพิงไปถึงประเด็นการศึกษาและทัศนคติของคนรุ่นใหม่ เช่น “มีปัญญาสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้ แต่ทำไมเรื่องแค่นี้กลับคิดไม่ได้”ขณะที่บางรายบอกว่า “ปชป. กำลังมาแล้ว.. พวกตาร้อนครับ“
-
“รักแรกพบ” สู่หยดน้ำผึ้งแห่งความยั่งยืนของชุมชนไทรห้อง
ชุมชนไทรห้อง ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เคยเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการกรีดยางพารา ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยแรงกายแรงใจแต่รายได้กลับไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ท่ามกลางความท้าทายนั้น ชาวบ้านในชุมชนกลับมองเห็นโอกาสจากธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนอย่าง “ผึ้งโพรงไทย” มาต่อยอดเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้และความสุขอย่างยั่งยืนด้วยความตั้งใจของผู้ใหญ่สมใจ รัตนบุรี ประธานวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงไทยธรรมชาติบ้านไทรห้อง และสมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ ประกอบกับชาวบ้านในชุมชนที่เลี้ยงผึ้งโพรงไทยอยู่แล้วในพื้นที่ นำไปสู่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ก่อกำเนิดเป็น “วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงไทยธรรมชาติบ้านไทรห้อง” ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับคนทั้งหมู่บ้านจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน สู่การพัฒนาอย่างเป็นระบบการเลี้ยงผึ้งโพรงไทยและการเก็บน้ำผึ้งจำหน่ายด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน อาชีพเสริมเล็ก ๆ ของชาวบ้านในพื้นที่แนวสายส่งไฟฟ้า มีจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2562 เมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้สอบถามความต้องการของชุมชนในพื้นที่แนวสายส่งไฟฟ้า ชาวบ้านชุมชนไทรห้องจึงขอรับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาการเลี้ยงผึ้งให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้นจากวันนั้น กฟผ. จึงส่งผู้แทนชุมชนไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ เกิดเป็นการเรียนรู้ใหม่ ๆ ตั้งแต่เทคนิคการเลี้ยงผึ้งอย่างถูกวิธี การเก็บน้ำผึ้งให้สะอาดปลอดสารเจือปน ไปจนถึงการแปรรูปและออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามได้มาตรฐาน สะท้อนให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อได้ผสานกับองค์ความรู้สมัยใหม่ก็สามารถงอกงามได้อย่างมีคุณค่า‘น้ำผึ้งดอกรักแรกพบ’ รสหวานละมุนจากธรรมชาติหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้คือการนำ “ดอกรักแรกพบ” มาปลูกเพื่อเป็นแหล่งอาหารหลักของผึ้ง ซึ่งลักษณะของดอกไม้ชนิดนี้จะออกดอกตลอดทั้งปี ทำให้ผึ้งมีอาหารอุดมสมบูรณ์และผลิตน้ำผึ้งได้ต่อเนื่อง กฟผ. จึงนำต้นรักแรกพบไปแจกจ่ายและส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่นำไปปลูก เพื่อเป็นการขยายพื้นที่แหล่งอาหารของผึ้ง โดยน้ำผึ้งจากดอกรักแรกพบจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือหวานละมุนซ่อนเปรี้ยว เนื้อไม่หนืด และมีค่าน้ำตาลต่ำกว่าน้ำผึ้งทั่วไป กลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นที่สร้างชื่อและรายได้ให้กับชุมชน จากเดิมที่เคยเก็บน้ำผึ้งได้เพียงปีละครั้งก็เพิ่มเป็น 2–3…
-
โพสต์โต้เดือด! “ไผ่ ลิกค์ – ไอซ์ รักชนก” ปมโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล
โพสต์ตอบโต้เดือด! “ไผ่ ลิกค์ – ไอซ์ รักชนก – ธนเดช เพ็งสุข” ปมร้อนโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล อีกฝ่ายซัดไร้หลักฐานจากกรณีที่ ธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเป็นเอกสารเกี่ยวกับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่สมาคมกีฬาคนตาบอดได้รับ แต่มีการถมดำข้อมูล แล้ว ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน เช่นกัน แชร์ไปที่เพจตัวเอง พร้อมข้อความว่า "ทำมาหากินอะไรทำไมรวยจัง"นอกจากนี้ ไอซ์ รักชนก เองยังได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการทุจริตต่างๆ อีก จน ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กแซะว่า เน้นพูด เน้นกล่าวหา แต่ไม่มีหลักฐานโดยโพสต์ของไผ่ ลิกค์ เต็มๆ ระบุว่า "คนบางคน เน้นพูดกล่าวหา หลักฐานอยู่ไหนไม่เคยมี เพ้อเจ้อ พอไม่มีอะไรจะพูด ได้แค่เป็นฝ่ายตรวจสอบไม่ได้แบกนะ" และต่อด้วยว่า "ผลงานไม่มีเน้นโต้วาที"ด้าน สส.รักชนก ได้ไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์ของไผ่ ว่า ไผ่…
-
รัฐบาลโอน 600 ล้านซับน้ำตาภัยน้ำท่วม 6.8 หมื่นครัวเรือน
โฆษกรัฐบาลเผย วันนี้ !! โอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีครั้งแรกให้กว่า 68,000 ครัวเรือนที่ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เป็นเงินกว่า 600 ล้านบาทนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เริ่มโอนจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 ครั้งแรกวันนี้ 12 จังหวัด เกือบ 70,000 ครัวเรือน ครั้งต่อไปวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 อีก 2 จังหวัด กว่า 12,000 ครัวเรือนทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (21 ตุลาคม 2568) เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเบื้องต้นในพื้นที่ 65 จังหวัด รวม 685,554 ครัวเรือน และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ วงเงิน 6,169.986 ล้านบาท ในอัตราเดียว…
-
เตรียมติดคุก! กกต.สอบแล้ว พรรคแอบอ้างชื่อปชช.สมัครสมาชิก
เตรียมติดคุก! "เลขาฯกกต." ชี้ หากพบพรรคการเมืองแอบอ้างเอาชื่อประชาชนสวมสิทธิ์สมัครสมาชิก โดนโทษอาญา เจอคุก 3 ปี หัวหน้าพรรคโทษปรับ ยัน สำนักงาน กกต. เตรียมตรวจสอบแล้วนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงประเด็นในสังคมที่มีประชาชนค้นหาชื่อตนเองในระบบพรรคการเมืองแล้วพบว่าเป็นสมาชิกพรรค โดยที่เจ้าตัวไม่ได้สมัคร ว่า เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ที่ประชาชนอาจจะได้รับผลกระทบซึ่งการสมัครสมาชิกพรรค เจ้าตัวต้องสมัครใจ เมื่อสมัครเสร็จพรรคก็ต้องตรวจสอบ แม้เจ้าตัวสมัครใจ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ซึ่งคุณสมบัติจะใกล้เคียง กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาก นายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองต้องตรวจสอบและเสนอให้พรรคอนุมัติ ก่อนจะลงในฐานข้อมูลระบบสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบได้เมื่อมีข่าวเช่นนี้ ทางสำนักงานจะตรวจสอบไปยังพรรคการเมือง ต้องสอบถามว่าเวลารับสมัครสมาชิกได้ดำเนินการตามกฏหมายหรือข้อบังคับหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วว่ามีความผิดจริง กฎหมายก็กำหนดโทษ ในฐานะหัวหน้าพรรค จะโดนโทษปรับ แต่ในทะเบียนสมาชิกที่เป็นคนตรวจสอบคนแรก จะมีโทษอาญาด้วย หากจำไม่ผิด จำคุกไม่เกิน 3 ปีส่วนกรณีนี้อาจเกิดขึ้นจากการที่พรรคจัดกิจกรรมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน แล้วแอบอ้างเอาข้อมูลที่ประชาชนลงทะเบียนไปสมัครสมาชิกใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ต้องรอการตรวจสอบก่อน ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งพรรคและประชาชนซึ่งเรื่องนี้เราไม่ทราบว่าประชาชนเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพราะเป็นเรื่องของพรรคการเมืองและประชาชน แต่หากรู้สึกว่าได้รับผลกระทบถูแอบอ้างว่า เป็นสมาชิกพรรค ก็สามารถตรวจสอบในฐานข้อมูลได้ แล้วมาร้องกับ กกต. เราก็จะตรวจสอบไปตามขั้นตอนทั้งนี้ สามารถไปแจ้งความได้หรือไม่ นายแสวง…
-
อุ้ย! พี่คนดี ร่ายกลอนถามตรง ‘พรรคส้วมมีไว้ทำไม’
2 พ.ย.2568-เพจ P.khondee (พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์บทกลอน เรื่อง “พรรคส้วมมีไว้ทำไม” เนื้อหาระบุยุบสภา สิ้นเปลืองนัก ยุบบางพรรค จะดีกว่าพรรคส้วม หมิ่นราชา มาเพื่อด่า ฆ่าทหารช่างหา คนเถื่อนถ่อย สก๊อยด้อย ประสบการณ์ใช้ปาก คอยระราน ไม่เห็นงาน เห็นการใดไม่อาจ จะคัดค้าน รัฐบาล ได้เป็นผลเผือกสอบ ประชาชน อวดความเอิด เปิดความไพร่ไม่เป็น มืออาชีพ เห็นความกีบ แล้วอ่อนใจวางมาด อวดบาตรใหญ่ ท่ายียวน กวนส้มจีนหัวกลวง เน้นท่วงท่า กิริยา วาจาต่ำไม่เทา แต่โคตรดำ มองตรงไหน ก็ไร้ศีลได้มี อำนาจบ้าง ก็ทำกร่าง และช่างวีนเกลียดนัก พรรคส้นทีน คล้ายมียีน อันธพาลสก๊อย ฝีปากจัด เห็นกษัตริย์ เป็นอริชังราช จนขาดสติ เฝ้าตำหนิ ติทหารมีราก จากสลัม ความต่ำเข้ม เต็มสันดานเป็นดาว เพราะห้าวหาญ…
-
‘สุดารัตน์’ ลั่นอย่าปล่อย ‘ทุนดำ’ ยึดประเทศ!
"สุดารัตน์" ลั่นอย่าปล่อย "ทุนดำ" ยึดประเทศ! แฉแก๊ง "สแกมเมอร์" ใช้ไทยเป็น "ศูนย์กลางฟอกเงิน" พร้อมสมคบนักการเมืองซื้อ สส. หัวละ 50-70 ล้านบาทวันนี้ (2 พ.ย.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan” หัวข้อ “อย่าปล่อย ทุนดำ ยึดประเทศไทย!” ระบุว่า… อย่าปล่อย #ทุนดำ ยึดประเทศไทย! ด้วยเงินเพียง 20,000 ล้านของพวกแก๊งสแกมเมอร์ ทุนดำที่ #ปล้นคนไทย ไปหลายแสนล้านบาท ร่วมกับนักการเมืองชั่วบางคนทุนดำตั้งแต่โควิด ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลาง #สแกมเมอร์ ที่ใช้หลอก “ปล้น” เงินของคนไทยและคนทั้งโลก เสียหายปีละหลายแสนล้าน รวมทั้งมีการหลอกคนไทยและคนจากหลายประเทศเข้าไปทำงาน มีการซ้อมทรมานและทำให้เสียชีวิต เข้าข่ายการค้ามนุษย์ จนได้ฉายาว่า “สแกมโบเดีย”เงินจำนวนมหาศาลที่ได้จากการ “ปล้น” คนไทยและคนทั้งโลก ต้องการการ…
-
นักวิชาการสุดทน ไล่ส.ส.พรรคส้มทำการบ้านหาความรู้ก่อนวิจารณ์กองทัพรับบริจาค
นักวิชาการสุดทน ไล่ส.ส.พรรคส้ม ทำการบ้าน หาความรู้ก่อนวิจารณ์กองทัพรับบริจาคจากประชาชนฯ ข้องใจตรวจสอบแต่งบทหาร กระทรวงอื่นไม่แตะ2 พ.ย. 2568 – จากกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชนได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ พร้อมกับตั้งคำถามว่า เมื่อกองทัพได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2568 เกือบ 2 แสนล้านบาท เหตุใดจึงต้องรับบริจาคจากประชาชนหรือมูลนิธิในระหว่างสงครามไทย-กัมพูชา และภายหลังจากนั้นด้านความเห็นของนักวิชาการต่อกรณีดังกล่าว รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี การตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่ถูกต้องหลายเรื่องประการแรก ข้อมูลงบประมาณรายจ่ายปี 2567 และ 2568 บ่งชี้ว่า กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นลำดับที่ 4 รองจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นเรื่องแปลกที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชน ตรวจสอบการใช้จ่ายของกระทรวงกลาโหมอย่างเข้มข้น ในขณะที่ไม่ปรากฏการตรวจสอบกระทรวงอื่น ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากกว่ากระทรวงกลาโหมให้เป็นมาตรฐานเดียวกันประการที่สอง เมื่อพิจารณาข้อมูลระหว่างประเทศพบว่า ปี 2567 ประเทศออสเตรเลียและแคนาดา ซึ่งมีประชากรเพียง 27 และ 41 ล้านคน แต่ใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศสูงถึง 34 และ 29 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ…
-
กลับประชาธิปัตย์เถอะ!
เสียดาย..เปล่า..ไม่ได้จะขุดหนังเก่าปี 2537 ของ “ท่านมุ้ย” หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มาเขียนถึงหรอก แต่ที่ผมจะบอกก็คือ..เสียดาย..ที่ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ก่อนหน้าที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้หวนกลับนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคน่ะ!ทำไมต้องเสียดาย ในขณะที่คนอื่นๆ ก็ได้ลาออกไปกันตั้งเยอะแยะ?..นั่นสิ ตอนแรกก็เฉยๆ นะ อาจเป็นเพราะสมัยที่ ดร.สุชัชวีร์อยู่ก็ไม่มีบทบาทอะไรที่โดดเด่นแม้แต่แนวคิด-วิสัยทัศน์ ก็ไม่ค่อยได้ยิน-ได้ฟังสักเท่าไร แต่พลันที่ก้าวออกจากประชาธิปัตย์ ดูเหมือน ดร.สุชัชวีร์จะพรั่งพรู-เสนอวิสัยทัศน์ออกมาถี่ๆและส่วนใหญ่ก็เป็นประเด็น-เรื่องที่น่ารับฟัง น่าสนใจ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เคยผ่านตาที่ ดร.สุชัชวีร์โพสต์..“ความมุ่งมั่นของผมคือ ‘การศึกษา สร้างคน สร้างชาติ’ เพราะหากประเทศไทยจะ ‘ก้าวใหม่’ ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ก้าวแรกต้องเริ่มจาก ‘ห้องเรียน’ ไม่ว่าจะเรื่องการศึกษา นวัตกรรม”หรือ..ไม่กี่วันก่อนก็ได้โพสต์.. “พลิกยุทธศาสตร์ ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ จากวิกฤต สู่โอกาสสร้าง ‘อุตสาหกรรมใหม่’ จ้างงานจำนวนมาก รายได้สูง ในแผ่นดินไทยการเข้าสู่ ‘ห่วงโซ่คุณค่า’ ของอุตสาหกรรมไฮเทค ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะเป็นอนาคตของโลก เพียงแต่จะอยู่ ‘ตรงไหน’ ของห่วงโซ่หากตามลำดับมูลค่า ไล่ตั้งแต่…