Category: การเมือง

  • กลับประชาธิปัตย์เถอะ!

    เสียดาย..เปล่า..ไม่ได้จะขุดหนังเก่าปี 2537 ของ “ท่านมุ้ย” หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มาเขียนถึงหรอก แต่ที่ผมจะบอกก็คือ..เสียดาย..ที่ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ก่อนหน้าที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้หวนกลับนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคน่ะ!ทำไมต้องเสียดาย ในขณะที่คนอื่นๆ ก็ได้ลาออกไปกันตั้งเยอะแยะ?..นั่นสิ ตอนแรกก็เฉยๆ นะ อาจเป็นเพราะสมัยที่ ดร.สุชัชวีร์อยู่ก็ไม่มีบทบาทอะไรที่โดดเด่นแม้แต่แนวคิด-วิสัยทัศน์ ก็ไม่ค่อยได้ยิน-ได้ฟังสักเท่าไร แต่พลันที่ก้าวออกจากประชาธิปัตย์ ดูเหมือน ดร.สุชัชวีร์จะพรั่งพรู-เสนอวิสัยทัศน์ออกมาถี่ๆและส่วนใหญ่ก็เป็นประเด็น-เรื่องที่น่ารับฟัง น่าสนใจ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เคยผ่านตาที่ ดร.สุชัชวีร์โพสต์..“ความมุ่งมั่นของผมคือ ‘การศึกษา สร้างคน สร้างชาติ’ เพราะหากประเทศไทยจะ ‘ก้าวใหม่’ ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ก้าวแรกต้องเริ่มจาก ‘ห้องเรียน’ ไม่ว่าจะเรื่องการศึกษา นวัตกรรม”หรือ..ไม่กี่วันก่อนก็ได้โพสต์.. “พลิกยุทธศาสตร์ ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ จากวิกฤต สู่โอกาสสร้าง ‘อุตสาหกรรมใหม่’ จ้างงานจำนวนมาก รายได้สูง ในแผ่นดินไทยการเข้าสู่ ‘ห่วงโซ่คุณค่า’ ของอุตสาหกรรมไฮเทค ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะเป็นอนาคตของโลก เพียงแต่จะอยู่ ‘ตรงไหน’ ของห่วงโซ่หากตามลำดับมูลค่า ไล่ตั้งแต่…

  • ยกให้เป็นไฮไลต์งาน! สื่อเกาหลีใต้ เทใจให้ จ๋า ธนนนท์ ภริยาอนุทิน

    เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เพจ สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย เผยแพร่คลิปข่าวเกี่ยวกับ จ๋า ธนนนท์ ภริยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ที่เดินทางไปร่วมประชุมเอเปคเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เพจ สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย เผยแพร่คลิปข่าวเกี่ยวกับ จ๋า ธนนนท์ ภริยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ที่เดินทางไปร่วมประชุมเอเปค ณ ประเทศเกาหลีใต้ และเข้าร่วมกิจกรรมของคู่สมรสผู้นำ จัดโดย คิม ฮเยคยอง ภริยาประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โดยระบุว่าเหล่าผู้นำประเทศและคู่สมรสได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเปคที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ คุณคิม ฮเยคยอง ภริยาของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้จัดกิจกรรมร่วมกับภริยาผู้นำชาติสมาชิกหลายประเทศที่วัดพุลกุกซาและสถานที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมมิตรภาพระหว่างเกาหลีใต้กับนานาประเทศในบรรดาภริยาผู้นำที่มาเยือนคยองจู มีบุคคลหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือคุณธนนนท์ นิรามิษ ภริยาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยภายในคลิปดังกล่าว มีชาวเกาหลีเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่นเธอสวย รอยยิ้มสดใสของเธอมีเสน่ห์ จนทำให้คนอื่นรู้สึกดีได้จริงๆเธอไม่เพียงแต่สวยเท่านั้น แต่รอยยิ้มสดใสของเธอยังน่าหลงใหลจริงๆ…

  • ชาวเน็ตเกาหลีใต้ ชื่นชม ‘ภริยานายกฯ’ สง่างาม ในเวทีเอเปค

    ชาวเน็ตเกาหลีใต้ ชื่นชม ‘จ๋า ธนนนท์’ ภริยานายกฯ สง่างาม ในเวทีเอเปคเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลัง น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ปรากฏตัวในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี สื่อเกาหลีใต้ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะที่ภริยานายอนุทิน เข้าร่วมกิจกรรมสำหรับคู่สมรสผู้นำเอเปค ที่เมืองคยองจู ร่วมกับคุณคิม ฮเย-กย็อง ภริยาประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และคู่สมรสผู้นำจากชาติต่างๆทันทีที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมอย่างล้นหลาม ส่วนใหญ่กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาพลักษณ์ของภริยานายกฯ ไทยนั้นสวยหรู และยิ้มมีเสน่ห์ ทำให้ผู้ที่ได้เห็นรู้สึกดีไปด้วยนอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้นำคลิปวิดีโอดังกล่าวมาโพสต์ พร้อมเขียนข้อความยกย่องว่า “นายกรัฐมนตรีของไทยและภริยาผู้สง่างาม ผู้ที่สร้างความประทับใจให้แก่ชาวเกาหลีใต้ด้วยความอบอุ่นและความสง่างาม ในระหว่างการประชุมเอเปค 2025 ที่ประเทศเกาหลีใต้” ซึ่งล่าสุดวันที่ 2 พ.ย. เวลา 19.00 น. ยอดคนเข้าชมเกือบ 5 แสนวิว

  • สิ้น ‘น.ต.ฐิติ’ อดีตเลขาพรรคสามัคคีธรรม พ่ออนุดิษฐ์ นาครทรรพ

    แฟ้มภาพ น.ต.ฐิติ นาครทรรพสิ้น ‘น.ต.ฐิติ’ อดีตเลขาพรรคสามัคคีธรรม พ่ออนุดิษฐ์ นาครทรรพน.ต.ฐิติ นาครทรรพ – เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าวเศร้า สูญเสียบิดา น.ต.ฐิติ นาครทรรพ อายุ 90 ปี เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ความว่า“ฐิติในฤทัยพงศ์นาครทรรพฐิติในกีรติศัพท์ประจักษ์สมัยฐิติในคุณท่านให้แด่เมืองไทยฐิติในสวรรค์แล้วตลอดกาล”และว่า “อินนาลิลลาฮ์ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริงเราจะต้องกลับคืนสู่พระองค์” นาวาอากาศตรี ฐิติ นาครทรรพ อายุ 90 ปี บิดาของนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ได้กลับคืนสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์แล้วเช้าวันนี้ (วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ,09.39 น.)จะได้มีการทำละหมาดญะนาซะฮฺ(ขอพรแด่ผู้วายชน์) ในวันนี้ (1 พ.ย. 2568) เวลา 15.00 น. ณ มัสยิดอัสสลาม (คลองกุ่ม)…

  • “ไผ่ ลิกค์” ถามหาหลักฐาน โพสต์ถึงบางคนเน้นกล่าวหา “ไอซ์ รักชนก” โผล่คอมเมนต์

    ภาพไฮไลต์“ไผ่ ลิกค์” สส.กล้าธรรม โพสต์บางคนเน้นกล่าวหา หลักฐานอยู่ไหน ด้าน “ไอซ์ รักชนก” สส.พรรคประชาชน โผล่คอมเมนต์ “ไผ่ ร้อน” เจ้าตัวย้ำอยากเห็นหลักฐาน เสียกำลังใจคนช่วยเหลือที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนบางคนเน้นพูด เน้นกล่าวหาหลักฐานอยู่ไหนไม่เคยมีเพ้อเจ้อ พอไม่มีอะไรจะพูดได้แค่เป็นฝ่ายตรวจสอบไม่ได้แบกนะ” โดยมีการโพสต์ข้อความใต้โพสต์ตัวเองอีกครั้งว่า “ผลงานไม่มีเน้นโต้วาที”ทั้งนี้พบว่าใต้โพสต์ดังกล่าวน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า “ไผ่ ลิกค์ ❌ ไผ่ ร้อน ✅” ซึ่งนายไผ่ ได้ตอบโต้ไปว่า “ไม่นะครับท่าน สส. ผมแค่อยากเห็นหลักฐานของท่านแค่นั้นครับ และการตรวจสอบของท่าน สส.ดีครับ แต่ก็เสียกำลังใจคนช่วยเหลือที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการนะครับ คุณท่าน”อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :…

  • โซเชียลลุกเป็นไฟ ! ‘ไผ่ ลิกค์’ Vs ‘ไอซ์ รักชนก’ แลกกันหมัดต่อหมัด

    โซเชียลลุกเป็นไฟ ! 'ไผ่ ลิกค์'โพสต์บางคนเน้นกล่าวหา หลักฐานอยู่ไหน ไม่เคยมี เพ้อเจ้อ ด้าน'ไอซ์ รักชนก'โผล่คอมเมนต์ แต่ถูกสวน'ผมอยากเห็นหลักฐานของท่าน'เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2568 เวลา 15.00 น. นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “คนบางคนเน้นพูด เน้นกล่าวหาหลักฐานอยู่ไหนไม่เคยมีเพ้อเจ้อ พอไม่มีอะไรจะพูดได้แค่เป็นฝ่ายตรวจสอบไม่ได้แบกนะ” และได้คอมเมนต์ใต้โพสต์ ว่า "ผลงานไม่มีเน้นโต้วาที"ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.)ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ไผ่ ลิกค์ ❌ไผ่ ร้อน ✅???? ซึ่งนายไผ่ ได้ตอบโต้ไปว่า “ไม่นะครับท่าน สส.ผมแค่อยากเห็นหลักฐานของท่านแค่นั้นครับ และการตรวจสอบของท่าน สส.ดีครับ แต่ก็เสียกำลังใจคนช่วยเหลือที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการนะครับ คุณท่าน“

  • ผลโพลชี้ “อนุทิน” โดดเด่นฝ่ายรัฐบาล “ไอซ์ รักชนก” คะแนนอันดับ 1 ฝ่ายค้าน

    ภาพไฮไลต์สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ คะแนนดัชนีการเมืองไทยประจำตุลาคม 2568 เท่าเดือนก่อน “อนุทิน” นักการเมืองโดดเด่นฝ่ายรัฐบาล คนชอบคนละครึ่งพลัส “ไอซ์ รักชนก” อันดับ 1 ของฝ่ายค้านแซงหัวหน้าพรรควันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนตุลาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,126 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2568 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลเรียงลำดับจากค่าคะแนนสูงสุดไปถึงต่ำสุด พบว่า1. ดัชนีการเมืองไทย เดือนตุลาคม 2568 ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 4.02 คะแนน (เดือนกันยายน 2568 ได้ 4.02 คะแนน)2. ประชาชนให้คะแนน25 ตัวชี้วัดดัชนีการเมืองไทยเดือนตุลาคม…

  • ‘ไอซ์ รักชนก’ โพสต์ถึงใคร! สารพัดโกงใหญ่คับฟ้า ‘นายกฯ’ ยังไม่กล้าแตะ

    'ไอซ์ รักชนก' โพสต์ถึงใคร! สารพัดโกงใหญ่คับฟ้า 'นายกฯ' ยังไม่กล้าแตะ แต่ในอนาคตอัน 'นายกฯ เท้ง' จะฟันไม่ยั้ง-ฟันไม่เลี้ยง ระบุให้นึกชื่อในใจอย่าพูดดัง เดี๋ยวเจอฟ้องปิดปากเมื่อวันที่ 2 พ.ย. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า โกงเงินทหารผ่านศึก โกงโควตาหวยคนพิการ โกงเงินนักกีฬา โกงเงินเกษตรกร โกงเงินชลประทาน โกงชื่อสมาชิกพรรค หลอกคนผ่านสแกมเมอร์ทุกรูปแบบ ศูนย์รวมอยู่ที่เดียว แต่ใหญ่คับฟ้า นายกฯยังไม่กล้าแตะ แล้วฝ่ายค้านทำไร โห แหกกันจะโดนสั่งเก็บกันอยู่แล้วพี่จ๋าน.ส.รักชนก ยังระบุในช่องคอมเมนต์โพสต์ อีกว่า “แต่วันนึงในอนาคตอันใกล้ 'นายกเท้ง' จะฟันไม่ยั้งและฟันไม่เลี้ยง จำไว้ แค่ขอโอกาสให้พวกเราสักครั้ง”น.ส.รักชนก ยังระบุอีกว่า หมายถึงใคร หมายถึงใคร หมายถึงใคร เอางี้ ชื่อแรกหลับตานึกแล้วที่มันเด้งขึ้นมาในใจพี่ ชื่อนั้นแหละ แต่อย่าพูดดัง มันจะฟ้อง ประเทศนี้ยังไม่ปกป้องประชาชนจากการฟ้องปิดปาก.

  • “เบน สมิธ”ตัวเชื่อมอีลิทไทย-กัมพูชา ปัดโยงทุนเทา-สแกมเมอร์

    "เบน สมิธ" หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ใช่ในฐานะนักธุรกิจธรรมดา แต่ในฐานะบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็น "ตัวกลาง" เชื่อมโยงบุคคลระดับสูงทางการเมืองในภูมิภาคอย่างอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และ สมเด็จ ฮุนเซน แห่งกัมพูชา และยังถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การฟอกเงิน และ กลุ่มทุนจีนสีเทา จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมไทยและสื่อต่างประเทศให้ความสนใจอย่างกว้างขวางข้อกล่าวหาสั่นสะเทือนวงการการเมือง-ธุรกิจข้อกล่าวหาต่อ เบน สมิธ ถูกหยิบยกขึ้นในรัฐสภาไทย โดย นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ซึ่งระบุว่า มีหลักฐานเชื่อมโยงเขาเข้ากับขบวนการฟอกเงินและกลุ่มทุนสีเทาในประเทศเพื่อนบ้าน รายงานของสื่อต่างประเทศหลายแห่งยังขยายผลต่อ จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชื่อเสียงและธุรกิจของเขา จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชื่อเสียงและธุรกิจของเขาข้อกล่าวหาหลักสามารถสรุปได้ดังนี้:• ตัวกลางเชื่อมโยงอำนาจ: ถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทสำคัญในการประสานงานระหว่าง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย และ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีรายงานอ้างถึงเหตุการณ์ เช่น การจัดหาเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว Bombardier Global G7500, การจัดการประชุมระหว่างนายทักษิณกับผู้บริหารของ MGM Resorts International เพื่อหารือเรื่องกาสิโนถูกกฎหมายในไทย และการอำนวยความสะดวกในการพบปะระหว่างนายทักษิณกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย…

  • ‘สุดารัตน์’ แฉ ทุนดำ จ่ายนักการเมือง หัวละ 50-70 ล้าน ใช้ซื้อเสียง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจพรรคไทยสร้างไทย เผยแพร่ความเห็นของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเรียกร้องไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้เร่งปราบเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ซุกตัวในประเทศไทย รวมถึงดำเนินการเอาผิดกับนักการเมืองที่คุ้มครองเครือข่ายสแกมเมอร์ ด้วยการอายัดทรัพย์ ตรวจสอบเส้นเงิน ดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่อยู่ในเครือข่ายทันที และจัดการให้เด็ดขาดโดยประสานข้อมูลกับสหรัฐอเมริกาและนานาชาติ เพื่อไม่ให้ทุนดำยึดประเทศ หลังจากพบว่าเงินที่มาจากการทำธุรกิจหลอกลวงคนไทย มีศูนย์กลางการฟอกเงินอยู่ที่ประเทศไทย"อาชญากรเหล่านี้ต้องเข้ามาฟอกเงินในไทย ทำผิดกฎหมายไทย ก็ต้องวิ่งเต้นจ่ายเงินให้ผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะนักการเมืองของไทย เพื่อให้การคุ้มครองจนทำให้ขบวนการทุนดำ เติบโตอย่างรวดเร็ว และคนกลุ่มเหล่านี้จึงเข้ามามีบทบาททางการเมือง ผ่านการติดสินบน ซื้อนักการเมือง ซื้อพรรคการเมือง ซื้อข้าราชการ เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในละตินอเมริกา" คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุคุณหญิงสุดารัตน์ ระบุต่อว่า ขณะนี้มีรูปแบบใหม่ของการฟอกเงิน ซึ่งกำลังจะเกิดในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ผ่านพรรคการเมือง โดยนักการเมืองชั่วและอาชญากรข้ามชาติจะร่วมมือกันยึดประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จ โดยใช้เงินไม่เกิน 20,000 ล้าน จ่ายให้ สส. หัวละ 50–70 ล้าน เพื่อนำไปซื้อเสียง"หายนะของประเทศมาถึงแน่ ถ้าเราคนไทยไม่พร้อมใจกันลุกขึ้นสู้ ดิฉันขอเรียกร้องให้พวกเราคนไทย ไม่เลือกคนที่ซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด ซึ่งเงินที่เขานำมาซื้อเสียงก็คือเงินที่ ปล้น พวกเรามา ซึ่งทุกคนสามารถรับเงินที่นักการเมืองชั่วเหล่านี้นำมาแจกได้ เพราะเป็นเงินที่ปล้นคนไทยมา แต่ต้องไม่ให้กากบาท ให้คนชั่วเหล่านี้กลับมาปล้น…