Category: การเมือง
-
‘สุดารัตน์’ แฉ ทุนดำ จ่ายนักการเมือง หัวละ 50-70 ล้าน ใช้ซื้อเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจพรรคไทยสร้างไทย เผยแพร่ความเห็นของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเรียกร้องไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้เร่งปราบเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ซุกตัวในประเทศไทย รวมถึงดำเนินการเอาผิดกับนักการเมืองที่คุ้มครองเครือข่ายสแกมเมอร์ ด้วยการอายัดทรัพย์ ตรวจสอบเส้นเงิน ดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่อยู่ในเครือข่ายทันที และจัดการให้เด็ดขาดโดยประสานข้อมูลกับสหรัฐอเมริกาและนานาชาติ เพื่อไม่ให้ทุนดำยึดประเทศ หลังจากพบว่าเงินที่มาจากการทำธุรกิจหลอกลวงคนไทย มีศูนย์กลางการฟอกเงินอยู่ที่ประเทศไทย"อาชญากรเหล่านี้ต้องเข้ามาฟอกเงินในไทย ทำผิดกฎหมายไทย ก็ต้องวิ่งเต้นจ่ายเงินให้ผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะนักการเมืองของไทย เพื่อให้การคุ้มครองจนทำให้ขบวนการทุนดำ เติบโตอย่างรวดเร็ว และคนกลุ่มเหล่านี้จึงเข้ามามีบทบาททางการเมือง ผ่านการติดสินบน ซื้อนักการเมือง ซื้อพรรคการเมือง ซื้อข้าราชการ เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในละตินอเมริกา" คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุคุณหญิงสุดารัตน์ ระบุต่อว่า ขณะนี้มีรูปแบบใหม่ของการฟอกเงิน ซึ่งกำลังจะเกิดในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ผ่านพรรคการเมือง โดยนักการเมืองชั่วและอาชญากรข้ามชาติจะร่วมมือกันยึดประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จ โดยใช้เงินไม่เกิน 20,000 ล้าน จ่ายให้ สส. หัวละ 50–70 ล้าน เพื่อนำไปซื้อเสียง"หายนะของประเทศมาถึงแน่ ถ้าเราคนไทยไม่พร้อมใจกันลุกขึ้นสู้ ดิฉันขอเรียกร้องให้พวกเราคนไทย ไม่เลือกคนที่ซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด ซึ่งเงินที่เขานำมาซื้อเสียงก็คือเงินที่ ปล้น พวกเรามา ซึ่งทุกคนสามารถรับเงินที่นักการเมืองชั่วเหล่านี้นำมาแจกได้ เพราะเป็นเงินที่ปล้นคนไทยมา แต่ต้องไม่ให้กากบาท ให้คนชั่วเหล่านี้กลับมาปล้น…
-
ไขปมคดี สส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว โยงเว็บพนันสะเทือนการเมืองใต้
จุดเริ่มต้นของพายุทางการเมืองเรื่องเริ่มจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) ที่ระบุว่ามีนักการเมือง “ช.” ภาคใต้เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ แม้จะไม่เอ่ยชื่อ แต่กระแสสังคมมุ่งเป้าไปที่ สส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะยื่นหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม พร้อมแผนผังเส้นทางการเงินที่อ้างว่าโยงตรงถึงนักการเมืองรายนี้ท่ามกลางแรงกดดัน ส.ส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ออกมาชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์หรือเว็บพนัน เงินที่โอนต่อไปมาไม่ได้เข้ากระเป๋าตน ย้ำว่า “ทุกอย่างผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้ว”ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวยืนยันว่า “คดีจบไปแล้ว” และขอให้แยกแยะระหว่าง “พนันออนไลน์” กับ “สแกมเมอร์” เพราะเป็นคนละเรื่องปมคดี–ข้อกล่าวหา–และคำอธิบายจากพล.ต.ท.ไตรรงค์คำชี้แจงของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ต่อข้อกล่าวหาเรื่อง “กลับคำให้การ” และสถานะคดีที่เกี่ยวข้องกับ ส.ส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้วชื่อของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ถูกพาดพิงว่าลูกน้องในชุด PCT 4 อาจช่วยเหลือคดีของ ส.ส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ด้วยการ “กลับคำให้การ”…
-
แย้มโผนายพลนอกฤดู
อุ๊ต๊ะ! ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ผลสอบคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ หรือ ก.ร.ตร. ที่มี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม เป็นประธาน มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยต่อ บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. พร้อมตำรวจอีกกว่า 200 นาย มีการรับเงินจากขบวนการส่วยเว็บพนันออนไลน์ หลังจาก ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือน มี.ค. 67 หลังใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า 7 เดือน แม้จะเหลือขั้นตอนผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง แต่การที่มีตำรวจกว่า 200 นายเข้าไปเกี่ยวข้องเข้าไปพัวพัน "พนันออนไลน์" จึงไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา การที่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ประกาศจะไม่ก้าวก่ายและปล่อยให้ ก.ร.ตร.ดำเนินการจนถึงที่สุด ถึงจะเป็นหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับไปดำเนินการต่อ ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่กระนั้นสิ่งที่ ผบ.ต่ายควรดำเนินการให้สอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งการแต่งตั้ง รอง ผบก.-สว. วาระประจำปี หากใน 200 นายที่ถูกกล่าวหาอยู่ระดับ "นายพัน" ก็ต้องตรวจบัญชีแต่งตั้งให้เข้มงวด ไม่ใช่ปล่อยให้ตำรวจกลุ่มนี้ได้ดิบได้ดี…
-
นิด้าโพล เผยผลสำรวจกระแสการเมืองอีสาน หนุนพรรคประชาชนอันดับ 1
นิด้าโพล เผยผลสำรวจกระแสการเมืองอีสาน หนุนพรรคประชาชนอันดับ 1เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคอีสาน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเมือง ภาคอีสาน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนอีสานจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.40 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 19.70…
-
ศาลฎีกา พิพากษาจำคุก “วิฑูรย์ นามบุตร” 3 ปี คดีเรียกรับสินบน30 ล้าน
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก **นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเวลา3 ปี ฐานเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย 30 ล้านบาท เพื่อแลกกับการจัดสรรโครงการก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคของภาครัฐ ในช่วงปี 2556–2557คดีนี้สืบเนื่องจากมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ที่ชี้มูลความผิดว่า นายวิฑูรย์ในฐานะ ส.ส.อุบลราชธานี และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากเอกชน โดยกล่าวอ้างว่าสามารถผลักดันงบประมาณและจัดสรรงานโครงการก่อสร้างในภาคอีสานและภาคใต้ให้แก่ผู้เสียหายได้ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า พฤติการณ์เป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จึงพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยร่วมอีก 4 ราย ซึ่งเป็นเครือญาติของนายวิฑูรย์ ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอป.ป.ช. ชี้มูลคดีร่ำรวยผิดปกติอีก 58.9 ล้านบาทนอกจากคดีเรียกรับเงินแล้ว วันที่ 17 มิถุนายน 2568 ป.ป.ช. ยังมีมติชี้มูลนายวิฑูรย์ในคดี **ร่ำรวยผิดปกติรวม 58,900,000 บาท** ระหว่างดำรงตำแหน่ง…
-
“อนุทิน” ลั่นไทยไม่มีทางเสียดินแดน-เสียอธิปไตย ย้ำยังไม่เปิดด่าน!
“นายกฯอนุทิน” ลั่นประเทศไทยไม่มีทางเสียดินแดนไม่เสียอธิปไตย ย้ำยังไม่เปิดด่านจนกว่าจะมั่นใจว่าภัยต่อความมั่นคงของชาติลดลงไปจนควบคุมได้ ยืนยันต้องถามประชาชนก่อนวันที่ 1 พ.ย.2568 เวลา 21.00 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวตอนหนึ่งถึงกรณีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นั้นว่า ต้องขอบคุณผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง และผู้ว่าฯสระแก้ว ที่ได้ร่วมกันทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ จ.สระแก้วเมื่อวานี้คลี่คลายไปในทางที่ดี ไม่ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ฝ่ายเกิดขึ้น ซึ่งตนก็ได้โทรศัพท์หาเรียงคน เพื่อให้ช่วยลงไปติดตามดูแลดำเนินการด้วยตัวเองเพราะหากเป็นการปะทะกันแบบรัฐต่อรัฐยังหาทางเจรจาสงบศึกได้ แต่หากเป็นประชาชนกับประชาชนจ้เป็นสิ่งที่ยากมากที่จะทำให้สงบ ซึ่งต้องขอบคุณทุกคนที่บริหารสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และต้องขอบคุณประชาชนคนไทยด้วยที่ให้ความร่วมมือ“ขอยืนยันว่าเราจะใช้วิธีการทุกๆด้าน ไม่ว่าจะด้านความมั่นคง หรือด้านการเจรจาตามกรอบ JBC RBC ทุกอย่าง เพื่อทำให้ประเทศไทยได้ผ่านพ้นและเกิดสันติสุขในภูมิภาค ส่วนการพูดว่ามีการรุกร้ำเขตแดนของฝ่ายไทยผมต้องกราบขอโทษที่มีความบกพร่องในการสื่อสาร และขออภัยที่ทำให้หลายท่านเกิดความระแวงสงสัย แต่ขอยืนยันว่าไม่มีทางที่ประเทศไทยจะเสียดินแดน เสียอธิปไตย เสียเกียรติภูมิ เสียศักดิ์ศรี และประชาชนคนไทยจะต้องมีความปลอดภัยจากข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศ ผมจะไม่ยอมให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้นอีกเป็นอันขาด” นายอนุทินกล่าวส่วนกรณีกัมพูชาเริ่มมีการถอนอาวุธหนักนั้น นายอนุทิน บอกว่า ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเราลงนามและ 2 ประเทศแสดงเจตนารมณ์ที่ดีต่อกัน กองทัพทั้ง 2 ประเทศได้พูดคุยกันเรื่องการเริ่มถอนอาวุธ…
-
ศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก ‘วิฑูรย์ นามบุตร’ 3 ปี คดีรีดสินบน 30 ล้าน
ศาลฎีกานักการเมืองจำคุก “วิฑูรย์ นามบุตร” 3 ปี เรียกเงิน 30 ล้านแลกโครงการรับเหมา เจ้าตัวประกันสู้อุทธรณ์1 พฤศจิกายน 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 3 ปี นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีต ส.ส.อุบลราชธานี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำเลยที่ 1 ส่วนพวกอีก 4 รายยกฟ้องคดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า ช่วงเดือน พ.ค.2556 จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ กมธ.พิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 -57 ได้เรียกเงินจาก นางสุขสมรวย วันทนียกุล ผู้เสียหาย 30 ล้านบาท…
-
ศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก ‘วิฑูรย์ นามบุตร’ 3 ปี คดีเรียกเงิน 30 ล้าน
1 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 3 ปี นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีต ส.ส.อุบลราชธานี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำเลยที่ 1 ส่วนพวกอีก 4 รายยกฟ้องคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ช่วงเดือน พ.ค.2556 จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ กมธ.พิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 -57 ได้เรียกเงินจากนางสุขสมรวย วันทนียกุล ผู้เสียหาย 30 ล้านบาท เพื่อเป็นการตอบแทนจะมีโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของหน่วยงานของรัฐมาลงที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทางภาคใต้และจำเลยที่ 1 มีโควตาของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยและห้างหุ้นส่วนจำกัด ล.พานิชเขื่องในก่อสร้างของจำเลยที่ 1 ได้รับงานก่อสร้างในโครงการดังกล่าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมากโดยจำเลยที่ 1 จะแบ่งงานโครงการก่อสร้างและให้ผู้เสียหายร่วมดำเนินการในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ…
-
เปิดชื่อ 3 รมต. “ภูมิธรรม-ชาดา-มนพร” รอด! ไม่โดนไต่สวนผิด ม.157 โยกงบใช้หนี้ 3.5หมื่นล.
กรณี สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแต่งตั้งองค์คณะไต่สวน กรณีกล่าวหา นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก ร่วมกันแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนงบประมาณรายจ่ายของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFLs) จำนวน 5 แห่ง วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเงินส่งใช้ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้ และรายจ่ายตามข้อผูกพันที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย แล้วนำไปเพิ่มเป็นงบประมาณรายจ่ายตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รายจ่ายงบกลาง (5) ค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ (Digital Wallet) โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า กรณีนี้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในประเด็นการนำเงินกู้ไปใช้ผิดประเภท จึงมีมติให้รับเรื่องไว้ไต่สวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปสำหรับผู้ถูกกล่าวหาในจะถูกไต่สวนคดีนี้ ประกอบไปด้วย1.นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี2. คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล นายเศรษฐา ที่เข้าร่วมประชุมและมีมติเห็นชอบกับการเสนอขอปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567…
-
จีน ประกาศแล้ว! หลัง นายกฯ อนุทิน เข้าพบ สี จิ้นผิง
จีน ประกาศแล้ว! หลัง นายกฯ อนุทิน เข้าพบ สี จิ้นผิงวันที่ 31 ต.ค. 2568 เมื่อเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคยองจู ที่ โรงแรม Kolon เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า ภายหลังการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง (Mr. Xi Jinping) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจโอกาสนี้ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวถวายความอาลัยการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกครั้ง โดยนายกฯ กล่าว ขอบคุณ และซาบซึ้งประธานาธิบดีสีจิ้น ผิง ที่ได้มีสารถวายความอาลัย และยังได้กล่าวด้วยถ้อยคำในครั้งนี้ ซึ่งมีความหมายต่อคนไทย โดยจะได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลทรงทราบด้วยทั้งนี้ นายกฯ แสดงความยินดีกับความสำเร็จของการประชุม Fourth…