Category: การเมือง
-
‘ทั่นเต้น’ ให้เคารพศาลคดีคลิปอังเคิลแต่บอกหากรัฐบาลล้มก็เข้าทางเขมร!
'ณัฐวุฒิ' ชี้ไม่ว่า 'คดีนายกฯ' 29 ส.ค.นี้จะเป็นอย่างไร ก็ขอทุกฝ่ายเคารพกระบวนการยุติธรรม บอกสังคมต้องคิดดีๆ เหตุเป็นความจงใจของ 'คนมีอำนาจกัมพูชา' หากรัฐบาลชุดนี้ล้ม อีกฝ่ายอาจประกาศเป็นความสำเร็จ28 ส.ค.2568 – ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียงระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ว่า มาถึงวันนี้ทุกฝ่ายต่างก็ปฏิบัติหน้าที่กันครบถ้วนตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งผู้ถูกร้อง อย่างนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการชี้แจงรอบแรก และมีการแถลงคำชี้แจงด้วยตัวเอง รวมถึงยื่นคำแถลงปิดคดีไปแล้วดังนั้น จากวันนี้ไปจนถึงวินาทีของการอ่านคำวินิจฉัย ตนคิดว่าทุกฝ่ายควรจะติดตามเหตุการณ์ด้วยความสงบ และไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นไร ย่อมมีคนเห็นด้วย หรือเห็นแตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้ทุกฝ่ายเคารพในกระบวนการยุติธรรม และขอให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ยังคงดำรงสถานะและความเข้มแข็งของประเทศไทย ในการเผชิญกับภัยสงครามจากต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้ยังคาดเดาสถานการณ์ไม่ได้อยู่เมื่อถามว่า แม้นายกฯ จะรอดหรือไม่รอด แต่มีบางกลุ่มมองว่า กระทบกับภาพลักษณ์ทำให้ความไม่น่าเชื่อถือเกิดขึ้นแล้ว จะกระทบต่อการบริหารของรัฐบาลเพื่อไทยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เราต้องดูที่คำวินิจฉัยก่อน การจะไปวิเคราะห์ หรือประเมินสถานการณ์ หลังคำวินิจฉัยอาจจะทำได้ แต่คงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเสียทีเดียว…
-
ด่วน ศาลสั่งจำคุก ‘ชูวิทย์’ 1 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานหมิ่นประมาท ‘สันธนะ’
ด่วน ศาลสั่งจำคุก 'ชูวิทย์' 1 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานหมิ่นประมาท 'สันธนะ'กลางไลฟ์สด ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ขณะที่เจ้าตัวให้การเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษเหลือ 8 เดือนวันที่ 27 ส.ค. 2568 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดี อ.1936/2566 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ โจทก์ร่วม ฟ้อง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาท ลหุโทษโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 65 เวลากลางวัน จำเลยใส่ความหมิ่นประมาท และดูหมิ่นนายสันธนะ ประยูรัตน์ ผู้เสียหายต่อหน้าผู้เสียหาย ผู้สื่อข่าว ช่างภาพและประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยการประกาศ ด้วยวิธีการกล่าววาจา และตะโกนด่าทอเสียงดังในขณะที่ผู้สื่อข่าวและช่างภาพกำลังถ่ายทอดสดผ่านช่องทางแพลตฟอร์มยูทูป (แอปพลิเคชันยูทูป)โดยจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าผู้สื่อข่าว และช่างภาพกำลัง ถ่ายทอดสดผ่านช่องทางแพลตฟอร์มยูทูป (แอปพลิเคชันยูทูป) ที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมและแสดงความคิดเห็นได้ อันเป็นการเผยแพร่ไปทั่วราชอาณาจักร ดังนั้นการที่จำเลยประกาศด้วยวิธีการกล่าววาจา และตะโกนด่าทอเสียงดังต่อหน้าผู้สื่อข่าวและช่างภาพและบุคคลทั่วไปแล้วมีการเผยแพร่ไปทั่วราชอาณาจักรพิเคราะห์แล้ว…
-
กาง 4 ปัจจัยคดี‘แพทองธาร’ นับถอยหลัง ไม่เกิน 24 ชม.รู้เรื่องหัวหรือก้อย
กาง 4 ปัจจัยคดี‘แพทองธาร’ นับถอยหลัง ไม่เกิน 24 ชม.รู้เรื่องหัวหรือก้อย28 สิงหาคม 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (อดีตกกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ระบุว่า…ทำความเข้าใจปัจจัย หัวหรือก้อย คดีแพทองธาร1. เนื้อหาของสิ่งที่พูดในคลิปเสียง ละเมิด คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญตามมาตรา 160 (4) ซื่อสัตย์สุจริต (5) ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่2. การฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมที่จัดว่าเป็นระดับร้ายแรง มี 3 ประเด็น คือ1) การไม่พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ2) การถือผลประโยชน์ส่วนตนเหนือผลประโยชน์ชาติและ 3) การไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต3. การฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมที่ไม่จัดว่าร้ายแรงแต่อาจตีความว่าร้ายแรงได้จากพฤติกรรม เจตนาและระดับความร้ายแรง มี 3 ประเด็น คือ1) การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง2) การไม่รักษาความลับของการประชุมและ 3) การคบหาสมาคมกับผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย จนกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน4. การตีความถึงคำพูดที่ปรากฏในคลิปเสียงเทียบกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่บัญญัติ และมาตรฐานการวินิจฉัยของตุลาการเสียงข้างมาก ตั้งแต่ 5 เสียงขึ้นไปในกรณีดังกล่าวนับถอยหลัง ไม่เกิน…
-
อุ๊งอิ๊งและสาวกต้องอ่าน! อดีตผู้พิพากษาอาวุโสกาง กม.ว่าด้วยการเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรงตำแหน่ง
28 ส.ค.2568 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งในบริบทต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ” ระบุว่า รัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายต่างๆ กำหนดการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งในลักษณะที่แตกต่างกัน และเกิดผลที่แตกต่างกัน1.องค์กรตามรัฐธรรมนูญ : ประกอบด้วย สส. สว. ครม. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งห้าตามรัฐธรรมนูญมีมาตรฐานทางจริยธรรม 2561 ใช้บังคับอยู่ข้อหนึ่งว่า ต้องไม่กระทำการที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง (ข้อ 17) และการฝ่าฝืนนั้นจะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงก็ต่อเมื่อได้พิจารณาถึงพฤติการณ์ของการฝ่าฝืน เจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนนั้น (ข้อ 27 วรรคสอง) มีผลทำให้ผู้ฝ่าฝืนต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาเมื่อปี 2565 ในคดีถอดถอนนางปารีณา ไกรคุปต์ ออกจากตำแหน่ง สส. ราชบุรี กรณีครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินกว่า 665 ไร่โดยมิชอบว่า “จริยธรรมข้อนี้หมายถึงการรักษาชื่อเสียงของตำแหน่งหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการไม่ประพฤติปฏิบัติตนหรือดำเนินการอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้ดำรงตำแหน่งและองค์กรของผู้ดำรงตำแหน่ง”2.นายกรัฐมนตรีมีลักษณะต้องห้ามเพราะฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่า ต้อง “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” (มาตรา 160(4)) และลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรีไว้ว่า ต้อง…
-
บิ๊กป้อม หนุนสร้าง ‘กำแพงถาวร’ กั้นชายแดนเขมร ชี้เคยเสนอแล้วยุคเป็น มทภ.1
บิ๊กป้อม หนุนกองทัพ สร้าง ‘กำแพงถาวร’ กั้นชายแดน ชี้ เคยเสนอยุคเป็น มทภ. 1 ลั่น พปชร.ดัน 4 แนวทางด่วน ป้องอธิปไตยไทยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)และอดีตผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หลังเกิดเหตุระเบิดซ้ำซ้อนในจ.สุรินทร์ ทำให้ พลทหารอดิศร ป้อมกลาง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบกับระเบิด เป็นรายที่ 6 ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจแก่ตนเองครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนที่ต้องเผชิญภัยคุกคามซ้ำแล้วซ้ำเล่า และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาล กองทัพ เร่งดำเนินการตามกฎหมาย และเยียวยาทหารผู้บาดเจ็บรวมทั้งครอบครัวอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม เพราะอธิปไตยไทยคือสิ่งสูงสุดที่ต้องปกป้องโดยไม่มีข้อยกเว้นพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พรรคพปชร.มีจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนกองทัพ ในการสร้างกำแพงคอนกรีตถาวร ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกิดเหตุปะทะและพบการฝังกับระเบิดบ่อยครั้ง เพื่อยกระดับการป้องกันและสร้างความมั่นคงถาวรให้แก่ประชาชน พร้อมเปิดเผยว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่ตนได้ริเริ่มตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และยังคงยึดมั่นจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ทุกตารางนิ้วของผืนแผ่นดินไทย ได้รับการปกป้องอย่างแข็งแรงที่สุด ประชาชนชายแดนต้องอยู่ได้อย่างปลอดภัย และไม่ถูกรุกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งจะเดินหน้าผลักดันอย่างจริงจัง…
-
แฉขบวนการแยกทหารออกจากประชาชน ไทยแพ้เขมรแน่ หากนักการเมืองกลุ่มนี้บริหารประเทศ
นักเขียนชื่อดัง ชี้ใบปลิวโจมตีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นขบวนการทำลายกองทัพและสถาบัน โดยการ "แยกทหารออกจากประชาชน" เป็นฝีมือของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มเสรี" เปลือยตัวเองให้เห็นธาตุแท้เป็นพวกต่อต้านสังคม อ้างความเสมอภาคคนเท่ากัน แท้จริงเป็นแค่กระพี้ ไม่มีแก่นสารข้างใน เลือกตั้งสมัยหน้า ถ้าอยากให้ประเทศไทยแพ้กัมพูชา ก็เลือกนักการเมืองที่หวังทำลายกองทัพและสถาบันเข้ามาบริหารประเทศ ให้ทหารไปขับเรือประมงจับปลา28 สิงหาคม 2568 – นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Padipon Apinyankul ว่า วิธีการทำลายทหารที่ดีที่สุดก็คือ "แยกทหารออกจากประชาชน" การใช้กลยุทธ์แยกทหารออกจากประชาชน มีวิธีทำที่ลงทุนง่าย ๆ แค่ 2 วิธีคือ 1.ใช้บุคคลพูดด้วยวาจาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ 2.ติดใบปลิวปล่อยข่าว โดยใช้สถานการณ์นั้นๆ มาดัดแปลงถ้อยคำ และตั้งคำถาม ?เช้ามืด ก่อนแสงสว่างจะกระจายมาถึงของวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ได้ถูกเชิญมาเป็นวิทยากรป้ายใบปลิวนี้ ถูกติดเพื่อให้เกิดเป็นข่าว และก็ได้เป็นข่าวสมใจ…
-
ผงะ ‘ทภ.2’ แฉ กัมพูชา ขว้างทุ่นระเบิดข้ามรั้วลวดหนามใส่ฝ่ายไทย
28 ส.ค. กองทัพภาคที่ 2 ขอประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์ลักลอบเข้ามาวางกับระเบิดในพื้นที่ปฏิบัติการของ ฝ่ายไทยโดยกองทัพกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และบั่นทอนความพยายามในการสร้างสันติภาพตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาวางกับระเบิดจนทหารไทย เหยียบทุ่นระเบิด ในเส้นทางลาดตระเวนของฝ่ายไทยแล้ว จำนวน 5 ครั้ง ส่งผลให้ทหารไทยขาขาด จำนวน 5 นาย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายนายล่าสุดเมื่อ 27 สิงหาคม 2568 ได้เกิดเหตุซ้ำอีกเป็นครั้งที่ 6 ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขาดอีก 1 นาย บาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย ณ พิกัด UA 24542 87382 และจากการตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุยังพบทุ่นระเบิด PMN-2 วางอยู่บริเวณใกล้เคียงอีก 2 ทุ่นนอกจากนั้นพื้นที่เกิดเหตุ ยังอยู่ห่างจากจุดที่ตรวจพบการวางทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ทิ้งไว้จำนวน 1 ทุ่น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 200 เมตรทั้งนี้ พื้นที่โดยรอบปราสาทตาเมือน และตาควาย เคยเกิดเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิดมาแล้วถึง…
-
‘บิ๊กเต่า’ ลั่นถึงเวลาต้องเปลี่ยนวงการตำรวจ เป็นก้างขวางคอ คนถือโผแต่งตั้งโยกย้าย
“บิ๊กเต่า” เดือดพร้อมพลีชีพ ลั่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงเวลาต้องเปลี่ยน แฉเกือบถูกย้ายหน่วยเพราะเป็นก้างขวางคอกุนซือถือโผรายชื่อแต่งตั้ง พร้อมน้อมรับผลการร้องเรียนไม่งอแง27 ส.ค.2568 – พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณีที่เข้าไปรายงานความคืบหน้าคดีอดีตพระอลงกต และหมอบี ที่ทำเนียบรัฐบาลกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ว่ามีการพูดคุยเรื่องการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจปี 68 ด้วยหรือไม่ ว่า นายภูมิธรรมก็รับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ ถ้ามีเหตุมีผลก็จะดำเนินการให้ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าตัวของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ก็มีการเลื่อนขั้นอย่างเร็วผิดปกติด้วยนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตนก็พร้อมให้ตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว พร้อมเล่าว่า เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา มีคนโทรศัพท์มาหาว่าจะให้ไปเป็นลำดับผู้บังคับการ โดยที่ตนเองไม่ต้องวิ่งเต้น ซึ่งในยุคทหารก็มีเรื่องตั๋ว ทำให้เลื่อนขั้นได้เร็วขึ้น 2 ปียืนยันว่า มาตามขั้นตอน ไม่ได้วิ่งเต้นตำแหน่งแต่อย่างใด และไม่ได้กังวลใจที่จะต้องถูกกลับมาตรวจสอบแทน เพราะในยุคนั้น ทุกคนที่เป็นใหญ่เป็นโต ก็ใช้ระบบฟาสแทร็คขึ้นมาทุกคน แต่ไม่มีใครพูด และตนก็พร้อมระเบิดพลีชีพอยู่แล้ว จึงไม่กลัวอะไร พร้อมรับทุกสภาพ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับเพื่อนข้าราชการทุกคน จึงเป็นการร้องในภาพรวมให้ได้รับการพิจารณา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้พี่ให้เพื่อนให้น้อง และไม่มีใครกล้าทำ เพราะเราอยู่ในหน่วยงานปราบทุจริต ถ้าเราไม่กล้าทำ…
-
รมว.กลาโหมสวีเดน ฟาดกลับ หลังสื่อกัมพูชางอแง ให้ทำสัญญาไม่ใช้โจมตีเพื่อนบ้าน
รมว.กลาโหมสวีเดน ฟาดกลับ หลังสื่อกัมพูชางอแง ให้ทำสัญญาไม่ใช้โจมตีเพื่อนบ้านดร.พอล ยอนสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสวีเดน ได้ให้สัมภาษณ์ถึง ความร่วมมือระหว่างสวีเดนและไทย ภายหลังการลงนาม จัดซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตีกริพเพนดร.พอล ย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นหลังการลงนามในสัญญาความร่วมมือฉบับล่าสุด พร้อมแสดงความเห็นต่อกรณีการใช้เครื่องบินขับไล่กริพเพนในสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมาดร.ยอนสันกล่าวว่า สิ่งนี้ (สัญญาฉบับล่าสุด) ทำให้ความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสวีเดนและไทยลึกซึ้งยิ่งขึ้น และผมภูมิใจมากที่เรามีคนไทยจำนวนมากอาศัยอยู่ในสวีเดนกว่า 80,000 คน และมีชาวสวีเดนกว่า 200,000 คนเดินทางมาประเทศไทยทุกปี ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นรัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน ยังชี้ให้เห็นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยในวงกว้าง นอกเหนือจากมิติด้านความมั่นคง โดยกล่าวว่า ผมคิดว่าความร่วมมือนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคส่วนที่กว้างขวางขึ้นของสังคมไทยด้วย เพราะแพ็คเกจชดเชยจาก Saab (บริษัทผู้ผลิตกริพเพน) จะหมายถึงการลงทุนในด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนา และภาคเกษตรกรรมของไทยเมื่อถามถึงผลกระทบจากการที่ไทยนำเครื่องบินขับไล่กริพเพนเข้าปฏิบัติการในช่วงความขัดแย้งกับกัมพูชา ดร. ยอนสันได้ตอบอย่างชัดเจนว่า คุณ (ประเทศไทย) มีสิทธิ์ใช้กริพเพนตามกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเป็นการป้องกันตนเอง แน่นอนว่านั่นเป็นทางเลือกของคุณ ตราบเท่าที่คุณใช้มันตามกฎบัตรสหประชาชาติและตามกฎหมายระหว่างประเทศนอกจากนี้ ดร. ยอนสันยังได้แสดงความเห็นว่าทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาต่างมีความพยายามที่จะลดความตึงเครียดของสถานการณ์ และยินดีที่มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมและมีผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้ามามีบทบาท ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองชาติแน่นอนว่าประเทศไทยก็เหมือนกับประเทศอื่นๆ มีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง และเราเคารพในสิ่งนั้น ดร. ยอนสันกล่าวปิดท้าย
-
‘กองทัพภาค1’ โต้เฟคนิวส์ ให้สัญชาติไทยคนเขมร บ้านหนองจาน
‘เพจกองทัพภาค 1’ โต้เฟคนิวส์ ให้สัญชาติไทยคนเขมร บ้านหนองจาน สระแก้ว ยัน ‘แม่ทัพภาค 1-ฝ่ายมั่นคง’ ไม่เคยพูดเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังโซเชียลมีเดียแชร์ข่าวว่า พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และหน่วยงานความมั่นคง มีการเสนอมอบสัญชาติไทยให้กับชาวกัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด เพจกองทัพภาคที่ 1 โพสต์ชี้แจงว่า ระวังข่าวปลอม แม่ทัพภาคที่ 1 และฝ่ายความมั่นคง ไม่เคยให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็น เรื่องการมอบสัญชาติไทยให้กับชาวกัมพูชาที่อาศัยในพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว.