Category: การเมือง

  • สุชาติ เคลื่อนไหวทันที หลังเห็นภาพช้างไทยสภาพทรุดโทรม

    สุชาติ เคลื่อนไหวทันที หลังเห็นภาพช้างไทยสภาพทรุดโทรมเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา หลังมีภาพและคลิปของช้างไทยอยู่ในสภาพทรุดโทรม ถูกทรมานด้วยการล่ามโซ่ จากการใช้งานหนักแพร่กระจายออกไป ล่าสุดนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ เฟซบุ๊กชื่อ สุชาติ ชมกลิ่น โดยระบุว่าผมจะบินด่วนไปศรีลังกาด้วยตัวเองท่านนายกฯ และ ผม พร้อมรัฐบาลไทยไม่เคยนิ่งนอนใจเรื่องความเป็นอยู่ของพลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์โดยในวันนี้ได้นำเรื่องหารือกับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่านไฟเขียวให้ดำเนินการทางการทูต ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นำ พลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ กลับมาอยู่บ้านเรา ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการเจรจาแต่ในเบื้องต้น ตัวผมเองและปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมอุทยาน จะบินด่วนไปศรีลังกา พร้อมทั้งเอาทีมแพทย์ไปตรวจดูอาการของ พลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ เพื่อดูความเป็นอยู่รวมถึงพูดคุยเรื่องการดูแลช้างกับทีมเจ้าหน้าที่ในศรีลังกาในฐานะมิตรประเทศที่ดีต่อกัน ในระหว่างที่เรากำลังดำเนินการประสานการทูต เพื่อนำพาพลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ กลับประเทศไทยภาพจาก เฟซบุ๊ก สุชาติ ชมกลิ่นภาพจาก เฟซบุ๊ก สุชาติ ชมกลิ่นภาพจาก เฟซบุ๊ก สุชาติ…

  • ‘หมอเชิดชัย’ เผยสองชื่อเต็งนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่!

    23 ตุลาคม 2568 – นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ว่า ยังไม่รู้ใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ควรเป็นคนในพรรคอายุ 45-60 ปี เต็มที่ไม่เกิน 70 ปี เป็นนักประชาธิปไตยและนักบริหาร รู้จักการวางแผน อย่าเป็นอำมาตย์วางท่าเข้าพบยาก ไม่เล่นพรรคเล่นพวก เท่าที่ สส. คุยกันตอนนี้มี 2 คนคือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ กับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ดูแล้วเหมาะสมทั้งคู่ แต่นายจาตุรนต์อาจมีภาษีดีกว่าเล็กน้อยเพราะมีประสบการณ์มากกว่าส่วนตัวอยากให้คนที่เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคมาแสดงวิสัยทัศน์ให้ สส. ฟัง ประกอบการตัดสินใจ มั่นใจว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็นคนในพรรค ไม่น่าจะมาจากคนในตระกูลชินวัตร ถ้าจะมีควรให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะดีกว่า ตอนนี้ควรเอาคนในพรรคที่รู้เรื่องการเมืองและระบบพรรคจะเหมาะสมกว่าส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายแพทย์เชิดชัย กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้หารือกัน แต่ต้องคิดให้รอบคอบถึงช่วงเวลาการยื่นอภิปราย เพราะยังติดเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญไม่เสร็จสิ้น ยังไม่มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เกิดขึ้น คงต้องคุยกันอีกทั้งถึงเงื่อนเวลาที่เหมาะสม อย่างน้อยคงต้องเป็นหลังวันที่ 15-20 ธ.ค. ให้การแก้รัฐธรรมนูญโหวตผ่านวาระ 3 ไปก่อน

  • เขมร ‘สิ้นสุดทางเลื่อน’

    ก็บอกแล้ว…..“เขมรต่ำ” มันจะ “ทำหยิ่ง” กับไทยไปได้ซักกี่น้ำ?แค่ปิดด่าน “เดือน-สองเดือน” มันก็จะอดตายกันทั้งประเทศอยู่รอมร่อกร่างได้พักเดียว ตอนนี้ ทั้งเหี่ยวทั้งหด เหมือนหอยตากแห้ง เงื่อนไข ๔ ข้อของไทยที่เคยบอกปัดประชุมล่าสุด ทั้งระดับ GBC และ JBC เขมรขมีขมันถาม “จะให้เซ็นตกลงตามนั้นตรงไหนครับ!?”อย่าว่าแต่ยอมเซ็นทุกเงื่อนไขเลย ผมว่าตอนนี้เสนออะไรไป “เขมรได้หมดสดชื่น” ในทุกเงื่อนไข!ผมถึงว่า เราไม่ต้องไปรุ่มร้อนอะไรมากนักกับเรื่องเขมรปลายตุลา. เชื่อมต่อพฤศจิกา.“๒ พ่อลูกตระกูลฮุน” หัวจะหมุนพังไปเอง!ตอนนี้ อยู่ในท่า “พังพาบ” ก่อน “พัง” เพราะโลกล้อมเขมรไว้ทุกด้าน ถึงขั้นสหรัฐฯ ประกาศเขมรเป็นแหล่ง “องค์กรก่ออาชญากรรมข้ามชาติ”ทั้งสแกมเมอร์ ทั้งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งค้ามนุษย์ ทั้งฟอกเงิน ทั้งแหล่งหลอกลวง-ต้มตุ๋น ทั้งเป็นแหล่งกักขังทำทารุณกรรมมนุษย์ นี่…ล่าสุด เมื่อวาน (๒๓ ต.ค.๖๘)“สภาต่อต้านแห่งชาติกัมพูชา” (CNRC) ของ “นายสม รังสี” ที่ลี้ภัยอยู่ฝรั่งเศส ประกาศตั้ง “รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ๒๓ ตุลาคม” หวังขับไล่รัฐบาล “ระบอบฮุน เซน” ออกไปในแถลงการณ์ของ…

  • อดีตทูตไทย เผยผลกระชุม JBC แจงแล้ว เหตุถอนวาระสร้างรั้ว

    อดีตทูตไทย เผยผลกระชุม JBC แจงแล้ว เหตุถอนวาระสร้างรั้ววันนี้ 23 ต.ค. 2568 นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) พร้อมด้วย นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันแถลงข่าวผลการหารือ JBC หลังปิดการประชุม โดยนายเบญจมินทร์ ระบุว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการประชุม JBC และออกคำแถลงร่วมทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความจริงใจในการเร่งจัดทำหลักเขตแดนทางบก เพราะเป็นส่วนสำคัญในความพยายามของไทยเพื่อที่จะลดความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนด้านนายประศาสน์ ย้ำถึงบันทึกการประชุมร่วมกันของสองฝ่ายเพิ่มเติมว่า เรื่องรั้วชายแดน ตนได้ยกขึ้นพูดในคำกล่าวเปิดว่าแนวคิดในการสร้างรั้ว เพื่อป้องกันปัญหาการกระทบกระทั่ง ลักลอบเข้าเมือง รวมถึงการปิดกั้นยาเสพติด ผู้แทนกัมพูชาแจ้งว่าไม่มีอำนาจที่จะหารือในการสร้างรั้ว จึงได้นำเรื่องนี้ที่ได้มีการหารือกันเกินครึ่งชั่วโมง ก่อนจะนำออกจากระเบียบวาระการประชุมจากนั้น นายเบญจมินทร์ กล่าวเสริมว่า การประชุมครั้งนี้เน้นเฉพาะเรื่องหลักเขตแดนกับภารกิจ และอำนาจของ JBC และคณะกรรมาธิการจะต้องนำผลการเจรจาไปเสนอยังรัฐบาล ดังนั้น รายละเอียดรวมถึงเรื่องที่อาจจะไม่ได้อยู่ในกรอบ JBC กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงในโอกาสถัดไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดจากประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนในการเจรจาในวันนี้ รวมทั้งรักษาพลวัตที่ดีของการประชุมอันจะนำไปสู่การลดทอนความตึงเครียดของสถานการณ์และการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคตเมื่อถามถึงบริเวณบ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว เราได้มีการพูดคุยว่าอย่างไรบ้าง นายประศาสน์ กล่าวว่า เรามีการหารือเรื่องบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว…

  • “วิโรจน์” แฉ! กลโกงมูลนิธิฟอกเงิน เปิดรับบริจาคบังหน้า ผันเงินสีเทาเข้าบริษัทเครือข่าย

    ‘วิโรจน์’ ชี้ มูลนิธิบางแห่ง ‘ฟอกเงิน’ กันอย่างไร แฉ จัดฉากรับเงินบริจาค แต่เบื้องหลังมีเงินเทาก้อนมหึมาไหลเข้า ก่อนทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่สูงเกินจริง-เป็นเท็จ กับบริษัทเครือข่ายวันที่ 23 ต.ค.68 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า”[ มูลนิธิบางแห่ง เขาฟอกเงินกันอย่างไร ]การใช้มูลนิธิในการฟอกเงิน เกิดขึ้นกับมูลนิธิบางแห่ง โดยฉากหน้าใช้การเปิดรับบริจาค เป็นข้ออ้างในการอธิบายถึงแหล่งที่มาของเงินที่มูลนิธิใช้จ่าย แต่เบื้องหลังกลับมีเงินสีเทาก้อนมหึมาไหลเข้ามาที่มูลนิธิจากนั้นมูลนิธิก็ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่สูงเกินจริง หรือทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเท็จ ระหว่างมูลนิธิ กับบริษัทเครือข่าย เพื่อผันเงินจากมูลนิธิไปสู่บริษัทเครือข่ายนั้น จากเงินสกปรก ก็จะถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นรายได้ของบริษัทนั้นทันทีความเป็นจริง เงินที่มูลนิธิได้รับบริจาคมา อาจจะอยู่ในระดับน้อยกว่าเงินทั้งหมดที่ไหลทะลักเข้าสู่มูลนิธิก็ได้ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างของมูลนิธิ อาจจะมากกว่าจำนวนเงินบริจาคอย่างมหาศาล แต่พอใครตั้งคำถามว่า เอาเงินที่ไหนมาซื้อ เอาเงินที่ไหนมาจ้าง ก็มักจะได้รับคำตอบว่า "ก็เอามาจากการเปิดรับบริจาคไง และส่วนใหญ่มาจากผู้ที่ไม่ประสงค์จะออกนาม"พอคนขอให้เปิดเผย เงินที่มูลนิธิใช้ เพื่อจะเอามาเปรียบเทียบกับเงินที่ได้รับบริจาคมา เพื่อตรวจสอบว่าวงเงินที่ใช้จ่ายนั้น เกินกว่ายอดเงินบริจาค หรือไม่มูลนิธิบางแห่ง ก็จะหยิบยกเอาการทำความดีมาเป็นเกราะป้องกันการตรวจสอบ และมักจะอ้างว่า ตนทำความดี ทำไมต้องมาถูกตรวจสอบ คนที่จะมาตรวจสอบนั้นทำความดีได้สักเศษเสี้ยวหนึ่งของตนแล้วหรือยัง จากนั้นก็จะปลุกระดมมวลชนให้มารุมประณามคนที่ตั้งคำถาม กับความโปร่งใสของมูลนิธินี่ล่ะครับกลไกการใช้มูลนิธิในการฟอกเงิน ที่เกิดขึ้นกับมูลนิธิบางแห่ง (ย้ำว่าบางแห่งเท่านั้น)“

  • ฮุน มาเนต ประกาศถึงคนเขมรทันที หลังยอมรับ 4 เงื่อนไขไทย

    ฮุน มาเนต ประกาศถึงคนเขมรทันที หลังยอมรับ 4 เงื่อนไขไทยวันที่ 23 ต.ค. 2568 หลังจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ร่วมกับฝ่ายกัมพูชา แล้ว นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Hun Manet โดยระบุว่า วันนี้ ผมขอแจ้งให้ทราบถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านเซเรงและเปรยจัน เนื่องจากสถานการณ์ได้คืบหน้าไปมาก ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยทั้งสองฝ่ายสามารถใช้หลักการทางเทคนิคและกฎหมายเพื่อหารือและหาทางออกอย่างสันติปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเซเรงและเปรยจัน เริ่มต้นจากการใช้ลวดหนามและยางรถยนต์ของทหารไทยล้อมบ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้านบางส่วนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ได้สร้างความลำบากให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงชาวบ้านอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านทั้งสองแห่ง สิ่งนี้ยังสร้างความตึงเครียดให้กับประชาชนชาวกัมพูชาทั้งในและต่างประเทศที่กำลังติดตามปัญหานี้เป้าหมายของรัฐบาลตั้งแต่แรกเริ่ม คือ การป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ และรุนแรงขึ้น รวมถึงการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ รัฐบาลได้ใช้แนวทางการแสวงหาทางออกโดยสันติวิธี และใช้สันติวิธีในการหาทางออก เพราะการใช้ความรุนแรงใดๆ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถหาทางออกได้เท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของความขัดแย้ง และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังทำให้การหาทางออกเพื่อยุติปัญหาได้อย่างรวดเร็วเป็นเรื่องยากผมเข้าใจความรู้สึกของประชาชน เพราะวิธีการอันโหดร้ายที่รัฐบาลเคยใช้ในอดีต บางครั้งก็ไม่ได้ผลตามที่เราต้องการในทันที แม้ว่าการหาทางออกดูเหมือนจะไร้ผล และการดำเนินการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่บางท่านอาจรู้สึกสิ้นหวังและคิดว่าคงไม่มีทางออก นอกจากนี้ การกระทำบางอย่างของฝ่ายไทย เช่น…

  • ฝีมือ…’ขิงแก่’

    เก็บตก “โฆษกน้องใหม่” เฮียโต้ง-สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลัง ครม.แต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 และเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568ถึงแม้จะมาในสถานะ "ป้ายแดง" แต่ฝีไม้ลายมือต้องบอกว่าแซ่บซี้ดดด…ระดับ "ขิงแก่" ที่หาตัวจับยากเลยทีเดียว!ประเดิมสนามคมกริบ! ขวัญใจ "กระจอกข่าว" ความไม่ธรรมดาของโฆษกผู้นี้ถูกพิสูจน์ตั้งแต่วันแถลงผลการประชุม ครม.นัดแรก เพราะได้รับคำชมว่าแถลงจับประเด็นได้โป๊ะเป๊ะ ปังๆๆๆ และทำหน้าที่ได้อย่างตรงประเด็นตามความต้องการ และทันใจ"โฆษกโต้ง" ตอกย้ำถึงแนวทางการทำหน้าที่ของ "โทรโข่งรัฐบาล" นำเสนอนโยบายหรือศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยาก ให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายที่สุดพร้อมเน้นสื่อสารเชิงรุกให้มากขึ้น ทั้งงานฝ่ายบริหาร และตอบโต้ทางการเมืองแทนรัฐบาล ในขณะเดียวกันยังเปิดรับฟังข้อเสนอแนะและความเห็นต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญยังทำตัวติดดินและเป็นกันเองกับผู้คนที่พบเจอส่วนสาเหตุที่ทำให้เขามี "ฝีมือระดับขิงแก่" ก็เพราะ "กระดูกการเมือง"พร้อมประสบการณ์ที่ผ่านครูการเมืองมาหลายคนรวมถึงก่อนหน้านี้ "เฮียโต้ง" ซึ่งเป็น สส.ศรีสะเกษ 2 สมัย ผ่านสองพรรค คือ พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคชาติไทยพัฒนา และยังผ่านงานอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งยังมีพื้นฐานเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และบทบาทการเป็นผู้สนับสนุนหนังท้องถิ่นดังอย่าง "ไทบ้านเดอะซีรีส์" และ "สัปเหร่อ"ด้วยจุดยืนทางการเมืองที่แน่วแน่ พูดแล้วทำ สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ…

  • ปปช.เปิดทรัพย์สิน ฉันทวิชญ์ อดีตรมช.พาณิชย์ คู่สมรส วีระพงษ์ ตาม กฎหมายสมรสเท่าเทียม

    ฉันทวิชญ์ อดีตรมช.พาณิชย์ โชว์บัญชีทรัพย์สิน 9.7ล้าน ปปช. คู่สมรส วีระพงษ์ ประภา จดทะเบียน 1 วัน ก่อนนั่งเก้าอี้รมต.เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2568 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ กรณีเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2568 (ปัจจุบันพ้นจากตำแหน่งแล้ว พร้อมกับ ครม.แพทองธาร)นายฉันทวิชญ์ แจ้งมีทรัพย์สิน2,932,937 บาท ได้แก่ เงินฝาก 747,937 บาท ยานพาหนะ 2 คัน 1.9 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น (นาฬิกา Rolex Datejust รุ่น 179171 Y18E5733) มูลค่า…

  • แค่ลาออกคงไม่พอ! “ไอซ์ รักชนก” จี้ นายกฯ เอาผิดต่อ ปมเอี่ยวสแกมเมอร์?

    แค่ลาออกคงไม่พอ! หลังจากที่นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศลาออก และจะเดินหน้าฟ้องผู้ที่เผยแพร่และแชร์ข้อมูลเท็จหลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์กัมพูชานั้นล่าสุดนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ได้ติดตามประเด็นการตอบโต้ระหว่าง นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน กับ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยได้แสดงความเห็นว่า การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ของนายวรภัค อาจจะยังไม่พอโดยระบุว่า "แค่การลาออกของคุณวรภัคคงไม่พอ เพราะการลาออกไม่ใช่จุดจบของเรื่อง แต่นายกคงต้องเร่งสั่ง ปปง. และ กลต ให้ดำเนินการต่อว่าสามารถขยายผลเอาผิดได้หรือไม่ต้องดำเนินการต่อให้สิ้นสงสัย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับคุณวรภัคด้วย ถ้าผิดต้องจัดการ ถ้าไม่ผิดจะได้อยู่อย่างไร้มลทิน ไม่มีข้อครหาใดใดอีก"ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดโต๊ะข่าว ของพีพีทีวี โดยมองว่า เรื่องนี้ไม่ได้จบที่การนายวรภัค ประกาศลาออก ซึ่งเรื่องนี้มี 2 มิติ โดยมิติหนึ่งการที่นายวรภัคประกาศลาออก ก็ต้องแสดงความชื่นชมการมีสปิริต แต่อีกมิติในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องเผชิญกับการวิพากวิจารณ์ของสังคม ควรจะต้องพิสูจน์เป็นการสาธารณะด้วยอย่างกรณีที่มีความเชื่อมโยงว่าเคยมีภาพและชื่อของนายวรภัค ปรากฎในเว็บไซต์ ของบีไอซีกรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษากรรมการ แล้วต่อมาลบออก ซึ่งตนเคยแนะนำในช่วงที่อภิปรายในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้วว่า หากนายวรภัคยืนยันว่าไม่เคยมีตำแหน่งใดๆในบีไอซีกรุ๊ป หรือกำลังจะบอกว่า บีไอซีกรุ๊ปแอบอ้าง…

  • ไม่มีที่ยืนให้ ‘แพทองธาร’

    สงสัยกันทั้งเมืองจู่ๆ “แพทองธาร ชินวัตร” ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นเพราะเหตุอะไรวิจารณ์กันไปคนละทิศละทางตระกูล “ชินวัตร” ถูกยึดอำนาจหรือเปล่า เพราะ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคบอกว่า ผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไม่ใช่คนตระกูลชินวัตรก่อนอื่นไปดูเหตุผลการลาออกของ “แพทองธาร” ก่อน“…เรียนเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ผู้สนับสนุนพรรค และพี่น้องประชาชนทุกคนวันนี้ดิฉันตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้วยความตั้งใจว่าเป็นการเริ่มต้นยกเครื่องพรรคเพื่อไทย ตามที่ดิฉันประกาศไว้เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ กล้าหาญในการเปลี่ยนแปลง เพื่อประชาชนอย่างแท้จริงปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่สังคมโลกเปราะบาง ซับซ้อน อ่อนไหว คาดเดาได้ยาก ประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงดังนั้นพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองหลักของประเทศ จึงจำเป็นต้องยกเครื่อง พลิกโฉม เปลี่ยนโครงสร้าง กระบวนการ และวิธีคิดใหม่ทั้งหมดเพื่อให้พรรคสามารถชนะเลือกตั้งแล้วไปยกเครื่อง พลิกฟื้นประเทศไทยต่อไปดิฉันเชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคเพื่อไทยต้องเริ่มต้นโดยเร็วที่สุดดิฉันจึงเลือกการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคยกเครื่องได้อย่างอิสระ และสร้างพรรคใหม่ที่สมบูรณ์แบบแม้ดิฉันลาออกในวันนี้แต่ดิฉันยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและจะร่วมกับพวกเราทุกคน สร้างพรรคเพื่อไทยยุคใหม่ ที่พร้อมจะยืนเคียงข้างประชาชน และทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อประเทศชาติที่รักของเราทุกคน…”ยกเครื่อง!ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องครับยิ่งฟังเหตุผลจาก “สรวงศ์ เทียนทอง” รักษาการเลขาธิการพรรค ก็ยิ่งเข้าใจครับว่า พรรคเพื่อไทยต้องการปิดจุดอ่อนของตัวเอง“…คุณแพทองธาร ถูกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่งประเด็นจริยธรรม เพื่อไม่ให้เรื่องดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการเมืองมาขู่ สส.พรรคเรา ผู้สมัครของเราในการดึงตัวในอนาคตและรักษาพรรคไว้เพราะมองว่าหากสามารถทำอะไรได้ที่เป็นการรักษาพรรคไว้ก็จะทำ จึงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พรรคจะประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย เพื่อสรรหาหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่โดยเร็ว…”ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ที่พรรคเพื่อไทยกระเหี้ยนกระหือรือจะแก้ไขอยู่นี่แหละครับแต่เดี๋ยวก่อน!ไปดูข้อบังคับพรรคเพื่อไทย…