Category: การเมือง

  • ‘กองทัพภาค1’ โต้เฟคนิวส์ ให้สัญชาติไทยคนเขมร บ้านหนองจาน

    ‘เพจกองทัพภาค 1’ โต้เฟคนิวส์ ให้สัญชาติไทยคนเขมร บ้านหนองจาน สระแก้ว ยัน ‘แม่ทัพภาค 1-ฝ่ายมั่นคง’ ไม่เคยพูดเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังโซเชียลมีเดียแชร์ข่าวว่า พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และหน่วยงานความมั่นคง มีการเสนอมอบสัญชาติไทยให้กับชาวกัมพูชา ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด เพจกองทัพภาคที่ 1 โพสต์ชี้แจงว่า ระวังข่าวปลอม แม่ทัพภาคที่ 1 และฝ่ายความมั่นคง ไม่เคยให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็น เรื่องการมอบสัญชาติไทยให้กับชาวกัมพูชาที่อาศัยในพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว.

  • “ทักษิณ”วัดใจ”ดีลใหม่”ล้าง”แผลเก่า”

    หลังรอดพ้นคดีมาตรา 112 สถานะทางการเมืองของ ทักษิณ ชินวัตร แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ลูกสาวคือ แพทองธาร ชินวัตร จะเผชิญความไม่แน่นอนเรื่องตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ตามการที่ศาลอาญายกฟ้องคดี ม.112 ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี ถือเป็นการปลดล็อกข้อกล่าวหาที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของ “ทักษิณ” ในสายตาของฝ่ายอนุรักษ์นิยมและกลุ่มอำนาจเก่า ผลการตัดสินนี้ช่วยลบล้างภาพลักษณ์การเป็น “ศัตรูของสถาบัน” ที่ถูกสร้างขึ้นมาในอดีต ทำให้เขามี “เครดิต” และความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้นแม้จะไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เป็นเพียง “สทร.” หรือ “เสมียนประเทศ” ตามที่เขาเคยกล่าวอ้าง แต่การกลับมาของ “ทักษิณ” ทำให้ทุกคนทราบดีว่าเขาคือ “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” และ “เจ้าของตัวจริง” ของพรรคเพื่อไทยการรอดพ้นคดีนี้ทำให้บทบาทของเขาในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังยิ่งชัดเจนและเข้มแข็งขึ้น ในฐานะผู้ชี้นำและผู้กำหนดทิศทางของพรรค ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม โดยเขาสามารถเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อพบปะผู้คนและให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายได้ตามปกติแม้การรอดคดีของ “ทักษิณ” ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลจะมั่นคงขึ้นในทันที เนื่องจากยังมีคดีของ “แพทองธาร” ที่รอการตัดสินในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ แต่ในทางกลับกัน การที่ “ทักษิณ” ไม่ต้องกังวลเรื่องคดีของตัวเอง จะทำให้เขาสามารถใช้ศักยภาพในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้อย่างเต็มที่มากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะ “ผู้ดีล” กับทุกฝ่าย ไม่เฉพาะขั้วรัฐบาลเดิมที่เป็นฝั่งอนุรักษ์ แต่ว่ากันว่ามีความพยายามเคลียร์ใจกับ…

  • ด่วน ทหารเหยียบกับระเบิดขาขวาขาด บริเวณปราสาทตาควาย

    ด่วน ทหารเหยียบกับระเบิดขาขวาขาด บริเวณปราสาทตาควาย นำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สุรินทร์ รวมทหารไทยเหยียบกับระเบิดแล้ว 6 ครั้ง ในช่วงเดือน ก.ค.- ส.ค.68วันนี้ (27 ส.ค.2568) เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น.เกิดเหตุ พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 เหยียบกับระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปราสาทตาควายเบื้องต้นได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวาท่อนล่างขาด หน่วยในพื้นที่ได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือ และนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สุรินทร์ อยู่ในขณะนี้อย่างไรก็ตาม เหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิด เกิดขึ้นทั้งหมด 6 ครั้ง โดยครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 ก.ค.68 บริเวณเนิน 481 ช่องบก จ.อุบลราชธานี ทหารบาดเจ็บ 3 นาย ขาขาด 1 นาย ครั้งที่ 2 วันที่…

  • ปล่อยตัว 5 ผู้ต้องขัง คดี ม.112 เข้าเกณฑ์ พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ

    ปล่อยตัว 4 ผู้ต้องขังคดี ม.112 “อัญชัญ ปรีเลิศ” 1 ในผู้ต้องขัง ถูกคุมตัวนานกว่า 8 ปี เผยอิสรภาพที่เราใฝ่ฝัน ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจวันนี้ (27 ส.ค.2568) เพจสำนักข่าวราษฎร รายงานว่า ที่ทัณฑสถานหญิงกลางฯ อัญชัญ ปรีเลิศ” ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 วัย 69 ปี ซึ่งถูกตัดสินจำคุกรวม 29 ปี 174 เดือน (หรือประมาณ 43 ปี 6 เดือน) จากการถูกกล่าวหาว่า เป็นหนึ่งในผู้อัพโหลด และเผยแพร่คลิปเสียงของดีเจรายการวิทยุใต้ดินรายการหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ รวม 29 ครั้ง เป็นความผิด 29 กระทง ได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลางฯ หลังถูกคุมขังมารวมกันนานกว่า 8 ปี โดยมีประชาชนเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจ พร้อมทั้งมอบดอกไม้ เพื่อแสดงความยินดีป้าอัญชันกล่าวว่า อยากจะได้รับอิสรภาพมานานแล้ว เพราะตนอายุมากแล้ว เวลาก็เหลือน้อยลงไปทุกที 8…

  • ปล่อยตัว 5 นักโทษ ม.112 เข้าหลักเกณฑ์พรฎ.อภัยโทษฯ

    อัญชัญ ปรีเลิศ27 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น. หน้าประตูทัณฑสถานหญิงกลางคับคั่งไปด้วยสื่อ และมวลชนพร้อมดอกไม้และป้ายข้อความ เพื่อรอต้อนรับ อัญชัญ ปรีเลิศ ผู้ต้องขังในคดี #มาตรา112จากการแชร์และอัพโหลดคลิปเสียงรายการของดีเจบรรพต 29 คลิป ศาลพิพากษาให้จำคุกประมาณ 43 ปีครึ่งอัญชัญถูกคุมขังสองรอบ ระหว่างการพิจารณาคดีและหลังผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น รวมทั้งสิ้น 3,055 วัน หรือ 8 ปี 4 เดือน 11 วัน จนถึงวันนี้ (27 สิงหาคม 2568) เธอได้รับอิสระภาพในที่สุด เนื่องจากเข้าหลักเกณฑ์การได้รับอภัยโทษตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ พ.ศ. 2568 ตามมาตรา 8 (ฉ) เพราะเป็นผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดที่อายุเกิน 60 ปี และได้รับการลดโทษมาก่อนหน้านี้สองรอบจนเหลืออัตราโทษจำคุกไม่ถึง 3 ปีวันที่อัญชัญถูกจับกุมเธออายุประมาณ 59 ปี โดยมีอาชีพเป็นข้าราชการซึ่งกำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณ อัญชัญเล่าว่าทรัพย์สินของเธอหลายๆ อย่างถูกยึดไป เนื่องจากก่อนจะถูกคุมขังเธอมีหนี้สินกับธนาคาร เมื่อเธอถูกคุมขังในเรือนจำ…

  • ไม่ว่าผลตัดสินจะออกเช่นใด นายกฯ อุ๊งอิ๊ง รอดหรือไม่รอด จะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน

    จตุพร ชี้ ปชช.ไม่สน“อุ๊งอิ๊ง” รอดหรือไม่รอดคดีคลิปเสียงอังเคิลฮุน ลั่น 29 ส.ค. หลังศาล รธน.ตัดสิน คณะรวมพลังฯ นัดแถลงเคลื่อนไหวเพื่ออนาคตประเทศผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ หลังศาล รธน.ตัดสินคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง โดยนายกฯ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร จะรอดหรือไม่รอดก็ตาม แต่ในวันเดียวกันนั้นคณะรวมพลังแผ่นดินฯ จะแถลงท่าทีเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาชนเพื่อเป็นแนวทางนำสู่อนาคตของบ้านเมือง"ต้องการสื่อความว่า อำนาจจะนำไปสู่อะไรและจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม โดยเราไม่ก้าวล่วงการตัดสินของศาล รธน. แต่จะบอกท่าทีของประชาชนว่า เราจะทำอะไรเมื่อนายกฯ รอดหรือไม่รอด เราจะปล่อยให้ทุกอย่างไหลลื่นเอาประชาชนเป็นของตายใครไม่ได้"อีกทั้งกล่าวว่า ไม่ว่าผลคำตัดสินจะออกเช่นใด คือ นายกฯ อุ๊งอิ๊ง รอดหรือไม่รอดก็ตาม จะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน และการแถลงข่าวจะมีขึ้นในช่วงประมาณบ่าย 3 ครึ่งที่ รร.รัตนโกสินทร์ โดยจะอธิบายท่าทีแต่ละสถานการณ์ และทุกแนวทางนั้นจะยึดประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นหลักนายจตุพร กล่าวว่า ชนวนหรือต้นเหตุของสงครามชายแดนไทย-กัมพูชามาจากคลิปเสียงนายกฯ อุ๊งอิ๊ง กับอังเคิลสมเด็จฮุนเซน ประธานวิฒิสภากัมพูชา และเป็นคดียื่นถอดถอนพ้นตำแหน่งนายกฯ ซึ่งศาล รธน.จะตัดสินในวันที่ 29…

  • เพื่อไทยลุ้นระทึก! “เทพไท” แฉเตรียมผลักดัน “ชัยเกษม” นั่งนายกฯ หากศาลชี้ “แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง

    วันที่ 27 ส.ค.68 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า…ระดม สส.เพื่อไทย ดูใจอุ๊งอิ๊งก่อนตกเก้าอี้มีกระแสข่าวจากพรรคเพื่อไทย ว่าในการประชุมส.ส.ของพรรค มีการแจ้งนัดรวมตัวกัน เพื่อเดินทางไปให้กำลังใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่29 สิงหาคม เวลา 14.00 น.โดยทางพรรคจะจัดรถเดินทางไปพร้อมกัน ส่วนรัฐมนตรีให้ไปคอยอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อฟังผลของศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงหลุด ของนางสาวแพทองธารซึ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทย มีความวิตกกังวลผลของคดี จึงระดมส.ส.ของพรรคทั้งหมด เพื่อไปให้กำลังใจนางสาวแพทองธารที่ทำเนียบ เหมือนกับบรรยากาศของการดูใจผู้ป่วยหนักและกำลังจะสิ้นใจ ต้องระดมญาติมิตร เพื่อนฝูงไปให้กำลังใจเป็นวาระสุดท้าย อันนี้ก็เช่นเดียวกัน คนของพรรคเพื่อไทยน่าจะรู้ชะตากรรมของตัวเองว่า ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาเช่นไรในขณะเดียวกันโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็ได้พูดถึงเรื่องผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า เชื่อมั่นในตัวนางสาวแพทองธาร ที่ได้แถลงต่อศาลรัฐธรรมนูญและเชื่อมั่นว่าความบริสุทธิ์ของนางสาวแพทองธาร คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นคุณต่อนางสาวแพทองธาร แต่ถ้าหากว่านางสาวแพทองธารไม่ได้ไปต่อ จะผลักดันให้นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งก่อนหน้านี้แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน เรียงหน้าออกมายืนยันว่า มั่นใจในผลของศาลรัฐธรรมนูญ และนางสาวแพทองธาร จะรอดพ้นจากคำวินิจฉัยไปได้ รวมทั้งไม่ได้มีการเตรียมแผนการทางการเมืองใดๆ ไม่ได้เตรียมบุคคลใดๆไว้ แต่ล่าสุดวันนี้เห็นได้ว่า…

  • “นายกรัฐมนตรี” คนถัดไป ใครมีลุ้น?

    “รศ.โอฬาร” ประเมินหาก “แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง “ชัยเกษม” แคนดิเดตนายกฯ ชี้หากรัฐบาลได้ไปต่อมีเวลา 1 ปี เตรียมการเลือกตั้งใหม่-กว้านซื้อ สส.งูเห่า ก่อนยุบสภาวันนี้ (27 ส.ค.2568) ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่มั่นคงทางการเมือง และความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งในวันที่ 29 ส.ค.นี้ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฯ ฮุน เซนรศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงความเป็นไปได้หากประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีในอนาคตอันใกล้ โดยประเมินว่านายชัยเกษม นิติสิริ คือบุคคลที่มีโอกาสมากที่สุดในเวลานี้รศ.โอฬารระบุว่า ถึงแม้พรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถต่อรองเพื่อขอตำแหน่งเพิ่มได้ แต่ภาพลักษณ์ของพวกเขาเองก็เสียหายไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย ทำให้ในสายตาประชาชนความน่าเชื่อถือลดลงไปอย่างมากมวลชนผิดหวังเพราะคุยโวโอ้อวดว่าจะแก้ปัญหาแต่ทำไม่ได้ทั้งนี้การเมืองในขณะนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทหารสายการเมือง ซึ่งยังไม่มี รมว.กลาโหมอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงการรอจัดวางตัวบุคคลในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับดีลของนายทักษิณ ชินวัตรอย่างไรก็ตาม หาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ต้องพ้นจากตำแหน่ง ความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มทุน การเมือง และกองทัพ อาจเปลี่ยนแปลง โดยผลประโยชน์เฉพาะหน้าอาจเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ"หาก น.ส.แพทองธาร นายกปัจจุบันต้องหลุดจากตำแหน่ง กลุ่มเหล่านี้ก็คิดเฉพาะผลประโยชน์เฉพาะหน้า ผมเลยประเมินว่าถ้าหลุด นายชัยเกษมจะเป็นคนที่มีโอกาสมากที่สุดในเวลานี้ เพราะรัฐบาลเองก็เกิดวิกฤติศรัทธา ทำอะไรคนก็ไม่เชื่อถือ"รศ.โอฬาร…

  • สัญญาณบวก VS ข่าวลือแรง ศึก 29 ส.ค. ตัดสินชะตานายกฯแพทองธาร

    ศึกชี้ชะตานายกฯ 29 ส.ค. : รัฐบาลมั่นใจ "รอด" แต่ข่าวลือยังแรงปลายเดือนสิงหาคมนี้ สายตาทั้งประเทศจับจ้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 29 ส.ค. เวลา 15.00 น. ซึ่งจะเป็นจังหวะชี้ชะตาอนาคตนายกรัฐมนตรี แต่ท่ามกลางความกดดันที่ถาโถม รัฐบาลกลับส่งสัญญาณเชิงบวกออกมาอย่างต่อเนื่องรอยยิ้มและเสียงปรบมือในการประชุม ครม. ล่าสุด บรรยากาศไม่ได้เคร่งเครียดดังที่หลายฝ่ายคาด นายกรัฐมนตรีปรากฏตัวผ่านจอซูมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่บรรดารัฐมนตรีพร้อมใจกันปรบมือให้กำลังใจ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณรวมพลังยืนหยัดโฆษกรัฐบาลและแกนนำพรรคเพื่อไทย อย่างนายภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการนายกฯ และ นพ.พรหมมินทร์ ต่างย้ำเสียงแข็งว่า “ไม่มีแผนสำรอง” เพราะเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะรอดจากคดีและกลับมาทำหน้าที่ต่อได้เกมการเมืองข้ามพรมแดนท่ามกลางความเชื่อมั่นนี้ มีการมองว่า ข่าวลือเรื่อง “เทปเสียงฮุนเซน” และความเคลื่อนไหวจากกัมพูชา เป็นเพียงเกมการเมืองจากภายนอกที่หวังให้ไทยสั่นคลอน หากมีการเปลี่ยนตัวผู้นำก็จะเป็นไปตามแผนของฝ่ายตรงข้ามฟ้าใส–ฟ้าครึ้ม : กระแสที่วิ่งคู่กันแต่ในอีกด้าน ข่าวลือยังคงหนาหู“ฟ้าใส” เล่ากันว่านายกฯ จะรอดพ้น มี “แบ็คอัพสีน้ำเงิน” สนับสนุน และพร้อมสงบศึกชั่วคราว“ฟ้าครึ้ม” กลับชี้ว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจศาลรัฐธรรมนูญเองต้องออกแถลงการณ์เตือน ห้ามใครสร้างกระแสกดดันหรือบิดเบือน เพื่อป้องกันไม่ให้คดีถูกชี้นำโดยบรรยากาศการเมืองวันตัดสิน29 สิงหาคมนี้ มีข่าวลือว่านายกฯ อาจเลือกไม่ไปศาล แต่เข้าทำเนียบรัฐบาลแทน ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างคุณวราวุธ ศิลปอาชา…

  • มติครม. ตั้งบิ๊กล็อต ข้าราชการการเมือง มีชื่อพรึบ อดีตส.ส. – ผู้สมัครหลายพรรค

    มติครม. ตั้งบิ๊กล็อต ข้าราชการการเมือง มีชื่อพรึบ อดีตส.ส. – ผู้สมัครหลายพรรคเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งข้าราชการการเมือง แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ในหลายกระทรวง พบมีชื่อ อดีตส.ส. กับอดีตผู้สมัครส.ส.จำนวนมาก ประกอบด้วย1.กระทรวงมหาดไทยครม. มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้ง น.ส.วงศ์อะเคื้อ บุญศล เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย [ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์)]ครม. มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้ง นายสมชัย อัศวชัยโสภณ อดีตส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์)2.กระทรวงศึกษาธิการครม.มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ราย ดังนี้นายจิรทัศ ไกรเดชา อดีตส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์)นายวัชรพล โตมรศักดิ์ อดีตส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ…