Category: การเมือง

  • ผู้ว่าสงขลา ทำหนังสือด่วน จัดคิวนายอำเภอ เวียนต้อนรับ-ส่ง เดชอิศม์ สนามบินหาดใหญ่ทุกสัปดาห์

    ผู้ว่าสงขลา ทำหนังสือด่วน จัดคิวนายอำเภอ เวียนต้อนรับ-ส่ง เดชอิศม์ สนามบินหาดใหญ่ทุกสัปดาห์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ สข 0017.3/17839 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์อำนวยความสะดวก นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึง ายอำเภอเมืองสงขลา ด้วยจังหวัดสงขลาได้รับแจ้งว่า นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเดินทางมาราชการในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจราชการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล และมีกำหนดเดินทางกลับไปปฏิบัติราชการ ณ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 18 สิงหาคม 2568 โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3103 เวลา 08.25–09.50 น.เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จังหวัดสงขลาจึงขอให้ท่านดำเนินการ ดังนี้ 1. เชิญนายอำเภอเมืองสงขลา ร่วมส่งนายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องรับรอง ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 2. จัดเตรียมอาหารว่าง เครื่องดื่ม และเจ้าหน้าที่…

  • เปิดโผ ‘ผบช.’ ผ่านบอร์ดกลั่นกรองฯ ‘ณัฐศักดิ์’ ขึ้น บช.ก. ฮือฮาโยกสลับเกือบทุกภาค

    (ซ้ายไปขวา) พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย,พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน,พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐ์พงษ์,พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ,พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ17 ส.ค.2568-มีความเคลื่อนไหวการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ตร. หรือ บอร์ดกลั่นกรอง ที่มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธาน ร่วมกับรองผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผบก. วาระประจำปี 2568 ที่เริ่มมาตั้งแต่เวลา 09.00 น.นั้นล่าสุด การแต่งตั้งระดับ ผบช. มีรายชื่อที่ผ่านการพิจารณา ที่น่าสนใจ อาทิ พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก. นรต.รุ่น 47 ขยับขึ้นเป็น ผบช.ก. พล.ต.ท.นิติธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. นรต.47 รุ่นเป็น ผบช.ตชด. พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.สยศ.ตร. นรต.41 รุ่นเดียวกับ ผบ.ตร. เป็น ผบช.ภ.8…

  • เปิดข้อมูลกัมพูชามีทุ่นระเบิด PMN-2 และชนิดอื่นรวมกว่า 3,700 ลูก

    โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดข้อมูลระบุกัมพูชา มีทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 และชนิดอื่นรวมกว่า 3,700 ในครอบครอง เมื่อปลายปี 67 อ้างใช้ฝึก ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ IOT 8 ชาติลงพื้นที่ 3 วัน “ช่องอานม้า-ฐานกฤษณา-ฐานช่องจุ๊ปตะโมก”วันนี้ (17 ส.ค.2568) พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนในสื่อออนไลน์ของฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับทุ่นระเบิดที่ตรวจพบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม ดังนี้จากเหตุการณ์ที่กำลังพลไทย 5 นาย ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน ผลการตรวจพิสูจน์โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 “ใหม่ทั้งหมด” ที่ถูกวางแบบพร้อมใช้งาน โดยมีการถอดอุปกรณ์ Safety และกลบพรางอย่างแนบเนียน สภาพทุ่นมีความใหม่ ตัวอักษรคมชัด และเมื่อรื้อถอนพบว่าสปริง เข็มแทงชนวน และชิ้นส่วนภายในอยู่ในสภาพใหม่สมบูรณ์ ไม่ใช่ทุ่นเก่าตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างนอกจากนี้ บริเวณภูมะเขือยังตรวจพบทุ่นระเบิดอยู่ในสองลักษณะ โดยลักษณะแรกคือทุ่น PMN-2 ที่ยังไม่ได้ใช้งาน หางปลา (safety pin) ยังคงติดอยู่ครบถ้วน สะท้อนให้เห็นว่ากัมพูชามีทุ่นชนิดนี้ไว้ครอบครองเพื่อเตรียมใช้งาน ซึ่งถือว่าละเมิดอนุสัญญาออตตาวาโดยตรง และมีหลักฐานเชื่อมโยงว่าทุ่นเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานจริงในหลายพื้นที่…

  • สหรัฐย้ำหวังไทย-กัมพูชาทำตามข้อตกลงหยุดยิง ไม่มีความเห็นกรณีล็อบบี้ยิสต์กล่าวหาไทย

    โฆษกสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ย้ำสหรัฐยังหวัง 'ไทย-กัมพูชา' ทำตามข้อตกลงหยุดยิง ยุติความขัดแย้ง ไม่มีความเห็นกรณีล็อบบี้ยิสต์สหรัฐอ้างตัวเป็นสื่อ รายงานข่าวกล่าวหาไทยเมื่อวันที่ 17 ส.ค. โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่นายไมเคิล อัลฟาโร ล็อบบี้ยิสต์ชาวสหรัฐอเมริกา แต่อ้างตัวเป็นสื่อมวลชนประจำทำเนียบขาว ได้รายงานข่าวโจมตีประเทศไทย ซึ่งมีกระแสข่าวว่าอาจได้รับว่าจ้างจากทางการกัมพูชา ว่า เราไม่มีความเห็นต่อการดำเนินการของบุคคลภาคเอกชนใด ๆ แต่รัฐบาลสหรัฐอเมริกายังยืนหยัดอย่างมั่นคงในเจตจำนงที่จะให้การหยุดยิงครั้งนี้ดำรงอยู่ และพัฒนาไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและถาวร ทั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ มีความคาดหวังว่ารัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทยจะปฏิบัติตามพันธกรณีของตนอย่างครบถ้วน เพื่อยุติความขัดแย้งนี้ ขณะเดียวกัน เรายังคงสนับสนุนรัฐบาลมาเลเซียในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทย เพื่อจัดทำกรอบข้อตกลงการหยุดยิง และดำเนินการตามกลไกการสังเกตการณ์ภายใต้การนำของอาเซียนในทั้ง 2 ฝั่งของพรมแดน

  • อดีตรองอธิการบดี มธ. สะท้อน 10 อุปนิสัย ‘ช่อ-พรรณิการ์’ ต้นแบบทางความคิดชาว 3 นิ้ว

    17 ส.ค.2568-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr เนื้อหาระบุว่า ได้ดูและฟังคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สนทนาถกเถึยงกับคุณพรรณิการ์ วานิช ในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ในเรื่องสงครามระหว่างไทย กับ กัมพูชา ดูโดยรวม คุณพรรณิการ์ แม้จะใช้คำหรูๆ วางมาดเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายระหว่างประเทศ แม้พูดแต่ละครั้ง จะทำให้บรรดาสาวก 3 นิ้วฟังแล้วพยักหน้าด้วยความชื่นชม แต่พอคุณมัลลิกาโต้มาแต่ละครั้ง ตัดสินได้เลยว่า สำหรับคนส่วนใหญ่ คุณมัลลิกาสามารถได้ใจคนดูและคนฟังมากกว่าคุณพรรณิการ์สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นน่าจะเป็นเพราะ กิริยาท่าทาง ถ้อยคำและวิธีพูดของคุณพรรณิการ์ดูจะเหยียดๆคู่สนทนาว่ามีความรู้ด้อยกว่าตน และดูเหมือนว่าจะคิดว่าตัวเองรู้ดีกว่าคนอื่นในเรื่องที่กำลังพูด ในขณะที่คุณมัลลิกาแม้จะโผงผาง แต่ดูออกว่ามีความจริงใจในการแสดงออก ข้อมูลและเหตุผลที่มาใช้โต้แย้ง ส่วนใหญ่ก็ดูว่าจะน่าเชื่อถือมากกว่าคุณพรรณิการ์เสียด้วยซ้ำอย่างไรก็ดี มีประเด็นหนึ่งที่ถกเถึยงกัน ซึ่งคุณพรรณิการ์ พยายามแสดงภูมิอย่างเต็มที่ว่าตัวเองรู้เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศดีกว่า นั่นคือประเด็นที่คุณพรรณิการ์เสนอว่า ไทยไม่ควรใช้ความรุนแรงตอบโต้กัมพูชา กรณีที่ทหารไทยต้องสูญเสียขาไปจากการเหยียบกับระเบิดในเขตไทยหลังจากการตกลงหยุดยิง แต่ควรหาประเทศพันธมิตร เช่น สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่นซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเก็บกู้ระเบิด มาช่วย แล้วเผยแพร่ข่าวไปทั่วโลกเหตุผลที่เสนอเช่นนี้ เพราะคุณพรรณิการ์เชื่อว่า การตอบโต้ที่รุนแรงเกินไป นอกจากจะไม่ได้สัดส่วนกับการที่ทหารไทยถูกกับระเบิดแล้ว กลับจะไปเข้าทางสมเด็จฮุนเซ็น เพราะฮุนเซ็นจะหาเหตุลากไปสู่ศาลโลก…

  • “สวัสดิ์ โชติพานิช” อดีตประธานศาลฎีกา ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ด้วยวัย 93 ปี

    วันที่ 17 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ด้วยวัย 93 ปี ณ บ้านพัก ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 00.11 น. ของวันนี้ (17 ส.ค.68)สำหรับ นายสวัสดิ์ โชติพานิช เกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2474 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย ทั้งประธานศาลฎีกา ประธานกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 10) (กฎหมายสาธารณสุข) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมบังคับคดี สมาชิกวุฒิสภา กรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และกรรมการการเลือกตั้ง

  • ‘อมรัตน์’ ซัด ‘สส.นนทบุรี’ พรรคประชาชนมักง่าย-ขาดวุฒิภาวะปมอภิปรายกราบ ‘สังเวชนียสถาน’

    ‘อมรัตน์’ ซัด ‘สส.นนทบุรี’ พรรคประชาชนมักง่าย-ขาดวุฒิภาวะ หลังอภิปรายงบ 69 ตั้งคำถามไปกราบ ‘สังเวชนียสถาน’ ทำไม ชี้ศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต่อให้ขอโทษก็ไม่ทำให้คนรู้สึกดีขึ้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กเป็นคลิปวิดีโอที่นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระ 2 และ 3 ถึงงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าไปดูงานต่างประเทศแล้วไปกราบอะไรก็ไม่รู้ ท่านอยู่ประเทศไทยให้คนอื่นเขากราบไหว้ แต่พอท่านไปประเทศอื่น ท่านกลับไปกราบอะไรก็ไม่รู้ (ภาพพระสงฆ์กราบสังเวชนียสถาน)โดยนางอมรัตน์ กล่าวแสดงความเห็นว่า เป็นสคริปต์อภิปรายของ สส.พรรคประชาชน ที่มักง่าย ขาดวุฒิภาวะ ขาดศิลปะในการสื่อสารการเมืองอย่างเหลือเชื่อ งานนี้เกินจากคำว่าไม่เหมาะสมไปไกล น่าผิดหวังมาก เป็นเรื่องพื้นฐานที่วิญญูชนทั่วไปย่อมทราบดีว่าศรัทธาและความเชื่อเรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เมื่อจำเป็นต้องพูดหรือวิจารณ์ต้องระมัดระวังเลือกถ้อยคำอย่างพิถีพิถันรอบคอบ ให้เกียรติ ไม่ให้รู้สึกไปลบหลู่สิ่งใดเรื่องนี้แม้เจ้าตัวจะออกมาขอโทษภายหลัง อ้างเหตุว่ามีเจตนาเบื้องหลังที่ดี แต่ส่วนตัวดิฉันเห็นว่ายังเป็นคำขอโทษที่ไม่ทำให้คนที่เสียความรู้สึกไปเรียบร้อยแล้วจะรู้สึกดีขึ้นได้.

  • ‘กัมพูชา’ สร้างภาพหลอน คณะทูต ใส่ร้ายไทยโชว์ PMN-2 ไม่ดึงสลักนิรภัย

    พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการ CMAC ชี้แจงต่อสาธารณะว่าทุ่นระเบิด PMN-2 ที่ฝ่ายไทยนำมาแสดง และกล่าวอ้างว่ากัมพูชาลอบวางนั้น ยังไม่ถูกดึงสลักนิรภัย ซึ่งโดยทางเทคนิคระเบิดที่นำไปวางต้องดึงสลักนิรภัยออกก่อน มิฉะนั้นระเบิดจะไม่ทำงาน ว่า การพูดแบบนี้มีเจตนาหวังให้ผู้รับสารเข้าใจผิด ว่าไทยสร้างภาพหลอกนักข่าวและนักการทูต โดยทุ่นระเบิดที่นำมาจัดแสดงให้คณะผู้แทนจากต่างประเทศได้ดู ในส่วนที่นายเฮง รัตนา ระบุยังไม่ดึงสลักนิรภัยออกนั้น ถูกตรวจพบจากการเข้าตรวจค้นและทำพื้นที่ให้ปลอดภัยโดยหน่วยทหารช่าง เมื่อ 4 ส.ค. 68 บริเวณพื้นที่ภูมะเขือ ในจุดที่ทหารกัมพูชาเคยวางกำลังอยู่ บริเวณดังกล่าวฝ่ายไทยได้ตรวจพบทุ่นระเบิดเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็น PMN-2 ซึ่งที่พบมีทั้ง 2 ลักษณะ คือ ทุ่นระเบิดที่เก็บไว้ยังไม่ได้นำไปติดตั้ง จึงเห็นในภาพว่ายังมีสลักนิรภัยติดอยู่ และทุ่นระเบิดที่ติดตั้งแล้ว ซึ่งในกรณีนี้จะไม่มีสลักนิรภัย โดยทั้งสองลักษณะได้ถูกนำมาแสดงให้คณะผู้แทนจากต่างประเทศได้ดูเมื่อวานนี้ (16 ส.ค.68)การที่ นายเฮง นำภาพมาประกอบข่าว เป็นการเลือกภาพมาเพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อหวังให้เกิดความสับสน และมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับพยานหลักฐานของฝ่ายไทย แต่เชื่อว่าจะไม่เป็นผล เพราะผู้แทนจากต่างประเทศได้เห็นและสัมผัสกับของจริงทั้งหมดอย่างละเอียด และครบถ้วนแล้ว

  • ถ้า อุ๊งอิ๊งไปศาล จะเจออะไร?? เเต่ถ้าไม่ไป เพราะสาเหตุใด??

    หมอวรงค์ เปิดสาเหตุ… คิดว่าอุ๊งอิ๊งไม่ไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ปธ.พรรคไทยภักดี โพสต์ระบุว่า…คิดว่าอุ๊งอิ๊งไม่ไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญหลังจากที่ได้อ่านคำชี้แจง ของอุ๊งอิ๊งต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงที่คุยกับฮุนเซน ผมประเมินว่า อุ๊งอิ๊งไม่น่าจะกล้าไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตน ในวันที่ 21 สิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยมีเหตุผล1.คำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ อ่านดูแล้วซับซ้อน บางช่วงตรรกกะย้อนแย้ง ถ้าอุ๊งอิ๊งไปชี้แจงด้วยตนเอง เมื่อศาลซัก อาจจะเป๋ไปไม่เป็น2.คำชี้แจงต่อศาลหลายช่วง ข้ามข้อเท็จจริง และเอาความจริงมาพูดไม่หมด ถ้าศาลท่านฟังคลิปจริง จับประเด็นได้ และเอาข้อเท็จจริงมาซักถาม จะยิ่งไปกันใหญ่3.คำชี้แจงนี้น่าจะมีคนเขียนให้ เป็นไปได้อาจจะไม่สอดคล้องกับสิ่งที่อุ๊งอิ๊งคิดจริงๆ ซึ่งเป็นผู้เจรจาเอง มันจึงยากแก่การท่องจำ และมีโอกาสผิดพลาดสูงเมื่อผมอ่านคำชี้แจงของอุ๊งอิ๊งแล้ว ประกอบกับได้ฟังคลิปเสียงเจรจา วิเคราะห์น้ำเสียง ซึ่งสะท้อนถึงเจตนาของการพูดคุย ผมขอฟันธงเลยว่า อุ๊งอิ๊งไม่ไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง แต่ถ้าอุ๊งอิ๊งไปชี้แจงด้วยตนเอง ต้องถือว่า อาจจะมีอะไรดีที่อยู่ในใจก็ได้#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • ทบ.ไทยโต้กลับกัมพูชาเพิกเฉยกู้ทุ่นระเบิด ขัดภาพลักษณ์บนเวทีโลก

    กองทัพบกไทย โต้กลับกัมพูชาเพิกเฉยต่อพันธกรณีทุ่นระเบิด ขัดภาพลักษณ์บนเวทีโลก และละเมิดข้อตกลงหยุดยิงวันนี้ (17 ส.ค.2568) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุถึง กรณี พล.ท.(หญิง) มาลี โสเจียตา โฆษก กระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงอ้างแนวทางการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของกัมพูชา ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ และคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องนำเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ว่าการที่กัมพูชากล่าวในลักษณะนี้ ย่อมแสดงถึงการยอมรับว่าฝ่ายกัมพูชามีการใช้ทุ่นระเบิดคุกคามทำร้ายฝ่ายไทยจริงอย่างชัดเจนโดยกัมพูชาแสดงท่าทีที่จะมีการดำเนินการในเรื่องทุ่นระเบิดนี้ ก็ต่อเมื่อข้อตกลงหยุดยิงสมบูรณ์แล้ว ซึ่งในสภาพความเป็นจริง หากฝ่ายกัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดอยู่ ข้อตกลงหยุดยิงจะมีความสมบูรณ์ได้อย่างไรโดยเฉพาะสิ่งนี้ยังเป็นอาวุธที่กัมพูชาใช้คุกคามทำร้ายฝ่ายไทยอยู่ตลอดเวลาเพียงฝ่ายเดียว มีปรากฏหลักฐานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ซึ่งพิจารณาได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับทุ่นระเบิดในห้วงที่ผ่านมาอีกทั้งยังดูย้อนแย้งกับบทบาทในเวทีนานาชาติที่เข้าใจว่า กัมพูชาเอาจริงเอาจังในการต่อต้าน ทุ่นระเบิด เพื่อมนุษยธรรม ทั้งที่กัมพูชาเป็นประเทศที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนในการดำเนินการในเรื่องทุ่นระเบิดจากนานาชาติปีละจำนวนมาก แต่กลับเพิกเฉยในสิ่งที่ควรกระทำ แม้จะกระทบภาพลักษณ์กัมพูชาต่อสายตานานาชาติ โดยเฉพาะภาคีสมาชิกอนุสัญญาออตตาวา และผู้ให้เงินทุนสนับสนุนกับกัมพูชาอ่านข่าว :“มาริต” ชงภาคีฯ ทบทวนหนุนเขมรกู้ทุ่นระเบิด หลังไม่จริงใจเก็บกู้ทบ.ชวนสื่อโลกดูชายแดน สวนกลับกัมพูชาจ้างล็อบบี้ยิสต์“กัมพูชา” ยังไม่ให้ความร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิด หลังไทยผลักดันในเวที RBC