Category: การเมือง
-
สะเทือนทั้งวงการ! วิโรจน์ เคลื่อนไหวเเล้ว ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย
จากกรณี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น บุรีรัมย์) และคณะ ได้ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยบทสนทนาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ และมีการกล่าวอ้างว่าเป็นบทสนทนาของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองจากกรณี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น บุรีรัมย์) และคณะ ได้ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยบทสนทนาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ และมีการกล่าวอ้างว่าเป็นบทสนทนาของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งต่อมา กรมการปกครอง ได้มีการประกาศแถลงการณ์ ขอยืนยันว่า บทสนทนาดังกล่าว มิได้เป็นบทสนทนาของ นายนฤชา แต่อย่างใดล่าสุด ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการโพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โดยระบุว่า ข้อความปริศนา ช่วยน้ำเงินด้วย พิสูจน์ได้…
-
“สุชาติ ชมกลิ่น” แจ้งความเพิ่ม “ไอซ์ รักชนก” โพสต์หมิ่นต่อเนื่อง ทนายยัน ไม่ได้ฟ้องปิดปาก
"สุชาติ ชมกลิ่น" แจ้งความเพิ่ม "ไอซ์ รักชนก" หลังโพสต์หมิ่นต่อเนื่อง ทนายยัน ไม่ได้ฟ้องปิดปาก แต่การวิพากษ์วิจารณ์ต้องอยู่ในขอบเขตวันที่ 22 พ.ค.69 ที่ สน.ทองหล่อ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ พร้อมนำเอกสารและหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพิ่มเติมนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา กรณีโพสต์ข้อความเข้าข่ายกล่าวหาและทำให้รัฐมนตรีเสียหาย โดยระบุว่าแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อโดยตรง แต่มีถ้อยคำพาดพิงในเชิงดูหมิ่น เช่น “คนชั่ว” และ “กิริยาทราม” จึงเห็นว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและกระทบต่อชื่อเสียงต่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งการที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีฯ ถือได้ว่า นายสุชาติ ได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีการกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเองนอกจากนี้ ยังระบุถึงกรณีบัญชีชื่อ “คุณม๊วฟ Chatter” ที่นำภาพ นายสุชาติ…
-
‘สนธิ’ ชี้เปรี้ยง! คำพิพากษาคุก 2 อดีต ป.ป.ช. ฉีกหน้ากากทั้งสองฝั่ง
“สนธิ ลิ้มทองกุล” มองคำพิพากษาคดี ป.ป.ช. เป็นการฉีกหน้ากากทั้งสองฝ่าย ฝั่ง “วัชรพล-สุภา” ถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ขณะที่ “วีระ สมความคิด” กลับถูกสังคมจับตาหนัก หลังปรากฏข้อเท็จจริงยื่นขอถอนฟ้องจำเลยบางส่วนในช่วงท้ายคดี จนเกิดคำถามถึงความโปร่งใสและเหตุผลเบื้องหลัง แม้เจ้าตัวยืนยันเป็นยุทธวิธีในชั้นศาลก็ตาม30 พฤษภาคม 2569 – เฟซบุ๊กเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” เผยแพร่ความเห็นของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ในหัวข้อเรื่อง “คำพิพากษาศาลคดีทุจริตฉีกหน้ากากทั้ง 2 ฝั่ง วัชรพล+สุภา ติดคุก/วีระเสียมวยขอถอนฟ้อง” ระบุว่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ คือนัยยะของคำตัดสินคดีประวัติศาสตร์ เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 สั่งจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. คนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา…
-
สะเทือนทั้งวงการ! เท้ง ณัฐพงษ์ ตัดสินใจโพสต์ล่าสุด ไม่ไว้หน้าใครแล้ว
เมื่อวันที่ 22 พฟษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่านค้าน ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่านค้าน ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – Natthaphong Ruengpanyawut โดยระบุว่า จากรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 สู่การเมือง ระบอบสีน้ำเงิน วันนี้ (22 พฤษภาคม 2557) 12 ปี นับจากการรัฐประหาร ยึดอำนาจโดยกองทัพได้สำเร็จเป็นครั้งสุดท้ายถึงแม้เป็น 12 ปีที่เราไม่ได้เห็นภาพรถถังบนท้องถนน แต่ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชน ยังไม่หยุดลง แต่กำลังเกิดขึ้นทุกวัน มีการดำเนินคดีเพื่อปิดปากประชาชนไม่ต่ำกว่า 200 คดี มีการล้อมปราบประชาชนที่ชุมนุมอย่างสันติอย่างน้อย 74 ครั้ง และมีการยุบพรรคการเมืองสำคัญอย่างน้อย 7 พรรค นี่คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชนในยุคสมัยนี้ ไม่ได้เบาบางลง แต่กำลังหนักหน่วง…
-
“สุชาติ” ส่งทนายเอาผิด “ไอซ์ รักชนก” ฐานหมิ่นประมาท เพิ่มอีกคดี รวมแล้วเป็น 4 คดี หลังเชื่อถูกโพสต์ด่า พร้อมเล็งเอาผิดคดีสอดสร้อยมาลาเพิ่ม
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา กรณีโพสต์ข้อความเข้าข่ายกล่าวหาและทำให้รัฐมนตรีเสียหาย โดยระบุว่าแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อโดยตรง แต่มีถ้อยคำพาดพิงในเชิงดูหมิ่น เช่น “คนชั่ว” และ “กิริยาทราม” จึงเห็นว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและกระทบต่อชื่อเสียงต่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งการที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีฯ ถือได้ว่า นายสุชาติ ได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีการกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเอง นอกจากนี้ยังเตรียมเอาผิดกับผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ “คุณม๊วฟ Chatter” ที่นำภาพนายสุชาติ มาดัดแปลงด้วย AI และเผยแพร่ทางออนไลน์ จนมียอดเข้าชมกว่า 3 ล้านครั้ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายนายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มว่า ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างตรวจสอบเนื้อหาบางส่วนที่นางสาวรักชนก ได้โพสต์เกี่ยวข้องกับบท “สอดสร้อยมาลา” ที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับองคมนตรีและบุคคลทางการเมืองบางราย…
-
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยงแต่ "เหลืออด" จริงๆ กับพฤติกรรม "ตำรวจโจร" กลุ่มนี้ ที่ไม่ได้ทำความเสียหายให้ชาวบ้าน ไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียแค่กับองค์กร "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" เท่านั้นครั้งนี้ถึงขนาดทำให้ "ประเทศชาติ" เสียหาย!!!เพจ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงกรณีพลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทยเรียกร้องให้ฝ่ายไทยดำเนินการสอบสวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีโดยเร็ว และนำตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม"ฝ่ายจีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายไทยจะเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในประเทศไทย รักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีนและไทย"ประเด็นสำคัญอยู่ช่วงท้ายโพสต์ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนพลเมืองจีนที่พำนักอยู่ในประเทศไทย หรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทยอีกครั้ง"ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไทยอย่างเคร่งครัด เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย และใส่ใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน โปรดรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทยเพื่อขอความช่วยเหลือโดยเร็ว"การเตือนพลเมืองจีน โดยเฉพาะ "ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทย" นี่แหละสุ่มเสี่ยงที่ไทยจะได้รับผลกระทบเต็มๆ อย่าลืมว่านักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยเป็นลำดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถ้าเกิดความไม่มั่นใจต่อความปลอดภัย ชะลอหรือไม่มาเที่ยวไทยปัญหาใหญ่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ เกิดขึ้นกับธุรกิจท่องเที่ยวทุกๆ ด้านแน่ถูกต้องแล้วที่…
-
‘ระบอบสีน้ำเงิน’
มาเป็นสเตปครับ…จากวิจารณ์องคมนตรี กระทบไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์จากแถลงการณ์ที่สรุปเอาว่าสถาบันพระมหากษัตริย์แทรกแซงรัฐบาลผ่านองคมนตรีวานนี้ (๒๒ พฤษภาคม) วันครบรอบรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ "หัวหน้าเท้ง" โพสต์ข้อความ หัวข้อ "จากรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สู่การเมือง 'ระบอบสีน้ำเงิน' ผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' " เนื้อหาชวนให้ตะลึง!————–วันนี้ (๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗) ๑๒ ปี นับจากการรัฐประหาร ยึดอำนาจโดยกองทัพได้สำเร็จเป็นครั้งสุดท้ายถึงแม้เป็น ๑๒ ปีที่เราไม่ได้เห็นภาพรถถังบนท้องถนน แต่ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชน ยังไม่หยุดลง แต่กำลังเกิดขึ้นทุกวัน มีการดำเนินคดีเพื่อปิดปากประชาชนไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ คดี มีการล้อมปราบประชาชนที่ชุมนุมอย่างสันติอย่างน้อย ๗๔ ครั้ง และมีการยุบพรรคการเมืองสำคัญอย่างน้อย ๗ พรรคนี่คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชนในยุคสมัยนี้ ไม่ได้เบาบางลง แต่กำลังหนักหน่วง และแนบเนียนขึ้นแม้ว่าวันนี้ประเทศไทยจะไม่อยู่ภายใต้รัฐบาล คสช.อีกแล้ว แต่สังคมการเมืองไทยยังอยู่ภายใต้ "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ๖๐ ซึ่งเป็นมรดกของการรัฐประหาร และระบอบนี้กำลังกัดกินอนาคตของสังคมไทยภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน”…
-
บุญซ้ำ-กรรมซัด
ตามประเด็นการเมือง…ข้อความของ การออกมายอมรับของ“นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ว่า ไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ใครมาเซ็นเอ็มโอเอด้วย จากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน และทุกคนแสดงความเป็นห่วง ว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเป็นพรรคการเมืองที่มีอำนาจ อยู่ในสถาบันการเมือง ในระบอบที่ค่อนข้างที่จะแผ่ อิทธิพลได้ครอบคลุม ทั้ง สส. สว. และองค์กรอิสระ ดังนั้นวิธีการเดียวของพวกเราคือเอาหลักอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด เอาข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชน กระบวนการร่างธรรมนูญ (รธน.) ฉบับใหม่ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติดังนั้น ร่างที่จะผ่านสภาส่อให้เห็นว่า จะเป็นร่างที่ผูกขาดไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถ คว่ำร่างได้ในอนาคตเพียงแต่ว่ามีคำถามว่า การผลักดัน การแก้ไข รธน. ของพรรค ปชน. เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน โดยเฉพาะบทบาทองคมนตรี พรรคส้มจะมีจุดยืนอย่างไร หลังเพิ่งออกมาวิจารณ์บทบาทองคมนตรีหลังเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 ร่วมกับรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จนทำให้หัวหน้ารัฐบาล ต้องออกมาตอบโต้ ว่า ความเห็นทั้งหมดที่พูดมาก็ผิดหมด มันไม่ใช่การประชุม มันไม่ได้เป็นการสั่งการ มันไม่ได้ก้าวก่ายการทำงานของแต่ละภาคส่วน…
-
อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว! พิธา เคลื่อนไหวทันที หลัง เท้ง โพสต์เดือดกลางโซเชียล
จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่านค้าน ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กจากกรณีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่านค้าน ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – Natthaphong Ruengpanyawut โดยระบุว่า จากรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 สู่การเมือง ระบอบสีน้ำเงิน วันนี้ (22 พฤษภาคม 2557) 12 ปี นับจากการรัฐประหาร ยึดอำนาจโดยกองทัพได้สำเร็จเป็นครั้งสุดท้ายถึงแม้เป็น 12 ปีที่เราไม่ได้เห็นภาพรถถังบนท้องถนน แต่ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชน ยังไม่หยุดลง แต่กำลังเกิดขึ้นทุกวัน มีการดำเนินคดีเพื่อปิดปากประชาชนไม่ต่ำกว่า 200 คดี มีการล้อมปราบประชาชนที่ชุมนุมอย่างสันติอย่างน้อย 74 ครั้ง และมีการยุบพรรคการเมืองสำคัญอย่างน้อย 7 พรรค นี่คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชนในยุคสมัยนี้…
-
‘เขมรยึดสวนลุมฯ’
เขมรนี่…..คำว่า “สันดานถ่อย” ใช้ไม่ได้ต้องใช้คำว่า “สันดานเถื่อน”!จะจ้วงจาบหยาบช้ากับไทยยังไงก็เป็นที่เข้าใจได้แต่การที่นำสัญลักษณ์ “ธงชาติไทย” ไปถักเป็นพรมเช็ดเท้านั้น ทำให้สงสัยว่าคนเขมร “เป็นคนประเภทไหน”?ประเภท “มนุษย์…อมนุษย์…” หรือ “มนุสสติรัจฉาโน” คือ มนุษย์ผู้มีใจเหมือนสัตว์เดรัจฉาน!?ท่านคงเห็นตามโซเชียลบ้างกระมัง ที่พวกเขมรมันถักพรมเช็ดเท้าเป็นรูปธงชาติไทยนั่นน่ะผมเห็นมาหลายวันแล้วเมื่อวานพวกเขมรก็โพสต์ให้เห็นในโซเชียลอีกทาง “กระทรวงต่างประเทศ” น่าจะเตือนสติผ่านไปทาง “สถานทูตเขมรในไทย” บ้างนะว่าเขมรไม่ควรประจาน “สันดานเถื่อน” ของคนในชาติตัวเองด้วยการกระทำเยี่ยงนั้น!ตอนนี้ ข่าว “๗ คนลาว” ติดถ้ำ และทีมกู้ภัยไทยโดย “ปอน จักรกฤษณ์” เข้าไปลุยถ้ำ เพื่อช่วยชีวิตจนเป็นข่าวดังระดับโลกอยู่ขณะนี้ก็มีโพสต์ถามมาจากคนเขมรว่า….“ถ้ามีเขมรติดถ้ำเหมือนที่ลาว แล้วคนไทยจะไปช่วยมั้ย?จากคำถามนี้ ก็มีคนเข้าไปแสดงความเห็นกันมากราย แต่ส่วนใหญ่จะไปในทางเดียวกัน ผมจะยกมาให้อ่านเป็นการผ่อนคลายในวันหยุดท่านแรก ผู้ใช้นามว่า “Sukanya Nang” บอกว่า“รีบไปเลยค่ะ ปิดปากถ้ำให้ไวเลย”อุ๊ย…คนสวย แต่ใจร้ายจังเบย!ท่านต่อมา “โชติภัฏคพงษ์ พันธ์ภาคิน” ประสงค์จะช่วยว่า “ช่วยครับ ช่วยถมดินหน้าถ้ำ”อย่างนี้ เขาเรียกว่า “ช่วยฝัง” ไม่ใช่ช่วยให้รอดท่านต่อมา “Yutthana Thongchuen” นอกจากไม่ไปช่วยแล้ว ยังฝากแมสเสจถึงคนที่จะไปด้วยว่า“ใครไปกูจะด่า”โถ..โถ..พ่อคุณ แค้นฝังหุ่นอะไรปานนั้น!แต่สายโหดต้องขานี้เลย “มาร์โค โปโล” เมนต์ซะสยองขวัญ“ลากสายไฟแรงสูงแช่ในน้ำ”สงสัยตอนล่องเรือ…