Category: การเมือง
-
สภาสูงเดือด! ‘นันทนา’ ขวางโหวตอัยการสูงสุด ‘สว.กอบ’ ซัดจะเข้าโลงอยู่แล้วไม่ต้องทำฝีปากมาก
วุฒิสภาเดือด! ‘นันทนา’ ประกาศไม่ขอสังฆกรรม โหวต ‘อัยการสูงสุด’ วอนสว.เสียงข้างมาก รอศาลฎีกาวินิจฉัยก่อนที่มาบริสุทธิ์หรือไม่ ขณะที่ ‘สว.กอบ’ ของขึ้นซัด ‘นันทนา’ ต้องพูดเรื่องคุณสมบัติอัยการ ไม่ใช่แขวะอย่างโน่นอย่างนี้ ฟาดคนอายุ 50 กว่าแล้วไม่เหมาะเป็นอาจารย์ ทำ ‘บิ๊กเกรียง’ ดึงสติ ‘นันทนา’ ขออภิปรายในประเด็นบอกฟังภาษาคนถูกนะครับ31 สิงหาคม 2569 – เมื่อเวลา 13.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดคือนายโกวิท ศรีไพโรจน์ ภายหลังคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ีตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด พิจารณาแล้วเสร็จแล้วโดยนพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติฯ กล่าวรายงานว่า ขณะนี้เราได้ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และขอให้มีการพิจารณาเป็นการลับ จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า เรามาถึงจุดที่ประชาชนหมดศรัทธา ไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของสว.ทั้งหลาย ไม่ไว้วางใจการเข้าสู่ตำแหน่งถึงขนาดออกมาเปิดเผยหลักฐานต่างๆ เพื่อให้คณะกรรมการเลือกตั้ง…
-
‘สมชัย’ เปิดภาพ ‘ฐิติเชฏฐ์’ ถือซองเงิน 3 แสนเข้าสตง. ถามป.ป.ช.ผ่านมา 3 ปีทำไมคดีเงียบ
‘สมชัย’ เปิดภาพวงจรปิดแฉ ‘ฐิติเชฏฐ์’ ถือซองหิ้วเงิน 3 แสนบาท วิ่งเต้นตำแหน่งใน สตง.ปี 2566 จี้ป.ป.ช.แจงผ่านมา 3 ปี ทำไมคดียังเงียบ-เงินหายไปไหนเมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 เวลา 15.58 น. มีหลักฐานภาพคลิปจากกล้องวงจรปิดของตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ปรากฏภาพของนายฐิติเชฏฐ์ นุชนารถ กกต. ซึ่งใส่สูทสีเทา เชิ้ตขาว ไม่ผูกไท เดินถือซองสีน้ำตาลอ่อนแบบแน่นกระชับตัว ผ่านจุดตรวจของสำนักงานฯ เพื่อเข้าพบผู้ว่า สตง. ที่ชั้น 3 ของอาคารดังกล่าว ต่อมา เมื่อวันที่ 21 มี.ค.…
-
‘ทนายอั๋น’ ฟ้องแล้ว! ‘รมว.ยธ.’ หมิ่นฯ ขุดประวัติบุพการี จ่อยื่นถอดถอนซ้ำ
'ทนายอั๋น' เดือด! เปิดหน้าชน ยื่นฟ้อง 'รมว.รุทธพล' หมิ่นประมาท ปมขุดประวัติบุพการี ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง 30 พ.ย. 69 เตรียมยื่นถอดถอนผิดมาตรฐานจริยธรรม31 ส.ค. 2569 – ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ เดินทางมายื่นฟ้อง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นจำเลยต่อศาล ในฐานความผิดหมิ่นประมาทประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 329, 393นายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น เปิดเผยว่า เดินทางมาที่ศาลอาญาแห่งนี้ ในฐานะเป็นผู้เสียหาย ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และในฐานะทนายความที่แต่งตั้งตัวเอง ทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับตัวเอง โดยจะมาดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.รุทธพล สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.รุทธพล ใช้เวทีของทำเนียบรัฐบาล สาดโคลน ขุดประวัติเรื่องราวในอดีตของบุพการีของตนเอง มาย่ำยี และตราหน้าตัวผมต่อหน้าสื่อมวลชนและคนไทยทั้งประเทศ ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย และจะนำความนั้นมาดำเนินคดีที่ศาลอาญา แห่งนี้ เนื่องจากเป็นสิทธิ์ที่จะปกป้องตนเองและศักดิ์ศรีด้วยทนายอั๋น ย้ำว่า…
-
กกต.แจงมาตรา 96(4) ไม่ใช่เกณฑ์เลือก สว. ปี 67 ยันใช้คนละระบบ – สว.250 กับ สว. 200 คน อย่าสับสน
ภาพไฮไลต์กกต. แจงชัด มาตรา 96(4) ไม่ใช่เกณฑ์เลือก สว. ปี 2567 ยันใช้คนละระบบ ย้ำ สว. 250 คน ใช้บทเฉพาะกาล ส่วน สว. 200 คน ใช้ระบบเลือกกันเองตามมาตรา 42 ป้องกันความสับสนวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ มาตรา 96 (4) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยระบุว่า หากผู้สมัครไม่ได้รับคะแนนเลือก มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 อาจต้องมีการเลือกใหม่นั้นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอชี้แจงว่า มาตรา 96 เป็นบทบัญญัติในบทเฉพาะกาล สำหรับการได้มาซึ่ง สว. ในวาระเริ่มแรก มิใช่หลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับการเลือก สว. ปี 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้1. การได้มาซึ่ง สว. วาระเริ่มแรก จำนวน 250…
-
เปิดคำพูด อนุทิน หลังวอลเลย์บอลหญิงไทยคว้าตั๋วโอลิมปิก
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน กล่าวถึงความรู้สึกหลังได้เห็นนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยร้องเพลงชาติไทย โดยยอมรับว่ารู้สึกดีใจและภูมิใจอย่างมาก พร้อมชื่นชมความสามารถของนักกีฬาที่สามารถสร้างความสุขและชื่อเสียงให้กับคนไทยทั้งประเทศวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน กล่าวถึงความรู้สึกหลังได้เห็นนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยร้องเพลงชาติไทย โดยยอมรับว่ารู้สึกดีใจและภูมิใจอย่างมาก พร้อมชื่นชมความสามารถของนักกีฬาที่สามารถสร้างความสุขและชื่อเสียงให้กับคนไทยทั้งประเทศนายอนุทิน กล่าวว่า อูย ดีใจ ตนดีใจมาก ที่เมื่อวานได้เห็นเวลาที่น้อง ๆ นักวอลเลย์บอลร้องเพลงชาติไทย ความรู้สึกตนบรรยายไม่ถูก เวลาไปได้ยินเพลงชาติของเราบรรเลง ทำให้ขนแขนสแตนอัป จุกอยู่ในลำคอ เหมือนเวลาที่ตนเดินทางเยือนต่างประเทศ ได้ยินเพลงชาติก็รู้สึกฮึกเหิม แต่การเดินทางเยือนก็ไม่เกิน 50 คน แต่ครั้งนี้นำความสุขมาให้คนไทย 70 กว่าล้านคน ไม่ใช่เฉพาะคนไทยในประเทศอย่างเดียว แต่รวมถึงคนไทยทั่วโลก ตนต้องขอบคุณและยินดีมาก ๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนเห็นถึงศักยภาพของประเทศพร้อมกันนี้ นายอนุทิน ระบุว่า ประเทศไทยไม่ได้อยู่นอกสายตาหรือเป็นประเทศที่ไม่มีศักยภาพ และเรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นอีกบทหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนไทย เพราะไม่จำเป็นต้องให้รัฐบาลเป็นฝ่ายผลักดันประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่นักกีฬากลุ่มนี้ก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้เช่นกันสำหรับการไปแข่งขันโอลิมปิก นายอนุทิน มองว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา เนื่องจากถือเป็นความใฝ่ฝันของทุกคนและทุกฝ่าย ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนผู้ที่มีความสามารถ โดยเฉพาะเยาวชน ให้สามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายและความฝันที่ตั้งใจไว้อย่างเต็มที่นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ตนยิ่งสบายใจ เพราะถือว่าไปสุดซอยแล้ว ก่อนที่เมื่อพูดถึงเรื่องการอัดฉีดนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิง…
-
มท. ล้อมคอก พิจารณาจ้างเหมาบริการ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ต้องไม่มีพฤติกรรมโกง
มท. ล้อมคอกกำชับเข้ม ’ผู้บริหารท้องถิ่น‘ ทั่วประเทศ ยึดพิจารณาจ้างเหมาบริการ ‘นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา’ ต้องไม่มีพฤติกรรมโกง-ประพฤติมิชอบ-หาช่องเอื้อประโยชน์ทุกรูปแบบเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 69 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทำหนังสือด่วนมาก ที่ มท 0808.2/ว 4690 ลงวันที่ 11 ส.ค. 69 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด เรื่อง ซักซ้อมการจ้างเหมาบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ้างถึง หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.2/ว 9636 ลงวันที่ 10 ก.ย. 67 ระบุว่า ตามที่ กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์การจ้างเหมาบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติ ความละเอียดตามหนังสือที่อ้างถึง นั้นเนื่องจากปัจจุบันปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการรับสมัครบุคคลที่ถูกเพิกถอนออกจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขัน ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อเข้ารับการจ้างเหมาบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามประมวลจริยธรรมผู้บริหารท้องถิ่น กำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี โดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และปราศจากอคติไม่ร่วมมือหรือสนับสนุน…
-
ศาล ให้ประกันตัว ‘ตะวัน’ 1 แสนบาท คดีไลฟ์สด พ่วงเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ
ศาล ให้ประกันตัว ‘ตะวัน’ 1 แสนบาท คดีไลฟ์สด พ่วงเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศศาลอาญาอนุญาตประกันตัว ตะวัน 100,000 บาท จากคดีมาตรา 112 กรณีไลฟ์สดขบวนเสด็จ พร้อมพ่วงเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำอ1237/2565ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน อดีตแกนนำกลุ่มทะลุวัง เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามมาตรา 112, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานกรณีเมื่อเดือนมี.ค.2565 น.ส.ทานตะวัน จำเลยไปยืนไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก บริเวณทางเท้าบนถนนราชดำเนินนอก ตรงข้ามสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ในช่วงเวลาก่อนที่จะมีขบวนเสด็จผ่านจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัวโดยศาลอาญาพิพากษาจำคุก น.ส.ทานตะวัน 3 ปี ในข้อหาฐานดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ส่วนข้อหาฐานทราบคำสั่งเจ้าพนักงานและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งปรับ 900 บาท การนำสืบของจำเลยมีประโยชน์อยู่บ้างมีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา…
-
ศาลอาญา สั่งจำคุก ตะวัน 2 ปีไม่รอลงอาญา ผิดมาตรา112 ไลฟ์ขบวนเสด็จ
ศาลอาญา สั่งจำคุก ตะวัน 2 ปีไม่รอลงอาญา ผิดมาตรา112 ไลฟ์ขบวนเสด็จวันที่ 31 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 906 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำอ1237/2565ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา5เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน อดีตแกนนำกลุ่มทะลุวัง เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามม.112,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม. 14, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานกรณีเมื่อเดือนมี.ค.2565 น.ส.ทานตะวัน จำเลยไปยืนไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก บริเวณทางเท้าบนถนนราชดำเนินนอก ตรงข้ามสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ในช่วงเวลาก่อนที่จะมีขบวนเสด็จผ่านจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัวศาลพิจารณาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่าจำเลยทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือไม่ เห็นว่าเมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดที่จำเลยถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ก่อนขบวนเสด็จมาถึง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถวายความปลอดภัยเป็นหน้าที่ถวายความปลอดภัยประมุขแห่งรัฐตามมาตรฐานสากลที่เห็นในนานาอารยประเทศทั้งจำเลยศึกษาคณะนิติศาตร์เชื่อว่าต้องทราบหลักการดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่จำเลยกลับใช้ถ้อยคำชี้นำให้คนรับชมผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ของจำเลยในการพาดพิงพระมหากษัตริย์โดยไม่สมควรหลายครั้งชี้เจตนาว่าจำเลยต้องการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพตามที่จำเลยอ้าง จึงเป็นความผิดฐานดูหมิ่นฯ เมื่อกระทำการผ่านเฟซบุ๊กจึงเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จคดีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่า จำเลยทำความผิดฐานรับทราบคำสั่งแต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบให้จำเลยทราบ 3 ครั้งว่าไม่ให้ถ่ายทอดสดเนื่องจากจะมีขบวนเสด็จผ่านมายังบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ (ผกก.สน.นางเลิ้งในขณะนั้น) สั่งให้ตำรวจหญิง 2 นายเข้าควบคุมโดยการคล้องแขนและขาจำเลยข้างละ 1 คน โดยข้อหารับทราบคำสั่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานเมื่อตำรวจมีหน้าที่รักษาความปลอดภัย พ.ต.อ.สมยศจึงมีอำนาจในการออกคำสั่งในการปฏิบัติหน้าที่…
-
“ตะวัน” โดนคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา กรณีไลฟ์สดหน้า UN ก่อนขบวนเสด็จผ่าน
ตะวัน ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา กรณีไลฟ์สดหน้า UN ก่อนขบวนเสด็จผ่าน พร้อมปรับ 600 บาท ด้านทนายเตรียมยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน อดีตแกนนำกลุ่มทะลุวัง เป็นจำเลย ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามมาตรา 112, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานโดยคดีดังกล่างสืบเนื่องจากที่ ตะวัน จำเลยไปยืนไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก บริเวณทางเท้าบนถนนราชดำเนินนอก ตรงข้ามสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ในช่วงเวลาก่อนที่จะมีขบวนเสด็จรัชกาลที่ 10 ผ่าน ซึ่งเป็นเหตุการณ์เมื่อช่วง มี.ค. 2565โดยศาลพิจารณาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่าจำเลยทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือไม่ เห็นว่าเมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดที่จำเลยถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ก่อนขบวนเสด็๋จมาถึง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถวายความปลอดภัยเป็นหน้าที่ถวายความปลอดภัยประมุขแห่งรัฐตามมาตรฐานสากลที่เห็นในนานาอารยประเทศทั้งจำเลยศึกษาคณะนิติศาตร์ เชื่อว่าต้องทราบหลักการดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่จำเลยกลับใช้ถ้อยคำชี้นำให้คนรับชมผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ของจำเลยในการพาดพิงพระมหากษัตริย์โดยไม่สมควรหลายครั้งชี้เจตนาว่าจำเลยต้องการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพตามที่จำเลยอ้าง จึงเป็นความผิดฐานดูหมิ่นฯ เมื่อกระทำการผ่านเฟซบุ๊คจึงเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จคดีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่า จำเลยทำความผิดฐานรับทราบคำสั่งแต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบให้จำเลยทราบ 3 ครั้งว่า ไม่ให้ถ่ายทอดสด เนื่องจากจะมีขบวนเสด็จผ่านมายังบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์…
-
นักการเมือง เห็นประชาชนเป็นหนี้บุญคุณ!!
พ.ต.อ.เอกราช ไล่ลาออกไปเลย ถ้านักการเมืองทำหน้าที่แล้วบอกว่าประชาชนเป็นหนี้บุญคุณผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม อดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางบกและ ทาง ราง โพสต์ระบุว่า…ถ้านักการเมืองทำหน้าที่แล้วบอกว่าประชาชนเป็นหนี้บุญคุณ เชิญคุณลาออกกันไปเลย เพราะประชาชนเขาต้องการนักการเมืองที่ทำหน้าที่เพื่อตอบแทนบุญคุณชาติ และประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อให้ชาติ และประชาชนเป็นหนี้บุญคุณพวกคุณ!#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS