Category: การเมือง
-
ด่วน! สระแก้วตึงเครียดต่อเนื่อง กลุ่มเขมรรวมตัว เลี่ยงเข้าใกล้ในช่วงเวลานี้
ด่วน! สระแก้วตึงเครียดต่อเนื่อง กลุ่มเขมรรวมตัว เลี่ยงเข้าใกล้ในช่วงเวลานี้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง หลังทางจังหวัดได้กำหนดให้วันนี้ (10 ตุลาคม 2568) เป็นวันสุดท้ายที่ชาวกัมพูชาต้องอพยพออกจากพื้นที่ฝั่งไทยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาได้ใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่แนวชายแดนทั้งสองจุด เพื่อประเมินสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของมวลชนทั้งสองฝั่ง ปรากฏว่าผลการตรวจสอบพบความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาบริเวณ บ้านหนองหญ้าแก้ว พบกลุ่มประชาชนชาวกัมพูชาประมาณ 30-40 คนเริ่มรวมตัวอยู่บริเวณใกล้แนวรั้วลวดหนามในลักษณะรอดูสถานการณ์ บางส่วนถือกล้องโทรศัพท์ถ่ายภาพและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของตนเองขณะที่ฝั่งไทยยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารของกองกำลังบูรพา ประจำจุดคอยสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่องส่วนในพื้นที่ บ้านหนองจาน ซึ่งถือเป็นแนวพื้นที่อ่อนไหวมากที่สุดจากกรณีพิพาทเขตแดนที่ผ่านมา พบว่า ทหารกัมพูชามีกำลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะในบริเวณ จุดเต็นท์สีฟ้า ซึ่งตั้งอยู่ประชิดแนวชายแดน พบกำลังพลหลายสิบนายผลัดเปลี่ยนกันปฏิบัติหน้าที่ตลอดแนว บางส่วนติดอาวุธครบมือและมีลักษณะเฝ้าระวังใกล้ชิดทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวคาดว่าเกี่ยวข้องกับการที่วันนี้เป็นวันที่ทางจังหวัดสระแก้วกำหนดให้ชาวพุทธกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทยต้องอพยพออกทั้งหมดและขนย้ายสิ่งของออกไปอย่างไรก็ตาม จากการประเมินของหน่วยข่าวในพื้นที่ คาดว่าในช่วงสายถึงเที่ยงวันนี้ น่าจะมีมวลชนชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาเพิ่มอีกหลายเท่าตัว เพื่อรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพา และหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ยังคงวางกำลังในพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งบินโดรนตรวจการณ์ต่อเนื่อง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันและรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดแนวชายแดนขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชนฝั่งไทยและฝ่ายปกครองอำเภอโคกสูงยังคงประสานงานกับชาวบ้านในพื้นที่ให้ติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด และขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แนวชายแดนในช่วงเวลานี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน
-
มติศาลรธน.6:2 พิจารณาภูมิธรรม–ทวีแทรกแซงฮั้วสว.ต่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ
เมื่อวันที่ 9ตุลาคม2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 2 เห็นว่าควรดำเนินการพิจารณาคดีที่สมาชิกวุฒิสภายื่นร้อง ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ต่อไป แม้ว่าทั้งสองจะพ้นจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากเห็นว่า “คดีมีประโยชน์ต่อสาธารณะ” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 51คำร้องดังกล่าวเสนอโดยสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอ้างว่าผู้ถูกร้องทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) เพื่อใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นเครื่องมือแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้วเลือกสว.อันเป็นการครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักแยกอำนาจ และหลักนิติธรรม ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ระหว่างพิจารณาคำร้อง นายภูมิธรรมและพ.ต.อ.ทวีได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เนื่องจากคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่โดยไม่มีรายชื่อทั้งสองคน…
-
สุดยอด! เปิดภาพ สันหลังมังกร เส้นทางยุทธวิธี เลียบชายแดน ไทย-กัมพูชา ความยากลำบากที่แสนงดงาม
สุดยอด! เปิดภาพ สันหลังมังกร เส้นทางยุทธวิธี เลียบชายแดน ไทย-กัมพูชา ความยากลำบากที่แสนงดงามเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยภาพและเรื่องราวของ สันหลังมังกร เส้นทางยุทธวิธีสุดท้าทาย เลียบชายแดน ไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัด จันทบุรี ระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร แม้จะเต็มไปด้วยความยากลำบากในการสร้าง ทั้งสภาพภูมิประเทศที่สูงชันและทุรกันดารแต่ก็แฝงไว้ด้วย ความงดงามของธรรมชาติ และที่สำคัญยิ่งคือ น้ำใจของชาวจังหวัดจันทบุรี ที่ร่วมแรงร่วมใจกับ กองทัพเรือ ทั้งออกทุน ออกแรง ในการร่วมกันพัฒนาเส้นทางนี้ขึ้นมาสันหลังมังกร ไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือและหัวใจของคนไทยที่ไม่ยอมถอยเมื่อต้องปกป้องแผ่นดินเกิดภาพจาก ดร.เฉลิมพล ศักดิ์คำภาพจาก ดร.เฉลิมพล ศักดิ์คำภาพจาก ดร.เฉลิมพล ศักดิ์คำเรียบเรียงโดย มุมข่าว
-
สุทิน โต้ดราม่า หลังทัวร์ไทยลงทูตจีนหนัก ชี้ ทรัมป์ อันวาร์ ฮุน มาเนต วิจารณ์ได้เต็มที่
จากกรณีที่ หวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าจากกรณีที่ หวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า จีนสนับสนุนกัมพูชาอย่างมั่นคงในการปกป้องอำนาจอธิปไตยของชาติ ความมั่นคงและผลประโยชน์ด้านการพัฒนา และจะเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในการพัฒนาของกัมพูช ทำให้คนไทยวิพากษ์วิจารณ์ถึงท่าทีดังกล่าวเป็นจำนวนมากล่าสุด นายสุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Sutin Wannabovorn ระบุข้อความว่า อย่าดราม่าเรื่องทูตจีนกันเลย จีน-ไทยมีความสัมพันธ์มากกว่า ประชาชนต่อประชาชน มากกว่ารัฐบาลต่อรัฐบาล นักการทูตประจำประเทศไหนต้องพูดเอาใจประเทศนั้น ดราม่าเรื่องทูตต้องคิดให้มากกว่าการปั่นกระแสทางเมือง ความสัมพันธ์จีนไทยเหนือกว่าสิ่งที่นำคำพูดทูต (จริงหรือไม่ก็ไม่รู้) มาดราม่าในเชิงการเมือง #ความมันยอดไลน์ไม่คุ้มค่ากับความสัมพันธ์ที่มีต่อกันเรื่องนิวยอร์กไทม์ก็ทีหนึ่งแล้ว มาเที่ยวนี้เรื่องอันวาร์เอาชื่อประเทศไทยไปขายให้ทรัมป์ แถมยังไปให้สัญญาทรัมป์ว่า จะตัดจีนออกสมการความขัดแย้งไทย-กัมพูชา สันติภาพบ้าบอที่จะลงนามกันให้ทรัมป์ประธานไม่มีวันเป็นจริง ทรัมป์ อันวาร์ ฮุน มาเนตวิจารณ์กันได้เต็มที่ แต่การวิจารณ์ทูตจีนข้ามประเทศมันเส้นแดงไปแล้วอ่านข่าวเพิ่มเติมด่วน! ชายแดนสระแก้วเริ่มตึงเครียด ทหารกัมพูชาเพิ่มกำลังเท่าตัว ทีมช่วยเหลือ เชฟมีน เปิดความจริงการเสียชีวิต ท้ากู้ภัยปอยเปต โชว์หลักฐานการรักษา ด่วนที่สุด! กองทัพภาคที่ 2 ประกาศพื้นที่อันตรายแล้ว
-
“อนุทิน” มาแรงแซงทุกโค้ง! โพลอีสานฟันธง คนอีสานอยากได้เป็นนายกฯ มากสุด
’อีสานโพล‘ เผย ’อนุทิน‘ ขึ้นอันดับหนึ่ง คนอยากให้เป็นนายกฯ 24.3% เหนือ ‘เท้ง’ ที่ได้ 22.8% ด้านคะแนนพรรค ‘พรรคประชาชน‘ อันดับหนึ่ง ทั้ง สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ด้าน ’เพื่อไทย‘ อันดับสอง ส่วน ’ภูมิใจไทย‘ อันดับสามวันที่ 9 ต.ค.68 รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยผลสำรวจอีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับความนิยมของพรรคการเมือง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,074 รายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัดเมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง สส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนนให้ ผู้สมัคร สส. เขต จากพรรคใด พบว่าอันดับ1 ร้อยละ 30.6 จะเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชนอันดับ…
-
ด่วน! กองทัพภาคที่ 1 ประกาศแล้วล่าสุด พร้อมเข้าดำเนินการเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 1 ได้ประกาศยืนยันความพร้อมในภารกิจปกป้องอธิปไตยของไทยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 1 ได้ประกาศยืนยันความพร้อมในภารกิจปกป้องอธิปไตยของไทย ผ่านเพจเฟซบุ๊กทางการ กองทัพภาคที่ 1 โดยระบุว่า ทภ.1 ยืนยันความพร้อมในภารกิจปกป้องอธิปไตยของไทย ยึดผลสำเร็จทางยุทธวิธีและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญกองทัพภาคที่ 1 ขอเรียนชี้แจงภารกิจปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว โดยในห้วงที่ผ่านมา กกล.บูรพาและหน่วยทหารในพื้นที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ในการเตรียมความพร้อมการปฎิบัติ ในทุกมิติ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกองทัพภาคที่ 1 จะเข้าดำเนินการเด็ดขาดกับพื้นที่ที่มีการรุกล้ำอธิปไตยของไทยในห้วงวันเวลาที่ได้เปรียบ โดยคำนึงถึงผลสำเร็จทางยุทธวิธีของหน่วยปฏิบัติและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนเป็นสำคัญ ตลอดจนลดความสูญเสียหรือผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย จากการระดมมวลชนของฝั่งตรงข้ามจำนวนมาก อันจะนำไปสู่เหตุการณ์ที่เลวร้ายขึ้นทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ขอให้พี่น้องประชาชน เชื่อมั่นว่ากองทัพภาคที่ 1 มีความพร้อมต่อการปฏิบัติในทุกห้วงเวลา และจะยืนหยัดทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มความสามารถในทุกวิถีทาง เพื่อพิทักษ์รักษาผืนแผ่นดินไทยด้วยความชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย และขอให้มั่นใจว่ากองทัพภาคที่ 1 จะอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือประชาชนให้พ้นวิกฤตการณ์นี้อย่างดีที่สุดภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 1อ่านข่าวเพิ่มเติมนายกฯ เคลียร์ชัด! ไทยไม่เคยตั้งเส้นตาย 10 ต.ค. พร้อมขอบคุณ ทรัมป์ ที่เสนอตัวช่วยคลี่คลาย…
-
‘วราวุธ’ เคลื่อนไหวแล้ว! หลังสะพัด พรรคเพื่อไทยทาบนั่งแคนดิเดตนายกฯ
9 ตุลาคม 2568 – นายวราวุธ ศิลปอาชา สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ว่า ต้องขอขอบคุณที่ให้เกียรติ และไม่ทราบว่าใครเป็นคนให้ข่าวดังกล่าว ยืนยันว่าวันนี้ตนยังเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเรามี 10 เสียง ยังอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มก้อน การทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนา เราทำงานร่วมกัน ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง ทั้ง 10 สส.รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนา เราร่วมกันในการตัดสินใจที่จะทำอะไรในทางการเมือง ยืนยันว่าวันนี้เรายังไม่ได้ตกลงกับใคร เราทุกคนยังเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา หากจะมีอะไรเกิดขึ้นขอยืนยันว่า 10 เสียงสส.และกรรมการบริหารพรรค รวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนายวราวุธ กล่าวว่า กระแสข่าวที่ออกมาท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของการเมืองไทยขณะนี้ จึงไม่แปลกใจที่จะมีข่าวเช่นนี้ออกมา วันนี้พรรคการเมืองใหญ่ๆหลายพรรคต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับจำนวนสส.ของพรรคนั้นๆ พรรคเล็กจึงเลี่ยงไม่ได้ที่มีคนนั้นคนนี้มาพูดคุยกับสส.ของพรรคบ้าง เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดขึ้นในการแข่งขันทางการเมือง เช่นขณะนี้มีการแข่งขันกันสูงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย จึงเป็นที่มาของข่าวลือนี้ ซึ่งไม่ทราบว่าออกมาจากใครแต่ต้องขอบคุณที่ให้เกียรติ ยืนยันพรรคชาติไทยพัฒนายังอยู่กัน 10 คน ไม่ได้มีใครไปไหน
-
ด่วนมาก! กองทัพภาคที่ 1 ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการ เตรียมเข้าพื้นที่บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว
ด่วนมาก! กองทัพภาคที่ 1 ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการ เตรียมเข้าพื้นที่บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ววันที่ 9 ต.ค. 2568 กองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) กองทัพภาคที่ 1 ทำหนังสือด่วนมาก ที่ กห 0482.2/602 กองกำลังบูรพา ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ลงวันที่ 8 ต.ค. 2568 เรื่อง การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ถึงผู้บัญชาการกองพลน้อยทหารราบที่ 51 โดยอ้างถึง จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ณ จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2568โดยในที่ประชุมทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงที่จะดำเนินมาตรการเพื่อความร่วมมือในทางปฏิบัติ การเดินหน้าการเก็บกู้ระเบิดเพื่อมนุษยธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม และเพื่อการคุ้มครองชีวิตพลเรือน เพื่อให้เป็นการปฏิบัติตามความเห็นชอบจากการประชุมและเกิดความปลอดภัยต่อประชาชนในพื้นที่ กองกำลังบูรพา ขอแจ้งว่าจะเข้าดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น และบ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง…
-
เปิดภาพล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ องคมนตรี มอบสิ่งของพระราชทาน ช่วยน้ำท่วมอุบลฯ
พล.อ.ประยุทธ์ องคมนตรี มอบสิ่งของพระราชทาน ช่วยน้ำท่วมอุบลฯ(9 ต.ค.68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 2,497 ชุด และสิ่งของพระราชทานสำหรับเด็ก จำนวน 20 ชุด ณ หอประชุมศาลาประชาวาริน เทศบาลเมืองวารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานีในการนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเชิญสิ่งของพระราชทานให้กับราษฎร นอกจากนี้ องคมนตรีลงพื้นที่มอบสิ่งของพระราชทานแก่ประชาชนในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จำนวน 3 ชุดสำหรับจังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ปลายสุดของแม่น้ำสายสำคัญ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล และแม่น้ำชี รวมทั้งลำน้ำสาขาต่างๆ ขณะนี้จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับผลกระทบอุทกภัย จำนวน 12 อำเภอ 70 ตำบล 445 หมู่บ้าน 17,817 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร…
-
ทัพภาค 2 เผย เขมร เริ่มขยับ ลุยปรับปรับฐานปฎิบัติการ เตรียมพร้อมรถถัง ตรวจพบโดรนต่อเนื่อง
ทัพภาค 2 เผย เขมร เริ่มขยับ ลุยปรับปรับฐานปฎิบัติการ เตรียมพร้อมรถถัง ตรวจพบโดรนต่อเนื่องเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา สถานการณ์โดยรวม มีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา โดยตรวจพบโดรนบริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย 2 ลำ, ตรวจพบรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกทรายเต็มคัน คาดว่าเป็นการนำส่งฐานปฏิบัติการปรับปรุงที่มั่น, ตรวจพบการปรับปรุงซ่อมแซมเปลี่ยนหลังคาใหม่โรงเก็บรถถัง, ตรวจพบกลุ่มควันสีขาวจับตัว เป็นก้อน 3 จุด คาดว่าเป็นการอุ่นเครื่องรถถังอยู่กับที่ และได้ยินเสียงเลื่อยยนต์จากฝั่งตรงข้าม บริเวณหน้าบังเกอร์ระยะห่างออกไปประมาณ 80 ม. ทางทิศตะวันตกของปราสาทตาเมือน คาดว่าเป็นการเสริมการตั้งรับและขยายแนวสังเกตการณ์ และเตรียมเส้นทางยุทธวิธีปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อม ในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการรับข้อมูลข่าวสาร ที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน หรือข่าวปลอม (Fake news) ขอให้ประชาชน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูล จากช่องทางอย่างเป็นทางการจากส่วนราชการ…