Category: การเมือง
-
วันนอร์ ทำหนังสือด่วน! ขอตัว “ผู้กองแคท” มาช่วยราชการรัฐสภา
วันที่ 26 กันยายน 2568 จากกรณีที่เพจดัง CSILA โพสต์ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเส้นทางการเติบโตในสายงานราชการของ ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือ "ผู้กองแคท" ซึ่งมีกำหนดจะย้ายไปดำรงตำแหน่ง ปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 นั้นล่าสุดวันนี้ (26 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนังสือด่วนที่สุดจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขที่ 0001.02/4792 ลงวันที่ 25 กันยายน 2568 เรื่อง ขอยืมตัวข้าราชการช่วยราชการ เรียนถึง อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยโดยหนังสือฉบับดังกล่าว ลงนามโดย นายธงชาติ รัตนวิชา เลขานุการประธานรัฐสภา ระบุว่า เนื่องจากได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย มีความประสงค์ขอยืมตัว ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก…
-
‘ชิดตะวัน’ แฉเหตุ ‘ฮุน เซน’ กล้าตบหน้าคนไทยปิดด่าน100ปี จี้นายกฯปิดด่านอย่างเด็ดขาด
26 ก.ย.2568- รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง **ปิดด่าน 100 ปี…พลีชาติเพื่อชีพ?!** มีเนื้อหาดังนี้จากกรณีนายฮุน เซน โพสท์เฟสบุ๊คระบุว่า ไทยปิดด่านกับกัมพูชา 100 ปี ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อกัมพูชานั้น จากการศึกษาข้อมูลพบว่า รายได้ของบ่อนตามชายแดนไทย-กัมพูชาลดลงอย่างมากจากมาตรการข้อจำกัดทางชายแดนเช่น เดือนมิถุนายน 2568 ในเขตจังหวัดสระแก้ว กองทัพภาคที่ 1 มีการปรับเวลาเปิด-ปิดด่าน ส่งผลให้ Star Vegas ในเมืองปอยเปตมีนักพนันลดลงถึง 62% ในขณะที่อัตราการเข้าพักโรงแรมต่อวันลดลง 42% จนบ่อนแห่งนี้มีรายได้สุทธิในไตรมาสที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน) ลดลงถึง 31.4%กัมพูชามีบทบัญญัติห้ามพลเมืองเข้าเล่นในบ่อนกาสิNO ดังนั้น รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากผีพนันต่างชาติ เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่า ผีพนันไทยคิดเป็น 30.9% รองลงมาคือเวียดนาม 14% และจีน 11.1 %สาเหตุที่ผีพนันไทยเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่น เนื่องจากรัฐบาลไทยทุกยุคไม่เคยออกกฎหมาย หรือมีมาตรการป้องปรามไม่ให้ประชาชนเข้าสู่การพนัน คนไทยจึงสามารถเล่นการพนันในบ่อนผิดกฎหมาย รวมถึงไปเข้าบ่อนในต่างประเทศได้อย่างเสรี ซึ่งต่างจากหลายประเทศอาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน มีบทบัญญัติห้ามไม่ให้ชาวจีนเล่นการพนันทั้งในประเทศและในต่างประเทศ…
-
ฮือฮาทั่วสภา! ‘วันนอร์’ ยืมตัว ‘ผู้กองแคท’ ช่วยงานปธ.แบบด่วนที่สุด
ฮือฮาทั่วสภา! ‘วันนอร์’ ยืมตัว ‘ผู้กองแคท’ ช่วยงานปธ.แบบด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2568 รัฐสภาได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เลขที่ 0001.02/4792 ลงวันที่ 25 กันยายน 2568 ถึงอธิบดีกรมการปกครอง เรื่องการขอยืมตัวข้าราชการมาช่วยราชการ โดยหนังสือดังกล่าวลงนามโดย นายธงชาติ รัตนวิชา เลขานุการประธานรัฐสภารายละเอียดระบุว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ จึงมีความประสงค์ขอยืมตัว ร้อยตำรวจเอกหญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ผู้กองแคท” นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ สังกัดสำนักงานเลขานุการกรม กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มาช่วยราชการที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรโดยการขอยืมตัวครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย เพื่อสนับสนุนงานในส่วนของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่ขาดจากตำแหน่งหน้าที่เดิม ทั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและขอขอบคุณล่วงหน้าทั้งนี้ “ผู้กองแคท” เป็นที่รู้จักหลังเคยมีข่าวถูกจับตา หลังจากเพียง 3 ปี เลื่อนยศถึง…
-
“วันนอร์” ขอตัว “ผู้กองแคท” จากอธิบดีปกครอง ช่วยราชการรัฐสภากรณีพิเศษ
“วันนอร์” ขอยืมตัว “ผู้กองแคท” จากอธิบดีปกครอง กระทรวงมหาดไทย มาช่วยราชการรัฐสภาเป็นกรณีพิเศษผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเพจ CSILA ตั้งข้อสังเกตการเติบโตทางราชการของ ร้อยตำรวจเอกหญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือ “ผู้กองแคท” ย้ายไปเป็นปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ ในวันที่ 2 ต.ค. 68ล่าสุด มีหนังสือด่วนที่สุดจาก รัฐสภา เลขที่ 0001.02/4792 ลงวันที่ วันที่ 25 ก.ย. 68 ถึงอธิบดีกรมการปกครอง เรื่อง ขอยืมตัวข้าราชการช่วยราชการ ลงนามโดย นายธงชาติ รัตนวิชา เลขานุการประธานรัฐสภาโดยมีรายละเอียดว่า ตามที่ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นั้นเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีความประสงค์ขอยืมตัว ร้อยตำรวจเอกหญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ สังกัดสำนักงานเลขานุการกรม กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มาช่วยราชการที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร…
-
เช็กเลย “คนละครึ่ง พลัส” ใครได้สิทธิ์บ้าง ลงทะเบียนทางไหน? “ขุนคลัง” ตอบแล้ว
“คนละครึ่งพลัส” จ่อเข้าครม. ต.ค. นี้ เช็กรายละเอียดสิทธิ ใครได้บ้าง ลงทะเบียนอย่างไร"คนละครึ่งพลัส" จ่อเข้าครม. ต.ค. นี้ เช็กรายละเอียดสิทธิ ใครได้บ้าง ลงทะเบียนอย่างไรรัฐบาลเตรียมเสนอโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2568 นี้ เพื่อเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนและเริ่มใช้สิทธิได้ทันทีหลังได้รับความเห็นชอบ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล มีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้นรายละเอียดโครงการ "คนละครึ่งพลัส"เพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย สามารถสรุปรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการได้ดังนี้ใครมีสิทธิได้รับบ้าง?:กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ได้รับสิทธิพิเศษ รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% (คาดว่ามีประมาณ 11 ล้านคน)กลุ่มประชาชนทั่วไป และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: ได้รับสิทธิในรูปแบบเดิม คือรัฐช่วยจ่าย 50% ประชาชนจ่าย 50%ผู้ได้รับสิทธิต้องมีสัญชาติไทย และมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีทั้งหมดกี่สิทธิ?:ในเบื้องต้นคาดว่ากลุ่มผู้เสียภาษีจะมีโควตาประมาณ 11 ล้านสิทธิ ส่วนจำนวนสิทธิของประชาชนทั่วไปยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก ครม.ลงทะเบียนอย่างไร?:คาดว่าจะใช้ช่องทางการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com…
-
“รักชนก” เปิดโป๊ะ! “ประกันสังคม” ส่อใช้เงินกองทุนไม่โปร่งใส จี้เปิดรายงานประชุม
วันที่ 26 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการศึกษาความโปร่งใสในการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะในส่วนของ ระบบสารสนเทศ (IT) และการบริหารงบประมาณในหลายโครงการประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นในการแถลงข่าว มีดังนี้1. โครงการพัฒนาระบบการให้บริการทางการแพทย์ ใช้งบประมาณ จำนวน 548 ถ้านบาท เป็นโครงการจัดเก็บประวัติการรักษาของตัวเองเพื่อสามารถนำไปยื่นกับสถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้องยิ่งขึ้น จากการตรวจสอบฝ่ายผู้ประกันตนพบว่า สมุดพกผู้ประกันตนยังไม่สามารถใช้ได้ตาม TOR แต่สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่าระบบนี้เปิดใช้ตาม TOR แล้ว และอีกระบบหนึ่งคือ Open data/Open API ซึ่งจะเป็นระบบให้คนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลการรักษา สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่าระบบเสร็จแล้วแต่ยังไม่เปิดใช้เนื่องจากยังไม่ได้วางแผนเลือกข้อมูลที่จะเผยแพร่2. กรณีระบบดับเพลิง Watermist มูลค่า 79 ล้านบาท โดยสำนักงานฯ แจ้งว่าระบบดับเพลิงที่ใช้อยู่เพียง 10 ปี ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพราะสารเคมี Novec1230 ที่ใช้ในระบบดับเพลิงจะไม่มีขายแล้ว แต่จากการตรวจสอบของฝ่ายผู้ประกันตน พบว่า Novec1230 ยังคงมีจำหน่าย จึงขอตั้งขอสังเกตว่า ใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า3. ระบบ IPS…
-
‘สิริพงศ์’ ชื่นชม ‘รมว.คมนาคม’ เปิดทางการรถไฟฟ้องรายแปลง ปมเขากระโดง
“สิริพงศ์” ชื่นชม “รมว.คมนาคม” เปิดทางการรถไฟฟ้องรายแปลง ปมเขากระโดง ย้ำเป็นธรรมกว่าการใช้อำนาจบีบบังคับวันนี้ (26 ก.ย.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการให้ไฟเขียวการรถไฟแห่งประเทศไทย ฟ้องผู้ครอบครองพื้นที่รายแปลง ปมเขากระโดง ว่า ตนเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการฟ้องร้องผู้ครอบครองพื้นที่รายแปลง เพื่อให้ศาลพิจารณาชี้ขาด มากกว่าการใช้อำนาจฝ่ายปกครองไปบีบบังคับประชาชนรมว.คมนาคมนายสิริพงศ์ ระบุว่า อธิบายว่า การฟ้องร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่การรังแกประชาชน แต่เป็นการเปิดช่องให้ประชาชนได้พิสูจน์สิทธิ์อย่างเต็มที่ หากมีหลักฐานที่ชัดเจน ก็สามารถต่อสู้ และได้รับความเป็นธรรม นี่คือวิธีที่ถูกต้อง และยุติธรรม หากประชาชนมีเอกสารสิทธิ์ที่ดีกว่า ก็ชนะ และอยู่ในที่ดินได้อย่างสงบสุข จบปัญหาอย่างถาวรทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ยังกล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาเคยมีคดีที่ประชาชนร้องขอโฉนด 35 แปลง แต่แพ้การรถไฟฯ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับคดีที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน จึงไม่ควรสับสนหรือเหมารวม“ผมขอปรบมือให้รัฐมนตรีคมนาคม การดำเนินการเช่นนี้คือการใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย” นายสิริพงศ์ย้ำอ่านข่าวเพิ่มเติม'พิพัฒน์'พร้อมสางคดีเขากระโดง! ลั่นยิ่งกังขา ยิ่งต้องทำให้ได้รับความกระจ่าง'มท.1' ยืนยันสิ้นเดือน ก.ย. มีข่าวดีปมเขากระโดง ลุยเพิกถอน ไม่พอใจไปฟ้องศาล'ภูมิธรรม'ยันไม่แทรกแซงดีเอสไอ แค่ถามความคืบหน้าคดีเขากระโดงติดตามเราได้ที่เว็บไซต์ :…
-
“นายกฯหนู” โพสต์ภาพซึ้ง กราบลาพ่อแม่ก่อนทำงาน
วันที่ 26 ก.ย.68 นายอนุทิน ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพ เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul พร้อมระบุข้อความว่า…กราบลาพ่อแม่ไปทำงาน
-
“อนุทิน” ยันไฟเขียวกองทัพหากต้องตอบโต้กัมพูชา ลั่น “ไม่ต้องเหลียวหลัง”
“อนุทิน” ยันพร้อมไฟเขียวกองทัพหากสถานการณ์ไทย-กัมพูชารุนแรง ลั่น “ใช้ดุลยพินิจทางการทหารเต็มที่ ไม่ต้องเหลียวหลัง พร้อมสนับสนุน”วันที่ 25 ก.ย. 68 เมื่อเวลา 23:20 น. นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งว่า ตรงนั้นเป็นเขตประกาศกฎอัยการศึกอยู่แล้ว เป็นการตัดสินใจ และการรักษาอธิปไตย เป็นอำนาจโดยตรงของผู้ที่ประกาศกฎอัยการศึก คือ แม่ทัพภาคที่ 2 ก็ต้องมั่นใจว่าท่านจะใช้ดุลยพินิจที่ถูกต้อง และยึดมั่นบนหลักของการรักษาอธิปไตยของประเทศไทยส่วนหากจำเป็นต้องตอบโต้ จะให้เป็นอำนาจของกองทัพใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า “แน่นอน ใช่ครับ” พร้อมกล่าวต่อว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนอย่างเต็มที่ ซึ่งตนคาดว่าสัปดาห์หน้าพวกตนก็จะลงไปดูพื้นที่ และตนในฐานะที่เป็น มท.1 ก็จะประสานฝ่ายปกครองคอยรับภาระในเรื่องของพี่น้องประชาชนชาวบ้าน ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะโยนไปให้ทหารทั้งหมด ซึ่งทหารจะต้องใช้เวลาในการปกป้องรักษาอธิปไตยให้เต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมที่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง หรือยั่วยุต่าง ๆ เข้ามา ก็เพื่อให้ทหารได้มีเวลาจัดเตรียมกำลังนายอนุทิน ยืนยันว่า สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดมาโดยตลอด และเราพร้อมมากกว่า ตนก็เชื่อว่าทหารซึมซับเป็นอย่างดี “แม้หวังสงบจงเตรียมรบให้พร้อมกลับ” นี่คือเป็นสิ่งที่ตนมั่นใจว่าเกิดขึ้นบริเวณชายแดนของเรา“ท่านใช้ดุลยพินิจของการทหารได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเหลียวหลัง พวกเราพร้อมที่จะสนับสนุน ให้ไฟเขียวผ่านตลอด” นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายข่าวที่เกี่ยวข้องกัมพูชาส่งหนังสือตอบไทย ยอมรื้อบ้าน 1…
-
“เสรีพิศุทธ์” ฉะ “อนุทิน” โหนกองทัพ พูดเอาหล่อ มองการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้
“เสรีพิศุทธ์” ฉะ “อนุทิน” โหนกองทัพ พูดเอาหล่อเฉย ๆ เพราะกองทัพก็มีรัฐบาลควบคุมอีกที มองการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดักทางอย่าให้มีย้ายผู้ว่าสักคนอ้างฝืนคำสั่งรัฐบาลพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มองสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกัมพูชาว่า วันนี้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่ว่าหน้างานยังมีความตึงเครียด กัมพูชายังใช้มวลชนเข้ามากดดันอยู่ตลอด ถูกแล้วที่กองทัพเปลี่ยนมาใช้ตำรวจควบคุมฝูงชนลงไปกำกับดูแลแทน แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่คนที่ส่งลงไปมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน ผู้บังคับบัญชากล้าตัดสินใจหน้างานแค่ไหน ถ้าไม่มีไม่กล้าก็ไร้ผลเพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่าจะให้อำนาจกองทัพจัดการตัดสินใจหน้างานชายแดน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า นายอนุทินแค่พูดเอาหล่อเฉย ๆ เพราะอย่างไรเสียกองทัพก็มีรัฐบาล มีกระทรวงกลาโหมกำกับอีกที และนายอนุทินก็เป็นผู้นำการบริหาร ดังนั้น จะพูดแบบนั้นไม่ได้อย่างไรก็ตาม ต้องกำกับดูแลไม่ให้กองทัพออกนอกลู่นอกทาง และต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบด้วยหากว่าเกิดอะไรขึ้นส่วนที่นายอนุทินพูดว่า "ขนาดหมายังไม่กล้าเปิดด่าน หนูก็ไม่กล้าเปิด" ระหว่างที่ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า ในทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ การเมืองกล้าทำทุกอย่างถ้ามีผลประโยชน์พร้อมกับพูดดักทางว่า อย่าให้มีประเภทที่ว่าคำสั่งอย่างไม่เป็นทางการ เสร็จแล้วก็หาแพะมาสักคนมารับผิดชอบ เช่น ย้ายผู้ว่าสักคนคน แล้วบอกว่าฝืนคำสั่งรัฐบาลแล้วกันข่าวที่เกี่ยวข้องมทภ. 1 ย้ำทำงานตลอด วางแผนรอบคอบครบทุกมิติ ทวงคืนอธิปไตยไทยได้แน่นอน “อนุทิน” เตรียมร่างนโยบายแก้ปัญหา 4 ด้าน ย้ำยุบสภา…