Category: การเมือง
-
“เสรีพิศุทธ์” ฉะ “อนุทิน” โหนกองทัพ พูดเอาหล่อ มองการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้
“เสรีพิศุทธ์” ฉะ “อนุทิน” โหนกองทัพ พูดเอาหล่อเฉย ๆ เพราะกองทัพก็มีรัฐบาลควบคุมอีกที มองการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดักทางอย่าให้มีย้ายผู้ว่าสักคนอ้างฝืนคำสั่งรัฐบาลพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มองสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกัมพูชาว่า วันนี้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่ว่าหน้างานยังมีความตึงเครียด กัมพูชายังใช้มวลชนเข้ามากดดันอยู่ตลอด ถูกแล้วที่กองทัพเปลี่ยนมาใช้ตำรวจควบคุมฝูงชนลงไปกำกับดูแลแทน แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่คนที่ส่งลงไปมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน ผู้บังคับบัญชากล้าตัดสินใจหน้างานแค่ไหน ถ้าไม่มีไม่กล้าก็ไร้ผลเพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่าจะให้อำนาจกองทัพจัดการตัดสินใจหน้างานชายแดน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า นายอนุทินแค่พูดเอาหล่อเฉย ๆ เพราะอย่างไรเสียกองทัพก็มีรัฐบาล มีกระทรวงกลาโหมกำกับอีกที และนายอนุทินก็เป็นผู้นำการบริหาร ดังนั้น จะพูดแบบนั้นไม่ได้อย่างไรก็ตาม ต้องกำกับดูแลไม่ให้กองทัพออกนอกลู่นอกทาง และต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบด้วยหากว่าเกิดอะไรขึ้นส่วนที่นายอนุทินพูดว่า "ขนาดหมายังไม่กล้าเปิดด่าน หนูก็ไม่กล้าเปิด" ระหว่างที่ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า ในทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ การเมืองกล้าทำทุกอย่างถ้ามีผลประโยชน์พร้อมกับพูดดักทางว่า อย่าให้มีประเภทที่ว่าคำสั่งอย่างไม่เป็นทางการ เสร็จแล้วก็หาแพะมาสักคนมารับผิดชอบ เช่น ย้ายผู้ว่าสักคนคน แล้วบอกว่าฝืนคำสั่งรัฐบาลแล้วกันข่าวที่เกี่ยวข้องมทภ. 1 ย้ำทำงานตลอด วางแผนรอบคอบครบทุกมิติ ทวงคืนอธิปไตยไทยได้แน่นอน “อนุทิน” เตรียมร่างนโยบายแก้ปัญหา 4 ด้าน ย้ำยุบสภา…
-
‘จุลพันธ์’ ลั่นจะถามหา ‘เพื่อไทย’ ทำไมถ้ารัฐบาล-ฝ่ายค้ำอยู่ครบ
‘จุลพันธ์’ ลั่น จะถามหา ‘เพื่อไทย’ ทำไม ถ้ารัฐบาล-ฝ่ายค้ำอยู่ครบ บอก พร้อมทำงานในสภาเพื่อประโยชน์ของประชาชนเสมอวันที่ 25 ก.ย. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีสภาล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบในการลงมติร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ว่า ผมขออนุญาตชี้แจงกรณีองค์ประชุมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ผมขอเรียนว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่ของเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว แต่เป็นร่างของทุกพรรคการเมืองที่เสนอร่วมกันคงจะทราบดีว่าการรักษาองค์ประชุมต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ทำไมตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ สส. หลายท่าน พร้อมใจกันขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงมี 311 เสียง แต่วันนี้มันหายไปไหนหมด ถ้าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้ำอยู่กันครบจริง จะมาถามหาพรรคเพื่อไทยทำไมพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า เราไม่ได้ทอดทิ้งกฎหมายฉบับนี้หรือไม่อยากให้พ.ร.บ.อากาศสะอาด เดินหน้า แต่ความจริงคือเมื่อเข้าสู่ช่วงโหวตลงมติสุดท้าย มี สส. จำนวนหนึ่งอยู่นอกห้อง ไม่เข้ามาเป็นองค์ประชุม จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะสภาฯมีมติร่วมกันแล้วว่าจะเลื่อนร่างกฎหมายฉบับนี้ไปสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดทางให้หารือปัญหาเร่งด่วนของประชาชน คือ เรื่องถนนสามเสนทรุดตัวที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทที่เกี่ยวโยงกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ดังนั้นผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะผู้รักษาองค์ประชุมและพร้อมทำงานในสภาฯ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเสมอ
-
ด่วน! ‘ทักษิณ’ เตรียมออกคุก รับบทคุมงานลอกท่อ
ด่วน! ‘ทักษิณ’ เตรียมออกคุก รับบทคุมงานลอกท่อเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาพร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ที่คุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงสระบุรี เดินทางมารอให้กำลังใจ บอกว่าเหมารถมาด้วยกันจาก จ.สระบุรี เปิดเพลงผ่านลำโพงพร้อมถือป้ายให้กำลังใจนายทักษิณ พร้อมระบุว่า “คนเสื้อแดงสระบุรีรักนายกทักษิณ” ซึ่ง น.ส.แพทองธาร กล่าวก่อนเข้าเยี่ยมว่า วันนี้ไม่มีจดหมายจากหลานๆ เพราะเรือนจำมีมาตรการที่เปิดให้ไลน์คอลเยี่ยมได้สั้น ๆน.ส.แพทองธาร และสามี ใช้เวลาเยี่ยมในเรือนจำประมาณ 1 ชั่วโมง และกล่าวสั้นๆ หลังเยี่ยมว่า นายทักษิณ มีสุขภาพโดยรวมดีขึ้น และบอกว่า ผบ.เรือนจำ จะให้ช่วยคุมงานลอกท่อ#Thepoint #Newsthepoint#ทักษิณชินวัตร #ทักษิณติดคุก #ลอกท่อ
-
สิ้นกันยา ‘ยก ๒’ มาแน่!
ไม่ใช่อาถรรพณ์หรือปรากฏการณ์พิสดารอะไรหรอกครับ!อะไรๆ ที่มันเกิดตอนนี้…..มันเกิด “เพราะมันต้องเกิด” ตามเหตุปัจจัยของมันอยู่แล้ว๒๘ มีนา.๖๘ แผ่นดินไหวที่พม่าลามถึงไทย เขย่ากรุงเทพฯ ครืนครั่นสนั่นหวั่นไหว ยังจำกันได้มิใช่หรือ?๒๔ กันยา.๖๘ คือเมื่อวาน ถนนหน้าโรงพยาบาลวชิระ สามเสน ทรุดตัวเป็นหลุมกว้างใหญ่เกิดภาพคล้าย “ธรณีสูบ” ดูดกลืนรถรา-อาคารให้ค่อยๆ ไหลเข้าปากปล่องใหญ่แล้วขยอกจมหายลงใต้พื้นพิภพอีกมุมหนึ่งของโลก ในวันเดียวกันที่ “ไต้หวัน-ฮ่องกง-มาเก๊า-จีน” ถูกซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ซัดถล่มหลายเมืองจมน้ำขณะเดียวกัน “กรมอุตุนิยมวิทยา” ของไทย ออกประกาศเตือน ช่วง ๒๔-๒๖ กันยา.ผลจากรากาซา จะทำให้ฝนจะตกหนักในภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑลระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง!สรุป…ประเด็นที่ผมจะบอกสำหรับบ้านเมืองเราก็คือ ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี นั่นแค่ “หนังตัวอย่าง”ผมไม่มีเซนส์หรือลางสังหรณ์อะไรหรอก แต่จะบอกในความเป็นจริงทางธรรมชาติว่า ทาง “เหนือ-อีสาน” ฝนตกสะสมต่อเนื่องมานานเป็นเดือนแล้วสภาพผืนป่า ดินอุ้มน้ำอุ้ยอ้าย เกาะแก่งแอ่งหินตามยอดผาสูง ไม่ต่างหญิงท้อง ๙ เดือน ใกล้คลอด-มิคลอดแหล่เมื่อต้องเจอพายุฝนต่อเนื่องอีกไม่น้อยกว่า ๒ ลูกกระหน่ำซ้ำดังนั้น….เพื่อความไม่ประมาท “น้ำป่า” จะทะลัก-ทลาย เกรี้ยวกราด ดุร้าย มาเร็วและมาแรง…
-
‘นายกฯหนู’ น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณ
“ในหลวง” ทรงให้กำลังใจ ขอให้นายกฯ และ ครม.มีจิตใจเข้มแข็ง มีความมานะบากบั่นและประสบความสำเร็จ เอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ด้วยดี “นายกฯ หนู” น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดชีวิตสุดความสามารถ ประชาธิปัตย์แตกเละ บ้านใหญ่ตรังบอกเอง “เสี่ยต่อ” อยู่แค่ส่งไม้ให้ “มาร์ค” เป็นหัวหน้าพรรค แล้วจะย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย เชื่อความคับแค้นใจน่าจะมาจาก “นายกชาย” ด้วยส่วนหนึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. เวลา 18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในเวลา 18.51 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ ครม. เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่…
-
สิ้น ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตรองปลัดกลาโหม
วันที่ 25 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตรองปลัดฯกห. อดีตนักบิน เอฟ 5 ของ มือท็อปของ ตท.6 และ นนอ.12 เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ณ รพ.ภูมิพลประวัติการทำงานที่สำคัญ- ผู้บังคับการกองบิน 23 ปี พ.ศ. 2532 – 34- ผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทย/โซล ปี พ.ศ. 2534 – 37- เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ปี พ.ศ. 2540 – 41- เสนาธิการทหารอากาศ ปี พ.ศ. 2544 – 48- รองปลัดกระทรวงกลาโหม ปี พ.ศ. 2549 – 51- สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2549 –…
-
‘นายกฯหนู’ โต้ ‘เขมร’ ปิดด่าน 100 ปี ไม่กระทบ ลั่นอย่าให้พูด ถ้าไม่ถอนทหาร-อาวุธ ก็ไม่คุย
“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี กล่าวโต้ “เขมร” โวปิดด่าน 100 ปี ไม่กระทบ ลั่นอย่าให้พูด หวั่นกระทบความสัมพันธ์ ซัดหากกัมพูชาไม่ขนย้ายอาวุธร้ายแรง ถอนกำลังพลออกแนวชายแดน การเจรจาจะไม่เกิดขึ้น พร้อมมีมาตรการที่เข้มข้นเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกคืนที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลวชิรถนนสามเสน กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ตนจะต้องไปอยู่แล้ว เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย ขณะนี้ที่ชายแดนมีทั้งกองทัพทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่อาสา และ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอยู่ ซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องไปอยู่แล้วเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลกัมพูชาจะอ่อนข้อลงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับทางรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการ แต่จุดยืนยังคงชัดเจนคือ การรักษาอธิปไตยโดยให้ฝ่ายกองทัพตัดสินใจ ผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในพื้นที่มีการประกาศกฎอัยการศึกอยู่แล้ว การตัดสินใจอยู่ที่ผู้รับผิดชอบ คือ แม่ทัพภาคที่ 2 แม้จะมีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 2 แต่แม่ทัพคนใหม่ก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้วที่จะต้องส่งไม้ต่อกันโดยวันนี้เหตุผลที่ตนได้แต่งตั้ง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ มาช่วยในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2…
-
กองทัพภาคที่ 2 ประกาศขอความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนทุกคน
กองทัพภาคที่ 2 ประกาศขอความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนทุกคนเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้เผยเเพร่ข้อมูล สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 24 กันยายน 2568 (ณ เวลา 14.00 น.) ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 โดยระบุว่า สถานการณ์โดยรวม ตรวจพบความเคลื่อนไหวของกองทัพกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบการติดตั้งเครื่องแอนตี้โดรนจำนวน 3 จุด บริเวณช่องกร่าง ตรวจพบสัญญาณการบินของโดรนจำนวน 2 ครั้ง เหนือเนิน 527 ตรวจพบรถบัสต้องสงสัย 1 คัน คาดว่าเป็นการลำเลียงกำลังพลเพิ่มเติมเข้ามาในพื้นที่ และยังพบการปรับปรุงฐานที่มั่นในบางจุดอย่างต่อเนื่องทั้งนี้การเสริมกำลังและการเคลื่อนไหวลักษณะดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของฝ่ายกัมพูชาในการเพิ่มขีดความสามารถทางทหาร และเป็นท่าทีที่แสดงถึงความไม่ละทิ้งแนวทางการเผชิญหน้ากับฝ่ายไทย ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่แนวชายแดนมากยิ่งขึ้นในอนาคตปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์การดำเนินงานด้านจิตอาสา ศอ.จอส.พระราชทาน พล.ร.6(โดย ร.23พัน.1) ร.อ.เลิศฤทธิ์ อ่อนเอิง นายทหารฝ่ายธุรการและกำลังพล เข้าเยี่ยมให้กำลังใจทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่…
-
“อภิสิทธิ์” คืนรัง รีโนเวท “ประชาธิปัตย์” “เฉลิมชัย-เดชอิศม์” คืนพรรค ก่อนเลือกเส้นทางใหม่!
ตามกรอบระยะเวลาที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม จะต้องได้ “กรรมการบริหาร” และ “หัวหน้าพรรคคนใหม่” ในห้วงวันที่ 19 ต.ค.68 นี้เป็นอย่างช้า ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดเอาไว้ว่า เมื่อหัวหน้าพรรคลาออก จะต้องจัดให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภายใน 60วันในห้วงเวลาระหว่างนี้ ความเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไปจนถึง “นอกพรรค” ยิ่งคักและเข้มข้น อย่าลืมว่า ความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ นั้นปะทุขึ้นมาหลายครั้งหลายครา ก่อนจะเดินมาถึง “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน จะตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการทว่าการลาออกของเฉลิมชัย เพื่อเปิดทางให้มีการเลือก “หัวหน้าพรรคคนใหม่” กลับกลายเป็นจุดเริ่มของความขัดแย้งที่หลายฝ่าย ที่เอาใจช่วย เอาใจเชียร์พรรคสีฟ้า คาดหวังว่า อยากเห็น “ศึกใน” สงบลงเพื่อให้พรรคได้เดินหน้าโดยเร็ว เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้ามาจ่อคิวกันแล้วเมื่อเฉลิมชัย ลาออก เสียงเรียกร้อง ให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรค กลับพรรค เพื่อทำหน้าที่ “หัวหน้าคนใหม่” นำทัพลงสู้ศึกเลือกตั้ง บนความเชื่อมั่นว่าพรรคจะมีโอกาสกลับมาปังอีกครั้ง !อย่างไรก็ดี ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ายังไม่มีความชัดเจนจาก เจ้าตัว…
-
ด่วน เปิดนโยบายต้นฉบับ อนุทิน แถลงต่อรัฐสภา 29 กย. นี้
เปิดพิมพ์เขียวร่างต้นฉบับ นโยบายเศรษฐกิจ เร่งด่วน สร้างรายได้ ลดรายจ่าย แก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบรายละไม่เกินหนึ่งแสนบาท เพื่อลดปัญหาหนี้ที่ทำให้คนไทยติดกับดักหนี้วันที่ 25 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมร่างต้นฉบับนโยบาย ที่จะแถลงต่อรัฐสภา่ ในวันที่ 29 กันยายน นี้มีไฮไลต์ ด้านเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชน ดังนี้นโยบาย ด้านเศรษฐกิจ1. สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิค่าพลังงาน ค่าน้ำดื่มสะอาด ค่าโดยสาร ค่าผ่านทาง เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นโดยจัดทำโครงการคนละครึ่ง การบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมควบคู่กับการสร้างโอกาสในการสร้างรายได้และความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ค้ารายย่อยผู้ประกอบการรวมถึงเกษตรกรและชุมชนในท้องถิ่นให้มั่นคงแข็งแรงขึ้นผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity)และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น และส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนและกิจกรรมทางการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนและเพิ่มพลังงานสีเขียวตามความต้องการของทุกภาคส่วนแก้หนี้สินรายละไม่เกินแสนบาท ด่วน2. แก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่องบนพื้นฐานความเสี่ยงที่เป็นธรรมระหว่างสถาบันการเงินและผู้กู้ โดย2.1 หนี้ภาคประชาชน ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบรายละไม่เกินหนึ่งแสนบาท เพื่อลดปัญหาหนี้ที่ทำให้คนไทยติดกับดักหนี้2.2 เพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)…