Category: การเมือง

  • สิ่งที่น่ากลัวกว่าเขมร

    สงสัยกันเยอะว่า เขมร จะเอาปราสาทไปทำอะไรอยากได้หนักหนาตาควายตาเมือนธมตาเมือนโต๊ด"อังเคิลวุ้นเส้น" ดูละครจักรๆ วงศ์ๆ เกราะเพชรเจ็ดสี มากไปหรือเปล่า ถึงจะตีเอาปราสาทจากสยามไปให้สุดที่รักคิ้วงาม "ป้ารานี"ทั้งๆ ที่ปราสาทเขาพระวิหาร ที่ได้ไปก็อยู่ในสภาพทรุดโทรม เสื่อมทราม แทบไม่ได้รับการดูแลเลย ยังมักมากอยากได้ไม่สิ้นสุดสิ่งที่น่ากลัววันนี้คือ ความกากของ "ฮุน เซน" บุคคลที่ไม่มีสำนึกด้านสิทธิมนุษยชนอยู่ในตัวแม้แต่น้อย บวกกับความไร้วินัยของทหารเขมร จึงวางใจอะไรไม่ได้เด็ดขาดปิดจ๊อบภาษีทรัมป์เมื่อไหร่ มันยิงอีกแน่กองทัพเขมรไม่ต่างจากกองทัพโจร เรื่องระเบียบวินัยไม่ต้องพูดถึง ไม่สนขั้นตอนอะไรทั้งนั้น อยากยิงเมื่อไหร่ก็ยิง และพิสูจน์ให้เห็นแล้วหลังการหยุดยิงหลังเที่ยงคืนวันจันทร์ ทหารเขมรยังยิงทั้งคืนเรื่องความมีวินัยของทหารไทย คนนอกอาจมองไม่ออก แต่จะบอกว่า มีวินัยสุดๆดูทหารพราน ๑๙ นายที่ติดอยู่ในสนามรบ ขาดการติดต่อถึง ๗ วัน ทุกวันผ่านไปเหมือนอยู่ในขุมนรก แต่ก็รอดมาทั้ง ๑๙ นายความมีวินัยเท่านั้นที่ทำให้ทหารพรานเหล่านี้สามารถหลุดพ้นจากสนามรบออกมาได้และสังเกตให้ดี เมื่อได้รับการช่วยเหลือ ทหารพรานทุกนายกดปลายกระบอกปืนลงพื้นทั้งหมด เพราะความมีวินัย ทุกอย่างจึงเป็นไปตามอัตโนมัติป้องกันอุบัติเหตุโดยไม่ตั้งใจ!นี่คือมืออาชีพผิดกับทหารเขมร จากคลิปที่ปล่อยกันว่อนโซเชียล ไม่ต่างจากกองโจร ไร้วินัยแม้กระทั่้งการเก็บรักษาอาวุธ หันปลายกระบอกปืนสะเปะสะปะมั่วไปหมดแต่ก็มีสิ่งที่น่ากลัวกว่าความไร้วินัยของทหารเขมร นั่นคือความไม่เอาไหนของรัฐบาลไทยเหมือนจะยังตกใจเสียงปืนกันอยู่ จนทำอะไรไม่ถูก หยิบจับอะไรก็ดูผิดไปหมดนึกถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาในช่วงสงครามเสียกรุงครั้งที่สองอยู่ในขั้นเสื่อมทรามพระเจ้าเอกทัศน์ทรงหลงสตรี จึงโปรดให้ห้ามยิงปืนใหญ่บ้างก็ว่าให้ลดดินปืนลงเพราะกลัวนางสนมหูแตกหรือตกใจ ทำให้ไม่สามารถยิงปืนข้ามคูพระนครถึงค่ายพม่าได้สุดท้ายก็เสียกรุง!สภาพรัฐบาลไทยขณะนี้เหมือนคนตกใจเสียงปืนจริงๆภาระจึงไปตกที่ทหารเกือบทั้งหมดบางภาระก็ไปตกกับเอกชนดูการเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเป็นตัวอย่างอนุมัติเสียดิบดีไปเป็นอาทิตย์แล้วครับกรณีเสียชีวิต รายละ ๑ ล้านบาทกรณีทุพพลภาพ รายละ…

  • ทัวร์ลงฉ่ำ หลังพรรคประชาชน จี้ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ยกเลิกนโยบายผู้ป่วยกัมพูชา

    เป็นปฏิกิริยาในคอมเมนต์ในโพสต์นี้ของพรรคประชาชน หลังแสดงท่าทีต่อกรณีโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ออกหนังสือประกาศเรื่อง ขอยกเลิกการปฏิบัติงานชั่วคราวของผู้ช่วยสื่อสารชาวกัมพูชา และการให้บริการผู้ป่วยชาวกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม-10 สิงหาคม โดยเรียกร้องให้ยกเลิกนโยบายเลือกปฏิบัติผู้ป่วยกัมพูชา ชี้ขัดหลักมนุษยธรรมสากล หวั่นกระทบภาพลักษณ์ไทย พร้อมเสนอทางเดียวของไทย คือต้องกอดหลักมนุษยธรรมตามกฎหมายสากล แก้นโยบายเลือกปฏิบัติโดยด่วนเรื่องนี้ทำให้หน้าเพจร้อนฉ่า เพราะไม่เห็นด้วยกับท่าทีของพรรคดังกล่าว อย่าง Drama-addict ระบุพรรคประชาชนใจเย็น เข้าใจหลักการแต่ว่าลองคุยกับหมอในโรงพยาบาลจะเข้าใจ ปัญหาคือไม่ได้หยุดการรักษาชาวเขมร เพราะความเกลียดชัง แต่โรงพยาบาลพบล่ามพาคนไข้เขมรเข้ามา โพสต์โจมตีคนไทยและประเทศไทยรัวๆบางโพสต์ขอความเห็นใจบุคลากรของโรงพยาบาลที่เฉพาะคนไทยเข้าใช้บริการจำนวนมาก ส่วนชาวกัมพูชาที่เข้ามาไม่รู้ใครเป็นใคร ที่ผ่านมาเขาโพสต์คลั่งชาติมาก ถ้ามีคนแฝงเข้ามาแล้วก่อเหตุจะเกิดความเสียหาย ช่วยหยุดโลกสวยสักพัก และทางโรงพยาบาลไม่ได้เลิกรักษา แค่จำกัดคนใหม่เพื่อความปลอดภัยบางคอมเมนต์ระบุให้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศก่อน หรือวิงวอนให้พรรคอยู่เฉยๆ ในเรื่องนี้ อย่าโลกสวย ขณะบางโพสต์ถึงขั้นเลิกเลือกพรรคส้มได้เหมือนกัน

  • อัยการ จ่อเรียก “แพทองธาร” สอบปมคลิปเสียงฮุนเซน พบ 4 แอดมินโพสต์จากกัมพูชา

    อัยการ จ่อเชิญ “แพทองธาร” ให้ปากคำกรณีคลิปเสียงสนทนา “ฮุนเซน” ยันขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินคดีใคร อยู่ระหว่างการหารือส่ง อสส.พิจารณาชี้ขาด เชื่อมีการวางแผนเป็นขั้นตอนวันนี้ (1 ส.ค.2568) นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงาน การสอบสวน พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เข้าร่วมประชุมหารือคณะกรรมการสอบสวนคลิปเสียงระหว่าง สมเด็จฯ ฮุน เซน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการประชุมหารือระหว่างอัยการสูงสุดกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีครั้งแรก หลังจากที่มีการตั้งคณะกรรมการการสอบสวน กรณีที่นายสมคิด เชื้อคง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษสมเด็จฯ ฮุน เซน ในประเด็นปล่อยคลิปเสียงสนทนากับ น.ส.แพทองธารโดยกล่าวหาไว้ 2 ข้อหา ประกอบด้วย มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาใคร เป็นเพียงการพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ทางอัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หากไม่สั่งฟ้องคดีก็เป็นอันสิ้นสุดโดยการประชุมวันนี้เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางสอบสวนว่าจะเรียกพยานคนไหนเข้ามาสอบปากคำบ้าง รวมถึงการพิจารณาเรียกนายกรัฐมนตรีเข้ามาสอบด้วยเช่นกัน แต่การสอบปากคำสมเด็จฯ ฮุน เซน…

  • ทอ.โต้สื่อกัมพูชา ยัน ข่าวสวีเดนระงับขายกริพเพน ไม่เป็นความจริง ชี้ยังอยู่กระบวนการจัดซื้อ

    ทอ.โต้สื่อกัมพูชา ยัน ข่าวสวีเดนระงับขายกริพเพน ไม่เป็นความจริง ชี้ยังอยู่กระบวนการจัดซื้อเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม จากกรณีที่ พนมเปญ โพสต์ รายงานว่า สวีเดน ได้ปฏิเสธคำขอของประเทศไทย ที่จะซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนเพิ่มเติม หลังจากที่ไทยเป็นชาติแรกที่ใช้เครื่องบินกริพเพนสู้รบจริงสื่อเขมร-มาเลย์เผย สวีเดนปฏิเสธคำสั่งซื้อ ‘กริพเพน’ ของไทย หลังใช้ถล่มกัมพูชาทั้งนี้ กองทัพอากาศไทย ได้โพสต์โต้กระแสข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า กองทัพอากาศ ยืนยัน “ข่าวบิดเบือนความจริง” กรณี สื่อกัมพูชาอ้างว่า สวีเดนระงับการขาย Gripen เพิ่มเติม ให้กับกองทัพอากาศไทย ซึ่งข้อมูลที่ทางสื่อกัมพูชากล่าวอ้าง เป็นการนำข้อมูลมาบิดเบือนข้อเท็จจริง โครงการดังกล่าว ยังคงอยู่ในระหว่างกระบวนการจัดซื้ออ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทอ.โต้สื่อกัมพูชา ยัน ข่าวสวีเดนระงับขายกริพเพน ไม่เป็นความจริง ชี้ยังอยู่กระบวนการจัดซื้อติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th

  • ด่วน! กองทัพภาคที่ 2 ฉะเดือด ทหารเขมร เพิ่มเติมกำลัง ตลอดเเนวพื้นที่ชายแดน

    ด่วน! กองทัพภาคที่ 2 ฉะเดือด ทหารเขมร เพิ่มเติมกำลัง ตลอดเเนวพื้นที่ชายแดนเมื่อเวลา 13.46 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ได้เผยเเพร่ข้อมูลเกี่ยวกรณีที่ฝ่านกัมพูชามีการเพิ่มเติมกำลัง ตลอดแนวพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Wassana Nanuam โดยระบุว่า ทัพภาค2 แฉ ทหารเขมรเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผิดข้อตกลง หยุดยิงจากการตวรจสอบ พบ UAV ไม่ทราบฝ่าย บินตรวจการณ์ที่ตั้งการวางกำลังของฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ ช่องอานม้า ภูมะเขือ สัตตะโสม ปราสาทโดนตรวล ภูผี ช่องจอม ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 (ณ เวลา 10.00 น.) ว่า ปรากฏความเคลื่อนไหวของกำลัง ทหารกัมพูชา ดังนี้1. ตรวจพบการเพิ่มเติมกำลัง…

  • “การสื่อสารคลาดเคลื่อน” โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์แจง ยังรักษาผู้ป่วยกัมพูชาตามปกติ

    วันนี้ (31 กรกฎาคม 2568) โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ออกหนังสือชี้แจงกรณี ‘การยกเลิกการปฏิบัติงานชั่วคราวของผู้ช่วยสื่อสารภาษากัมพูชาและการให้บริการผู้ป่วยชาวกัมพูชา’ ที่เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลฯ จนทำให้เกิดการสื่อสารที่ ‘คลาดเคลื่อน’ โดยโรงพยาบาลของชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้โรงพยาบาล ‘ให้การดูแลผู้ป่วยกัมพูชา’ เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยผู้ป่วยรายเดิมที่ยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลให้บริการโดยปกติ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อความปลอดภัย ขณะที่ผู้ป่วยกัมพูชารายใหม่ ทางโรงพยาบาลพร้อมให้บริการตามหลักมนุษยธรรม โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีรับยาแทน ทางโรงพยาบาลขอ ‘งดรับยาแทน’ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านจัดส่งยาข้ามแดน ทำให้มียาตกค้างจำนวนมากโรงพยาบาลคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ญาติ และบุคลากรโรงพยาบาลโรงพยาบาลคำนึงถึงความปลอดภัยของสถานที่และบริเวณใกล้เคียง ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนการให้บริการของโรงพยาบาลในสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ทำให้ต้องปรับการให้บริการที่ไม่เร่งด่วนบางประการลง เช่น การเลื่อนผ่าตัดกรณีที่ไม่ฉุกเฉิน งดบริการคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการ (SMC Premium Clinic) ซึ่งเป็นการบริหารทรัพยากรภายในเพื่อปรับภารกิจและรูปแบบการให้บริการการปฏิบัติงานของผู้ช่วยสื่อสารภาษากัมพูชา (ล่าม) ให้งดปฏิบัติงานชั่วคราว เนื่องจากมีผู้ป่วยชาวกัมพูชา ‘จำนวนน้อยลงมาก’ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยโดยก่อนหน้าการชี้แจงของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ออกมาวิจารณ์ถึงประเด็นที่เกิดขึ้นผ่าน Facebook ส่วนตัวว่า การตัดสินใจงดให้บริการผู้ป่วยชาวกัมพูชาในช่วงเวลาที่อ่อนไหวนี้ มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์ทางการทูตของประเทศไทยโดยเฉพาะด้านมนุษยธรรมและความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งอาจบั่นทอนความพยายามในการสร้างภาพบวก และลดทอนความชอบธรรมในการสื่อสารประเด็นความขัดแย้งชายแดนของไทย

  • กองทัพบก แถลงด่วน! หลัง ฮุนมาเนต จี้ส่งตัว 18 ทหารเขมร กลับประเทศ

    กองทัพบก แถลงด่วน! หลัง ฮุนมาเนต จี้ส่งตัว 18 ทหารเขมร กลับประเทศวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 มีรายงานว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณี นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา โพสต์ข้อความ เร่งรัดให้ส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศ โดยอ้างว่าได้มีการประสานงานกองทัพบก และ กระทรวงกลาโหม รวมถึง และ กองทัพมาเลเซียพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกพล.ต.วินธัย กล่าวว่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงกับ พลเอก ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด นิซัม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย ไปแล้ว หลังที่ได้มีการพบกันเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะดูแลเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายสากล และจะรีบส่งกลับเมื่อเสร็จขั้นตอนตามกฎหมาย

  • ไม่ธรรมดา เปิดเงินเดือน พลโทหญิงมาลี โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา

    ไม่ธรรมดา เปิดเงินเดือน พลโทหญิงมาลี โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาช่วงนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกหญิงแห่งกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ผู้กลายเป็นกระบอกเสียงคนสำคัญของรัฐบาลกัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดประเด็นร้อนระหว่างไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับกรณีระเบิด MK-84 ซึ่งเธอได้ออกมาแถลงตอบโต้ฝ่ายไทยอย่างเข้มข้นและเฉียบขาด จนชื่อของเธอถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อและโซเชียลก่อนหน้านี้ เราได้แนะนำประวัติของมาลี โสเจียตา ไปแล้วว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน และมีบทบาทอย่างไรในวงการทหารของกัมพูชา ล่าสุดหลายคนก็เริ่มสงสัยถึงรายได้ของเธอ ว่าในฐานะนายทหารหญิงระดับสูง เธอได้รับเงินเดือนเท่าไร?ค่าตอบแทนของนายทหารกัมพูชา ตามข้อมูลหน่วยงานระดับโลกจากรายงานของ Global Witness และ SIPRI (Stockholm International Peace Research Institute) เคยประเมินโครงสร้างเงินเดือนของทหารกัมพูชาไว้ยศร้อยตรี-พันตรี มีเงินเดือนประมาณ 200-400 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,800-13,600 บาท)ยศพันเอก-นายพล ได้รับประมาณ 500-1,200 ดอลลาร์ (ราว 17,000-40,800 บาท)ระดับผู้บัญชาการทหารระดับสูง จะอยู่ที่ 1,500-3,000 ดอลลาร์ (ราว 51,000-102,000 บาท)ในกรณีของ มาลี โสเจียตา ซึ่งมี ยศเป็นพลโท และยังดำรงตำแหน่ง…

  • ‘พรรคประชาชน’ ย้ำไทยต้องยึดมั่นหลักมนุษยธรรมหลัง ‘รพ.สรรพสิทธิประสงค์’ ไม่รับผู้ป่วย ‘กัมพูชา’

    ‘พรรคประชาชน’ ย้ำไทยต้องยึดมั่นหลักมนุษยธรรม หลัง ‘รพ.สรรพสิทธิประสงค์’ ไม่รับผู้ป่วย ‘กัมพูชา’ หวั่นการเลือกปฏิบัติทำให้เสียหายในเวทีโลก ชี้ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งบานปลาย กลายเป็นความขัดแย้งเกลียดชังระหว่างประชาชนเมื่อวันที่ 31 พ.ค. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ทางเดียวของไทย คือต้องกอดหลักมนุษยธรรมตามกฎหมายสากล แก้นโยบายเลือกปฏิบัติโดยด่วน” ระบุว่า จากกรณีที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ออกหนังสือประกาศเรื่องการยกเลิกปฏิบัติงานชั่วคราวของผู้สื่อสารชาวกัมพูชา และการให้บริการผู้ป่วยชาวกัมพูชาโดยมีรายละเอียด คือ 1.ยกเลิกการปฏิบัติงานชั่วคราวของผู้ช่วยสื่อสารชาวกัมพูชา และจิตอาสาต่างประเทศ 2.ปิดการให้บริการ SMC Premium ชั่วคราว 3.ยกเลิกการรับยาแทน และงดรับเคสใหม่ผู้ป่วยชาวกัมพูชา 4.ผู้ป่วยชาวกัมพูชาที่ยังนอนรักษาอยู่ในโรงพยาบาล ให้จำกัดพื้นที่ให้ชัดเจน มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.-10 ส.ค. นั้นพรรคประชาชนมีความเห็นว่า ประเทศไทยจะสามารถหยัดยืนในเวทีนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงสถานการณ์การใช้กำลังปะทะกันระหว่างประเทศนั้น ก็ด้วยการยึดมั่นหลักมนุษยธรรมและหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นหลักประกันว่าประเทศไทยจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่ทำให้ไทยเสียเปรียบในเวทีระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อนุสัญญาเจนีวา 4 ฉบับ ลงวันที่ 12 ส.ค. 2492 โดยประเทศไทยได้ลงนามเมื่อปี 2497 ว่าด้วยกฎการทำสงครามและหลักสิทธิมนุษยชนในยามสงคราม โดยเฉพาะ ภาค…

  • ภูมิธรรม เสียใจ ปชช.ผูกคอเสียชีวิต หลังอพยพภัยชายแดน ลั่นไม่มั่นใจผู้นำเขมร หวั่นปะทุอีก

    “ภูมิธรรม” เสียใจ เหตุ ปชช.ผูกคอดับ ขอประเมินสถานการณ์ให้มั่นใจ 100% ค่อยอพยพชาวบ้านกลับ ลั่นไม่เชื่อถือผู้นำกัมพูชา ปัดตอบปมยึดปราสาทตาควาย หวั่นกระทบเจรจา ชี้ทหารเขมร 18 นายรุกล้ำเข้าไทยหลังประกาศหยุดยิง ยังคุมตัวสอบสวนก่อนเมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.)นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการนายกฯ กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้ประชาชนที่อยู่ในศูนย์อพยพสามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้วหรือไม่ เนื่องจากตอนนี้พบว่ามีประชาชนผูกคอเสียชีวิตว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต พร้อมยอมรับว่า เป็นความห่วงใยของรัฐบาล แม้ว่าจะอยากให้เดินทางกลับบ้านพักเลย แต่สถานการณ์ยังไม่มั่นใจ 100% เพราะไม่รู้ว่า สิ่งที่กัมพูชาพูดสามารถเชื่อได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามักบิดเบือนจากข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรอการประเมินอีกครั้งหนึ่งก่อน ว่า หากไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็สามารถเดินทางกลับบ้านพักได้ ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า การที่กัมพูชาพาผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศลงพื้นที่ เป็นเพราะเขาเป็นผู้ก่อเหตุ จึงมั่นใจว่าเราจะไม่ทำอะไร และเราเองก็เป็นฝ่ายถูกกระทำ ฉะนั้นเราจึงไม่มั่นใจว่ากัมพูชาจะกระทำอย่างไรเมื่อถามว่า ไทยจะใช้มาตรการเชิงรุกทั้งด้านการทูตและด้านพื้นที่อย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้เราไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา การดำเนินการต่างๆ เราก็คุยกับนานาชาติอยู่เสมอ แต่ข้อสำคัญอยู่ที่หลักฐาน เพราะเขาพูดไปได้เรื่อยๆ แต่เราพูดมีหลักฐานรองรับเมื่อถามว่า…