Category: การเมือง
-
‘สุชาติ’ กดปุ่มย้ายด่วน! สั่ง ‘ปลัด ทส.-อธิบดี’ ใช้อำนาจดึงคนเก่งร่วมงาน
‘สุชาติ’ กดปุ่มย้ายด่วน! สั่ง ‘ปลัด ทส.-อธิบดี’ ใช้อำนาจดึงคนเก่งร่วมงานเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในกระทรวง ทส. ว่า ได้มีการคุยกับปลัด ทส.แล้ว เมื่อเข้าทำงานได้ก็ดำเนินการได้ทันที อันดับแรกตนจะคุยกับปลัดและอธิบดีทุกคนว่าข้าราชการที่พวกท่านมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายให้เอาคนที่มีคุณภาพมาทำงาน ถ้าใครมีปัญหาก็ต้องย้าย ปรับหลังบ้านตัวเองให้เร็วที่สุด เอาคนที่มีคุณภาพมาทำงานให้เร็วที่สุดต่อมาคือ เรื่อง PM 2.5 แผนแม่บทกฎหมายที่ต้องเร่ง ขั้นตอนถึงไหน เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่าที่จะต้องคงไว้และเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น โดยได้คุยกับอธิบดีคร่าว ๆ แล้ว ซึ่งตนขอให้ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพราะตนมาเพียงแค่กำกับนโยบายที่ติดขัดต่าง ๆทั้งนี้ จะเดินทางเข้ากระทรวง ทส.ในวันศุกร์ที่ 26 ก.ย. พร้อมกับมอบนโยบายและแนวทางการทำงานให้ข้าราชการ ซึ่งยังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน#Thepoint #Newsthepoint#สุชาติชมกลิ่น #รัฐบาลอนุทิน#กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
-
‘ชัชชาติ’ สั่งมาตรการด่วน 7 ข้อ คุมสถานการณ์ ถ.สามเสน ทรุดตัว
เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เปิดเผยถึงเหตุผิวจราจรทรุดตัว บริเวณหน้าวชิรพยาบาล ถ.สามเสน เขตดุสิต ว่า จุดเกิดเหตุคือ บริเวณไซต์งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณสถานีโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์รถไฟฟ้ากับสถานี ส่งผลให้เกิดการยุบตัวของดิน และท่อประปาขนาดใหญ่ชำรุด มีดินไหลเข้าพื้นที่ก่อสร้าง และมีน้ำรั่วไหลเข้าสถานี เบื้องต้น กรุงเทพมหานคร การประปานครหลวง และการไฟฟ้านครหลวง ได้ดำเนินการตัดน้ำ–ไฟ เพื่อควบคุมสถานการณ์ และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้วนายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อ ประกอบด้วย1. ตัดน้ำประปา และจัดระบบจ่ายน้ำสำรองให้ประชาชนในพื้นที่2. ตัดกระแสไฟฟ้า และสายไฟโดยรอบเพื่อความปลอดภัย3. อุดรอยรั่วของอุโมงค์ที่ทำให้ดินไหลเข้าสถานี4. ประเมินความปลอดภัยของอาคารโดยรอบ5. ติดตั้งระบบมอนิเตอร์ ติดตั้งกล้อง CCTV รอบพื้นที่ และตรวจสอบการเคลื่อนตัวของดิน6. ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารหลักใกล้เคียง7. จัดการจราจรโดยประสานตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้อสำคัญอีกข้อคือ เรื่องฝนตก ถ้ามีฝนตกจะทำให้มีน้ำเพิ่มในระบบ อาจจะชะดินลงไปในช่องที่เปิด ซึ่งได้สั่งให้ตั้งทีมงานขึ้นมาพิจารณาตอนฝนตกว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อป้องกันการไหลของดินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียงความเสียหายต่อยานพาหนะจำนวน…
-
’อนุทิน‘ ซัด ‘ภูมิธรรม‘ ปมใช้ เขากระโดง ดิสเครดิต เย้ย อยู่มา 3 เดือนไม่เห็นทำอะไรได้
’อนุทิน‘ ซัดเดือด ‘ภูมิธรรม‘ ปมใช้ ”เขากระโดง“ ดิสเครดิต บอก เอาที่สบายใจ เย้ย อยู่มา 3 เดือนไม่เห็นทำอะไรได้ “ดีแต่พูดเป็นฮีโร่หน้าจอ” ปูด “อยากเป็น มท.1 มาแต่ไหนแต่ไร ตามดิสเครดิตมาตลอด” เหน็บ ไปจับยาเสพติด ก็เดินตามหลังก็อปปี้การทำงาน – ลูกน้องที่เดินตามก็ลูกน้องที่ตนตั้ง ลั่น “ปากก็พูดแต่เรื่องวาทกรรม”วันนี้ (23 ก.ย. 68) เวลา 15:45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ปัญหาเขากระโดงไม่คืบหน้า เพราะมีนายอนุทินคุมมหาดไทย โดยนายอนุทิน หัวเราะ ก่อนถามกลับว่า “แกยังพูดแบบนี้อยู่หรือ แต่ก็ไม่เป็นไรเอาที่ท่านสบายใจ”ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาแก้ต่างเรื่องที่ดินเขากระโดง จะถูกมองว่าเป็นการปกป้องพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยออกมาแถลงแล้ว ว่าสิ่งที่นายภูมิธรรม…
-
นายกฯ ขีดเส้นต้องรู้ ‘สาเหตุ’ ถนนทรุดใน 2 วัน เร่งซ่อมแซม ชี้เป็นเรื่องวิศวกรรมล้วนๆ
นายกฯ ยัน ควบคุมสถานการณ์ถนนสามเสนทรุดได้แล้ว มอบ ‘โยธา’ รวมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรหาสาเหตุ ส่วน ‘รฟม.’ รวบรวมความเสียหาย ชี้ ต้องเคลียร์ให้คืนสภาพเร็วที่สุดจากนั้น เวลา 11.05 น. วันที่ 24 กันยายน ที่อาคารเพชรรัตน์นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล ว่า ขณะนี้ เราควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดแล้ว จากนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความรู้ด้านวิศวกรรม และผู้ว่าการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะชี้แจงเชิงเทคนิค และรายละเอียดต่อไป ส่วนรัฐบาลจะร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่สังกัดกรุงเทพมหานคร แต่เท่าที่ทราบเพื่อความปลอดภัยทางวชิรพยาบาลได้ขอปิดการให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) ในช่วงวันถึงสองวันนี้ก่อนแต่มีการประสานงานกับโรงพยาบาลเครือข่าย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข มาประสานความร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานคร เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งอยู่กลางเมือง มั่นใจว่าสามารถรองรับ และให้บริการผู้ป่วยได้โดยที่ไม่มีอุปสรรคใดๆเมื่อถามว่า จะต้องมีเจ้าภาพในการดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นทรัพย์สินของ รฟม. ที่จะเป็นผู้รวบรวม และจะต้องไล่เช็กว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง นอกจากนี้ ต้องดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร…
-
“เดือด! อนุทิน–ฮุนเซน ปะทะวาทกรรมชาตินิยม”
ศึกวาทกรรมเดือด! อนุทินปะทะฮุนเซน ปมชายแดนไทย–กัมพูชา สู่เกมการเมืองชาตินิยมร้อนแรงการเมืองสองฝั่งชายแดนไทย–กัมพูชาปะทุ เมื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปราศรัยที่ศรีสะเกษด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวต่อประเด็นการเปิด–ปิดด่านชายแดน โดยย้ำว่า “อย่าว่าแต่สุนัขไม่กล้าเปิดเลย หนูยิ่งไม่กล้าเปิดใหญ่เลย ผมเป็นนายกฯ ของคนไทย ไม่ใช่นายกฯ ของเพื่อนบ้าน” พร้อมให้อำนาจกองทัพตัดสินใจเรื่องความมั่นคง และยืนยันไทยจะไม่เจรจากับกัมพูชาตราบใดที่ยังมีการใช้แรงกดดันหรือโล่มนุษย์ด้าน สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และผู้นำจิตวิญญาณ ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างแข็งกร้าว ระบุว่าไทยจะต้องเปิดด่านอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ปิดต่อไปอีกเป็นร้อยปีก็ไม่กระทบกัมพูชา ตรงกันข้ามกลับผลักดันให้สินค้าในประเทศเติบโต ประชาชนหันมาใช้สินค้ากัมพูชามากขึ้นสถานการณ์ตอนนี้ทั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล และ สมเด็จฮุนเซน ต่างเดินเกมปลุกกระแส ชาตินิยม ฝั่งหนึ่งตอกย้ำว่าเป็น“นายกฯ ของคนไทย” อีกฝั่งปลุกความภูมิใจในสินค้ากัมพูชา เกมนี้ไม่เพียงสะท้อนการเมืองระหว่างประเทศ แต่ยังโยงเข้าสู่สนามเลือกตั้งในไทย เมื่อถ้อยคำของอนุทินถูกตีความว่าเหน็บแนมพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกโจมตีเรื่องสายสัมพันธ์กับผู้นำกัมพูชาศึกวาทกรรมร้อนแรงครั้งนี้ แม้สร้างกระแสนิยมและปลุกอารมณ์ชาตินิยม แต่ก็ทิ้งคำถามใหญ่ต่ออนาคตความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา และความเสี่ยงปะทะชายแดนที่อาจปะทุรอบใหม่ หากทั้งสองฝ่ายยังคงเดินเกมแข็งกร้าวโดยไม่ถอย#อนุทิน #ฮุนเซน #ชายแดนไทยกัมพูชา #การเมืองร้อน #ชาตินิยม #Siamrath #สยามรัฐ
-
ทหาร ‘เลี้ยงไข้เขมร’?
ทำไม…..เขมรถึงจัดอีเวนต์ “กวนตีนไทย” ภายใต้คอนเซปต์ “เอ็งมาข้ามุด-เอ็งหยุดข้าแหย่” เป็นรายวันในช่วงนี้…รู้มั้ย?อย่างล่าสุด ในเขตพื้นที่ภูผี ตำบลเสาธงชัย กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ ที่ทหารเขมรจำนวนมากมาเป็นปุ๋ยบำรุงดินให้เมื่อปลายเดือนกรกฎา.เมื่อวาน (๒๓ ก.ย.) ตอนบ่าย เขมรมันส่งทหารเดนตาย ๒-๓ นาย ย่องเข้ามาในแนวรั้วลวดหนาม ทีท่าจะมาทำอะไรซักอย่างทหารไทยจึงให้เสียงไปทำนองว่า…“อ๊ะ..อ๊ะ ข้าเห็นนะ ไอ้พวกลูกหมา มึงจะมาหาที่ตายกันอีกรึไง?”เท่านั้นแหละ ทหารเขมรตกใจแทบเยี่ยวราด ใช้ปืนเล็กยาวยิงใส่รั้วลวดหนามตูมตามสลับยิงขึ้นฟ้าทหารไทยจึงยิงเตือนไปด้วยความเอ็นดูทหารเขมรพากันวิ่งหนีป่าราบกลับเข้าแดนไป โดยฝ่ายไทยไม่ได้ถือเป็นเหตุที่จะรุกไล่ด้วยหวังขยายสถานการณ์เพื่อบดขยี้นี่เป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ที่เขมรได้แต่จ้องขยับ แต่ไม่กล้าเข้ามาต่อกรจริงๆ จังๆ เพราะยังแหยงสรรพคุณ “แม่ทัพบุญสิน”แหยงแล้วทำไมจะเข้ามากระตุกหนวดเสืออีกล่ะ?เดี๋ยวค่อยตอบ คุยต่อให้จบก่อนไปดูทางด้านตะวันออกที่สระแก้ว พื้นที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เขตรับผิดชอบของทัพภาคที่ ๑ บ้างก็จะเห็นความแตกต่างรูปแบบการก่อกวนของทหารเขมร ในพื้นที่ “แดนชนแดน” ของกองทัพภาคที่ ๒ ซึ่งเป็นพื้นที่ลึกเข้าไปในป่าทึบมีแต่ทหาร ไม่มีชาวบ้านตั้งชุมชนฉะนั้น การเผชิญหน้าปะทะกัน จะเป็นระหว่างทหารกับทหาร ไม่มีชาวบ้านปะปน เรียกว่า “ลงมือ-ลงตีน” กันได้ถนัด!แต่ที่ “บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว” ของไทยที่ให้เขมรอาศัยซุกหัวตอนลี้ภัยแล้วมันยึดเลย นั้นเป็นเขตเมือง พื้นที่ทุ่งนา-ป่าโล่ง เขมรตั้งเป็นชุมชนอยู่กันจำนวนมากดังนั้น จะเห็นว่า ในการดื้อแพ่ง…
-
’อนุทิน‘ เปรียบ ‘เพื่อไทย’ ไม่ใช่รักร้าว แต่ “แตกแล้ว” บอก พร้อมปล่อยวาง
’อนุทิน‘ เปรียบ ‘เพื่อไทย’ ไม่ใช่รักร้าว แต่ “แตกแล้ว” บอก ตนเองพร้อมปล่อยวาง ถึงเวลาค่อยมาว่ากันใหม่ ตอนนี้ขอแข่งกับตัวเองวันนี้ (23 ก.ย. 68) เวลา 15:45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาเป็นฝ่ายค้าน แต่หลายคนมองว่าจะเป็นฝ่ายแค้น และเปรียบเสมือนเป็นรักร้าว ว่า ไม่ใช่รักร้าวหรอก มันแตกหมดแล้วผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าแสดงว่าไม่สามารถจับมือพรรคเพื่อไทยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ก็เป็นการเมือง หากเขาแรงมาเราก็แรงกลับ มันก็ไม่จบ ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ทำกับตนขนาดไหน ตนก็ไม่เคยทำอะไรกลับ ทำงานอย่างเดียว ทำให้กับพี่น้องประชาชน ไอ้เรื่องที่จะไปคิดบัญชี เหมือนที่เขาทำกับตนไม่มีหรอก พร้อมย้ำว่า ไม่มีปัญญาทำด้วย ซึ่งตนต้องทำตามกฏหมาย ไม่ใช้อำนาจ ไม่ใช้กลไกใดๆ ทางการเมือง ป้ายสีทำให้เกิดความเสียหายกับคู่แข่งทางการเมือง เพราะตนต้องการแข่งขันทางการเมือง ต้องแข่งกันทำความดี แข่งกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ตนสู้เต็มที่ แต่จะไม่ใช้กฎหมายหรือกลไกของรัฐที่ตนรับผิดชอบ มาป้ายสีคนอื่นเหมือนรัฐบาลชุดที่แล้วทำส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคภูมิใจไทยจะมีโอกาสร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราขอไม่พูดถึงเรื่องการเมืองในอนาคต เพราะยิ่งพูดก็จะยิ่งเกิดความสับสน…
-
ทิ้งพีระพันธุ์ 30 รทสช. เตรียมซบภูมิใจไทย ขณะที่ 3 เสียงและชัชเตาปูน น่าจะยังอยู่ต่อกับพีระพันธุ์ ส่วน ธนกร-สุชาติ-เอกนัฎ-อัครเดช น่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้
จับตาความเคลื่อนไหวหลัง สส.ส่วนใหญ่จากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประกาศทิ้งพีระพันธุ์ ท่ามกลางกระแสร้าวฉานภายในพรรคมานานนับปี ล่าสุดชัดเจนแล้วว่า สส.ไม่น้อยกว่า 30 คน (จาก 36 คน) เตรียมซบพรรคภูมิใจไทยเร็วๆ นี้จากเดิมที่ สส.กลุ่ม 16 นำโดยนายธนกร วังบุญคงชนะ และนายสุชาติ ชมกลิ่น ขนทีมมาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยอย่างไม่เป็นทางการ ล่าสุดวันนี้ (23 ก.ย. 2568) นายธนกรระบุชัดแล้วว่ากลุ่ม 16 เตรียมตัวซบพรรคภูมิใจไทยอีกฝั่งด้านทีมของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในขั้ว สส.ใต้ในสังกัด “ลูกหมี” หรือนายชุมพล จุลใส อดีต สส.หลายสมัยจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยนายสุพล จุลใส สส.ชุมพร และนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร รทสช. ได้พา นายนพพร อุสิทธิ์ หรือ นายกโต้ง นายก อบจ. ชุมพร และทีม อบจ.ชุมพร มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเท่ากับว่าเป็นการส่งสัญญาณว่า…
-
กฤษฎีกา เผย นายกฯ บินร่วมเวที UNGA แจงปมชายแดนไทย-กัมพูชาได้
คกก.กฤษฎีกา เผย นายกรัฐมนตรี บินร่วมเวที UNGA วันที่ 25-27 ก.ย.แจงผู้นำโลก ปมปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาได้ ชี้ถ้าสถานการณ์ปกติห้ามไปก่อนแถลงนโยบายวันนี้ (23 ก.ย.2568) แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมหารือฝ่ายกฎหมาย เพื่อจะเดินทางไปประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly) ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า ตามปกติ หากรัฐบาลยังไม่แถลงนโยบาย ก็ไปไม่ได้ แต่มีข้อยกเว้นเป็นกรณีเรื่องเร่งด่วนที่สำคัญ ซึ่งจะต้องถูกมีการพิจารณาตีความก่อนเมื่อถามว่า ถ้าหาก นายกรัฐมนตรี ระบุว่าไปเพื่อชี้แจงผู้นำและประชาคมโลก กรณีปัญหาข้อพิพาทความขัดแย้ง ชายแดนไทย-กัมพูชา จะทำได้หรือไม่ แหล่งข่าวคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า หากเป็นกรณีนี้ไปได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับเหตุผลที่จะเดินทางไป เพราะหากไปเพื่อแค่กล่าวสุนทรพจน์เท่านั้น ก็ไม่สมควรไปทั้งนี้รายงานว่า นายอนุทิน เตรียมวางกำหนดการเดินทางไปประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 25 – 27 ก.ย.นี้ เพื่อเดินทางกลับมาให้ทันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาอ่านข่าว :ร่างคำแถลงนโยบาย "รัฐบาลอนุทิน…
-
ป.ป.ช. ออกประกาศใหม่ ให้ข้าราชการตุลาการ 32 ตำแหน่ง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ
ป.ป.ช. ออกประกาศฉบับใหม่ กำหนดตำแหน่ง “ข้าราชการตุลาการ” ตั้งแต่ระดับอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นขึ้นไปจนถึงประธานศาลฎีกา รวม 32 ตำแหน่ง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ให้สอดคล้องกับกฎหมายเมื่อวันที่ 23 กันยายน เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2568 ลงนามโดย นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตแห่งชาติโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ทั้งนี้ เพื่อให้การประกาศกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และการบริหารงานภายในศาลยุติธรรม และเพื่อให้การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 28 (3) ประกอบมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (ฉบับที่ 11) พ.ศ.…