Category: การเมือง
-
‘อนุทิน’ นำ ครม.ใหม่ ‘ถวายสัตย์ฯ’ 24 ก.ย. ก่อนแถลงนโยบาย ภายใน15วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยทาง ครม.ได้รับแจ้งถึงกำหนดการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในวันที่ 24 กันยายน 2568 นี้ เวลา 18.00 น. โดย ครม.ทั้งหมดจะเข้ามารวมกันที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนเพื่อถ่ายรูปติดบัตรตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. รวมถึงเตรียมความพร้อมต่างๆ เช่น การตรวจคัดกรองโควิด ด้วย ATK ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบ เวลา 16.00 น. ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมีการประชุม ครม. นัดพิเศษทั้งนี้ จากเดิมมีกระแสข่าวว่าในวันที่ 25 กันยายน 2568 นี้ นายอนุทิน จะนำครม.ชุดใหม่ แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา ก่อนจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการนั้นล่าสุด นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ยังต้องรอรัฐบาลพร้อม ซึ่งมีกรอบระยะเวลาอยู่แล้ว ว่าหลังถวายสัตย์…
-
ด่วน! “คุณหญิงกัลยา” ประกาศลาออกสมาชิก ปชป.
ด่วน! "คุณหญิงกัลยา" ประกาศลาออกสมาชิก ปชป.วันที่ 19 ก.ย. 2568 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช โพสต์ข้อความ ระบุว่า เรียน ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ข้าพเจ้า คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ขอเรียนแจ้งความประสงค์ในการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ผ่านมาในการที่ข้าพเจ้าได้เป็นส่วนหนึ่งของพรรคข้าพเจ้าได้รับเกียรติและประสบการณ์อันทรงคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสร่วมผลักดันนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และการสร้างโอกาสให้เยาวชนประสบความสำเร็จ รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ เพื่อแก้จน แก้หลาก และแก้แล้ง อันช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งล้วนเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังคงมีความเชื่อมั่นว่า “การศึกษา คือรากฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาคนและชาติ” จึงตั้งใจจะอุทิศเวลาและความรู้ ความสามารถทั้งหมดต่อจากนี้ เพื่อพัฒนาการศึกษาไทย สร้างโอกาสที่เท่าเทียม และขับเคลื่อนการเรียนรู้สู่ความยั่งยืนต่อไปขอขอบพระคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มอบโอกาสและความไว้วางใจเสมอมา ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีต่อพรรคประชาธิปัตย์ ให้ประสบความสำเร็จในภารกิจเพื่อประชาชนและประเทศชาติสืบไป
-
เริ่มแล้ว! กองทัพไทยติดตั้ง “รั้วอิเล็กทรอนิกส์” ยกระดับความมั่นคงชายแดนไทย-เขมร
เริ่มแล้ว! กองทัพไทยเดินหน้ายกระดับความมั่นคง ติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ในพื้นที่ชายแดนไทย-เขมรเมื่อวันที่ 19 ก.ย.68 กองทัพไทย ได้เริ่มโครงการติดตั้ง "รั้วอิเล็กทรอนิกส์" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงตามแนวชายแดน โดย ได้มีการติดตั้งเสากล้องวงจรปิด (CCTV) ต้นแรกบริเวณหลักเขตชายแดนที่ 50 ด้านหลังด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพาสำหรับการติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ได้แก่ กล้องแบบ PTZ (Pan-Tilt-Zoom) 1 ตัว และกล้องแบบ Fix อีก 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างและระบบโซลาร์เซลล์เพื่อรองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตั้งการ์ดบันทึกข้อมูลขนาด 512GB ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้นานถึง 30 วันในระหว่างการติดตั้ง กองร้อยทหารพรานที่ 12 ได้เข้าดำเนินการตัดต้นไม้ที่ขึ้นรกทึบในพื้นที่ตรงข้ามกำแพง เพื่อให้กล้องสามารถมองเห็นพื้นที่ได้อย่างชัดเจน และประสานงานกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 (นพค.12) ซึ่งมีแผนจะเข้าปรับปรุงพื้นที่ในลำดับต่อไปการติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว
-
ด่วน! โปรดเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 1” แล้ว ตามโผ “ธรรมนัส-วรภัค” นั่ง รมต.
วันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ แต่งตั้งรัฐมนตรี มีรายละเอียดดังนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 แล้ว นั้นบัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
-
โปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 1 แล้ว นายกฯ นั่งควบมหาดไทย-เช็กชื่อ 36 รมต.
ภาพไฮไลต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “อนุทิน” นั่งนายกฯ ควบมหาดไทย ด้าน “ธรรมนัส” ผงาดนั่งรองนายกฯ ควบกระทรวงเกษตรฯวันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2568 แล้วนั้นบัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายสุชาติ…
-
กลุ่มไลน์ข้าราชการมหาดไทยวิจารณ์แต่งตั้งรองผู้ว่าฯ “ฟาสแทรค”
การแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีแบบ “ฟาสแทรค” โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงราชการและการเมือง เมื่อมีรายงานว่าเป็นการแต่งตั้งอย่าง “ลับสุดยอด” ไม่เปิดเผยต่อสังคม ขัดกับมารยาทและขั้นตอนปกติของการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อผู้มีคุณสมบัติครบเพื่อเข้าสู่การพิจารณากรณีดังกล่าวถูกตั้งคำถามในกลุ่มไลน์ข้าราชการมหาดไทย โดยมีข้อความในนาม “ผู้เสียสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด” สอบถามถึงความถูกต้องและเหมาะสมตามระเบียบกฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การแต่งตั้งเฉพาะรายนี้ส่งผลให้ตำแหน่งว่างลดลง ลิดรอนโอกาสของข้าราชการคนอื่นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นเป็นผู้ตรวจราชการกรม สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และอยู่ในบัญชีรายชื่อที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตามปกติ ข้อมูลยังชี้ว่า บุคคลดังกล่าวเคยทำงานใกล้ชิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่ รมว.มหาดไทย โดยเป็นหนึ่งในทีม “หน้าห้อง” และมีบทบาทจัดหาข้อมูลด้านปัญหาที่ดิน เช่น คดีเขากระโดง และการสร้างรันเวย์สนามบินขนงพระ อีกทั้งจังหวัดสระบุรียังเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคการเมืองใหญ่ข้าราชการระดับสูงบางรายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองยอมรับว่า การแต่งตั้งลักษณะนี้ผิดมารยาท เพราะโดยธรรมเนียมควรทำเป็นรอบใหญ่ ไม่ใช่แต่งตั้งเฉพาะราย ซึ่งอาจสร้างภาพลักษณ์ไม่ดีต่อระบบราชการและเพิ่มแรงกดดันต่อกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในสายตาสังคมและการเมืองอย่างเข้มข้น
-
ณัฐวุฒิ ชี้ดีลการเมือง “ส้ม-น้ำเงิน” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ “พิธีกรรม” ที่จบกันไปนานแล้ว
“ณัฐวุฒิ“ฟันเปรี้ยงดีลจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่เพิ่งคุยกัน แต่เป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้สนใจ MOA ตามที่อ้างไว้แต่แรก และมีแนวโน้มเดินหน้าสะสมกำลังและจัดตั้งรัฐมนตรีตามเป้าหมายของตัวเอง โดยไม่สนเสียงทักท้วงจากพรรคประชาชนวันที่ 18 ก.ย.68 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความระบุว่า”ถ้าใครเลือกจะเชื่อว่า ดีลการเมืองที่พรรคสีส้มแบกพรรคสีน้ําเงินตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย คือดีลบนโต๊ะ เขาเพิ่งคุยกันเย็นวันที่ 29 สิงหาคม หลังนายกอิ๊งค์พ้นจากตําแหน่ง ก็เอาที่สบายใจนะครับแต่ผมแน่ใจว่า นี่คือข้อตกลงที่จบกันไปตั้งนาน เขาดีลกันไปแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องพิธีกรรมย้อนความอย่างที่ผมพูดไว้หลายที่ วันที่ 2 กรกฎาคม หัวหน้าเท้งไปออกรายการกรรมกรข่าวของคุณสรยุทธ พูดฟังได้เลยว่าจะโหวตคุณอนุทิน 3 กรกฎาคม ผมโพสต์เฟซบุ๊กชี้ให้เห็นภาพนี้ที่น่าสนใจก็คือ วันรุ่งขึ้น คุณศักดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งไปยกมือให้คุณอนุทิน แล้วภายหลังลาออกเพื่อเตรียมรับตําแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ เอาลูกสาวตัวเองไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคมทําไมต้องไปสมัครตอนนั้น ทั้งๆ ที่คุณศักดา เวลานั้นยังอยู่พรรคเพื่อไทย นั่นเพราะว่ากฎหมายเขียนไว้ว่า หากมีการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ผู้สมัครจะต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้นสังกัด ไม่ต่ํากว่า 90 วันถ้ารอจนนายกอิ๊งค์พ้นตําแหน่งแล้วค่อยสมัคร มันจะไม่ทัน คุณศักดาก็เลยเอาลูกสาวไปสมัครไว้ก่อนร่วม 2…
-
จับตา! “พีระพันธุ์” แถลงด่วน ทุ่มตรงวันนี้ เปิดทางแยก “รวมไทยสร้างชาติ” ไปต่อหรือพอแค่นี้?
”พีระพันธ์ุ“ หน.พรรครวมไทยสร้างชาติ นัดแถลงเปิดใจ 19.00 น.วันนี้ ถึงสถานการณ์พรรคแตก ว่าพรรคจะไปต่อหรือพอแค่นี้วันนี้ (18 ก.ย.68) เพจเฟซบุ๊ค พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความ และโปสเตอร์ แจ้งว่าวันนี้ายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีการเปิดใจตอบทุกคำถาม ในประเด็นพรรคแตกจริงหรือไม่ ไปต่อหรือพอแค่นี้ โดยจะมีการไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊คในเวลา 19:00 น. เป็นต้นไปผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นการเปิดใจครั้งแรกของนายพีระพันธ์ุ หลังจากที่คนในพรรคทยอยออก ล่าสุดนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติที่ยื่นลาออกจากตำแหน่งเลขาพรรคแล้ว รวมถึงกลุ่มการเมืองของลูกหมี -นายจุมพล จุลใส ทีมเปิดตัว ร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวานนี้
-
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาไขข้อข้องใจทำไมศาล รธน.ตีตกคำร้องปม ‘อนุทิน’
18 ก.ย.2568 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องกรณีกล่าวหาอนุทินยึดถนนหลวงเป็นรันเวย์เครื่องบิน” ระบุว่าเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ปรากฏจากข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาในคดีที่นายนิยม นพรัตน์ ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยกล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ผู้ถูกร้อง) ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจหน้าที่ขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้นลงสำหรับอากาศยานเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธธรรมอย่างร้ายแรง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยขอให้สมาชิกภาพของ สส. และความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทินสิ้นสุดลง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายอนุทินศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวได้ผู้เขียนพิจารณาแล้ว มีข้อมูลและความเห็นดังนี้1.คดีที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ร้องขอว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัย (มาตรา 7 (11) ของ พ.ร.ป. วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561)2.บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง…
-
“รังสิมันต์” เบรคเขมร กลางเวที AIPA คุยเปิดด่านชายแดน
"รังสิมันต์" เบรคเขมร กลางเวที AIPA คุยเปิดด่านชายแดน ชี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรแก้ผ่านกลไกทวิภาคี IOT-GBC มากกว่าเวทีพหุภาคีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยกล่าวถึงข้อเสนอของกัมพูชาที่หยิบยกประเด็น “การเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา” ขึ้นเป็นวาระเร่งด่วนช่วงท้ายของการประชุมว่า เป็นการนำเรื่องที่ควรแก้ไขผ่านกลไกทวิภาคีมาพิจารณาในเวทีพหุภาคี ซึ่งอาจก่อให้เกิดความอ่อนไหวและถูกตีความเป็นการเมืองระหว่างประเทศได้นายรังสิมันต์ ระบุว่า เดิมทีข้อเรียกร้องของกัมพูชามี 2 เรื่อง คือ 1) กรณีทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวระหว่างเหตุปะทะ และ 2) การเปิดด่านชายแดน แต่กลับถูกหยิบยกใน AIPA เพียงข้อเสนอเดียวเรื่อง “การเปิดด่านชายแดน” ทั้งที่กระบวนการของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นแล้ว และยังมีเวทีคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อยู่แล้วในการเจรจาแก้ปัญหาโดยตรงระหว่างสองประเทศนายรังสิมันต์ ย้ำว่า การยกปัญหาขึ้นใน AIPA จะทำให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น และเสี่ยงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่าการหาทางออกที่แท้จริง พร้อมทั้งระบุว่า หากกัมพูชาต้องการให้การเปิดด่านชายแดนเดินหน้าได้ จำเป็นต้องดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญก่อน คือ…