Category: การเมือง
-
นักวิเคราะห์แกะรอยมหากาพย์ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ กับเงินหมื่นล้านทิพย์?
08 ก.ค.2569 – ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เจาะลึกมหากาพย์ “สุภาพร พิมพงษ์” กับเงินหมื่นล้านทิพย์? ส่องสปอตไลท์ไปที่ช่องโหว่เชิงระบบของตลาดทุนไทย” ระบุว่า ในแวดวงตลาดทุนและเศรษฐกิจไทย คงไม่มีข่าวไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนและทิ้งปมปริศนาได้มากไปกว่ากรณีของ "นางสุภาพร พิมพงษ์" บุคคลธรรมดาที่เกือบไม่มีใครรู้จักในทำเนียบนักลงทุนไทย แต่กลับมีชื่อปรากฏบนแบบรายงาน 246-2 ของสำนักงาน ก.ล.ต. ว่าเป็นผู้เข้าถือครองหุ้นยักษ์ใหญ่ของประเทศในสัดส่วนที่สูงลิ่ว คิดเป็นมูลค่ารวมกันนับหมื่นล้านบาทนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนธรรมดาที่ร่ำรวยเงียบๆ แต่ในฐานะ นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม เหตุการณ์นี้คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึง "ช่องโหว่เชิงโครงสร้างการจัดการข้อมูล" และภัยความมั่นคงทางระบบเศรษฐกิจที่ปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเปิดไทม์ไลน์ “6 หุ้นบลูชิพ” ปรากฏชื่อแต่ล่องหนในบัญชีจริงจากการแกะรอยข้อมูลย้อนหลังของสำนักงาน ก.ล.ต. พบว่าชื่อของ "สุภาพร พิมพงษ์" ไม่ได้เพิ่งมาปรากฏตัวกับหุ้น TRUE เป็นครั้งแรก แต่เธอมีประวัติการยื่นเอกสารการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ในระดับ "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" ของบริษัทจดทะเบียนชั้นนำถึง 6 แห่งอย่างน่าอัศจรรย์ ดังนี้:บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR): ยื่นรายงานอ้างว่าทำรายการผ่าน MORGAN STANLEY ได้หุ้นไปรวมกว่า 9.99% (ซึ่งเป็นการทำรายการย้อนหลังตั้งแต่ปี…
-
‘รสนา’ ซัดรัฐบาลแหกตา ลดราคาน้ำมัน ล้วงกระเป๋าปชช.เพิ่มหนี้กองทุน ไม่กล้าแตะทุนหลังงาน
'รสนา' โวยรัฐบาลแหกตา ลดราคาน้ำมันด้วยการล้วงกระเป๋าชช.ไม่กล้าแตะทุนพลังงาน ชี้ค่าการกลั่นสูงกว่ามาตรฐานถึง 4.78 บาทต่อลิตร ค่าการตลาดน้ำมันเบนซินสูงถึง 3.60 บาทต่อลิตร เป็นการแล่เนื้อเถือหนัง ด้วยการเพิ่มหนี้ปชช.ในกองทุนน้ำมัน8ก.ค.2569- ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดราคาขายปลีกนํ้ามัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลปรับลดลงประมาณ 2.51 บาทต่อลิตร และนํ้ามันดีเซลหมุนเร็วปรับลดลงประมาณ 2.56 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกนํ้ามันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตรน.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่ารัฐบาลแหกตาลดราคาน้ำมันด้วยการล้วงกระเป๋าประชาชนมาลดราคาอีกแล้ว พี่น้อง ?!การประกาศลดราคาน้ำมันค่ำคืนนี้ มีผลเวลาตีห้า วันที่ 8 กค. โดยกลุ่มดีเซล บี7 และบี20 ลดราคา 2.56 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลบี7 เหลือ 34.94 บาทต่อลิตร ส่วนบี20 เหลือ 29.94 บาทต่อลิตรกลุ่มเบนซินแก๊สโซฮอล์ ลดลิตรละ 2.51 บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์…
-
ซวยแล้ว! รทสช. ตั้งกรรมการจริยธรรมสอบ ‘ชณทัต’ ลั่นไม่ปกป้องหากผิดจริง
กรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ มีมติเอกฉันท์ส่งคณะกรรมการจริยธรรมตรวจสอบกรณีคลิปที่เชื่อมโยง “ชณทัต ปัทะมะภูวดล” อดีตผู้สมัคร สส. ของพรรค ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แต่หากพบผิดจริงพร้อมลงโทษตามข้อบังคับโดยไม่มีข้อยกเว้น7 กรกฎาคม 2569 – นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปที่ถูกกล่าวอ้างว่าเชื่อมโยงกับนายชณทัต ปัทะมะภูวดล อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรครวมไทยสร้างชาตินางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับหลักคุณธรรม จริยธรรม และพฤติกรรมของสมาชิกพรรคอย่างเข้มงวด โดยยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบของพรรค“พรรครวมไทยสร้างชาติไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำความผิด และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมหรือกฎหมายจริง พรรคจะดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น” นางสาวศศิกานต์ กล่าว
-
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 6 ปี ชดใช้ 10.5 ล้าน ‘เจ๊อ้อย-อดีตนายกเมืองสิงหนคร’ คดีรุกเขาน้อย
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีเจ๊อ้อย สามีและบุตรชายซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองสิงหนครคดีบุกรุกเขาน้อยวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 9 อ่านคำพิพากษาคดีบุกรุกโบราณสถานเขาน้อยอำเภอสิงหนครจังหวัดสงขลาซึ่งจำเลยคือจำเลยที่ 1 นางณัฏฐ์ณรัน จันทร์สว่าง หรือ พรทิพย์ หรือเจ๊อ้อย ภรรยา อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร จำเลยที่ 2 นายชาญชญา หรือเสริมศักดิ์ จันทร์สว่าง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสิงหนครจำเลยที่ 3 นายวุฒิชัย คล้ายเพ็ชร์ หรือแจ๊ค จำเลยที่ 4 นายสนธิเทพ เต็มอะหลี หรือบ่าว จำเลยที่ 5 นายกอง จันทร์สว่าง หรือบอย นายกเทศมนตรีเมืองหนคร ในฐานความผิดข้อหาลักทรัพย์, ความผิดต่อ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ,พ.ร.บ.ป่าไม้, พ.ร.บ.การขุดและถมดิน, พ.ร.บ.แร่, พ.ร.บ.โรงงานและประมวลกฎหมายที่ดินหลังจำเลยทั้ง 5 คน ลักลอบขุดดินออกจากเขาน้อย ทำให้เป็นหลุมลึก 20 ม. และห่างจากฐานเจดีย์เขาน้อย เพียง…
-
กกต.รับรองผลเลือกตั้ง “ชัชชาติ” นั่งผู้ว่าฯ กทม. “ปรเมศวร์” นายกเมืองพัทยา
กกต.มีมติรับรองผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” พร้อม ส.ก. 50 คน และรับรอง “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” เป็นนายกเมืองพัทยา รวมถึงสมาชิกสภาเมืองพัทยา หลังไม่พบเหตุทุจริตเลือกตั้ง โดยรับหนังสือรับรองได้ตั้งแต่ 8 ก.ค. เป็นต้นไปคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติในการประชุมวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เห็นชอบประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยรับรองผลการเลือกตั้งของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งได้รับคะแนนเสียง 1,537,784 คะแนน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ พร้อมรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ครบทั้ง 50 คนนอกจากนี้ กกต.ยังมีมติรับรองผลการเลือกตั้ง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ให้ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา หลังได้รับคะแนนเสียง 20,184 คะแนน พร้อมรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 6 คน ตามที่สำนักงาน กกต.เสนอรายงานระบุว่า การรับรองผลครั้งนี้เป็นไปหลังสำนักงาน กกต.ตรวจสอบแล้ว ไม่ปรากฏเรื่องร้องเรียนหรือพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 มีเหตุอันทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมอย่างไรก็ตาม…
-
แต๋มอยู่นี่ค่ะ! อนุทิน การันตี ศุภจี ไม่มีหาย หลังโซเชียลตามหา ขณะที่เจ้าตัว ปัด นายกฯ กำชับให้สื่อสารเพิ่ม
แต๋มอยู่นี่ค่ะ! อนุทิน การันตี ศุภจี ไม่มีหาย หลังโซเชียลตามหา ขณะที่เจ้าตัว ปัด นายกฯ กำชับให้สื่อสารเพิ่ม หลังเพจกระทรวงพาณิชย์เคลื่อนไหว บอก ไม่มีอะไร ทำงานทุกวันเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าประชุมพรรคประจำสัปดาห์ โดยเดินทางมาพร้อมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนางศุภจี หลังกระแสโซเชียลตามหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งนางศุจี ตอบว่า ”พี่แต๋มอยู่นี่ ก็อยู่นี่ไงคะ“ พร้อมโบกมือทักทายสื่อ ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวเสริมว่า ”ศุภจีไม่หาย“ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สื่อสารเพิ่มหรือไม่ เนื่องจากเพจเฟซบุ๊กของกระทรวงพาณิชย์มีความเคลื่อนไหว นางศุภจี ยืนยันว่า “ไม่มีอะไร ทำงานทุกวัน” ก่อนจะขอตัวขึ้นประชุมทั้งนี้ ขณะที่กำลังขึ้นลิฟต์ นายอนุทิน กล่าวย้ำกับผู้สื่อข่าวทิ้งท้ายว่า “ศุภจีไม่มีหาย“
-
พบวิธีไล่รัฐบาล ‘ไอติม’ ลั่น! หากศาลรธน.ตีตกพรก.4แสนล้าน ‘อนุทิน ‘ต้องยุบสภา-ลาออก
7 ก.ค.2569-ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยคำร้องที่สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ว่า หากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก.ก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ โดยจุดยืนของพรรคประชาชนเราเคยพูดไว้แล้วว่าเราไม่อาจที่จะสามารถเห็นด้วยได้ โดยเฉพาะก้อน 2 แสนล้านบาทหลังที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวที่จะสามารถผลักดันหรือสามารถที่จะเสนอได้ผ่านโครงการงบประมาณปกติ ที่สภาฯ มีกลไกในการตรวจสอบได้อย่างเต็มที่นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เรามองว่าการที่จงใจนำเรื่องดังกล่าวไปอยู่ในพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทนั้น เป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะหลีกหนีการตรวจสอบของสภาฯ โดยการใช้กลไกการออก พ.ร.ก. ฉะนั้น ย้ำว่าหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องนำเข้าสภาฯ จุดยืนของพรรคประชาชนคือเราไม่สามารถเห็นด้วยได้ แต่หากศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่ารัฐบาลก็ต้องมีความรับผิดชอบ 2 ส่วนคือ 1.การรับผิดชอบทางการคลังว่าเงินที่กู้ไปแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร และ 2.ความรับผิดชอบทางการเมือง หากเราพยายามที่จะอ้างอิงธรรมเนียมปฏิบัติก่อนหน้านี้ เราจะเห็นว่าในกรณีที่พ.ร.ก.ถูกคว่ำโดยสภาฯ นายกรัฐมนตรีจะต้องยุบสภาหรือลาออก แต่กรณีนี้หากศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญจะไม่ใช่เป็นการถูกคว่ำโดยสภาฯ แต่เป็นการคว่ำโดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะไม่มีเหตุการณ์ในอดีตที่นำมาอ้างอิงได้ แต่ตนคิดว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบทางการเมืองทางใดทางหนึ่งเมื่อถามว่า ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี…
-
ใหญ่ๆทั้งนั้น! เปิดรายชื่อ 5 ข้าราชการ สถ. หลังถูกตั้ง คกก.สอบวินัยร้ายแรงแล้ว
จากกรณี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการจากกรณี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ กรมการปกครองท้องถิ่น ว่า ตนเซ็นลงนามเรียบร้อยแล้วโดยคณะกรรมการจะต้องไปพิจารณา และกำหนดกรอบประเด็นการสอบก่อน และจะมีการเรียกข้าราชการทั้ง 5 คนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการสำหรับ 5 รายชื่อของข้าราชการเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าวใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พยักหน้ายอมรับว่าใช่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการสอบไว้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า คณะกรรมการจะเป็นผู้กำหนดประเด็น และกรอบเวลาว่าจะมีระยะเวลาเท่าไหร่ รวมถึงจะประเด็นใดบ้าง และจะมีการรายงานความคืบหน้ามาที่ตนส่วนจะต้องมีการให้ออกจากราชการก่อนหรือไม่สำหรับข้าราชการที่ถูกกล่าวหา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า “ได้เซ็นคำสั่งให้ทั้ง 5 คนออกมาหมดแล้ว ให้มาช่วยราชการและพ้นจากตำแหน่งเดิม และจะมีอีกหนึ่งตำแหน่งที่อาจจะเป็นหน้าที่ของรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ.ข้าราชการทั้ง 5 คน จะต้องถูกให้ขาดออกจากตำแหน่งเดิม แต่ยังให้สังกัดกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น โดยทั้ง 5 รายชื่อประกอบด้วยนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีสถ.นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีสถ.นายพิชิต ทั่งพรม อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรีน.ส.บุรณี แพรโรจน์…
-
นายกฯ รับรู้จัก “ชณทัต” แต่ปัดมีส่วนร่วม หลังเจ้าตัวอ้างเป็นคณะทำงานนายกฯ เข้าทำร้ายสื่อ ยันหากทำเสียหายดำเนินคดีเด็ดขาด
วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลแอบอ้างชื่อว่าเป็นหนึ่งในคณะทำงานนายกฯ เข้าไปทำร้ายสื่อมวลชน ซึ่งต่อมามีการระบุว่าบุคคลดังกล่าว คือ นายชณทัต ปัทะมะภูวดล อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ นั้น นายกฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า มีคนมากระซิบบอกบ้าง แต่ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องจริงตามที่คนดังกล่าวอ้าง แต่ก็ยอมรับว่านายชณทัต เคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยจริงและเคยเดินตามตนตั้งนานแล้ว แต่ตนไม่ได้ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับพรรค เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าสไตล์การทำงานคงเข้ากับพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ จึงไม่ได้ให้เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พร้อมยืนยันว่าไม่ได้รู้จักสนิทสนมนายชณทัต ด้วย เพราะชื่ออะไรก็ยังจำไม่ได้ต่อเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงชื่อนายชณทัต และถามย้ำว่าสนิทกับนายชณทัต หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบทันทีว่า ไม่สนิทครับ ก่อนกล่าวเสริมว่าตนรู้จักคนดังกล่าวตามงาน เมื่อเขามายกมือไหว้ ตนก็รับไหว้แล้วก็ถามตามพิธีว่าสบายดีไหมเท่านั้นเอง เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ว่าหากนายชณทัต มีการแอบอ้างว่าเป็นคณะทำงานของนายกฯ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ถ้าไปแอบอ้างก่อให้เกิดความเสียหาย ก็มีกฎหมายจัดการ คนที่ได้รับความเสียหายก็ต้องดำเนินคดีทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เพจเฟซบุ๊ก “ชณทัต ลุยครับ” ของนายชณทัต มีการปิดลงชั่วคราวแล้ว แต่เพจเฟซบุ๊กส่วนตัวของเจ้าตัวที่ชื่อ Chanatat Patamabuwadl ยังมีการเปิดใช้งานตามปกติอยู่
-
‘เอกนิติ’ ไม่ได้มาเล่นๆ
ชอบครับ…หลงรัก "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" เสียแล้วล่ะครับจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสักกี่คน ที่ยอมพูดถึงสถานะทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ของประเทศโดยไม่มีการปิดบังใดๆเป็นการโพสต์ข้อความประเดิม Facebook ใหม่ของ "เอกนิติ""…วันนี้ผมขอเปิดpost แรกแบบภาพรวมก่อนนะครับ ผมเริ่มรับตำแหน่งในรัฐบาลอนุทิน ๒ ช่วงต้นเดือนเมษายน ๒๕๖๙ พร้อมกับวิกฤติราคาพลังงาน อันเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบเป็นระลอกตั้งแต่วิกฤติน้ำมันขาดและแพงวิกฤติต้นทุนส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นจนกลายเป็นวิกฤติปากท้องซึ่งหากหยุดวิกฤติเหล่านี้ไม่ได้ จะนำมาซึ่งปัญหาวิกฤติซ้อนวิกฤติ ความท้าทายนี้เกิดขึ้นบนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหาเรื้อรังมานานไม่ว่าจะเป็นการที่ประเทศโตต่ำกว่าศักยภาพ ความสามารถในการแข่งขันถดถอย ปัญหาการขาดดุลการคลังเรื้อรังที่รายได้โตไม่ทันรายจ่าย โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ลงทุนใหม่มานานโดยเฉพาะพลังงานสะอาดซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกยุคใหม่หากเปรียบเป็นคนป่วย ก็เรียกได้ว่าเป็นโรคมะเร็งเรื้อรัง ยังรักษาไม่หายก็มีโรคแทรกซ้อนมาอีก…"ครับ…อ่านท่อนนี้แล้วแม้จะรู้ว่าป่วยหนัก แต่ก็เห็นถึงศักยภาพของหมอว่า สามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็งเรื้อรังได้แทบไม่อยู่ในความทรงจำเลยครับว่า ในอดีตเคยมีรัฐมนตรีคลังออกมายอมรับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศแบบตรงไปตรงมาหรือไม่ใกล้เคียงสุดน่าจะเป็น "ธารินทร์ นิมมานเหมินท์" ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่พังยับเยินจากวิกฤตต้มยำกุ้งกัดฟันโดนด่าว่า ออกกฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับเมื่้อมองย้อนกลับไปหากวันนั้นไม่มีกฎหมาย ๑๑ ฉบับ การผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งอาจต้องใช้เวลายาวนานกว่าที่เห็นรัฐบาลหลังจากนั้นคือรัฐบาลทักษิณ คงไม่ได้ชูคอ เพราะนอกจากความฉิบหายจากวิกฤตปี ๒๕๔๐ ยังอยู่ ยังต้องมาเจอการทุจริตเชิงนโยบาย และผลประโยชน์ทับซ้อนฉิบหายหนักเข้าไปอีก!แต่นั่นรับรู้เพราะสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลี่ยง เพราะทั่วโลกต่างรู้ตรงกันว่า วิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มต้นจากไทยต่างกับปัจจุบันใช่ว่าทุกคนจะเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยป่วยหนักมีหลากทัศนะบางคนบอกว่ายังไปได้บางคนยืนยันเศรษฐกิจไทยไม่มีอะไรต้องกังวลและบางคนบอกว่าแย่กว่าเขมรแต่เมื่อรัฐมนตรีคลังออกมายอมรับตรงๆ ว่า อยู่ในขั้นมะเร็งเรื้อรัง ก็แสดงว่าเห็นตัวเลขทั้งหมดแล้วหากไม่ทำอะไร หายนะมาเยือนแน่เมื่อรู้ปัญหา รู้สถานการณ์ สิ่งที่ต้องตามมาคือ แล้วจะจัดการกับมันอย่างไร"เอกนิติ" ทำงานเป็นระบบ ภายใต้หลักการ…