Category: การเมือง

  • ‘รอมฎอนคนมหัศจรรย์’ คนร้ายก่อเหตุกว่า 51 จุด แต่กระชากสายตาโลกออนไลน์ให้ดูฮ.

    26 ส.ค.2569 – วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงนายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า"รอมฎอนคนมหัศจรรย์""เรื่องหลักและสำคัญที่สุด" คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ที่พวกคนร้ายกระจายกันก่อเหตุบุกปล้น วางระเบิด และเผาสถานที่ต่างๆ มากกว่า 51+ แห่ง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ซึ่งควรจะได้รับความใส่ใจจากสังคมโลกออนไลน์ ที่จะขยายข้อมูลและแสดงความคิดความเห็นให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่เอาจริงทำงานอย่างมีประสิทธิผล และประณามโจรแต่กลายเป็นว่าสังคมออนไลน์ส่วนมากแหงนมองตามนิ้วของรอมฎอนที่ชี้ให้ดูเฮลิคอปเตอร์และก่นด่าเขา!"รอมฎอนคนเดียว" สามารถกระชากสายตาคนในโลกออนไลน์ให้พ้นไปจากเรื่องหลักและสำคัญที่สุดได้อย่างมหัศจรรย์!!

  • “พิธา” ปลุกคนนนท์ ส่ง”เดชรัต” นั่งนายก อบจ.นนทบุรี

    ภาพไฮไลต์“พิธา” ปลุกคนนนท์ใช้สิทธิถล่มทลาย หวังทะลุ 60% กาเบอร์ 4 ส่ง "เดชรัต" นั่งนายก อบจ.นนทบุรีวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี หมายเลข 4 ในนามพรรคประชาชน การลงพื้นที่เริ่มต้นขึ้นที่ร้านชิตเบียร์ เพื่อพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในจังหวัดนนทบุรีโดยนายพิธา แสดงความเชื่อมั่นว่า นายก อบจ.นนทบุรี คนต่อไป จะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจของจังหวัดเติบโตได้ถึง 4 เท่า ด้วยการดึงศักยภาพในแต่ละชุมชนมาเปลี่ยนเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน จากนั้น ได้นำคณะเดินทางไปยังศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เพื่อเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 20 กันยายนนี้ ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณหน้าตลาดบางใหญ่ ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจและร่วมรับฟังอย่างคึกคักนายพิธา ปราศรัยระบุว่า รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มาขอคะแนนและความไว้วางใจจากชาวนนทบุรีเพื่อส่งนายเดชรัตเป็นนายก อบจ. โดยการเลือกตั้งครั้งนี้การเดิมพันสำคัญอยู่ที่ประชาชนชาวนนทบุรี ซึ่งในการเลือกตั้งใหญ่สมัยตนเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชาวนนทบุรีออกมาใช้สิทธิสูงกว่า 80% และลงคะแนนให้ก้าวไกลมากกว่า 400,000 คะแนน จนชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง…

  • สภาเดือด! “รักชนก” แซะแรงงบกู้ 4 แสนล้าน ตั้งคำถาม “เอกนิติ” ถอดกระดูกสันหลังรับใช้ค่ายสีน้ำเงิน

    ">"รักชนก ศรีนอก" เปิดศึกกลางสภา ชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หวั่นงบเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้าน กลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มทุนสีน้ำเงิน แฉร่องรอยงบภัยแล้งกระจายลงพื้นที่พรรคดัง ด้านภูมิใจไทยลุกประท้วงวุ่น ขณะที่ประธานสภาสั่งถอนคำอภิปรายปม "นักการเมืองชั่ว"วันที่ 26 ส.ค.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ ต่อมาน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายโดยตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอยากจะถ่วงการตรวจสอบไส้ในของโครงการนี้หรือไม่ เพราะมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเงินส่วนหลัง 2 แสนล้าน ที่รัฐบาลบอกว่าจะเอามาเปลี่ยนถ่ายพลังงาน อาจจะไม่ได้เป็นไปเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่อาจจะฉาบหน้าด้วยคำพูดสวยหรู เอาไว้ฉาบหน้าสิ่งเน่าๆเละๆ หลายๆคนกำลังทำแบบนี้ค่ะท่านประธาน ก่อนจะทำท่าถูมือ ลูบปาก และส่งเสียงซู้ด พร้อมระบุว่า ถ้าเงินก้อนนี้ใช้เมื่อไหร่อาจจะมีหลายคนที่ตั้งเนื้อตั้งตัวได้เลยทีเดียว จะเป็นการเปลี่ยนเงินภาษีที่ประชาชน ไม่รู้จะต้องก้มหน้าก้มตาจ่ายกันกี่ปี กลายไปเป็นเงินที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มทุนสีน้ำเงินหรือไม่ ซึ่งตนก็เข้าใจดีว่าการที่จะพูดอะไรต้องมีหลักฐาน“วันนี้ก็เลยอยากจะหยิบยกหลักฐานเชิงประจักษ์ค่ะว่าสันดานในการหากินกับเงินในงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ งบกลาง เงินในกองทุนต่าง…

  • ‘นิพิฏฐ์’ ดีดปาก ‘รุทธพล’ ไร้วุฒิภาวะ ตอบโต้ ‘ทนายอั๋น’ ด้วยถ้อยคำรุนแรง ด้อยค่าคนตรวจสอบ

    26 ส.ค. 2569 – นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า·รัฐมนตรีที่ไม่บรรลุนิติภาวะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ท่านตอบโต้ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ด้วยถ้อยคำรุนแรงทนายอั๋น เขาเป็นประชาชนธรรมดา เขาตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐคนแบบทนายอั๋น บุรีรัมย์ นับวันจะหายาก ยิ่งกว่าหาเข็มในมหาสมุทรวันนี้ คนส่วนใหญ่ต่างสยบยอมอำนาจรัฐ แต่ทนายอั๋น ไม่ใช่ท่านรัฐมนตรี คงลืมไปว่า วันนี้ ท่านไม่ใช่ผู้การตำรวจบุรีรัมย์ แต่วันนี้ ท่านคือนักการเมือง ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านต้องถูกตรวจสอบมากกว่าบุคคลธรรมดาท่านต้องใช้กฎหมายรับใช้ความยุติธรรม มิใช่รับใช้บุคคลใดที่สนับสนุนให้ท่านได้ดีท่านมิได้ชี้แจงที่เขากล่าวหา แต่กลับใช้ถ้อยคำมาด้อยค่าคนตรวจสอบบอกตรงๆผมสะอิดสะเอียนท่าน

  • นายกฯ เตรียมจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

    นายกฯ เตรียมจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างสมพระเกียรติ พร้อมให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีส่วนร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้วันนี้ (26 ส.ค. 69) เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแจ้งต่อที่ประชุมว่า นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา และภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ…

  • ขำไม่ออก! ณัฐพงษ์บอกอย่าเอาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาสะกดการชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน

    'ณัฐพงษ์' นำทีมฝ่ายค้านชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ช่องงบ 2 แสนล้านหลัง หวั่นงบกระจายเข้าผู้รับเหมา-เสี่ยงเพิ่มภาระลูกหลาน เตือนกระทบวินัยการคลัง26 ส.ค.2569 – ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงการพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและ สร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศว่า วันนี้มีการวางตัวผู้อภิปรายมีเนื้อหาหลายด้าน แต่ความคุ้มค่าของโครงการ ครม.จะนำไปใช้อย่างไร อีกส่วนสำคัญคือ การพิจารณาการอนุมัติ พ.ร.ก. ครั้งนี้ แล้วถ้าสภามีอำนาจความชอบพิจารณาด้วยรัฐธรรมนูญตามมาตรา 172 ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นไปเพื่อการรักษาความมั่นคงเศรษฐกิจในประเทศหรือไม่ และประการที่สองดูว่ามีเหตุความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ ซึ่งในส่วนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา คำฉบับเต็มให้ความเห็นชัดเจนว่าอำนาจของศาลมีอำนาจวินิจฉัยเพียงวรรคหนึ่ง“ดังนั้น วันนี้ตัว พ.ร.ก. กลับเข้ามาสู่สภาให้สมาชิกทุกคนอภิปรายโดยใช้อำนาจของรัฐสภาพิจารณาทั้ง 2 ส่วน ไม่อยากให้ตีกรอบเผื่อบางคนให้เหตุผลอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ ครม.ตราโดยใช้อำนาจเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว และอาจจะบอกว่าคำวินิจฉัยของศาลผูกพันกับทุกองค์กรทำให้ตีกรอบอภิปรายไม่ได้เยอะ ยืนยันว่าสภายังมีอำนาจในส่วนนี้ในการพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วน 2 แสนล้านบาท หลังในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน” นายณัฐพงษ์กล่าวนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เนื่องจากรัฐบาลถือเสียงข้างมากในสภา พ.ร.ก.ฉบับนี้จะผ่านการอนุมัติจากสภาอยู่แล้ว แต่ในฐานะฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่…

  • จำคุก 3 ปี 4 เดือน “สมหญิง” อดีต สส.เพื่อไทย ทุจริตสร้างสนามฟุตซอล

    วันนี้ (26 ส.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกา ถ.ราชดำเนินใน ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.อธ 2/2567 หมายเลขแดงที่ อม.อธ. 4/2569 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ กับ นางสมหญิง บัวบุตร จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 12 คนโดยโจทก์และจำเลยที่ 1, 2, 4, 5 และ 8 ถึง 12 ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลงวันที่ 5 ก.ย.2567 ซึ่งองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ รับอุทธรณ์วันที่ 9 มิ.ย.2568 และต่อมาจำเลยที่ 8 ถึง 11 ขอถอนอุทธรณ์ ศาลมีคำสั่งอนุญาตองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์มีคำพิพากษาโดยสรุปว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปกำหนดรายชื่อโรงเรียนในเขตพื้นที่เลือกตั้งของตนให้ได้รับงบประมาณจำนวน 45,000,000 บาท อันเป็นการกระทำโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญที่ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีส่วนในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1…

  • “ไอซ์” ลูบปากเย้ย มีคนกำลังจะตั้งตัวได้ ก่อนแขวะ “เอกนิติ” ถอดกระดูกสันหลังรับใช้ระบบสีน้ำเงินเต็มที่

    “ไอซ์” ลูบปากเย้ย มีคนกำลังจะตั้งตัวได้ จี้รัฐบาลแจงงบ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน หวั่นเป็น “ท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มทุนสีน้ำเงิน” พร้อมโยงงบแก้ภัยแล้ง 5.5 พันล้านบาท ซัด “เอกนิติ” กำลัง “ถอดกระดูกสันหลัง” รับใช้ระบบสีน้ำเงินเต็มที่วันที่ 26 ส.ค. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ลุกขึ้นอภิปรายย้ำเตือนเรื่องที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลอยากจะถ่วงการตรวจสอบไส้ ในของโครงการนี้ หรือไม่ เพราะมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเงินส่วนหลัง 2 แสนล้าน อาจจะไม่ได้เป็นไปเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่อาจจะฉาบหน้าด้วยคำพูดสวยหรู เอาไว้ฉาบหน้าสิ่งเน่าๆเละๆ โดย น.ส.รักชนก ยังได้ยกมือขึ้นมาถู และลูบปาก ก่อนจะส่งเสียงซู้ด ระบุว่า หลายคนกำลังทำแบบนี้ค่ะท่านประธาน ถ้าเงินก้อนนี้ใช้เมื่อไหร่อาจจะมีหลายคนตั้งเนื้อตั้งตัวได้เลย จะเป็นการเปลี่ยนเงินภาษีที่ประชาชน ไม่รู้ จะต้องก้มหน้าก้มตาจ่ายกันกี่ปี กลายไปเป็นเงินที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มทุนสีน้ำเงิน หรือไม่น.ส.รักชนก กล่าวว่า ขณะเดียวกัน คีย์เวิร์ดที่เรียกว่า โซลาร์ปั๊ม โซลาร์เซลล์ โซลาร์รูฟท็อป คือคีย์เวิร์ดแห่งปี แห่งชาติ…

  • ก.พ. อยู่ไม่ไหว! ออกโรงแจงแล้ว ยุบตำแหน่งข้าราชการ 11 สายงาน หลังจากนี้จะตกงานไหม

    จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีข่าวสะเทือนวงการ รัฐบาลจะทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการใน 11 สายงาน เมื่อมีการจากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีข่าวสะเทือนวงการ รัฐบาลจะทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการใน 11 สายงาน เมื่อมีการเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ทำให้หลายคนเกิดข้อกังวลว่า ข้าราชการจะตกงานได้ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ. ขอชี้แจงเจตนารมณ์มติคณะรัฐมนตรี 11 สิงหาคม 2569 เรื่อง การทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการใน 11 สายงาน เป็นการปรับ “รูปแบบการจ้างงาน” มิใช่การยกเลิก “ภารกิจหรือวิชาชีพ” โดยมีรายละเอียดดังนี้สำนักงาน ก.พ. ชี้แจงเจตนารมณ์มติคณะรัฐมนตรี 11 สิงหาคม 2569เรื่อง การทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการใน 11 สายงาน เป็นการปรับ “รูปแบบการจ้างงาน” มิใช่การยกเลิก “ภารกิจหรือวิชาชีพ”ตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐและกำหนดมาตรการให้ทยอยยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการในสายงานสนับสนุน จำนวน 11 สายงาน เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุราชการหรือพ้นจากตำแหน่งตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่ปีงบประมาณ…

  • ‘ยิ่งชีพ’ แหยงฉายา ‘พลีชีพ’ คล้ายเอาชีวิตไปทิ้ง ลั่นยังไม่ตาย จะอยู่สู้เรื่องฮั้วสว.ต่อไป

    'ยิ่งชีพ' ไม่ชอบฉายา 'พลีชีพ' ลั่น ยังไม่ตาย จะอยู่ต่อ เพราะเรื่องสว.ยังมีอะไรอย่างที่ต้องทำ ชี้คำนี้ดูน่ากลัวเกินไป คล้ายเอาชีวิตไปทิ้ง ยันการต่อสู้เรื่องเลือกสว.มีคนที่เสี่ยงมากกว่าตนเอง เช่นพยานที่เคยอยู่ในชบวน วอนให้เลิกเรียกคำนี้26 ส.ค. 2569 – นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw หรือ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่านั่งทบทวนอยู่สักพักแล้ว หลังถูกเรียกมาเดือนเศษๆผมไม่ชอบฉายา ที่เรียกผมว่า พลีชีพไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นคำเชิงลบ โดยปกติแล้วชื่อของผมสามารถถูกเอามาล้อเลียนได้ ไม่ใช่ปัญหา แต่จังหวะนึ้ในทางการเมือง เห็นว่า มันเริ่มไม่ค่อยดี1) ผมยังไม่ตาย ชีวิตผมยังอยู่ แล้วยังไงเสียก็จะอยู่ไปต่อ ไม่ตายหรือไม่เสียหายเพราะเรื่องสว. ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องทำครับ การเรียกแบบนี้มันทำให้ดูเหมือนผมเป็นฮีโร่ ที่เสียสละเกินจริง ถึงขั้นเสียสละชีวิต ซึ่งไม่ใช่2) คำนี้ทำให้การกระทำของผมดูน่ากลัวเกินไป คล้ายเป็นการเอาชีวิตไปทิ้ง ทั้งที่การออกมาเปิดโปงเรื่องการทุจริต การโกงการเลือกส.ว. ใครก็ตามในประเทศนี้ที่มีข้อมูลจะมากจะน้อยก็ควรจะนำมาเสนอต่อสาธารณะได้ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ไม่ต้องโดนคดีความ ไม่ต้องโดนกดดันข่มขู่ใดๆ ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังไม่โดนอะไรแต่คำนี้ทำให้สิ่งที่ทำไปแล้ว ถูกจดจำว่ามันน่ากลัว3) ในการต่อสู้เรื่องการเลือกส.ว. มีผู้คนที่เสียสละ และตกอยู่ในความเสี่ยงมากกว่าตัวผมมาก เช่น พยานที่เคยอยู่ในขบวนการแล้วนำข้อมูลออกมาให้การไว้ในคดี หรือออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ…