Category: การเมือง
-
ปชน. มีมติส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ให้ DSI จี้แสดงความรับผิดชอบ เข้าสู่กระบวนการกฎหมาย
ปชน. มีมติส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ให้ DSI จี้แสดงความรับผิดชอบ เข้าสู่กระบวนการกฎหมายพรรคประชาชน มีมติส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ รับทราบข้อกล่าวหา-สอบปากคำระหว่างสมัยประชุม จี้ แสดงความรับผิดชอบ สละความคุ้มกัน เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ และรองโฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยว่า จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำหนังสือขอตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม เพื่อสอบสวนในคดีเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุระเบียบวาระเร่งด่วนขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 28 พ.ค.นั้นที่ประชุม สส.พรรคประชาชน มีมติอนุญาตตามที่สภาผู้แทนราษฎรขออนุญาตเรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ ไปรับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบปากคำ ในระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยมีเหตุผล ดังนี้ 1.เจตนารมณ์ของความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีเจตนารมณ์สำคัญในการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะในระหว่างเปิดสมัยประชุม มิให้ถูกกระบวนการใดๆ มาขัดขวางหรือเหนี่ยวรั้งการปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯ2.หลักการป้องกันการกลั่นแกล้งทางการเมือง บทบัญญัติเรื่องความคุ้มกันนี้ มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือบุคคลใดใช้กระบวนยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้ง หรือสร้างอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระหว่างเปิดสมัยประชุมจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารหรือองค์กรอื่นใดได้อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในกรณีนี้ พรรคเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมควรดำเนินไปตามปกติเพื่อความโปร่งใสทั้งนี้ พรรคประชาชนเห็นว่า เพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานและแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อพี่น้องประชาชน ตัวผู้ถูกกล่าวหาควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศต่อสาธารณะในการสละความคุ้มกันดังกล่าวด้วยตนเอง…
-
นายกฯ โพสต์ภาพภารกิจที่ฝรั่งเศส ลั่น ขอเติมเชนด้วยคน
นายกฯ โพสต์ภาพภารกิจที่ฝรั่งเศส ลั่น ขอเติมเชนด้วยคนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ,นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ น.ส.ซาบีดาไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วม ซึ่งมีเอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ และ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต รวม 24 ประเทศล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นายอนุทิน ได้โพสต์ภาพบรรยากาศหลังการประชุมผ่านเฟซบุ๊ก โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ซาบีดาไทยเศรษฐ์ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศโดยนายอนุทิน เขียนแคปชั่นภาพดังกล่าวว่า “ขอเติมเชนด้วยคน Team Thailand working in France…
-
‘หมอเดชา’ แปลกใจ ‘มาร์ค’ เห็นดัวย ‘เท้ง’ ในการต่อต้าน ‘ระบอบสีน้ำเงิน’
27 พ.ค.2569- นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า·วันก่อน ผมเขียนถึง "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่หัวหน้าพรรคประชาชนอ้างว่า อยู่เหนือรัฐบาลว่าเป็นการกล่าวหา "สถาบันพระมหากษัตริย์" ทางอ้อม ไม่ได้หมายถึงพรรคภูมิใจไทยวันนี้คุณไอติม ออกมา "เล่นใหญ่" โดยอ้างพลัง 21 ล้านเสียง ออกมาชน "ระบอบสีน้ำเงิน"ไม่แน่ใจว่า 21 ล้านเสียงของคุณไอติม เป็นเสียงที่ลงคะแนนให้พรรคประชาชนหรือไม่หากใช่ ก็ยังไม่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวนคนไทยทั้งประเทศ (ที่มีอยู่ราว 67 ล้านคน)ที่สำคัญกว่านั้นคือ แน่ใจหรือว่า ทั้ง 21 ล้านเสียง จะออกมาชน "ระบบอบสีน้ำเงิน" ด้วยยิ่งถ้า "ระบอบสีน้ำเงิน" หมายถึง สถาบันพระมหากษัตริย์จริง ก็คงเป็นแค่ "ฝันกลางวัน"ผมไม่แปลกใจคุณไอติม ที่ออกมารับลูกคุณเท้ง (ณัฐพงษ์ฯ) เพราะอยู่พรรคฯ เดียวกันแต่แปลกใจ (มาก) ที่คุณอภิสิทธิ์ฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมา "รับลูก" กับเขาด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า…"ระบอบสีน้ำเงิน…
-
ทักษิณ จะขอพระราชทานอภัยโทษ และปลดกำไล EM
รมว.ยุติธรรม เปิดเงื่อนไข 3 กรณี ถ้า ทักษิณ จะขอพระราชทานอภัยโทษ ในการถอดกำไลEMได้ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะขอพระราชทานอภัยโทษ และปลดกำไลอีเอ็ม โดยพล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า…มีหลักเกณฑ์อยู่ 3 เรื่อง คือ ความเจ็บป่วย การประกอบอาชีพ และอีกเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นคือ ภูมิลำเนาไม่มีไฟฟ้า อินเตอร์เน็ตซึ่งในข้อ 1 และข้อ 2 ก็ไม่เข้าเกณฑ์ ไม่น่าที่จะเป็นเงื่อนไขในการถอดกำไลอีเอ็มได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขทั้ง 3 กรณี ซึ่งใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสนึงที่ได้ปลดกำไลอีเอ็ม แต่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ
-
บุกจับ ชวนนท์ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ หนีคดีเช็คเด้ง เหยื่อเพียบ เสียหายทะลุ 100 ล้าน
อดีตโฆษกประชาธิปัตย์ หนีไม่รอด ปทส.บุกจับคาคอนโดฯ หนีคดีเช็คเด้ง พบผู้เสียหายเพียบ เสียหายกว่า 100 ล้านประชาธิปัตย์ – เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ ทองจำรูญ รอง ผกก.5 บก.ปทส. นำหมายจับของศาลอาญาพระโขนงเหนือ ที่ 275/2568 ลงวันที่ 20 เม.ย.2568 เข้าจับกุม นายชวนนท์ หรืออ๊อฟ อินทรโกมาลย์สุต อดีตโฆษก และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ ตามหมายจับคดีความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค ในข้อหา “ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น”จากการจับกุมทราบว่า เมื่อปี 2566 นายชวนนท์ ถูกผู้เสียหายหลายรายร้องทุกข์ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.เช็ค มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ก่อนมีการเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหาย พร้อมออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามข้อตกลงอย่างไรก็ตาม ภายหลังกลับปรากฏว่าเช็คหลายฉบับที่ออกเพื่อชำระหนี้ ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ กลายเป็นเช็คเด้ง ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้ง ขณะที่นายชวนนท์ได้หลบหนีและไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ศาลอาญาพระโขนงเหนือออกหมายจับไว้ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. สืบทราบว่านายชวนนท์ ผู้ต้องหา หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพระโขนง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ…
-
คำสารภาพจาก ‘เท้ง’
ครับ…ไม่ต้องไปตีความอะไรให้เสียเวลาแล้ววานนี้ (๒๕ พฤษภาคม) "เท้ง" เฉลยสถานะ "ระบอบสีน้ำเงิน" ในความคิดของเขาจนชัดเจน และต้องจารึกไว้ว่า พรรคส้มกำลังจะทำอะไร"…ผมมองว่าระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย…"แล้วองค์กรไหนที่ใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย พรรคแกนหลักของรัฐบาลอนุทิน ที่ชนะการเลือกตั้งได้ สส. ๑๙๑ ที่นั่ง มากกว่าพรรคส้มเกือบเท่าตัวที่จริงคำเฉลยก็อยู่ในบทสัมภาษณ์ของ "เท้ง" นั่นเอง "… การที่ผมสื่อสารเรื่องระบอบสีน้ำเงินก็พยายามสื่อสารให้ประชาชนและสังคมเห็นว่าระบอบการเมืองที่ผูกขาดที่สังคมและผมตั้งคำถามว่าตกลงแล้วรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยกำลังมีอำนาจรัฐในฝ่ายบริหารและกลุ่มก้อนการเมืองนี้มีอำนาจเหนือวุฒิสภาหรือไม่ เพราะวุฒิสภาก็เลือกองค์กรอิสระมา ภายใต้การผูกขาดเช่นนี้ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลในประเทศนี้ล้มเหลว ประเทศขาดความโปร่งใส ดัชนีชี้วัดการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นทุกปีกลายเป็นว่าดัชนีการทุจริตเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชนและผู้ประกอบการ หาก สว.เห็นด้วยกับการยกระดับการตรวจสอบถ่วงดุลก็ควรที่จะเปิดกว้างเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่น เชื่อถือมากที่สุดว่า สว.ไม่ได้เข้ามาขัดขวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ…”ถอดคำพูดแล้ว "เท้ง" บอกว่า รัฐบาลภูมิใจไทยใหญ่กว่า วุฒิสภาวุฒิสภาเป็นคนเลือกองค์กรอิสระภายใต้การผูกขาดนี้มีการคอร์รัปชันมโหฬารเพราะการตรวจสอบถ่วงดุลประเทศนี้ล้มเหลวก็สรุปได้ว่า รัฐบาลอนุทินอยู่เหนือ วุฒิสภา องค์กรอิสระหากย้อนไปยังการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม เรื่อง "จากรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สู่การเมืองระบอบสีน้ำเงิน" ก็จะพบความจริงว่า "องค์กรอิสระ" ที่ "เท้ง" อ้างถึงนั้นคือ ทุกองค์กรอิสระ"…ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา จึงไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตยแต่กำลังทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยทำลายหลักที่ยึดถือให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนทำลายหลักที่รัฐต้องเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินศาลรัฐธรรมนูญ…
-
รถ EV-ครอบครัวใหญ่กระอัก! ‘ศุภโชติ’ จี้ค้านค่าไฟจ่อทะลุ 5 บาท ซัดรัฐบาลอุ้มนายทุนขูดรีดประชาชน
สส.พรรคประชาชน อัดโครงสร้างค่าไฟใหม่ส่อพุ่งเกิน 5 บาท/หน่วย ชี้ตรรกะพัง วันที่ 25 พ.ค.69 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า[ สุดท้ายรัฐบาลก็ยัง “ไม่ฟังเสียงประชาชน”! ไม่ยอมปรับ “โครงสร้างค่าไฟใหม่” ให้เป็นธรรม แถมคนที่อยู่ในครอบครัวใหญ่ ตกที่นั่งลำบาก ต้องจ่ายค่าไฟทะลุ 5 บาทต่อหน่วย ]นี่แหละครับที่เขาเรียกว่า “โยนภาระมาให้ประชาชนแบกไว้เอง”ก่อนหน้านี้ประชาชนจำนวนมากออกมาส่งเสียงชัดเจนแล้วว่า “คนใช้ไฟเยอะ ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนรวย” แต่สิ่งที่รัฐบาลและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องโครงสร้างค่าไฟใหม่ในวันนี้ กลับยังเดินหน้าแนวคิดเดิมคือการผลักภาระให้คนที่ใช้ไฟมากขึ้นต้องจ่ายแพงขึ้น จนบางกรณีค่าไฟส่อทะลุ “5 บาทกว่า/หน่วย” นั่นหมายความว่า คนบางกลุ่มอาจต้องรับภาระเพิ่มขึ้นเกือบ “1 บาทต่อหน่วย”รัฐบาลที่เคยหาเสียงว่าจะ “แก้โครงสร้างพลังงาน” ดูเหมือนจะเป็นแค่ลมปาก พูดไว้ แต่ไม่ทำพลัส! เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่การปฏิรูปโครงสร้างอะไรเลย ต้นตอของค่าไฟแพงยังคงอยู่ครบทุกอย่าง – ทั้งสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม- ค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนต้องแบกทั้งที่ไม่ได้ใช้ไฟจริง-โครงสร้างตลาดไฟฟ้าที่เอื้อให้นายทุนพลังงานบางกลุ่ม รับผลประโยชน์กันต่อไปแบบไม่สะเทือนอะไร แทนที่รัฐบาลจะใช้ความกล้าหาญทางการเมืองไปแตะปัญหาที่เป็นต้นเหตุให้ประชาชนต้องแบกค่าไฟแพงเหล่านี้ กลับเลือกวิธีที่ง่ายที่สุด คือการโยนภาระมาให้ประชาชนแบกรับกันเองบ้านที่อยู่กันหลายคนเพื่อแชร์ค่าใช้จ่าย ใช้ไฟรวมกันสูงขึ้นก็โดนค่าไฟแพง! คนที่พยายามปรับตัวหนีราคาน้ำมันแพง หันมาใช้รถ…
-
“เทพไท” ตั้งคำถามคนแห่ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” สะท้อนเศรษฐกิจวิกฤต หรือสังคมติดประชานิยม?
">วันที่ 26 พ.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง ระบุว่า…ทำไม???คนแห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสหลังจากรัฐบาลประกาศให้มีการลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส จำนวน 30ล้านสิทธิ์ ในวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเมื่อวานเป็นวันแรกของการลงทะเบียน บรรยากาศเป็นไปโดยความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงขออนุญาตปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จากการที่ประชาชนแห่กันลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ของรัฐบาลใน4ประเด็น คือ1.เป็นความสำเร็จของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ผลักดันพรก.กู้เงิน 4แสนล้านบาท และนำเงินกู้ 2แสนล้านบาท มาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส เมื่อประชาชนแห่กันเช่นนี้ รัฐบาลก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เห็นได้จากท่าทีของนายภราดร ปริศนานทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า เปิดลงทะเบียน 5 ชั่วโมง เหลือสิทธิ์8ล้านสิทธิ์เท่านั้น ถือว่าประสบความสำเร็จ และในขณะเดียวกันตลอดทั้งวัน พบว่ามีประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิ์รวมแล้วประมาณ 24ล้านสิทธิ์ คงเหลืออีก 6ล้านสิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะลงทะเบียนใช้สิทธิ์ทั้ง 30 ล้านสิทธิ์ ก่อนวันที่ 29…
-
“จตุพร” ติง “เท้ง-ปชน.” วิจารณ์ระบอบสีน้ำเงินเสี่ยงขัดแย้งบานปลาย ชี้แก้รัฐธรรมนูญยากผ่านด่าน สว.
วันที่ 26 พ.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan – จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า…ติง “เท้ง-ปชน” ชงวิจารณ์ระบอบสีน้ำเงินกินรวบ ปท. ก่อขัดแย้งบานปลาย ย้อนจำ MOA สีส้มต้นกำเนิดสีน้ำเงิน ย้ำองคมนตรีร่วมประชุม ขรก. มีมากว่า 10 ปี ซัดไม่จำบทเรียนถูกยุบพรรคและดันหลังแนวร่วมเข้าคุก เชื่อแก้ รธน.ของ ปชน. ยากจะสำเร็จ เหตุ สว.ตั้งด่านสกัดเมื่อ 25 พ.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยวิจารณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง”หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน จุดประกายอำนาจระบอบสีน้ำเงินกินรวบการเมืองไทยเบ็ดเสร็จ จนทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งบานปลายในขณะนี้อย่างไรก็ตาม การขยายความขัดแย้งยังลุกลามไปปลุกให้กรณีองคมนตรีร่วมสังเกตการณ์ประชุมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กับนายอนุทิน ชาญวิรกูล ในฐานะ รมว.มหาดไทย กลายเป็นประเด็นใหญ่ไปด้วย ทั้งที่กรณีเช่นนี้เคยมีมาร่วม 10 ปีแล้วดังนั้น…
-
‘แก้วตา’ ตอก ‘เท้ง’ หน้าแหก! มโนระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย แค่พาตัวเองหนีจากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองลงมือ
26 พ.ค. 2569-แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า การมโนว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย” อาจฟังดูเหมือนวิเคราะห์ลึก แต่เอาเข้าจริงมันคือการพยายามพาตัวเองหนีออกจากฉากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองมีส่วนลงมือใช่ค่ะ ระบอบอำนาจนิยมไม่ได้เกิดจากคนคนเดียวแต่คำถามง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้สติปัญญาซับซ้อนอะไรมากก็คือแล้วใครโหวตให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี?จะอ้างรัฐธรรมนูญ 2560จะอ้างองค์กรอิสระจะอ้างยุทธศาสตร์ชาติจะอ้างโครงสร้างอำนาจที่ไม่ยึดโยงประชาชนอ้างได้หมดค่ะ แต่การอ้างโครงสร้างเพื่อกลบการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่การวิเคราะห์ทางการเมือง มันคือการแถแบบดูถูกความทรงจำประชาชนประชาชนไม่ได้ความจำสั้นขนาดนั้นและไม่ได้ไร้เดียงสาทางการเมืองถึงขั้นแยกไม่ออกว่า “โครงสร้าง” กับ “คนที่ยกมือให้โครงสร้างนั้นมีอำนาจต่อ” มันเกี่ยวข้องกันอย่างไรปัญหาไม่ใช่ว่าคุณไม่รู้ว่าระบอบนี้เป็นปัญหาปัญหาคือคุณรู้ แต่ก็ยังโหวตแล้ววันนี้กลับมาพูดเหมือนตัวเองเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ทั้งที่ในทางประวัติศาสตร์การเมือง คุณคือหนึ่งในคนที่ทำให้สมการอำนาจนี้เกิดขึ้นจริงนี่ไม่ใช่ความผิดพลาดเล็กน้อยนี่คือการใช้เสียงประชาชนไปผลิตซ้ำอำนาจที่ประชาชนจำนวนมากไม่ต้องการเพราะฉะนั้น อย่ามโนว่าการพูดคำใหญ่ ๆ อย่าง “ระบอบ” จะล้างความรับผิดชอบได้ระบอบอาจใหญ่กว่าภูมิใจไทยแต่การโหวตอนุทินเป็นนายกฯ คือการตัดสินใจของคุณเองรับผิดค่ะ ไม่ใช่แถและอีกอย่างที่ชัดมากคือ คุณเท้งตอบคำถามทางการเมืองแบบไม่มีชั้นเชิงเลยเวลาอยู่บนเวทีหรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีใครถามย้อน อาจพูดคำใหญ่ ๆ ได้ ดูเหมือนเฉียบคม ดูเหมือนกล้าชน ดูเหมือนมีหลักการ แต่พอต้องตอบคำถามจริง ๆ ที่แตะความรับผิดชอบของตัวเอง กลับเหลือแค่การแถ การมโน และการโยนความผิดให้ “โครงสร้าง” แบบสำเร็จรูปนักการเมืองที่มีวุฒิภาวะทางการเมือง ไม่ใช่คนที่เก่งแต่จิกกัด แซะคนอื่น หรือพูดประโยคให้กองเชียร์เอาไปตัดคลิปนักการเมืองที่มีวุฒิภาวะ ต้องตอบให้ได้ว่าเมื่อการตัดสินใจของตนส่งผลทางประวัติศาสตร์การเมืองตนจะรับผิดชอบอย่างไรแต่สิ่งที่เห็นคือ พอถูกถามเรื่องโหวตอนุทิน กลับตอบเหมือนคนที่ยังไม่เข้าใจน้ำหนักของการใช้อำนาจรัฐสภาการโหวตนายกรัฐมนตรีไม่ใช่การกดไลก์ไม่ใช่การเล่นเกมการเมืองรายวันไม่ใช่เรื่องที่จะล้างได้ด้วยวลีว่า “มองไปข้างหน้า”เพราะการเมืองมีผลจริงประชาชนต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจนั้นจริงและประเทศต้องจ่ายราคาจริงที่น่าเศร้าคือ…