Category: การเมือง
-
เปิดชื่อ 5 บิ๊ก ขรก.ถูกสอบวินัยคดีโกงสอบท้องถิ่น นายกฯ ชี้หลายหน่วยงานช่วยกันสอบทำให้ข้อมูลแน่น
เปิดชื่อ 5 บิ๊ก ขรก.ถูกสอบวินัยคดีโกงสอบท้องถิ่น นายกฯ ชี้หลายหน่วยงานช่วยกันสอบทำให้ข้อมูลแน่น ตอนนี้เป็นชั้นความลับเปิดเผยไม่ได้ ใครโดนก็ว่ากันไปตามกฎหมายเมื่อเวลา 16.29 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 263/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีการแต่งตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง ได้มารายงานว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคนละส่วนของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้มารายงานในส่วนของตนว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง รวมไปถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)"มันตลกดีนะ ความผิดยังต้องแยกย่อย เพราะแต่ละความผิดก็จะมีแต่ละหน่วยงานที่จะไปดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีต่อไป ก็ดีเหมือนกัน อย่างที่ผมเคยบอก ทุกหน่วยงานทำตามขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของเขา คู่ขนานกันไป สุดท้ายอย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหลายก็ต้องมาบรรจบที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะทำให้มีข้อมูลที่แน่นขึ้นและทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่า ไม่มีการวิ่งเต้นหรือช่วยเหลือ ซูเอี๋ยกันอย่างแน่นอนเพราะเราใช้แต่ละหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานปราบปราม ในการดำเนินคดี" นายกฯ กล่าวเมื่อถามว่า แต่ละหน่วยงานที่มีการรายงานมาพบผู้กระทำความผิดมีรายชื่อซ้ำกันหรือไม่…
-
ชัดเจน! อนุทิน ตอบแล้ว ปมอดีตสมาชิกภท. โยงคดีทำร้ายสื่อช่องดัง
วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีบุคคลแอบอ้างว่าเป็นคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี ก่อนก่อเหตุทำร้ายสื่อมวลชน โดยระบุว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว หลังมีผู้มากระซิบให้ฟัง แต่ไม่ได้ให้ความสนใจ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีบุคคลแอบอ้างว่าเป็นคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี ก่อนก่อเหตุทำร้ายสื่อมวลชน โดยระบุว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว หลังมีผู้มากระซิบให้ฟัง แต่ไม่ได้ให้ความสนใจ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงนายอนุทินกล่าวว่า บุคคลดังกล่าวเคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และเคยติดตามตนมานาน แต่สุดท้ายไม่ได้ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน เพราะทราบถึงสไตล์การทำงาน และเห็นว่าไม่น่าจะสามารถทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยได้ จึงไม่ได้ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคมาตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้งปี 2562 พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีความสนิทสนมกัน แม้แต่ชื่อก็ยังจำไม่ได้เมื่อถามถึงชื่อนายชณทัต นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ไม่ได้สนิทกัน รู้จักกันเพียงตามงานต่าง ๆ เมื่ออีกฝ่ายมายกมือไหว้ ตนก็รับไหว้และถามสารทุกข์สุกดิบตามปกติเท่านั้นส่วนกรณีที่บุคคลดังกล่าวอาจนำชื่อของนายกรัฐมนตรีไปแอบอ้างว่าเป็นคณะทำงาน นายอนุทินกล่าวว่า หากมีการแอบอ้างจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีได้อ่านข่าวเพิ่มเติมภาพหายาก! อนุทินเผยโมเมนต์อบอุ่น พร้อมข้อความสั้น ๆ สุดสะเทือนใจ ฮือฮาทั้งโซเชียล! เปิดภาพ อนุทิน…
-
ด่วน! ศาลยกฟ้อง ม.112-ม.116 “ทานตะวัน” และพวกกรณีทำโพลขบวนเสด็จ
ศาลยกฟ้อง ม.112 และ ม.116 ทานตะวันและพวกรวม 7 คน กรณีทำโพลขบวนเสด็จ ศาลเห็นว่าเป็นแค่การตั้งคำถาม ไม่ได้มุ่งถึงบุคคลใดศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ แจ้งข่าวว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษายกฟ้อง ม112 – ม.116 ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน) และพวกรวม 7 คน กรณีทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องขบวนเสด็จ บริเวณห้างสรรพสินค้าพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมาศาลเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 – 2 การกระทำเพียงการตั้งคำถามเกี่ยวกับขบวนเสด็จข้อความไม่ได้มุ่งถึงบุคคลใดไม่มีพระนามของสมาชิกราชวงศ์ จึงไม่ใช่ การกระทำที่เข้าองค์ประกอบ มาตรา 112จากทางนำสืบจำเลยทั้งหมดไม่ได้มีการปราศรัยที่เป็นการหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย ต่อพระมหากษัตริย์แม้จำเลยที่ 1 – 2 จะมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้วก็เป็นการแสดงออกทางสิทธิเสรีภาพของบุคคลอาจมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเมื่อการกระทำของจำเลยอยู่ภายใต้ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ทั้งทางนำสืบไม่ปรากฏถึงความวุ่นวายที่จะก่อความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ หรือทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมาย จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 116 ด้วยขณะที่ ตะวัน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กถึงคดีดังกล่าวว่า “ยกฟ้อง 112,116 คั้บโผ้มม”อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง“ตะวัน”…
-
ไม่มีเวลาทะเลาะกันแล้ว! “จตุพร” ชี้นิรโทษฯต้องคืนสันติสุข ยกบทเรียน 6 ตุลา ยุติความขัดแย้ง
">วันที่ 3 ก.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan – จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า…ทวนบทเรียนนิรโทษฯ 6 ตุลา 19 ยก “เกรียงศักดิ์-เปรม”ปฐมบทยุติขัดแย้ง สลายบาดหมางสังคม ย้ำนิรโทษฯ 8 ก.ค. ตัดปัญหาสังคมแตกแยก ไม่มีฮั้ว สว. ไม่เอื้อคดีทุจริต คดี 112 ใช้แนวทางอื่นช่วยเหลือ ลั่นคืนสังคมสันติสุข วอน“เราไม่มีเวลาทะเลาะกันแล้ว”เมื่อ 5 ก.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยย้อนย้ำถึงการนิรโทษกรรมเพื่อยุติความขัดแย้งในสังคม และทวนคำประกาศอันยิ่งใหญ่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อดีตนายกฯ ที่ออกกฎหมายนิรโทษฯ ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ว่า “เราไม่มีเวลามาทะเลาะกันอีกแล้ว”อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากการเสนอนิรโทษฯ สุดซอยเมื่อปลายปี 2556 ซึ่งขยายผลจากให้เฉพาะประชาชนในคดีทางการเมืองเท่านั้น มาเพิ่มเป็นคดีทุจริตได้ประโยชน์ด้วย…
-
ผ่าผลโพล ‘เพื่อไทย-ยศชนัน’ วัดเรตติ้งขาขึ้น ชิงน้ำเงิน
“นิด้าโพล” ได้สำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569 โดยเผยแพร่เมื่อ 5 ก.ค.2569 หากเจาะไปที่คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย พบว่าคะแนนเพิ่มขึ้นกว่าการสำรวจครั้งแรกเมื่อเดือนมี.ค.2569 ล่าสุดได้ร้อยละ 16.84 ขณะที่ครั้งแรกได้ ร้อยละ 12.04 แต่ผลคะแนนนิยมยังตามหลังพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ตามลำดับขณะที่คะแนนนิยมของตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น “นิด้าโพล” ในไตรมาส 2 ให้“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย และปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) มาอันดับ 4 โดยไตรมาสที่ 2 นี้ ความนิยมขยับขึ้นมาร้อยละ 11.64% ขณะที่ไตรมาสแรก เดือนมี.ค.ได้ร้อยละ 8.08แม้ผลสำรวจยังคงตาม “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งยังตาม “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทว่า ก็เป็นสัญญาณขาขึ้นสำหรับว่าที่ผู้นำพรรคเพื่อไทยตัดมาที่ “สวนดุสิตโพล” ที่เผยแพร่ ผลสำรวจล่าสุดวันเดียวกัน 5 ก.ค.2569…
-
กองทัพบก แถลงการณ์ด่วน กรณีข่าวชายแดนสุรินทร์
วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงข้อเท็จจริง กรณีที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างว่าวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงข้อเท็จจริง กรณีที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างว่า วานนี้ (5 ก.ค.69) เมื่อเวลา 12.35 น. มีทหารไทยจำนวน 7 นาย ลาดตระเวนเข้าไปในพื้นที่บริเวณช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และขว้างระเบิดมือจำนวน 1 ลูก เข้าไปยังที่ตั้งของฝ่ายกัมพูชา เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 3 นาย นั้นกองทัพบกขอชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ และเป็นการบิดเบือนความจริงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนกับหน่วยทหารที่รับผิดชอบในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พบว่าเป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชาเอง ไม่ใช่เกิดจากการกระทำโดยฝ่ายไทยอย่างที่กล่าวอ้างในห้วงเวลาดังกล่าว กำลังพลฝ่ายไทยกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเพื่อคุ้มครองการสร้างเส้นทางในฝั่งไทยตามปกติ และตรวจพบว่ามีทหารกัมพูชาเข้ามาสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของฝ่ายเรา ต่อมาในเวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเกิดความโกลาหลในการช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้มีการใช้อาวุธหรือขว้างระเบิดใด ๆ…
-
9 ก.ค.ชี้ชะตา ‘พ.ร.ก.เงินกู้4แสนล้าน’ หากผล ออกมาไม่เป็นคุณ ‘อนุทิน’ ไม่ต้องลาออก
ฝ่านค้านมั่นใจ 9 ก.ค.ชี้ชะตา พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ชนะน็อกรัฐบาล ยอมรับหากผลออกมาไม่เป็นคุณกับอนุทิน ไม่ถึงขั้นทำให้นายกฯต้องลาออก แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก พบต้องใช้ 6 เสียง ลงมติออกพ.ร.ก.ขัดรธน.5 ก.ค.2569-จากกรณีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันพฤหัสบดีนี้ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. เพื่อให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 9 คน ลงมติวินิจฉัยคำร้องที่สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีมติคณะรัฐมนตรี ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า สส.ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ จะปักหลักรอฟังผลคำวินิจฉัยของศาลรธน.ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ที่รัฐสภา จะไม่ได้มีการเดินทางไปรับฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรธน.แต่อย่างใด และหลังทราบผลคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการแล้ว ทางพรรคปชป.จะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม“จนถึงขณะนี้ทางฝ่ายเรามั่นใจมากในคำร้องคดีนี้เพราะการออกพระราชกำหนดดังกล่าวไม่ได้มีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจแน่นอน เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่รัฐบาลแถลงมาตลอด ก็ไปในทิศทางที่ดี ไม่ว่าจะจัดเก็บภาษีรัฐบาลก็บอกว่าเป็นไปตามเป้า มีการปรับตัวเลขประมาณการความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ…
-
มาแล้ว! ผลสำรวจนิด้าโพล คะแนนนิยมทางการเมือง ประชาชนสนับสนุนให้ใครเป็นนายกฯ
วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569 โดยดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ จำนวน 2,500 ตัวอย่าง เพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling)วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569 โดยดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18…
-
“เรืองไกร” เปิด 6 ปมร้อน บุกร้อง ป.ป.ช. ตรวจบัญชีทรัพย์สิน 5 สส.-ปลัดมหาดไทย
เรืองไกร ร้อง ป.ป.ช. ตรวจ สส. 5 ราย พ่วง ปลัด.มท. ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ฝ่าฝืน พรป. ป.ป.ช. หรือไม่เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 69 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย เงินได้พึงประเมิน ของ สส. 5 คน และปลัด มท. ว่ามีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยการปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน ตามความใน พรป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 114 หรือมาตราอื่น หรือไม่นายเรืองไกร กล่าวว่า จากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม.12/2569 หน้า 11-12 ที่ระบุไว้ส่วนหนึ่งว่า“ทั้งนี้ การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวเป็นมาตรการในตรวจสอบและการป้องปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาที่จะต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องโดยละเอียด ชัดเจน…
-
นายกฯ ‘คนมีกรรม’
เนี่ย…อยากให้คนไม่ว่า “รุ่นใหม่-รุ่นเก่า” ตระหนักกันไว้-กับพระสงฆ์องคเจ้า และพระศาสนา ๑-กับพระมหากษัตริย์ ชาติ และแผ่นดินเกิด ๑-กับบิดา-มารดา, ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณ ๑ถ้าเราไม่ตอบแทนพระคุณท่าน ก็อย่าไปเนรคุณ ทั้งโดยกาย โดยวาจา และโดยใจเพราะมันจะนำตัวเองไหลลงไปสู่ที่ต่ำ!ไม่ต้องดูอะไรมาก เห็นได้จากผู้ใช้นามว่า “ออย มุกดาหาร”วันก่อน พระสงฆ์ ๓๔ รูป ขณะเดินธรรมจาริกเป็นแถว จาก “วัดภูมโนรมย์ อ.เมือง จ.มุกดาหาร” ไปตามไหล่ถนน “มุกดาหาร-ดอนตาล”มุ่งหน้าไปอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานีเด็กอายุ ๑๑ ขวบ ขับรถกระบะสวนทางมาอย่างเร็วพุ่งเข้าชน ชนิดกวาดพระทั้งแถวกระเด็นหายวับไปคนละทิศละทางมรณภาพทันที ๘ รูป ไปมรณภาพที่โรงพยาบาลอีก ๒ รูป รวมเป็น ๑๐ รูป บาดเจ็บอีกจำนวนมากเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนต่างเกิดธรรมสังเวชเป็นอย่างมากแต่สุภาพสตรีท่านหนึ่ง ใช้นามว่า “ออย มุกดาหาร”เธอกลับโพสต์ข้อความว่า…..“ถนนเป็นของรถ ไม่ใช่ที่เดินของพระ” พร้อมติดแฮชแท็ก #หยุดเดินธุดงค์ข้างทางได้แล้วเท่านั้นแหละ ก็เกิดสิ่งที่ตัวผู้โพสต์คาดคิดไม่ถึงในทันที บริษัทที่ “ออย มุกดาหาร” ทำงานอยู่ ออกประกาศ…