Category: การเมือง

  • โอนไว! สภาเห็นชอบ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 10,328 ล้านบาท ใส่งบกลาง ใช้ภารกิจเร่งด่วนแก้วิกฤติประเทศ

    สภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์ 449 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ไปตั้งเป็นงบกลางเพื่อใช้ในภารกิจเร่งด่วนแก้วิกฤติเศรษฐกิจและสังคม โดยใช้เวลาพิจารณาสามวาระรวดเพียง 15 นาที หลังไม่มีสมาชิกติดใจอภิปรายเพิ่มเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. … วงเงิน 10,328 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 5 มาตราสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือการโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการของหน่วยรับงบประมาณจำนวน 118 แห่ง ไปตั้งไว้เป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินรวม 10,328 ล้านบาท…

  • บุกสภา ยื่นสอบ ‘ลิซ่า’ ประธานกมธ.พัฒนาการเมือง ปมสอบ ปธ.กสทช. ส่อใช้อำนาจขัดกฎหมาย

    บุกสภา ยื่นสอบ ‘ลิซ่า’ ประธานกมธ.พัฒนาการเมือง ปมสอบ ปธ.กสทช. ส่อใช้อำนาจขัดกฎหมายนักเคลื่อนไหว บุกยื่นประธานสภาฯ สอบ "ลิซ่า" ประธานกมธ.พัฒนาการเมืองฯ ปมสอบคุณสมบัติ ประธานกสทช. ชี้ส่อใช้อำนาจขัดกฎหมาย-ไม่เป็นกลางเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายสัณหณัฐ ศรัทธาพร นักเคลื่อนไหวอิสระ ยื่นหนังสือต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนภายหลังคณะกมธ.ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมเรียกเอกสารและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงผู้ร้องเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมีข้อสงสัย ทั้งในด้านความเป็นกลางของประธานกมธ. การใช้อำนาจตามกฎหมาย และขั้นตอนการดำเนินการ จึงขอให้ประธานสภาฯ ตรวจสอบว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับของสภาหรือไม่หนังสือร้องเรียน ระบุว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ประธานกมธ.การพัฒนาการเมืองฯ เคยใช้บทบาทในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก ยื่นหนังสือและหลักฐานต่อคณะกรรมการสรรหา เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของประธาน กสทช. พร้อมแสดงความเห็นต่อสาธารณะว่า ประธาน…

  • สภา มติเอกฉันท์ เห็นชอบ พ.ร.บ.โอนงบ 10,328 ล้าน เข้างบกลาง เร่งแก้วิกฤตประเทศ

    สภา ฉลุย! มติเอกฉันท์ พ.ร.บ.โอนงบ 10,328 ล้าน เข้างบกลาง เร่งแก้วิกฤตประเทศโอนไว! สภา ใช้เวลา 15 นาที มีมติเอกฉันท์ เห็นชอบ พ.ร.บ.โอนงบ วงเงิน 10,328 ล้านบาท ใส่งบกลาง นำไปใช้ภารกิจเร่งด่วนแก้วิกฤตประเทศเมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 2 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ…. วงเงิน 10,328 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานพิจารณาเสร็จแล้ว มีจำนวนทั้งหมด 5 มาตราโดยนายเอกนิติ นำเสนอรายงานของกมธ.ว่า หลังสภาฯ รับหลักการวาระที่ 1 เมื่อ 25…

  • สภาฯ ฉลุย! มติเอกฉันท์ผ่าน ร่างพ.ร.บ.โอนงบหมื่นล้าน เข้างบกลาง

    สภาฯ15นาที! ฉลุย ‘ร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ’ 10,328 ล้านบาท จากหน่วยงาน118แห่ง ไปใส่ไว้ใน ‘งบกลาง’ เพื่อใช้จ่ายภารกิจเร่งด่วนแก้วิกฤติประเทศวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ…. วงเงิน 10,328ล้านบาท ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานกมธ.ฯพิจารณาเสร็จแล้ว มีจำนวนทั้งหมด 5มาตรา สาระสำคัญคือการโอนงบรายจ่ายบางรายการของหน่วยงานต่างๆ 118 แห่ง ไปตั้งไว้เป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูและบรรเทาผล กระทบจากวิกฤติการณ์เศษฐกิจและสังคม จากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยวาระ 2 เป็นการพิจารณารายมาตรา แต่ไม่มีสส.ติดใจอภิปรายเนื้อหาตามที่กมธ.แก้ไขมา ก่อนจะลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 449 ต่อ 0…

  • รัฐบาลขันน็อต สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยการบิน เข้มตรวจลูกเรือป้องกันลักลอบขนยาเสพติด

    รัฐบาลสั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยการบิน บูรณาการทุกหน่วยงานเข้มตรวจลูกเรือ ป้องกันลักลอบขนยาเสพติด รักษามาตรฐานความปลอดภัยและความเชื่อมั่นการบินไทยวันนี้ (2 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินและภาพลักษณ์ของประเทศ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ติดตามกรณีลูกเรือสายการบินของไทยถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังตรวจพบสารเสพติดในสัมภาระ พร้อมสั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีกรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้น ลูกเรือรายดังกล่าวเดินทางปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินจากประเทศไทยไปยังนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ปลายทางตรวจค้นและพบสารเสพติดซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระ ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรมของประเทศออสเตรเลียนางสาวลลิดา กล่าวว่า ปัจจุบันลูกเรือทุกคนยังคงต้องผ่านการตรวจค้นตามมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกับผู้โดยสาร แม้จะมีช่องทางเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังต้องผ่านการตรวจทั้งบุคคลและสัมภาระตามมาตรฐานสากล โดยการตรวจด้านการรักษาความปลอดภัยของสนามบินมุ่งเน้นการป้องกันวัตถุอันตราย อาวุธ และวัตถุระเบิดที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยาน ขณะที่การตรวจจับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศุลกากร และหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ กพท. เชิญบริษัท ท่าอากาศยานไทย…

  • มติเอกฉันท์! ศาลรธน.ตีตกคำร้อง “ศรีสุวรรณ” ยื่นฟัน “พีระพันธุ์” ปมตั้งคณะทำงาน ชี้ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง

    ">มติเอกฉันท์! ศาลรธน.ตีตกคำร้อง "ศรีสุวรรณ" ยื่นฟัน "พีระพันธุ์" ปมตั้งคณะทำงาน ชี้ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงเมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 213 โดยกล่าวอ้างว่า การที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (ผู้ถูกร้อง) ขณะดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกคำสั่งแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและมีลักษณะ ต้องห้ามมิให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 เป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้ อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นการกระทำที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือมีพฤติกรรม อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ส่งผลให้ผู้ร้องซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับบุคคลดังกล่าวต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำ ความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ การกระทำของผู้ถูกร้องละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้อง ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25และมาตรา 53ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสาร ประกอบไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำ ของผู้ถูกร้องอย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้อง…

  • เบื้องลึก ปชน. ‘ปลาเปลี่ยนน้ำ’ จุดพลาด ‘ส้ม’ พ่ายศึกเมืองหลวง

    ควันหลงจบสมรภูมิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.ไปหมาด ๆ ถึงคิวศึกชิง “ประมุขสภา กทม.” ต่อ โดยพรรคประชาชน (ปชน.) ที่ได้ ส.ก.มากสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ถึง 22 ที่นั่ง มีมติส่ง“ส.ก.เนอส” ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.บางซื่อ ลงชิงชัย ท่ามกลางกระแสข่าวว่า “กลุ่มคนทำงาน” แม้ได้ ส.ก.เพียง 11 ที่นั่ง จะรวมเสียงส่งคนเป็นแคนดิเดตแข่งชิงประธานสภา กทม.กับเขาด้วยทว่า ความคืบหน้าล่าสุด “วิพุธ ศรีวะอุไร” ส.ก.บางรัก อดีตประธานสภา กทม.ชุดที่แล้ว ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และให้สัมภาษณ์หลายสื่อ ยืนยันข้อเท็จจริงว่า “ตนเอง” ยินดียกมือหนุน ส.ก.จากพรรค ปชน. เป็น “ประธานสภา กทม.” โดยยึดหลักการเสียงข้างมากมีสิทธิดำเนินการก่อน แต่ไม่สามารถตอบแทน “กลุ่มคนทำงาน” ทั้งหมดได้ เนื่องจากแต่ละคนมี “ความอิสระ”แม้ว่าถึงที่สุดแล้วจะยังต้องรอ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ก. โดยยังมีเวลาอีกอย่างน้อย 60 วัน ในการรวมเสียงเพื่อโหวตประธานสภา กทม.ก็ตาม…

  • เรียนรู้สังเกตอาการโรคหลอดเลือดหัวใจ มัจจุราชคร่าชีวิตคนไทยอันดับต้นๆ

    เรียนรู้สังเกตอาการโรคหลอดเลือดหัวใจ มัจจุราชคร่าชีวิตคนไทยอันดับต้นๆ รีบคัดกรอง รักษาแต่เนิ่นๆ หมั่นดูแลรักษาสุขภาพตัวเองโรคหัวใจ เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยต่อปีเป็นจำนวนมาก เป็นอันดับต้นๆ ของประชากรไทยเลยทีเดียว เป็น 12% ของอัตราการเสียชีวิตทั้งหมด ต้องเรียนรู้และสังเกตอาการได้ พร้อมดูแลร่างกาย จัดการอาหารการกินเป็น คำว่า “โรคหัวใจ”มักจะหมายถึง “ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” (atherosclerotic cardiovascular disease)ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนอายุ 55 ปีในเพศชาย และ 65 ปีในเพศหญิง อายุ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น เพศ ผู้ชายจะมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจสูงกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะในวัยก่อนหมดประจำเดือน เพศหญิงหลังหมดประจำเดือนหรือรับประทานยาคุมกำเนิดจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงขึ้นปัจจัยที่สามารถควบคุมหรือป้องกันได้ คือ พฤติกรรมการบริโภคอาหารไขมันสูงและเค็ม ภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง ผู้ที่มีระดับไขมันแอลดีแอล (LDL cholesterol) สูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรค ดังนั้นจึงมีความสำคัญที่จะต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์การรักษา การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ความเครียดอาการที่ควรพบแพทย์ทันที…

  • ขำไม่ออก! พรรคส้มดัน ‘ดร.โจ’ นั่ง กมธ.วิสามัญงบ 70 ปลอบใจแห้วผู้ว่าฯ กทม.

    เปิดรายชื่อ 72 อรหันต์ มี 'ดร.โจ' โผล่ร่วมด้วยหลังแห้วผู้ว่าฯ กทม. ด้าน 'มาดามเดียร์' นั่งโควตา ปชป.02 ก.ค.2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ทั้ง 72 คน ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 18 คนได้แก่ 1.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส 2.นายภราดร ปริศนานันทกุล 3.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ 4.นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล 5.นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน 6.นายชลัฐ รัชกิจประการ 7.น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา 8.นายอนุรักษ์ จุรีมาศ 9.นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ 10.นายบุญลือ ประเสริฐโสภา 11.นายวีระ ธีระภัทรานนท์ 12.นายบุญชู ประสพกิจถาวร 13.ว่าที่ร้อยตรีศรัณย์ สมานพันธ์ 14.นายอนันต์ แก้วกำเนิด…

  • “สามารถ” ถอดรหัส “สุมาอี้เมืองไทย” ชี้เกมพรางตัวการเมือง ลุ้นหมาก “ไชยชนก” สยบศึกรอยร้าว

    วันที่ 1 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า…ถอดรหัส “สุมาอี้เมืองไทย” กับภาพเลอะเลือนที่อาจเป็นหมากสับขาหลอก สู่หมากเหนือชั้นของ “ไชยชนก”… เกมสยบระเบิดเวลาสวัสดีครับพี่น้องประชาชนและเพื่อนพ้องทางการเมืองทุกท่านวันก่อนเราเห็น คุณทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปเลือกตั้งแล้วให้สัมภาษณ์หยิกแกมหยอกว่า "ไม่ได้เลือกตั้งมา ๒๐ ปี ไม่รู้จะหันก้นเข้าหรือหันก้นออก" หลายคนดูแล้วขำขันสะใจคิดว่าเป็นมุกตลกของคนแก่ครับ แต่สำหรับคนการเมืองที่มองเกมลึกอย่างผมขำไม่ออกจริงๆเพราะจังหวะก้าวตั้งแต่การบอกว่า "ไปจำศีลมาลืมหมดแล้ว ไม่อาฆาตใคร" มาจนถึงเรื่องหันก้นเข้าคูหา… ภาพเหล่านี้มันทำให้ผมคิดถึงยอดนักยุทธศาสตร์ในสามก๊กอย่าง "สุมาอี้" ขึ้นมาทันที!พี่น้องจำสามก๊กตอนที่สุมาอี้แกล้งป่วยสับขาหลอก โจซอง ได้ไหมครับ? ตอนนั้นสุมาอี้แกล้งหูตึง พูดจาวนไปวนมา ทำข้าวต้มหกเลอะเทอะอาบเสื้อผ้า แสดงสภาพเหมือนคนแก่เลอะเลือนใกล้ตายจนโจซองหัวเราะชอบใจและตายใจ คิดว่าหมดพิษสงแล้ว แต่ฉากหลังคือสุมาอี้ซุ่มรอจังหวะปฏิวัติยึดอำนาจเบ็ดเสร็จในพริบตาการวางภาพเหมือนคนลืมเลือน หรือการหยอกล้อแบบคนลดบทบาทของคุณทักษิณในวันนี้ มันอาจถูกมองได้ว่าเป็นกลยุทธ์ "พรางตัว" เพื่อลดแรงเสียดทานและสยบความระแวงจากพรรคร่วมรัฐบาลและอำนาจเก่า ยิ่งทำให้คนอื่นคิดว่าเขาแก่ง่อมเท่าไหร่ เกมอำนาจและหมากฉากหลังยิ่งเดินได้สะดวกเท่านั้นสัญญาณและระเบิดเวลาศาลรัฐธรรมนูญคำพูดเรื่องหันก้นเข้าคูหาไม่ได้พูดเล่นๆ ครับ แต่มันอาจถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมือง ย้อนอดีตไปสะกิดแผลปี ๒๕๔๙ ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะมาแล้วด้วยเหตุผลเรื่องการหันคูหาออกนอกหน่วยและวันนี้มันกำลังส่งสัญญาณไปถึง "ระเบิดเวลาเรื่อง QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สว." ที่กำลังอยู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามันเป็นความลับจริงไหม?…