Category: การเมือง

  • ขำไม่ออก! พรรคส้มดัน ‘ดร.โจ’ นั่ง กมธ.วิสามัญงบ 70 ปลอบใจแห้วผู้ว่าฯ กทม.

    เปิดรายชื่อ 72 อรหันต์ มี 'ดร.โจ' โผล่ร่วมด้วยหลังแห้วผู้ว่าฯ กทม. ด้าน 'มาดามเดียร์' นั่งโควตา ปชป.02 ก.ค.2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ทั้ง 72 คน ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 18 คนได้แก่ 1.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส 2.นายภราดร ปริศนานันทกุล 3.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ 4.นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล 5.นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน 6.นายชลัฐ รัชกิจประการ 7.น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา 8.นายอนุรักษ์ จุรีมาศ 9.นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ 10.นายบุญลือ ประเสริฐโสภา 11.นายวีระ ธีระภัทรานนท์ 12.นายบุญชู ประสพกิจถาวร 13.ว่าที่ร้อยตรีศรัณย์ สมานพันธ์ 14.นายอนันต์ แก้วกำเนิด…

  • “สามารถ” ถอดรหัส “สุมาอี้เมืองไทย” ชี้เกมพรางตัวการเมือง ลุ้นหมาก “ไชยชนก” สยบศึกรอยร้าว

    วันที่ 1 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า…ถอดรหัส “สุมาอี้เมืองไทย” กับภาพเลอะเลือนที่อาจเป็นหมากสับขาหลอก สู่หมากเหนือชั้นของ “ไชยชนก”… เกมสยบระเบิดเวลาสวัสดีครับพี่น้องประชาชนและเพื่อนพ้องทางการเมืองทุกท่านวันก่อนเราเห็น คุณทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปเลือกตั้งแล้วให้สัมภาษณ์หยิกแกมหยอกว่า "ไม่ได้เลือกตั้งมา ๒๐ ปี ไม่รู้จะหันก้นเข้าหรือหันก้นออก" หลายคนดูแล้วขำขันสะใจคิดว่าเป็นมุกตลกของคนแก่ครับ แต่สำหรับคนการเมืองที่มองเกมลึกอย่างผมขำไม่ออกจริงๆเพราะจังหวะก้าวตั้งแต่การบอกว่า "ไปจำศีลมาลืมหมดแล้ว ไม่อาฆาตใคร" มาจนถึงเรื่องหันก้นเข้าคูหา… ภาพเหล่านี้มันทำให้ผมคิดถึงยอดนักยุทธศาสตร์ในสามก๊กอย่าง "สุมาอี้" ขึ้นมาทันที!พี่น้องจำสามก๊กตอนที่สุมาอี้แกล้งป่วยสับขาหลอก โจซอง ได้ไหมครับ? ตอนนั้นสุมาอี้แกล้งหูตึง พูดจาวนไปวนมา ทำข้าวต้มหกเลอะเทอะอาบเสื้อผ้า แสดงสภาพเหมือนคนแก่เลอะเลือนใกล้ตายจนโจซองหัวเราะชอบใจและตายใจ คิดว่าหมดพิษสงแล้ว แต่ฉากหลังคือสุมาอี้ซุ่มรอจังหวะปฏิวัติยึดอำนาจเบ็ดเสร็จในพริบตาการวางภาพเหมือนคนลืมเลือน หรือการหยอกล้อแบบคนลดบทบาทของคุณทักษิณในวันนี้ มันอาจถูกมองได้ว่าเป็นกลยุทธ์ "พรางตัว" เพื่อลดแรงเสียดทานและสยบความระแวงจากพรรคร่วมรัฐบาลและอำนาจเก่า ยิ่งทำให้คนอื่นคิดว่าเขาแก่ง่อมเท่าไหร่ เกมอำนาจและหมากฉากหลังยิ่งเดินได้สะดวกเท่านั้นสัญญาณและระเบิดเวลาศาลรัฐธรรมนูญคำพูดเรื่องหันก้นเข้าคูหาไม่ได้พูดเล่นๆ ครับ แต่มันอาจถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมือง ย้อนอดีตไปสะกิดแผลปี ๒๕๔๙ ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะมาแล้วด้วยเหตุผลเรื่องการหันคูหาออกนอกหน่วยและวันนี้มันกำลังส่งสัญญาณไปถึง "ระเบิดเวลาเรื่อง QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สว." ที่กำลังอยู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามันเป็นความลับจริงไหม?…

  • ‘ส้ม’ ที่ ‘กฤต’ ไม่รู้จัก

    เมื่อก่อน….ถ้านักการเมืองคนไหนบอกว่า “รวยแล้วไม่โกง”เอาปูนแดงคาดหัวได้เลยเข้าไปมีตำแหน่งวันไหน…แม่ม…“มันโกงฉิบหายบรรลัยจักร”!เดี๋ยวนี้มีเพิ่มถ้าใครบอกว่า “ผมเป็นดอกเตอร์ ไม่โกงหรอก”ก็ร้อยละ ๕๐-๖๐ ในขบวนการโกงนั่นน่ะ มีคำว่า “ดอกเตอร์” นำหน้าแทบทั้งนั้น!อย่างกรณี “ซื้อสอบ” บรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น รายละ ๓๕๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท นั่นปะไรไอ้ตัว “ต้นน้ำ” ทาง ป.ป.ช., ปปป. และ ป.ป.ท. เขาเห็นหัว-เห็นหางตะคุ่มๆ แล้วล่ะ แต่จะเป็นดอกเตอร์ด้วยหรือเปล่า…หนูไม่รู้!รู้แต่ว่าไอ้ตัว “กลางน้ำ” ที่ดำยังไม่โผล่ ก็เป็นดอกเตอร์ก็คือ “จ.ส.ต. ดร.พิชิต ทั้งพรม” ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี เพชรบูรณ์คนนี้เป็นตัวเชื่อมระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำ ตัวอยู่เพชรบูรณ์แต่มาซื้อบ้านตั้งเป็นบริษัทอยู่นนทบุรี ทำเป็น “ศูนย์ปฏิบัติการโกง”ขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปจับ“เจ้าตัวไม่อยู่” หรืออยู่ แต่เจ้าหน้าที่เก็บตัวไปสอบปากคำ ผมก็ไม่แน่ใจแต่ที่แน่ๆ ตอนบุกจับ พบลูกน้องที่เป็นข้าราชการท้องถิ่น กำลังแก้ไขกระดาษคำตอบแล้วคีย์เข้าระบบคอมพิวเตอร์เพื่อส่งกลับไปหน่วยงานที่จัดสอบกันชนิดคร่ำเคร่งเจ้าหน้าที่เก็บตัวเข้าเซฟไว้เค้นปากคำ ๑๐ คน รวมทั้ง “นายฉัตรพิศุทธิ์” ผู้ทำหน้าที่ประสานงานรับเอกสารจากสนามสอบยังเหลือ “ตัวการสำคัญ” อีกคน ที่ต้องตามไปดึงหูมาสอบเพราะคนนี้เป็นผู้ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลคะแนนของผู้ที่จ่ายเงินบันทึกลงในแฟลชไดรฟ์ เพื่อนำส่งให้บริษัทที่นนทบุรีพูดกันตามหน้าไพ่….เท่าที่รวบตัวไว้แล้ว ๑๐ กว่าคน ไม่ยากที่ ป.ป.ช.,…

  • ให้เสร็จสมอารมณ์หมาย

    แหม…อุตส่าห์ลุ้นว่าวันนี้ (๒ กรกฎาคม) "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" จะหอบหลักฐานกี่กระสอบไปให้ดีเอสไอได้เบิกเนตร ว่าเงิน ๒๘ ล้านบาทนั้นได้แต่ใดมาไหนบอกว่าเอกสารพร้อม จะเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับ DSI โดยตรงสุดท้ายส่งทนายความไปขอเลื่อนเป็น ๖ กรกฎาคมก็ไม่ทราบจะเลื่อนต่ออีกหรือเปล่าการขอเลื่อนเข้าชี้แจงหรือให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ดีเอสไอไม่มีกฎหมายกำหนดจำนวนครั้งที่ตายตัวหากเลื่อน ๒ ครั้ง ๓ ครั้งยังไม่ไป คงต้องเจอหมายเรียกครั้งที่ ๒ถ้ารอถึงตอนนั้นคือพิรุธมาเต็ม!เลื่อนแบบนี้ชาวบ้านเขาเหวอครับ เพราะเขาตั้งคำถามรอให้ตอบไว้เพียบเพจจักรวาลด้อมส้ม——————–#ทุกคนคะ พรุ่งนี้พี่ป้อม ภาวุธ ต้องเข้าชี้แจง DSI ตามนัด หนูในฐานะคนที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ขอฝากคำถามที่สังคมยังรอคำตอบอยู่ ๕ ข้อนะคะ๑.เงิน ๒๘ ล้านมาจากธุรกรรมอะไร?เงินโอนออกจาก Spark Digital เข้าบัญชีพี่ป้อม ๓ วันหลัง โอนหุ้นออกในฐานะ "เจ้าของเดิม" บริษัทจะโอนเงินให้ในฐานะอะไรได้บ้างคะ?๒.มี Statement เทรดและคำสั่งถอนจริงมั้ยถ้ามีบัญชีเทรดกับ ALPFX จริง เอกสาร ๒ อย่างนี้พิสูจน์ได้ทันที คือ Statement แสดงผลขาดทุนตามที่อ้าง และคำสั่งถอนที่ยอดตรงกับ ๒๘ ล้านบาท๓.การโอนหุ้น Spark…

  • ‘ดร.โจ’ – ‘มาดามเดียร์’ โผล่นั่ง กมธ.วิสามัญฯงบประมาณปี70

    เปิดรายชื่อ “72 อรหันต์” กมธ.งบฯ 70 มี ‘ดร.โจ’ โผล่ร่วมด้วยหลังแห้วผู้ว่าฯ กทม. ด้าน ‘มาดามเดียร์’ นั่งโควตา ปชป.เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 จำนวน 72 คน ได้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 18 คนได้แก่ 1.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส 2.นายภราดร ปริศนานันทกุล 3.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ 4.นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล 5.นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน 6.นายชลัฐ รัชกิจประการ 7.น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา 8.นายอนุรักษ์ จุรีมาศ 9.นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ 10.นายบุญลือ ประเสริฐโสภา 11.นายวีระ ธีระภัทรานนท์ 12.นายบุญชู ประสพกิจถาวร 13.ว่าที่ ร.ต.ศรัณย์ สมานพันธ์…

  • ‘อ.อุ๋ย’ วิเคราะห์คดีแอร์สาวไทยในออสเตรเลีย เมื่อคำว่า ‘ไม่รู้’ ต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน

    1 ก.ค.2569- นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อ. อุ๋ย) นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ/สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่าคดีอดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยที่ถูกจับกุม ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในซับในกระเป๋าถือจำนวน 12 ใบ ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สังคมไทยติดตามอย่างใกล้ชิด โดยผู้ต้องหาให้การว่า “ไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติด เพราะเป็นของที่เพื่อนฝากมา”คำถามที่หลายคนอยากรู้จึงไม่ใช่เพียงว่า “เธอพูดความจริงหรือไม่” แต่คือ “กฎหมายออสเตรเลียเปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีด้วยเหตุผลเช่นนี้หรือไม่คำตอบคือ มี แต่เป็นหนึ่งในข้อต่อสู้ที่พิสูจน์ได้ยากที่สุดในคดียาเสพติดข้ามชาติในวงการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ มีคำเรียกผู้ที่อ้างว่าถูกใช้เป็นผู้ขนยาเสพติดโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงว่า Blind Mule หรือ “ผู้นำพาที่ถูกหลอก” คำนี้เป็นศัพท์ในทางอาชญาวิทยา มิใช่ฐานความผิดตามกฎหมายอาญา และไม่ได้หมายความว่าผู้ที่อ้างตนเป็น Blind Mule จะพ้นความผิดโดยอัตโนมัติในระบบกฎหมายออสเตรเลียซึ่งอยู่ในตระกูล Common Law ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีโทษร้ายแรง โดยหลักแล้วอัยการต้องพิสูจน์องค์ประกอบทางจิตใจ (Mens Rea) ของจำเลย มิใช่เพียงพิสูจน์ว่าพบยาเสพติดอยู่ในความครอบครองของบุคคลนั้น หลักการสำคัญดังกล่าวได้รับการรับรองโดยศาลสูงออสเตรเลียในคดี He Kaw Teh v. The Queen (1985)กล่าวอีกนัยหนึ่ง การพบของกลางเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคดี ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการพิสูจน์ความผิดด้วยเหตุนี้ กฎหมายออสเตรเลียจึงเปิดโอกาสให้จำเลยยกข้อต่อสู้เรื่อง Honest and…

  • ‘ส้ม’ ดีล ‘ฟ้า’ ท้ารบ ‘เขียว’ จับตาศึกชิงเก้าอี้ประมุขสภา กทม.

    ปิดฉากศึกชิงเมืองหลวงไปแล้ว ด้วยชัยชนะของ “สีเขียว” นำโดย “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่ 2 ทำลายสถิติเดิมของตัวเองในการเลือกตั้งปี 65 ด้วยเสียงกว่า 1.44 ล้านแต้ม ขณะที่ ส.ก.กลุ่มคนทำงาน ซึ่งสนับสนุนการทำงานของเขานั้น ได้เข้าสภา กทม.ไปอย่างน้อย 11 คนแต่มหากาพย์ศึกชิงเก้าอี้ “ประธานสภา กทม.” เพิ่งเริ่มต้นขึ้น แม้ว่า “สีส้ม” จะพ่ายในสมรภูมิ “พ่อเมืองหลวง” โดย “โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน (ปชน.) ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง พ่ายแพ้หมดรูป ได้ไปเพียง 176,934 คะแนน อยู่ที่ 3 แพ้แม้กระทั่ง “ติ่ง” มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อินฟลูเอนเซอร์การเมือง ที่ไม่มี “บิ๊กเนม” ไปช่วยหาเสียง หรือคิดนโยบายด้วยซ้ำ แถมคะแนน “ผู้สมัครผู้ว่าฯส้ม” ปีนี้ ยังต่ำกว่าปี…

  • กระแสไม่มา พรรณิการ์เปิดใจ สาเหตุ ดร.โจ พรรคประชาชน คะแนนตามหลัง

    พรรณิการ์ยอมรับความจริง! ชี้สาเหตุพรรคประชาชนคะแนนร่วง เหตุทำแคมเปญสู้กระแสโซเชียลไม่ได้นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการศึกชิงผู้ว่าฯ ชี้ชะตามหานคร ถึงสถานการณ์ผลคะแนนเสียงของผู้สมัครจากพรรคประชาชน โดยระบุว่า ดร.โจ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน มีคะแนนตามหลัง ดร.มัลลิกา อย่างมีนัยสำคัญสำหรับสาเหตุของคะแนนที่ตามหลังนั้น นางสาวพรรณิการ์ระบุว่า เมื่อตรวจสอบเนื้อหาบนโลกโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กหรือติ๊กต็อก กลับพบเพียงกระแสของ อ.ชัชชาติ และ ดร.มัลลิกา เท่านั้น ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวของพรรคประชาชนที่ไม่สามารถทำให้แคมเปญของพรรคได้รับความสนใจเท่าที่ควรLink มาแรงประจำวันไม่ยอมเเก่! เมย์ ปทิดา ลุคนี้หน้าเด็กมาก จนคนเเห่ถามอายุตำรวจออสเตรเลีย จับแอร์สาวชาวไทย ซุกเฮโรอีน1กก.ตัวช่วยคำนวณผ่อนบ้านประสาทแดก เป็นเรื่องของสมองของผู้หญิง ไม่ใช่นิสัยนะ

  • ‘หมอทวีศิลป์’ อดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ยื่นลาออกราชการ ลุยฟ้องกลับทั้งแพ่ง-อาญา

    1 กรกฎาคม 2569 – นายกองตรีธนกฤต จิตรอารีรัตน์เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โพสต์ภาพและข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า หมอไม่ทน วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจโท นายแพทย์ ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ตัดสินใจยื่นใบลาออก ออกจากการรับราชการ เพื่อมาต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมของตนเอง จากนี้ต่อไป เจอกันทุกหน่วยงาน ทั้งแพ่งและอาญา แน่นอนผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบจากคดีการพักรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจด้วย โดยคณะกรรมการแพทยสภา ในการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 มีมติลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของพล.ต.ท.ทวีศิลป์ เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ต่อมาพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่ง ตร.ที่…

  • ทนายไพศาล ยกหลักฐานยัน สรรพากรบังคับชำระหนี้ภาษีอากร 17,000 ล้านบาท จากอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ได้

    ไพศาล พืชมงคล ทนายความ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (30 มิถุุนายน 2569) ว่า ชัดแล้ว!! ยกหลักฐานสำคัญยันว่าสรรพากรบังคับชำระหนี้ภาษีอากร 17,000 ล้านบาท จากพ่อใหญ่แม้วไม่ได้1. เดิมสรรพากรออกหมายแจ้งตรวจสอบการเสียภาษีไปยัง นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร อ้างว่า เป็นผู้มีเงินได้จากการขายหุ้น AIS และต่อมาก็ทำการประเมินภาษีจากการขายหุ้นดังกล่าว ดังนั้น นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร จึงได้อุทธรณ์การประเมินภาษี ตามขั้นตอนของกฎหมายคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ยกอุทธรณ์ดังนั้น นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร จึงได้ฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเสียกรมสรรพากรได้เข้าต่อสู้คดีอ้างว่ามีสิทธิ์ประเมินภาษีจากทั้ง 2 คน เพราะเป็นผู้ถือหุ้นในนามของตนเอง และมีเงินได้จากการขายหุ้นจึงยืนยันว่ามีสิทธิ์เรียกเก็บค่าภาษีจากทั้ง 2 คนนี้2. ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่า ทั้ง 2 คนนั้น ถือหุ้นแทนนายทักษิณ ค่าขายหุ้นจึงไม่ใช่เงินได้ของทั้ง 2 คน กรมสรรพากรก็มาแถลงในคดีของศาลภาษีอากรกลางว่า ศาลฎีกาไม่มีอำนาจวินิจฉัยเช่นนั้นศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า กรมสรรพากรประเมินภาษีไม่ชอบ จึงพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีของกรมสรรพากรเสียการเรียกตรวจสอบภาษีและการประเมินภาษีอากรดังกล่าว จึงถูกเพิกถอนเด็ดขาดไปแล้ว ไม่สามารถนำไปใช้บังคับการเสียภาษีได้อีกต่อไป3. หลังจากศาลฎีกาพิพากษาแล้ว กรมสรรพากรก็ออกใบประเมินใหม่อีกฉบับในนามนายทักษิณ บังคับให้เสียภาษีจากการขายหุ้นดังกล่าว โดยถือว่าได้ประเมินภาษีกับทั้ง 2…