Category: การเมือง
-
เปิดผัง เครือข่าย สว. โยง บ้านใหญ่ ดีเดย์วัดใจ ‘กกต.’ ปิดจบสำนวนโกง
ปฏิบัติการลากไส้ขบวนการ โกง สว. ยังเป็นไปอย่างเข้มข้น นำโดยพรรคฝ่ายค้าน อย่างพรรคประชาชน และเครือข่าย ระดมพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง รู้เห็นหรือเคยร่วมในขบวนการที่มีแกนนำบางพรรคการเมืองหนุนหลังผ่านการเปิดข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง สถานที่นัดพบ เส้นทางการเงิน คลิปพูดจาจูงใจ รูปแบบการจัดทำโพยเพื่อใช้ในวันเลือกระดับประเทศ รวมถึงคุณสมบัติการสมัครของสว.ที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง ซึ่งกกต.ถูกครหาว่าหลิ่วตาให้ตอนนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ใกล้วันดีเดย์ วัดใจ กกต.จะพิจารณาปิดจบสำนวนคดีโกง สว. ตามที่มีผู้ถูกร้อง 229 คนอย่างไรใครจะเฮง เพราะรอดถูกตีตก หรือใครจะซวย ถูกส่งชื่อไปให้ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง รับไม้ต่อ สังคมพอจะคาดเดาได้ล่าสุดiLaw เริ่มขมวดข้อมูล โดยเปิดเผยความเชื่อมโยงของ สว. ซึ่งใกล้ชิดกับบ้านใหญ่สีน้ำเงินในหลายจังหวัดว่า เป็นตัวละครสำคัญ เกี่ยวข้องทั้งทางตรง และทางอ้อมกับแกนนำบ้านใหญ่ต่างๆกรณีที่ จ.สตูล iLaw พบข้อมูลว่า “อารีย์ บรรจงธุระการ” สว.จากสตูล นอกจากจะสับสนเรื่องกลุ่มอาชีพที่ลงสมัคร จากพยาบาล เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข แต่กลับเลือกลงกลุ่มสื่อสารมวลชน เพราะอ้างว่ามีประสบการณ์เป็นพิธีกรงานแต่ง เป็นวิทยากรด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เท่านั้นยังไม่พอ หลังอารีย์รับตำแหน่ง สว. ได้แต่งตั้ง “ศิริธร บรรจงธุระการ” เป็นผู้เชี่ยวชาญ ศิรินลักษณ์ บรรจงธุระการ…
-
ศรพระราม : (20 ส.ค.69) “ไอซ์ รักชนก”เล่นกับไฟ!! ขยี้ซ้ำคลิปเสียง “ข้างบน” เสี่ยงหลุดประกัน
">เมื่อนักการเมืองที่ถนัดสร้างวาทกรรม ต้องเผชิญกับวิบากกรรมที่ตนเองก่อครั้งแล้วครั้งเล่า วันก่อน “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก โพสต์ข้อความเกี่ยวกับคลิปเสียงคดีฮั้ว สว. ที่มีช่วงหนึ่งมีคำว่า “ข้างบน” พร้อมคำราชาศัพท์ เรียกเสียงฮือฮาและปั่นกระแสให้สังคมจับจ้องแต่ข้อความที่โพสต์ดันมีทั้งราชาศัพท์ที่ชี้เฉพาะ แถมยังขมวดท้ายเรียกร้องให้กลุ่มคนรักสถาบันแจ้งความตามมาตรา 112 กับคนในคลิปอีก แม้จะเป็นการประชดประชันเสียดสีตามสไตล์ แต่รอบนี้ไต่เพดานขึ้นไปสูงมาก งานนี้จึงกลายเป็นดาบสองคม เพราะพฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ถูกมองว่าหมิ่นสถาบันซ้ำอย่างเด่นชัด แต่ยังส่งผลกระทบมายังต้นสังกัดอย่างพรรคประชาชนเต็มๆจนถูกสังคมครหาอย่างหนักว่า "พรรคประชาชนกำลังเปิดทางหรือยุยงให้ประชาชนนำกฎหมายมาตรา 112 มาฟ้องร้องและใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองใช่หรือไม่?" ร้อนถึง ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน ต้องรีบออกมาช่วยแก้ข่าวพัลวัน ยืนยันว่า พรรคไม่มีนโยบายส่งเสริมหรือสนับสนุนให้ใครนำมาตรา 112 ไปใช้ไล่ฟ้องใครทั้งสิ้นแต่ทว่า… ไฟมันติดไปแล้ว! เสียงประชดประชันของ “ไอซ์” ทำให้ลมเปลี่ยนทิศกลายเป็นเปลวไฟพุ่งย้อนเข้าตัวเอง เมื่อล่าสุดนักเคลื่อนไหวขาประจำอย่าง สนธิญา สวัสดี ได้หอบเอกสารหลักฐานไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับ รักชนก ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นที่เรียบร้อยไม่เพียงเท่านั้น! ยังเตรียมยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ศาลพิจารณา "เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว" เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการประกันตัวที่เคยให้ไว้ต่อศาลอย่างชัดเจนงานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปด้วยใจระทึกว่า บทสรุปของการเล่นกับไฟ…
-
ตรวจแนวรบ ‘ตาเมือนธม’ หาก กัมพูชา เปิดรอบหน้า เจ็บกว่าเดิม พบแอบส่องไทย
20 ส.ค.69 ที่ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หรือ JIC นำคณะลงพื้น เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา, ให้กำลังกำลังพลแนวหน้า และมอบสิ่งของจำเป็นแก่หน่วยทหาร โดยมีพันเอก ธานินทร์ ดมหอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี (ผบ.ฉก.2 กกล.สุรนารี) ให้การตอนรับ ซึ่ง ฉก.2 รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชากว่า 170 กิโลเมตร ซึ่งการสู้รบที่ผ่านมา เราสามารถควบคุมสถานการณ์ที่สำคัญ ๆ ไว้ได้พร้อมรายงานสถานการณ์ที่ปราสาทตาเมือนธม ขณะนี้ว่า หลังผ่านการสู้รบที่ผ่านมา แน่นอนว่า ต่างฝ่ายต่างมีบทเรียน ต่างฝ่ายต่างสร้างที่มั่นแข็งแรง และยังมีการยั่วยุ เช่น การทำคอนเทนต์ สร้างสถานการณ์ เพื่อไปรายงานออกไปอีกแบบหนึ่ง เช่น การยิงปืน เพื่อสร้างเสียง หรือกำลังพลที่ถูกนำเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ที่หน้าแนวใหม่ ซึ่งเป็นกำลังพลทดแทน ที่มักจะเสียวินัย ซึ่งตอนนี้เรานิ่ง แต่การนิ่งของเราคือ การพร้อมรบ “เพราะถ้าเปิดมา รอบหน้า…
-
‘กัมพูชา’ไม่กลัว F-16 พลัง ‘เจ้าสัว’ สร้างบังเกอร์แข็งโป๊ก แนวรบ ปราสาทตาควาย
20 ส.ค.69 ที่ปราสาทตาควาย และเนิน 350 อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หรือ JIC นำคณะลงพื้นที่ปราสาทตาควาย และ เนิน 350 อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้กำลังกำลังพลแนวหน้า และมอบสิ่งของจำเป็นแก่หน่วยทหารโดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันมีการก่อสร้างเส้นทางทำถนนคอนกรีต จนมาถึงตัวปราสาทฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งปัจจุบัน บริเวณโดยรอบเส้นทางการเดินทาง มีการเคลียร์ทุ่นระเบิดเรียบร้อยแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ และในอนาคตจะมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ตัวปราสาทฯ หลังจากที่กรมศิลปากรได้เข้ามาสำรวจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่า จะสามารถเริ่มบูรณะปฏิสังขรณ์ได้ปี 2570 และคาดว่า จะแล้วเสร็จในปี 2572อีกทั้งยังมีการก่อสร้างถนน ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างประสาทตาควาย ไปเนิน 350 ทำให้การระหว่างสองยุทธศาสตร์นี้ สามารถเดินทางได้ง่ายขึ้น และรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม จากเดิมใช้เวลา 30 นาที เหลือเพียง 15 นาที พร้อมกับมีการสร้างบันไดเหล็ก จำนวน 147 ขั้น…
-
งานเข้าแล้ว! สส.ปชน. สมชาติ เจอหมายเรียกดีเอสไอ
20 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมสอบปากคำ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ในฐานะพยาน กรณีพบข้อมูลเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินและการถือหุ้นในบริษัทนิติบุคคลที่ถูกตรวจสอบว่าอาจมีลักษณะเป็นนอมินี รวมถึงการถือครองที่ดินและห้องชุดร่วมกับชาวต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต20 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมสอบปากคำ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ในฐานะพยาน กรณีพบข้อมูลเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินและการถือหุ้นในบริษัทนิติบุคคลที่ถูกตรวจสอบว่าอาจมีลักษณะเป็นนอมินี รวมถึงการถือครองที่ดินและห้องชุดร่วมกับชาวต่างชาติในจังหวัดภูเก็ตDSI เปิดเผยว่า คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง หลังพบข้อมูลว่า นายสมชาติเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในลักษณะถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม โดยบริษัทดังกล่าวถูกอ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับการจัดตั้งสำนักงานกฎหมายและการถือครองอสังหาริมทรัพย์จากการตรวจสอบยังพบข้อมูลเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทมากกว่า 30 แห่ง โดยบริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง แต่มีลักษณะใช้เป็นนิติบุคคลเพื่อถือครองที่ดินหรือห้องชุดร่วมกับชาวต่างชาตินอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่า นายสมชาติมีการถือหุ้นในบริษัทแห่งหนึ่งในสัดส่วน 99.99% ซึ่งไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง แต่มีลักษณะเน้นการถือครองอสังหาริมทรัพย์ มูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท โดยเป็นการถือครองที่ดินและห้องชุดร่วมกับชาวต่างชาติ จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุน รวมถึงความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลไทยที่รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือห้องชุด และการทำสัญญาเช่าที่มีลักษณะผิดปกติอย่างไรก็ตาม DSI ระบุว่า พฤติการณ์ที่ตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ยังไม่เข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่ในบางประเด็นอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน…
-
แกะรอยธุรกิจ ‘ณัฐวุฒิ’ เปิด ‘ออเรเลียน กรุ๊ป’ 19 บริษัท 95 ล้าน
ปรากฎการณ์ “มีม” ของ “ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” นักกฎหมายมหาชน และทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก พลันที่เขาปรากฎตัวเข้าเฟรมร่วมกับ “รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในคดีที่ “สุชาติ” ฟ้องหมิ่นประมาท “ไอซ์ รักชนก”ภาพที่เขาพยายามให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่สื่อหยิบไมค์หนี เพื่อไปสัมภาษณ์ “ไอซ์ รักชนก” แทน รวมถึงถูก “ไอซ์” เชิญออกให้พ้นพื้นที่ เพราะไม่อยากร่วมเฟรมด้วย ทั้งบริเวณศาล และที่สถานีตำรวจ กลายเป็น “ภาพจำ” ของตัวเขาในปัจจุบันไปเสียแล้วอย่างเลี่ยงไม่ได้ท่ามกลางมรสุมที่พุ่งตรงไปยัง “ณัฐวุฒิ” โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่า เคยถูกไล่ออกจากราชการ เมื่อครั้งเป็นอัยการ และล่าสุดยังถูกสภาทนายความฯ สั่งเพิกถอนใบอนุญาตการเป็นทนายความไปตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า ใช้สถานะอะไรมา “ว่าความ” ให้กับ “สุชาติ ชมกลิ่น”ล่าสุด “ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เรื่องเด่น เย็นนี้” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง…
-
‘ปลอดประสพ’ ลั่นเตือนแล้วไม่ฟัง แก้น้ำท่วมผ่าเมือง มีทางเดียวต้องสร้างคลองผันน้ำ
20 สิงหาคม 2569 – ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จนได้ เตือนแล้วว่าจะเกิดแม่น้ำไหลผ่านเมือง เกิดเรื่องจนได้เมื่อคืนที่จังหวัดน่านในหลายอำเภอ ผมได้พูดมานานนับสิบปี และเป็นร้อยๆครั้งว่า หากวันใดฝนตกหนักและน้ำหลากไม่มีที่ไป น้ำจะวิ่งบนถนน วิ่งตามตรอกซอกซอยของเมือง ของหมู่บ้าน น้ำจะเชี่ยวไหลแรง จะเกิดความเสียหาย และเป็นอันตรายอย่างยิ่งเพราะน้ำมันมาจ่อที่หน้าบ้านคุณแล้ว2-3ปีที่แล้ว น้ำและโคลนจากแม่น้ำสายก็วิ่งผ่าเมืองแม่สาย บ้านช่องเสียหายยับเยิน ยังซ่อมไม่เสร็จจนทุกวันนี้ ผมเองก็เคยแนะนำคณะกรรมการฯ ในสมัยท่านนายกเศรษฐา ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ท่านนายกอนุทินขณะนั้นเป็นมท.1 ก็ร่วมประชุมอยู่ด้วยว่า ถ้าจะแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จต้องทำทางทางเบี่ยงน้ำ(Bypass) หนีอำเภอ วันนี้ขอพยากรณ์ในทางร้ายว่า ในอีกไม่ช้า น้ำแม่สายจะกลับมาเยือนอีกเป็นแน่นอนสำหรับกทม. และปริมณฑลก็เช่นกัน สักวันหนึ่งไม่กี่ปีจากนี้ น้ำก็จะท่วมใหญ่อีก ถ้าโชคร้าย เราท่านจะได้เห็นน้ำเชี่ยวกรากบนถนนวิภาวดีเริ่มจากรังสิตมาชนคลองบางซื่อ และถนนในแนวเหนือใต้ก็จะกลายเป็นคลองเช่นกันทางออกหรือครับ มีทางเดียวคือ ทำพื้นที่ผันน้ำหรือคลองผันน้ำ (Flood Way) สมัยท่านนายกยิ่งลักษณ์ ผมและคณะเป็นคนดูแลเรื่องนี้ ออกแบบเสร็จแล้ว ประมูลแล้วและกำลังลงนามในสัญญา เป็นคลองยาวจากทางใต้ของนครสวรรค์มาลงทะเลที่สมุทรสาคร คลองยาวประมาณ 230 กิโลเมตร และระบายน้ำได้ประมาณ 1000-1500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่โชคร้ายเกิดการปฏิวัติ…
-
‘โรม..ลืมตาดูโลกบ้างนะ’
“สส.รังสิมันต์ โรม” เป็นคนภูเก็ตใช่มั้ย?เรื่องสอบท้องถิ่นก็ดี เรื่องฮั้ว สว.ก็ดี มันอยู่ในกระบวนการของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายเรียบร้อยแล้วใครจะเบี้ยวไปไม่ได้หรอกแล้วท่านโรม จะโวยวายว่าล่าช้าไปไยกัน?ทีกับเรื่องของคนในพรรคคุณ หลายคนเป็นผู้ต้องหาบ้าง เป็นจำเลยบ้าง ก็ซื้อเวลา “ลากยาว” ไปเรื่อยๆแต่ “ท่านโรม” กลับอม “สากทิพย์” เงียบฉี่ไม่เห็นโวยวายว่า “ความยุติธรรมที่มาช้า เท่ากับความอยุติธรรมเลยนี่!?เรื่องที่พูดนี่ มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับที่ผมถามท่านโรมว่า “เป็นคนภูเก็ต” ใช่มั้ยส่วนที่จะพูดต่อไปนี้ มันเป็นปัญหาของคนภูเก็ตล้วนๆ แต่ผมไม่เคยเห็น “คนภูเก็ต” อย่างท่านโรม จะรู้สึก-รู้สา!เรื่องแรก ที่ภูเก็ตตอนนี้“ยิวมันยึด” ไปโดยปริยายแล้วครับ…ทั่น สส.โรม!มันแห่กันมาลงหลักปักฐานตั้งเป็นนิคมชาวยิวมีโรงแรม มีร้านค้า ร้านอาหาร สถานบริการ โรงเลี้ยงเด็ก โรงเรียน และ “โบสถ์ยิว”!แล้วเขียนป้ายติด “คนไทยห้ามเข้า”!ไม่แค่นั้น มันยังทำตัวเป็นอันธพาลกวนตีนไปทั่วไปยก “นิ้วกลาง” ให้ร้านค้าไทย แล้วถ่ายรูปประจานไปเที่ยวที่ไหน ไปยัดทานตามร้านอาหารไทยร้านไหนก็ชักดาบ วิ่งหนี!เนี่ย…พวกยิวมันกร่างระยำไปทั่วภูเก็ตแล้ว “ท่านโรม” เป็น สส.ตวักตะบวยอะไร?กับ “ภูเก็ตบ้านเกิด” คุณแท้ๆแต่ไม่เคยแสดงความรัก “ภูเก็ต-บ้านเกิด” ด้วยการพูดถึงเลยซักคำ!?หรือถือว่า “พ่อข้าเป็นอเมริกัน”!จึงไม่ “รู้สึก-รู้สา”เพราะว่า ภูเก็ตเป็นแค่ “แผ่นดินอาศัยเกิด” เท่านั้นอีกอย่างอเมริกัน…
-
ขึ้นเป็นตัวจริง!! มติ รทสช. เคาะ “ศศิกานต์” อดีตรองโฆษกรัฐบาล นั่งโฆษกพรรค ยกระดับพรรค
“รวมไทยสร้างชาติ” เคาะ “ศศิกานต์” อดีตรองโฆษกรัฐบาล นั่งโฆษกพรรค ยกระดับ “พรรคของคนทำงาน” ชูจุดแข็ง ‘ถูกต้อง-ชัดเจน-ทันสถานการณ์’ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มีมติแต่งตั้ง “นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์” อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่โฆษกพรรค เพื่อนำทีมสื่อสารนโยบายและภารกิจต่างๆ ของพรรคต่อสาธารณะและสื่อมวลชน โดยมุ่งนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์สำหรับการปรับยุทธศาสตร์การสื่อสารครั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติยังคงย้ำจุดยืนสำคัญ คือ “พรรคของคนทำงาน” ที่มุ่งทำงานเพื่อประชาชน พร้อมผลักดันนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งยกระดับการสื่อสารของพรรคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ นางสาวศศิกานต์ ยังเคยดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) รวมถึงอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2566 และ 2569 และอดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในปี 2565
-
แรงมาก! ไอซ์ รักชนก ซัดกลับ อนุทิน ทันควัน ปมฮั้ว สว. พูดตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อม
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. โดยระบุว่า คนไทยกินข้าว ไม่ได้ทานหญ้า ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. เห็นว่าควรให้ประชาชนได้รับข้อมูลทั้งหมดและเป็นผู้พิจารณาตัดสินด้วยตัวเองจะดีที่สุดวันที่ 20 สิงหาคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. โดยระบุว่า คนไทยกินข้าว ไม่ได้ทานหญ้า ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. เห็นว่าควรให้ประชาชนได้รับข้อมูลทั้งหมดและเป็นผู้พิจารณาตัดสินด้วยตัวเองจะดีที่สุดน.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งกำลังถูกตั้งคำถามว่า เป็นองค์กรที่ถูก สว. ชุดนี้แต่งตั้งและรับรองมา จะมีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ จึงต้องการให้ประชาชนออกมาช่วยกันกดดัน กกต. ให้ส่งเรื่องเข้าสู่ศาลฎีกา เพราะตามกฎหมาย ประชาชนทั่วไปไม่สามารถนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นต่อศาลฎีกาได้ด้วยตัวเอง โดยอำนาจในการส่งเรื่องอยู่ที่ กกต.…