Category: การเมือง

  • ทนายไพศาล ยกหลักฐานยัน สรรพากรบังคับชำระหนี้ภาษีอากร 17,000 ล้านบาท จากอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ได้

    ไพศาล พืชมงคล ทนายความ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (30 มิถุุนายน 2569) ว่า ชัดแล้ว!! ยกหลักฐานสำคัญยันว่าสรรพากรบังคับชำระหนี้ภาษีอากร 17,000 ล้านบาท จากพ่อใหญ่แม้วไม่ได้1. เดิมสรรพากรออกหมายแจ้งตรวจสอบการเสียภาษีไปยัง นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร อ้างว่า เป็นผู้มีเงินได้จากการขายหุ้น AIS และต่อมาก็ทำการประเมินภาษีจากการขายหุ้นดังกล่าว ดังนั้น นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร จึงได้อุทธรณ์การประเมินภาษี ตามขั้นตอนของกฎหมายคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ยกอุทธรณ์ดังนั้น นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร จึงได้ฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเสียกรมสรรพากรได้เข้าต่อสู้คดีอ้างว่ามีสิทธิ์ประเมินภาษีจากทั้ง 2 คน เพราะเป็นผู้ถือหุ้นในนามของตนเอง และมีเงินได้จากการขายหุ้นจึงยืนยันว่ามีสิทธิ์เรียกเก็บค่าภาษีจากทั้ง 2 คนนี้2. ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่า ทั้ง 2 คนนั้น ถือหุ้นแทนนายทักษิณ ค่าขายหุ้นจึงไม่ใช่เงินได้ของทั้ง 2 คน กรมสรรพากรก็มาแถลงในคดีของศาลภาษีอากรกลางว่า ศาลฎีกาไม่มีอำนาจวินิจฉัยเช่นนั้นศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า กรมสรรพากรประเมินภาษีไม่ชอบ จึงพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีของกรมสรรพากรเสียการเรียกตรวจสอบภาษีและการประเมินภาษีอากรดังกล่าว จึงถูกเพิกถอนเด็ดขาดไปแล้ว ไม่สามารถนำไปใช้บังคับการเสียภาษีได้อีกต่อไป3. หลังจากศาลฎีกาพิพากษาแล้ว กรมสรรพากรก็ออกใบประเมินใหม่อีกฉบับในนามนายทักษิณ บังคับให้เสียภาษีจากการขายหุ้นดังกล่าว โดยถือว่าได้ประเมินภาษีกับทั้ง 2…

  • ยกคำร้อง! ศาล รธน.ไม่รับฟ้อง กกต. ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

    วันที่ 1 ก.ค.69 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ น.ส.ณัฐธิดา นิโครธางกูร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณที่กำหนดให้มีรหัสคิวอาร์ (QR Code) เท่านั้น และจากการร้องเรียนของบุคคลอื่นเห็นได้ว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ละเมิดสิทธิเลือกตั้ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 25 และมาตรา 41 (3)ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสาร ประกอบไม่ได้บรรยายว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น ประกอบกับผู้ร้องไม่ได้แสดงเหตุผลประกอบข้อโต้แย้งว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับอย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

  • ศาลรธน. ไม่รับคำร้อง “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ทำลายความลับและละเมิดสิทธิ

    ภาพไฮไลต์ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งไม่รับคำร้องยื่นฟ้อง “กกต.” ปมจัดพิมพ์ “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง อ้างทำลายความลับและละเมิดสิทธิ ชี้เป็นเพียงการแสดงความเห็น-ไร้เหตุผลโต้แย้ง ย้ำชัดผู้ร้องไม่ใช่ผู้ถูกละเมิดสิทธิโดยตรงวันที่ 1 ก.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่น.ส.ณัฐธิดา นิโครธางกูร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213โดยกล่าวอ้างว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) และ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับการจัดสรร งบประมาณที่กำหนดให้มีรหัสคิวอาร์ (QR Code) เท่านั้น และจากการร้องเรียนของบุคคลอื่นเห็นได้ว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ละเมิดสิทธิเลือกตั้ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 25 และมาตรา 41 (3)ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสาร ประกอบไม่ได้บรรยายว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น ประกอบกับผู้ร้องไม่ได้แสดงเหตุผลประกอบข้อโต้แย้งว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับอย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561…

  • “ภูมิใจไทย” ลุกประท้วง หลัง “พรรคประชาชน” แซะคดี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ซัดองค์กรอิสระเดือดกลางสภา

    ศึกงบฯ 70 วันที่สามเดือด! “พนิดา มงคลสวัสดิ์” สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน เปิดศึกฉะงบหมื่นล้านองค์กรอิสระ แฉพฤติกรรมแข่งกันสร้างตึก-ใช้งบไม่ตรงภารกิจหลัก พร้อมกางสไลด์จี้ใจดำปม ป.ป.ช. ถูกครหา "สองมาตรฐาน" คดีซุกทรัพย์สิน “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ทำเอา สส.ภูมิใจไทย ลุกประท้วงวุ่นอ้างพูดนอกประเด็น ก่อนทิ้งท้ายเจ็บแสบ องค์กรอิสระคือต้นไม้พิษค้ำยันระบอบสีน้ำเงินวันที่ 1 ก.ค.69 เวลา 09.30น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฦร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2570 วงเงิน 3.78ล้านล้านบาท วาระแรก เป็นวันที่สาม โดยน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน อภิปรายตั้งคำถามการทำงานขององค์กรอิสระของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับงบรายจ่ายปี2570 รวม 10,000 ล้านบาท แต่กลับถูกตั้งคำถามความโปร่งใสการทำงาน โดยอภิปรายถึงกระบวนการฮั้วเลือกสว.ที่กกต.ไม่กล้าเอาผิด เพราะสว.เป็นผู้เลือก กกต. ส่วนป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามการพิจารณาคดี 2มาตรฐาน ในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม…

  • อดีตผู้พิพากษาเจาะลึกไม่ถอนประกัน ‘ทนายตั้ม’ แต่ดัดหลังด้วยเงื่อนไขเหล็ก!

    01 ก.ค.2569 – วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เจาะลึกเกมกฎหมายคดี "ทนายตั้ม": เมื่อศาลไม่ถอนประกัน แต่เดินเกม "ดัดหลัง" ด้วยเงื่อนไขเหล็ก!” ระบุว่า จากกระแสข่าวเด่นเมื่อวานนี้ (30 มิถุนายน 2569) ศาลอาญาได้มีคำสั่งในการไต่สวนคำร้องคดีประวัติศาสตร์ โดย "ยกคำร้องขอเพิกถอนประกัน" นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ที่ฝั่งโจทก์ร่วม (นางจตุพร อุบลเลิศหรือเจ๊อ้อย) ได้ยื่นร้องไว้ แต่ทว่า… ศาลไม่ได้ปล่อยผ่าน เพราะได้ทำการ "บีบวงล้อม" ด้วยการเพิ่มเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ (ตามคำขอของฝั่งโจทก์ร่วม) อย่างเข้มงวด ชนิดที่เรียกว่า "ตัดปากเสียง" ของจำเลยในการเล่นเกมสื่อไปโดยปริยาย!คดีนี้ถือเป็นกรณีศึกษา (Case Study) ชั้นดีในทางวิธีพิจารณาความอาญา ที่สะท้อนดุลพินิจของศาลและการต่อสู้ด้วยหลักกฎหมายลักษณะพยาน มาแกะรอย 3 ประเด็นสำคัญที่คุณอาจมองข้ามกันครับ1. คำสั่งศาลวันนี้: ไม่ใช่การ "อ่อนข้อ" แต่คือการ "ขีดเส้นตาย"หลายคนอาจรู้สึกขัดใจว่าทำไมศาลถึงยังให้โอกาสและไม่จับจำเลยขังคุกทันที? แต่ในทางกฎหมาย การสั่งเพิ่มเงื่อนไขโดยห้ามมิให้จำเลยไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือนำพยานหลักฐานในคดีออกมาวิจารณ์ในลักษณะลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานเผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือกระทำการใดอันอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด…

  • “เทพไท” ชี้จุดแตกหัก “อนุทิน-เนวิน” จับตาปมเขากระโดง ตัวแปรชี้ชะตาความสัมพันธ์ 2 ผู้นำภูมิใจไทย

    ">วันที่ 1 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง ระบุว่า…จุดแตกหัก ระหว่างเนวิน-อนุทินหลังจากมีกระแสข่าวแพร่สะพัดเกี่ยวกับความขัดแย้ง ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย ว่า มีความเห็นต่าง และเกิดรอยร้าวระหว่างผู้นำของพรรคภูมิใจไทยทั้ง2คน จนมีข่าวพาดหัว เรื่องรอยร้าวของ 2น. และมีการวิเคราะห์ว่า ความขัดแย้งระหว่าง 2น.มีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล จนมีสื่อมวลชนได้สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสข่าว เรื่องความขัดแย้งของ 2น.ต่อแกนนำของพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย3คน เช่นนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทั้ง 2น.ไม่มีความขัดแย้งกัน แต่อาจจะมีความเห็นต่างกันบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติทางการเมือง และเมื่อสอบถามกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้รับคำตอบว่า ทั้ง2น.ไม่มีความขัดแย้งกัน และความขัดแย้งระหว่าง 2น.กับ 1พ. ในพรรคภูมิใจไทยนั้นไม่มี นายกฯยังเป็นเบอร์1ในการบริหารประเทศ และอีก 1น.ให้คำปรึกษาเหมือนกับผู้นำทุกประเทศ ที่จะต้องมีที่ปรึกษา บางเรื่องอาจจะมีการละเลยไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนนายไชยชนก…

  • ครม. มีมติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ประจำวันที่ 30 มิ.ย. เช็กรายชื่อทั้งหมดที่นี่!

    ครม. มีมติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ประจำวันที่ 30 มิ.ย. เช็กรายชื่อทั้งหมดที่นี่!นางสาวนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคารที่ 30 มิ.ย. 2569 ดังนี้แต่งตั้งข้าราชการการเมืองเรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (สำนักนายกรัฐมนตรี)คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) กำกับการบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในส่วนของสำนักงาน ก.พ. เสนออนุมัติแต่งตั้ง นางสาวกำไล อ่างแก้ว ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ (ผู้อำนวยการสูง) ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาระบบราชการ (นักทรัพยากรบุคคลทรงคุณวุฒิ) สำนักงาน ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไปเรื่อง ขออนุมัติการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักงาน ก.พ.) (สำนักนายกรัฐมนตรี)คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) กำกับการบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของสำนักงาน ก.พ.…

  • “สีหศักดิ์” เชื่อออสเตรเลียมีสายข่าว ล็อกเป้าจับแอร์บินไทยขนยา ย้ำให้ว่าไปตามกฎหมาย จี้เร่งแก้ภาพลักษณ์

    “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เชื่อเจ้าหน้าที่ออสเจรเลียมีข้อมูลเชิงลึก พบพิรุธชัดเจน จึงนำไปสู่การตรวจค้นแบบเจาะจง ย้ำต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมจี้สายการบินเร่งล้อมคอกด่วน หวั่นกระทบชื่อเสียงและเครดิตของประเทศไทยวันที่ 1 ก.ค 2569 เวลา 08:45 น.ที่รัฐสภา นายสีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียทำการจับกุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส) ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลียว่า ในขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนทางการทูตแล้ว ซึ่งผู้ต้องหามีทนายความเข้ามาดูแลในเรื่องคดีความอย่างใกล้ชิด และทางกระทรวงฯ จะคอยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องสำหรับความคืบหน้าในการประสานงานระหว่างหน่วยงานของออสเตรเลียและไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องดำเนินไปตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งทางไทยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยในปัจจุบัน ทางการออสเตรเลียได้ทำการควบคุมตัวพนักงานต้อนรับคนดังกล่าวไว้ และสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศในระหว่างการดำเนินคดีเมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเครดิตของประเทศไทยอย่างไร รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องในลักษณะนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทางสายการบินจะต้องกลับไปทบทวน และเพิ่มมาตรการกำชับดูแลบุคลากรอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงประเทศซ้ำรอยอีกเมื่อถามย้ำว่า ทางการออสเตรเลียจะมีการยกระดับมาตรการคว่ำบาตร (Boycott) หรือสั่งห้ามสายการบินไทยบินเข้าประเทศหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า น่าจะเป็นเรื่องของการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นสัมภาระ และบุคลากรมากขึ้น พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียไม่ได้ทำการสุ่มตรวจทั่วไป แต่น่าจะมีข้อมูล แหล่งข่าวเชิงลึก และพบพิรุธบางอย่างที่แน่ชัด จึงนำไปสู่การตรวจค้นแบบล็อกเป้าหมาย…

  • ‘เขมร’ ขี้เถ้าขัด ‘ไทย’

    ทุกวันนี้ “ไทยกลัวเขมร” จนตัวสั่นกลัวว่า “ดีแต่เห่า”แล้วเมื่อไหร่จะ “กัด” ซักทีล่ะ!?เอาแต่ยืนตะโกนโหวกเหวก…ปราสาทคนา ก็ของเขมร ปราสาทตาเมือนธม ก็ของเขมร เนิน ๓๕๐ ก็ของเขมรปราสาทตาควาย ก็ของเขมร ภูมะเขือ ก็ของเขมร ช่องอานม้า ช่องคานม้า ก็ของเขมร ห้วยตามาเรีย ก็ของเขมร บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ก็ของเขมรมันเป็นพวก “ขี้ตู่กลางนา-ขี้ตาตุ๊กแก” ซะจริงๆ ของไทยแท้ๆ มันยังหน้าด้านทึกทักว่าเป็นของมันไทยสร้างรั้ว “กั้นแดนเขมร” ตามแนวเขตไทย….กันสัตว์เลื้อยคลานลากหางเข้ามาเพ่นพ่าน มันก็ร้องโหยหวนเป็นชะนีเขมร ว่าไทยสร้างรั้วเข้าไปกินแดนมัน!พวกเขมรนี่…พิลึกชาติ อะไรๆ ของไทย มันเคลมเป็นของมันไปหมด เคราะห์ดีนะ ที่มันไม่เคยเข้าไปที่ “วัดโพธิ์” ท่าเตียนถ้าเข้าไป…เห็น “ศิวลึงค์” แท่งเบ้อเร่อตั้งตระหง่านบนเขามอ มันคงเคลมเป็นศิวลึงค์ของ “พระเจ้าสุริยวรมัน” องค์ใด-องค์หนึ่ง อีกจนได้!?ในเมื่ออะไรๆ ก็ของเขมร…อาวุธยุทโธปกรณ์จีนส่งมาให้เยอะแยะ ทั้งรถถัง ทั้งเรือบิน อยากได้ก็ “เปิด” เลยถ้าชนะ ก็เอาไปถ้าไม่ชนะ ต้องขนศพ-ขนซากพวกเดียวกันกลับไปด้วยนะ ห้ามจัดเลี้ยงบุฟเฟต์อีกาและเหี้ย ด้วยการทิ้งศพเพื่อนตัวเองไว้เกลื่อนป่าอย่างคราวที่แล้วเชียว!เขมรนี่ ถ้ามันเจียมกะลาหัวซักหน่อย…

  • สว.ผ่านร่างแก้กฎหมายท้องถิ่น เปิดทางผู้นำท้องถิ่น “ไม่จำกัดวาระ 8 ปี”

    สว.ผ่านร่างแก้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เปิดทางนายก อบจ.-เทศบาล-อบต. อยู่ต่อได้ ไม่จำกัดวาระที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ในวาระที่ 3 จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น, ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …., ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….สาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ คือ การแก้ไขคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยปรับลดอายุขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และนายกเทศมนตรี จากเดิมต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 35 ปี เหลือไม่น้อยกว่า 25 ปีนอกจากนี้ ยังยกเลิกข้อจำกัดการดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระ หรือไม่เกิน 8 ปี ส่งผลให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ. นายกเทศมนตรี และนายก อบต.…