Category: การเมือง

  • ประเทศไทยจะต้องหลีกเลี่ยงการทำสงครามกับพม่า!!

    ไพศาล เผย ไทย ต้องเร่งกระชับความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นโดยเร็วผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ระบุว่า…ประเทศไทยจะต้องหลีกเลี่ยงการทำสงครามกับพม่า เร่งกระชับความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นโดยเร็วเพราะขณะนี้เราก็ทะเลาะกับเขมรทะเลาะกับลาวซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจาก การเข้าร่วมยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก นั่นเองการดำเนินการชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน กำลังส่งเงินผลอันตรายร้ายแรงต่อประเทศ#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • ‘เขมรคา-พม่าเสียบ’

    ประเทศไทยช่วงนี้….ดูเหมือน “ต้องโฉลก” กับ “ประเทศเพื่อนบ้าน” เป็นพิเศษ“ปัญหาเขมร” ทางตะวันออก ยังไม่จบ"ปัญหาพม่า" ทางตะวันตก ก็เข้ามาแทรกอีก!โดยพม่า “ถล่มกะเหรี่ยง” ที่อยู่ชายแดน ฝั่งตรงข้าม “แม่สอด จังหวัดตาก" ของไทยแรงระเบิดและกระสุนปืนปลิวข้ามมาตกฝั่งไทยนอกจากบ้านเรือนเสียหายแล้วชาวบ้านยังต้องหนีภัยชนิดไม่เป็นอันกินอันนอน“นายกฯ อนุทิน”….ส่งสัญญาณกังวลไปถึง “รัฐบาลเมียนมา” แล้วผ่านช่องทางการทูตและกองทัพพร้อมเชิญเจ้าหน้าที่ “สถานทูตเมียนมา”ให้มารับทราบจุดยืนของไทยเป็นทางการนั่นเรื่อง “ชายแดน” ไทย-พม่ามาถึงเรื่อง “ในเมือง” ว่าด้วยแรงงานพม่าบ้างเมื่อวันอาทิตย์ “นายวีระ แสงทอง”ยกแก๊งพม่าไปชุมนุมและแจกใบปลิวที่หน้า UNเรียกร้องให้ “รัฐบาลไทย”ยกเลิก “ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า” (ศูนย์ CI)ให้ใช้เพียง “บัตรสีชมพู”ทั้งแจกใบปลิว ต่อต้าน “รัฐบาลทหารพม่า”ค้านการหักเงิน ๒๕%และการจัดเก็บ “ภาษีเงินเดือน”ส่งให้กองทัพ “นายพล มิน อ่อง หล่าย”การชุมนุมหน้า UN ของกลุ่มนายวีระทำให้ “กลุ่มประชาชนฝ่ายปกป้องสถาบันชาติ”“ไม่พอใจ”ที่พวกแรงงานพม่าเข้ามาแล้ว “กำเริบเสิบสาน”ทั้งนำการเมืองในพม่ามาเคลื่อนไหวในประเทศจึงออกมาขับไล่ไม่ให้นายวีระชุมนุมสร้างความวุ่นวายในไทยจนเกิดอุบัติเหตุมีอวัยวะบางส่วน “ถูกเนื้อ-ต้องตัว” กันขึ้น!จึงมีคำถามขึ้นในสังคม “คนรักบ้าน-รักเมือง” ว่า“นายวีระ แสงทอง” คือใครกันแน่?ใช่ “เด็กในอุปถัมภ์” ของพรรคประชาชนหรือไม่?เพราะเห็น “พรรคประชาชน”สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ “นายวีระ” ตลอดถึงขั้นให้เข้าไปใช้ “รัฐสภา”…

  • ‘โสภณ’ ไฟเขียว! ตัดอำนาจประธานกมธ. เรียกบุคคลชี้แจงโดยไม่มีมติ ห้ามประชุมซ้ำซ้อน

    ประธานสภาฯ เห็นชอบแนวทางดำเนินงานของ กมธ.สามัญทั้ง 35 คณะ สั่งริบอำนาจประธานกมธ.ห้ามเรียกบุคคลมาชี้แจงตามอำเภอใจ โดยไม่มีมติกมธ.หากเรื่องใดคาบเกี่ยวการพิจารณาของกมธ. 2คณะขึ้นไป ให้กมธ.ที่เกี่ยวข้องหาข้อตกลงจะมอบอำนาจให้ชุดใดดำเนินการ ห้าม กมธ.ประชุมซ้ำซ้อนในเรื่องเดียวกัน2 พฤศจิกายน 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งเรื่องการใช้อำนาจของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ทั้ง 35 ชุด ของสภาผู้แทนราษฎร ในการเรียกบุคคลต่างๆมาให้ข้อมูลต่อกมธ.ที่มีข้อถกเถียงเรื่องการใช้อำนาจประธานกมธ.เรียกบุคคลมาชี้แจง โดยไม่ผ่านมติของกมธ.นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 21ต.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานกมธ.ทั้ง35คณะ เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงานของกมธ.ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ อำนาจการบรรจุระเบียบวาระการประชุม การกำหนดเรื่องพิจารณา การเชิญบุคคลหรือหน่วยงานมาให้ข้อมูล การใช้อำนาจเรียกของกมธ.โดยมีแนวทางข้อสรุปการดำเนินงานของกมธ.ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันดังนี้1.การตีความขอบเขตหน้าที่และอำนาจของกมธ. จะต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของกมธ.โดยกมธ.แต่ละคณะต้องตีความโดยเคร่งครัดตามตัวอักษร ควบคู่กับเจตนารมณ์ของกฎหมาย มิอาจตีความขยายขอบเขตอำนจจนซ้ำซ้อนกับหน้าที่ของกมธ.คณะอื่นได้ ทั้งนี้หากการพิจารณาเรื่องใดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกมธ.ตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไป จะให้เจ้าหน้าที่รายงานเรื่องดังกล่าวต่อประธานสภาฯ เพื่อยุติการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไว้ชั่วคราวก่อน และเรียกประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาฯกับประธานกมธ.คณะที่เกี่ยวข้อง ตกลงกันว่าจะให้กมธ.ชุดใดพิจารณาเรื่องนั้นๆ หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ประธานสภาฯเป็นผู้กำหนด2.การนัดประชุมของกมธ.ให้กำหนดโดยมติที่ประชุมกมธ.ในการประชุมนัดแรก เพื่อกำหนดการประชุมกมธ.ประจำสัปดาห์ และให้ประธานกมธ.มีอำนาจนัดประชุมเป็นพิเศษได้ เมื่อเห็นสมควร หากเป็นเรื่องพิจารณาเร่งด่วน โดยมิใช่การนัดประชุมต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์3.การบรรจุระเบียบวาระการประชุม ประธานกมธ.ไม่อาจเปลี่ยนแปลงวาระการประชุมที่กำหนดโดยมติที่ประชุมได้ แม้ประธานกมธ.จะมีอำนาจบรรจุระเบียบวาระการประชุมได้ แต่มิได้หมายความว่า จะใช้อำนาจดังกล่าวอย่างไม่มีข้อจำกัด โดยประธานกมธ.มีย่อมมีเพียงอำนาจบรรจุระเบียบวาระการประชุมกมธ.ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของกมธ.…

  • พรรคส้มถังแตก

    โคตรเท่เลยครับพรรคส้มฉวยกระแสดรามาเงินบริจาค ด้วยการประกาศรับบริจาค ช่วงซักฟอกรัฐบาลวานนี้ (๒ พฤศจิกายน) พรรคประชาชน เขาออกแคมเปญ "ขอทุน"โพสต์ คลิปและข้อความไว้ดังนี้ครับ…"…แผนใหญ่ของพวกเรามีครบทุกอย่าง ตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบเหล่าองค์กรอิสระ ชำแหละระบอบสีน้ำเงินติดอยู่แค่เรื่องเดียวคือ ‘ทุน’ ทุกภารกิจต้องลงมือทำจริง และการลงมือทำจริงต้องมีแรงหนุนจากประชาชนพรรคประชาชนขอเป็นด่านหน้า ไปสู้ ไปลงมือ แต่เราต้องใช้ทรัพยากร พลังข้อมูล และ ‘ทุนจากประชาชน’ เพื่อดันหลังให้สู้ต่อได้อย่างสมศักดิ์ศรีช่องทางบริจาค: donation.peoplesparty.or.th (ตอนนี้มีระบบตัดบัตรแล้ว สามารถเลือกบริจาคครั้งเดียว ตัดอัตโนมัติรายเดือน เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่องได้)สมัครสมาชิก/บริจาค: peoplesparty.or.th#ชำแหละระบอบสีน้ำเงิน #ถอนรากระบอบสีน้ำเงินชมคลิปhttps://www.facebook.com/share/v/19ibFamQc1/"คลิปที่่ว่านี้มี ๓ สส.บัญชีรายชื่อ ฝีปากกล้าของพรรคคือ"ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ""ไอซ์-รักชนก ศรีนอก"และ "ศุภโชติ ไชยสัจ"ทั้ง ๓ คนสวมบทบาทนักแสดงเรื่องสั้นด้วยการโชว์ลีลาฝ่ายค้านตรวจสอบประเด็นสำคัญในรัฐบาล โดยนำเสนอในทำนองว่า การทำงานจะมีประสิทธิภาพต้องอาศัยแรงสนับสนุนทางการเงินจากประชาชน ด้วยการเปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ให้การทำงานได้สัมฤทธิผล…ตามข่าวบอกว่าต่อมา เพจพรรคประชาชน โพสต์ข้อความย้ำว่า พรรคอื่นอาจขับเคลื่อนด้วยเงินทุนของคน ๑% แต่พรรคประชาชนขอขับเคลื่อนด้วยหัวใจและหยาดเหงื่อของประชาชนอีก ๙๙% ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงการอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมในสภาฯ แต่เป็นสมรภูมิที่ต้องใช้ทรัพยากร พลังข้อมูล และ "ทุนจากประชาชน" เพื่อดันหลังให้สู้กับระบอบกินรวบได้อย่างสมศักดิ์ศรีนี่…ผมใจป้ำลงช่องทางบริจาคให้ด้วยเป็นไงครับ งานการเมืองของพรรคส้มไม่ธรรมดาจริงๆก็ไม่มีอะไรผิดครับ…

  • หวานเจี๊ยบ! ‘อนุทิน -เชน’โอบไหล่ร้องเพลง ‘ใช่เลย-คนสุดท้าย’

    จิ้นหนักมาก‘อนุทิน -เชน‘ โอบไหล่ร้องเพลง ‘ใช่เลย-คนสุดท้าย’ ทำมือไอเลิฟยู พร้อมโยกตามจังหวะ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักเป็นกันเองเมื่อเวลา 20.44 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ภายหลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดหนองคาย และอุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.ปมหาดไทย ได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่โรงแรมเจริญ โฮเต็ล จังหวัดอุดรธานี ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม. สัญจร) โดยนายกฯได้นั่งรับประทานอาหาร โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นั่งอยู่ด้านข้าง ซึ่งนายกฯได้ร้องเพลง “ใช่เลย” ของศิลปินไท ธนาวุฒิ ซึ่งในระหว่างร้องเพลงนายยศชนัน ได้นั่งตบมือ และโบกมือให้กำลังใจนายกฯ ตามจังหวะเพลงด้วย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานและคึกคักทั้งนี้ ในระหว่างร้องเพลง นายกฯได้ชี้ไปที่นายยศชนัน ก่อนจะแปลงเนื้อร้องในช่วงหนึ่งว่า “ใช่เลย คือเชนแน่นอน” และอีกช่วงหนึ่ง นายกฯได้ร้องว่า “ อย่าสวยไปกว่านั้น อย่ามากไปกว่านี้ 70 กำลังดีกับใจฉันเลย” (ซึ่งคาดว่าตัวเลข 70 ที่นายกฯกล่าวถึง…

  • “หนู-เชน” โชว์ชื่นมื่น ร้องเพลงกลางงานเลี้ยง บอก “70 กำลังดี อย่ามากไปกว่านี้” สยบลือ “นิรโทษกรรมทักษิณ” แลกโหวต

    “อนุทิน” หยอดหวานร้องเพลง “ใช่เลย” บอก “70 กำลังดี อย่ามากไปกว่านี้“ ด้าน “ยศชนัน” ร้องเพลง ”คนสุดท้าย“ ขณะ"เลขาฯ ครม." ยกแฟ้มเอกสารตั้งใหญ่ให้เซ็น ก่อนประชุม ครม.พรุ่งนี้วันที่ 2 พ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมเจริญ โฮเต็ล จังหวัดอุดรธานี ภายหลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดหนองคาย และอุดรธานี ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ในวันที่ 3 พ.ย.โดยนายกรัฐมนตรีได้นั่งรับประทานอาหารติดกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ร้องเพลง “ใช่เลย” ของไท ธนาวุฒิ ในระหว่างการร้องเพลงนายยศชนัน ได้นั่งปรบมือ และโบกมือให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีScreenshot 2026 11 02 220030ทั้งนี้ ในระหว่างการร้องเพลง นายกรัฐมนตรี ได้ชี้ไปที่นายยศชนัน ก่อนจะแปลงเนื้อร้องในช่วงหนึ่งว่า “ใช่เลย…

  • อีกล็อตใหญ่! ชัชชาติ เซ็นโยกย้าย บิ๊กข้าราชการ 9 ราย เปิดรายชื่อครบ

    ชัชชาติลงนามคำสั่ง กทม. ที่ 4087/2569 โยกย้ายข้าราชการระดับอำนวยการสูง 9 ราย สับเปลี่ยนตำแหน่งผู้อำนวยการเขตหลายพื้นที่ ทั้งบางพลัด ป้อมปราบศัตรูพ่าย คลองสาน ดินแดง และห้วยขวาง พร้อมปรับตำแหน่งผู้ตรวจราชการ มีผลตั้งแต่ 2 พ.ย. 2569 เป็นต้นไปเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 4087/2569 เรื่องการย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง จำนวน 9 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้1. นายกิตติพงศ์ ภู่วิจารณ์ จากตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตบางพลัด2. นายวัชระ พัฒอำพันธ์ จากตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย3. นายสมานมิตร แยงไธสง จากตำแหน่งผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร4. นายสุรินทร์ นัมคณิสรณ์ จากตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร…

  • อย่าประมาท! ‘ม็อบกำนันมะโน’ รถทะลุพันคัน แนะรัฐบาลใจกว้างไม่ขวาง

    2 พ.ย. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าประมาท ม็อบรถยนต์กำนันมะโนช่วงนี้มีการพูดถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกำนันมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย จังหวัดกระบี่ ที่ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจ น้ำมันแพง โดยนัดกันรวบรวมสมาชิกพร้อมกับจำนวนรถครบ 1,000 คัน แล้วค่อยเดินทางเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ที่กรุงเทพมหานครจนถึงขณะนี้มีแนวโน้มความเป็นไปได้สูงมากว่า จำนวนรถยนต์ที่คาดหมายกันว่าจะมีประมาณ 1,000 คันนั้น น่าจะได้ครบและอาจจะมีมากกว่า 1,000 คันด้วยซ้ำไป จึงมีการนัดหมายเตรียมความพร้อม เริ่มจุดสตาร์ทที่สี่แยกควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจุดชุมนุมทางการเมืองภาคประชาชน และมีประวัติศาสตร์การชุมนุมทางการเมืองก่อนหน้านี้มาแล้ว จึงทำให้เห็นมีผู้สนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก มีหลายคนประกาศนำรถเข้าร่วมขบวนการชุมนุม บางคนสนับสนุนทุนทรัพย์ค่าน้ำมัน บางคนสนับสนุนเครื่องดื่มอาหารตลอดระยะการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ และมีบางส่วนที่มีโรงงานผลิตหมวกได้บริจาคหมวกสีเหลืองให้ 1,000 ใบจนทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่า การเคลื่อนไหวภาคประชาชนของกำนันมะโน เครือแก้ว ครั้งนี้จุดติดหรือไม่ และน่าจะเป็นม็อบรถยนต์ที่ประชาชนให้ความสนใจ ให้การเข้าร่วมอย่างที่เห็นกันอยู่ และเป็นกระแสข่าวที่บอกว่า มีกลุ่มกำนันหรือกลุ่มประชาชนบางส่วนในภาคอื่นๆ มีแนวความคิดสนับสนุน และจัดกิจกรรมชุมนุมทางรถยนต์ร่วมกับกำนันมะโน เครือแก้ว ด้วย ซึ่งถ้าหากประชาชนทั้งประเทศมีความรู้สึกร่วม…

  • อนุทิน โต้เดือด ล็อกสเปก โซลาร์ปชช. ลั่นไร้หัวคิว “ใครทำผมหักคอ”ซัดสื่อกรองข่าวก่อนถาม

    “นายกฯ” โต้ปมล็อกสเปกโซลาร์ประชาชน ชี้ยังอยู่ขั้นตอนประมูล ลิสต์รายชื่อบริษัทยังไม่ใช่ผู้ได้งาน ลากเสียง “ไม่มี” ปมเรียกหัวคิว ขู่ “ใครทำผมก็หักคอ” บอกสื่อจะถามอะไร กรองก่อนเมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่ รพ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์เพื่อประชาชน หลังมีข้อวิจารณ์ว่ามีการซ่อนเงื่อนไขการล็อกสเป็ก พบ 60 บริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน และพบว่าอีก 120 บริษัท มีชื่อผู้ถือหุ้นสลับกัน ว่า อย่าเพิ่งไปตกใจกับรายชื่อหรือจำนวนบริษัท เพราะบางคนระบุว่ามี 100 กว่าบริษัทก็น้อยไป ควรเปิดกว้างมากกว่านี้ บางคนก็บอกว่า 60 บริษัทเยอะไป พูดได้หมดเลย เวลาที่มีการประมูลงาน ไม่เคยเห็นเกินแค่ 20-30 ราย ตราบใดที่มีเวนเดอร์ลิสต์ และตอนนี้รายชื่อที่ปรากฏ คือ ผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อซองประมูล เป็นบริษัทที่มีการจดทะเบียนสามารถซื้อซองและแสดงความสนใจในการประมูลได้ ไม่ใช่ผู้ที่จะได้งานไปเลยเมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีต้องเข้าไปดูคุณสมบัติเองหรือไม่ หากมีรายชื่อซ้ำ อาจจะต้องเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่ง นายกรัฐมนตรี…

  • จุดติดแล้ว! กำนันที่ถูกมองว่าเป็นมือเป็นเท้าให้ฝ่ายปกครอง อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาปลุกม็อบท้าทายอำนาจรัฐ

    สุนทร ชี้ เหตุทำไม? การเคลื่อนไหวของกำนันมโนเกิดเป็นกระแส และจุดติดผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายสุนทร รักษ์รงค์ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) โพสต์ระบุว่า…ผลพวงแห่งความคับแค้นทำไมการเคลื่อนไหวของกำนันมโนเกิดเป็นกระแสและจุดติดภาพแรกที่สังคมรับรู้คือการที่กำนันมโนออกเคลื่อนไหวคัดค้าน SEC และแลนด์บริดจ์ จนถูกตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภาพในพื้นที่เป็นกำนันที่ชาวบ้านรักใคร่และศรัทธา เพราะกล้าชนกับความไม่เป็นธรรม ไม่ก้มหัวให้กับอำนาจที่มิชอบ ไม่เกรงกลัวอิทธิพลมืด โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดผมกับกำนันรู้จักกันตอนเคลื่อนไหวคัดค้าน SEC และคิดเห็นตรงกันเรื่องการปฏิรูปพลังงาน ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าแตะกำนันมโนรู้จักเทคนิคการใช้ Social ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการอัดคลิปสื่อสาธารณะ อุดมการณ์และความเคลื่อนไหวล่าสุดกำนันมโนประกาศขอจิตอาสา ใช้รถ 1000 คันบุกทำเนียบรัฐบาล ร้อนฉ่าสิครับ กำนันที่ถูกมองว่าเป็นมือเป็นเท้าให้ฝ่ายปกครอง อยู่ๆก็ลุกขึ้นมาปลุกม๊อบท้าทายอำนาจรัฐทั้งประชาชนและสื่อต่างส่งเสียงเชียร์กันสนั่นสั่นไหว คือถูกจริตคนไทยที่ไม่ชอบความอยุติธรรม แต่ขาดความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นต่อสู้ จะด้วยเหตุผลใดก็ตามถามว่ามีแกนนำคนอื่นพยายามจุดพลุ ทำไมติดช้า และไม่เกิดกระแสอย่างกำนันมโน ก็เพราะคนไทยอยากลองของใหม่ที่เป็นแกนนำตามธรรมชาติ ยิ่งใส่ชุดเครื่องแบบ แต่กล้าท้าทายอำนาจรัฐที่ฉ้อฉล แหลงแบบคนใต้ว่า ถูกใจได้แรงอกพวกเราชาวไทยทุกคนจึงมีหน้าที่สนับสนุนและช่วยคัดท้าย ให้กำนันเคลื่อนไหวได้อย่างปลอดภัย ไร้ขีดจำกัด แต่ข้อควรระวังคือ คนไทยชอบใช้แกนนำเปลือง…ฮาสุนทร รักษ์รงค์30 ตุลาคม 2569