Category: การเมือง

  • ‘นายกฯ’ ควันออกหูกลางวงมอบนโยบาย มท. ถามหา ‘รองฯซีฟู๊ด’ หลังลือจะย้าย ‘ผู้ว่าฯภูเก็ต’

    ‘นายกฯอนุทิน’ มอบนโยบายมหาดไทย สั่งผวจ. ให้ความสำคัญโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กำชับใส่ใจคดีสะเทือนขวัญ ถามหา ‘รองฯซีฟู๊ด’ หลังโซเชียลโพสต์บอกจะย้าย ‘ผู้ว่าฯภูเก็ต’ ลั่น คนพูดปัญญาอ่อน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าฯ หรือจะปลด มท.1 ด้วย15 มิ.ย.2569-ที่กระทรวงมหาดไทย เวลา 09.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนกรุงเทพมหานคร คณะที่ปรึกษา คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมรับฟังผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)เมื่อนายอนุทินฯ เดินทางถึงมุขโถง ชั้น 1 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย…

  • มาแรงเกินคาด! สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจล่าสุด คนกรุงหนุนใครนั่งผู้ว่าฯ กทม. มากที่สุด

    วันที่ 14 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจ สวนดุสิตโพล เรื่อง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 3) ซึ่งได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนระหว่างวันที่ 9 – 12 มิถุนายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 2,029 คน โดยมีผลการสำรวจในประเด็นต่างๆ ดังนี้วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจ สวนดุสิตโพล เรื่อง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 3) ซึ่งได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนระหว่างวันที่ 9 – 12 มิถุนายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 2,029 คน โดยมีผลการสำรวจในประเด็นต่างๆ ดังนี้สำหรับประเด็นที่ว่าคนกรุงเทพฯ อยากให้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป ผลสำรวจระบุว่าอันดับ 1…

  • ‘อนุทิน’ขออย่าเรียกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า‘บัตรคนจน’ ฉุนขาดเหตุฝรั่งชนหมอ ประกันตัวแสนเดียว

    ‘อนุทิน’ขออย่าเรียกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ‘บัตรคนจน’ ฉุนฝรั่งชนแพทย์ที่พะงันประกันแค่แสนเดียว ผวจ.ทำงานไม่เต็มที่ ติง อย่าด่วนคิดว่าไม่ใช่อำนาจ แฉรอง ผวจ.ภูเก็ต สั่งย้าย‘ ผวจ.เซมเบ้‘ ถามใหญ่กว่านายกฯ หรือไม่ เดี๋ยวรู้พิสูจน์ให้ดูหน่อยเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี รมช.มหาดไทย และข้าราชการระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงก่อนประชุม นายกฯ นำผู้เข้าประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ลุกขึ้นยืนถวายความอาลัยและรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นเวลา 1 นาที แล้วกล่าวถวายความอาลัยความว่า “กระทรวงมหาดไทยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และจะน้อมนำพระปณิธาน และการอุทิศตนเพื่อความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และประโยชน์ส่วนรวม มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชนสืบไป”จากนั้นนายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า ขอให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะเป็นโครงการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนโดยตรง ขอให้มีการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทั้งในส่วนของการให้ข้อมูลความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการเข้าสู่โครงการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่ใช้สิทธิ…

  • พรรคส้มตัดกันเอง! “สส.ลิซ่า” เห็นต่าง “ภาวุธ” หลังสับ กทธ.รัฐสภา ไร้ประสิทธิภาพ

    ตัดกันเอง! สส.ลิซ่า เห็นต่าง ภาวุธ หลังสับ กทธ.รัฐสภา กลไกไร้ประสิทธิภาพ ชี้พื้นที่กรรมาธิการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้นาย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “ความไร้ประสิทธิภาพของ ”กรรมาธิการ” ในรัฐสภา” ฝากถึงประธานสภาผมเคยเป็นคนนอก ที่ได้เข้าไปนั่งในห้องประชุมกรรมาธิการรัฐสภา แล้วสิ่งที่เห็น… มันทำให้ผมอึ้งมาก..!ขออธิบายก่อนว่า “กรรมาธิการ” คืออะไร?ถ้ารัฐบาลคือฝ่ายบริหารประเทศ “กรรมาธิการ” ก็คือ กลุ่ม สส. และผู้เชี่ยวชาญ ที่มีหน้าที่จับตาดูและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ใช้งบภาษีประชาชน และมีอำนาจเรียกข้าราชการทุกกระทรวงมาให้ข้อมูลได้ก่อนที่ผมจะมาเป็น สส. ผมเคยเข้าไปร่วมงานกับหลายคณะกรรมาธิการในฐานะคนเอกชน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ และนั่นแหละครับ คือครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่า “ภาษีของเราถูกใช้อย่างไร” ในรัฐสภาผมขอสะท้อนการทำงานของ “กรรมาธิการ” ในฐานะคนเอกชน และวันนี้เป็น สส. ที่ทำงานในกรรมาธิการมาตลอด 8 ปี (ตั้งแต่อยู่ อนุ.กมธ. สว.ปี 2019) และอยากเห็น รัฐสภาของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น.! เพื่อคุ้มกับเงินภาษีพวกเราที่รัฐสภาได้ปีนึง 8 พันล้านบาท/ปีโดยเรามีคณะกรรมาธิการรวมทั้ง สว. และ สส.…

  • โบว์ ชี้แนวร่วมมุมกลับ ฉุด ‘ชัชชาติ-ผู้สมัครสก.อิสระ’ คะแนนพุ่ง หลังโดนกระแสพรรคอื่นโจมตี

    15 มิ.ย.2569-โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ว่า คนกรุงเทพเลือก “ชัชชาติ” เป็นหลัก และที่คิดจะเลือกผู้สมัครสก.อิสระเยอะ ก็เพราะเมื่อดูจากกระแสโจมตีจากพรรคอื่นๆแล้ว เชื่อว่าถ้าเลือกสก. ของพรรคนั้น อาจจะไปขัดขา อ.ชัชชาติ ให้ทำงานลำบากได้ยิ่งใครพยายามโยงว่ากลุ่มไหนหนุนชัชชาติ หรือชัชชาติหนุนกลุ่มไหน กลุ่มนั้นยิ่งมีแนวโน้มจะได้คะแนนเสียงสก.มากขึ้น เป็นเพราะ “แนวร่วมมุมกลับ” มีเยอะ ความนิยมจึงพุ่งไม่หยุด

  • ‘อดีตผู้พิพากษาฯ’ ยกเคส ‘ศิริโชค’ อธิบายชัด เปิดสำนวน ป.ป.ช. ผิดกฎหมายทันทีจริงหรือ

    15 มิ.ย.2569-วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง เปิดสำนวน ป.ป.ช. ผิดกฎหมายทันทีจริงหรือ? เมื่อข้อพิพาทไม่ได้อยู่แค่เรื่อง “เอกสารลับ” แต่อยู่ที่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีเนื้อหาดังนี้กรณีที่ นายศิริโชค โสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกเปิดเผยเอกสารภายในและข้อมูลเกี่ยวกับสำนวนไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จนเกิดกระแสข่าวโหมกระพือว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดร้ายแรงตามมาตรา 180 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปีนั้น กำลังกลายเป็นมหากาพย์การเมืองและข้อถกเถียงทางนิติศาสตร์ที่สังคมต้องจับตามองอย่างกว้างขวางอย่างไรก็ตาม เมื่อดู "ไทม์ไลน์เชิงลึก" เพิ่มเติม คำถามสำคัญในใจของสาธารณชนอาจไม่ใช่เพียงแค่เรื่องผิวเผินอย่าง "นายศิริโชคเปิดเผยเอกสารของ ป.ป.ช. หรือไม่" แต่ขยับไปสู่ปมที่แหลมคมกว่านั้น นั่นคือ "เอกสารเหล่านั้น ถูกนำมาเปิดเผยเพื่อเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการพิจารณาขององค์กรอิสระหรือไม่" เพราะหากเป็นเช่นนั้น ประเด็นทางกฎหมายย่อมมีความซับซ้อน ลึกซึ้ง และมีมิติที่มากกว่าที่ปรากฏตามพาดหัวข่าวกระแสหลักอย่างแน่นอน!มาตรา 180 มีไว้เพื่อคุ้มครองใคร? (เจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมาย)หากเรากางตำรากฎหมายและตีความอย่างเคร่งครัด เจตนารมณ์สำคัญของ มาตรา 36 และมาตรา 180 ของกฎหมาย ป.ป.ช. นั้น…

  • “ทนายเขากระโดง” ซัดคนนอก-นักการเมือง ยัดข้อหา “บุกรุก” ชาวบ้าน ชี้ศาลยังไม่ตัดสิน

    ">วันที่ 15 มิ.ย.69 นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความรับผิอบคดีเขากระโดง โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวว่า วันนี้ ผมอยากชวนประชาชนที่ติดตามคดีเขากระโดง ลองตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า นับแต่ศาลฎีกามีคำพิพากษา และการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายมาโดยตลอด การรถไฟเองยังไม่เคยออกมากล่าวหาประชาชนผู้ถือเอกสารสิทธิในพื้นที่พิพาท 995 แปลงว่าเป็น “ผู้บุกรุก” แบบเหมารวมแม้แต่รายเดียว แม้การรถไฟจะมีความเห็นทางกฎหมายว่าควรมีการตรวจสอบหรือพิจารณาเพิกถอนตามกระบวนการของกรมที่ดินก็ตามแต่วันนี้กลับมีบุคคลบางกลุ่ม บางฝ่าย ทั้งนักการเมือง นักกฎหมาย ผู้แสดงตนเป็นผู้รู้ หรือผู้สนใจการเมือง ออกมาพูดรับกันเป็นจังหวะเดียวกัน พยายามยัดข้อกล่าวหา “บุกรุก” ให้แก่ประชาชนเหล่านั้น ทั้งที่หลายคนไม่ได้เป็นคู่ความในคดีเดิม ไม่เคยเห็นสำนวนคดีใหม่ ไม่รู้ว่าพยานหลักฐานในปี 2568 ที่ฟ้องใหม่ 24 ราย แตกต่างจากคดีเดิมอย่างไร และไม่ได้รู้เลยว่าเจ้าของเอกสารสิทธิแต่ละรายมีพยานหลักฐานอะไรที่จะนำเสนอต่อศาลเพื่อต่อสู้ด้วยสิทธิที่ดีกว่าสิ่งที่น่าคิดคือ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อ้างข้อมูลเดิมจากคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีเก่า แล้วนำมาพูดเหมือนเป็นคำตอบสุดท้ายของทุกคดี ทั้งที่คำพิพากษาใด ๆ ย่อมเกิดจากพยานหลักฐานที่คู่ความในคดีนั้นนำเสนอต่อศาลในเวลานั้น ศาลย่อมต้องชั่งน้ำหนักพยานตามสำนวนที่มีอยู่ตรงหน้า หากในคดีใหม่มีพยานหลักฐานสำคัญที่แตกต่างออกไป มีเอกสาร มีแผนที่ มีข้อเท็จจริง และมีข้อกฎหมายที่ศาลในคดีเดิมไม่เคยได้เห็น ไม่เคยได้ฟัง และไม่เคยได้นำมาชั่งน้ำหนัก ผลของการพิจารณาก็ย่อมมีโอกาสแตกต่างได้ตามกระบวนการยุติธรรมนี่เองคือเหตุผลที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 เปิดช่องให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความในคดีเดิมยังมีสิทธิพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า…

  • ป.ป.ช.สางปัญหา ‘ใต้พรม’ เอาจริงฟัน ‘คนใน’ เอี่ยวคดีโกง

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ.นี้ กำลังเร่ง “กวาดบ้าน” สางปัญหา “ใต้พรม” ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะข้อครหา “คนใน” ที่โดนครหาเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ช.กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่บ้าง ตัวอย่างเห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น “อดีตผู้บริหารระดับสูง” ภายในสำนักงานฯ เคยถูกชี้มูลความผิดฐาน “ร่ำรวยผิดปกติ” และอาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริตบางโครงการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไปก่อนหน้านี้แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน เล็งเห็นถึงเรื่องนี้เป็นสำคัญมีมาตรการ “เอาจริง” หากพบ “คนใน” เข้าไปพัวพันกับการทุจริตประพฤติมิชอบ ไม่ว่าจะเป็น “อดีตกรรมการฯ” บางคน ถูกชี้มูลความผิด ฐานเข้าละเว้นการเรียกเก็บภาษีของบริษัทเครือข่าย “นักเลือกตั้ง” บางคน ปัจจุบันคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 แล้วหรือบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับการ“เปิดเผยข้อมูล” ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ที่มี “ภาคประชาชน” ร้องเรียนถึงชั้นศาล และสุดท้ายศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 มีคำพิพากษา “จำคุก” กับ “อดีตกรรมการฯ” บางคน เนื่องจากมีพฤติการณ์ปกปิดข้อมูลในสำนวนคดี เป็นต้นนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีการตรวจสอบเชิงลึกเอาผิดกับ “อดีตที่ปรึกษากรรมการฯ-เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.” บางคน…

  • ‘พระองค์ภา’

    ความต่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์ นอกจากสติปัญญาแล้ว ยังมีมโนธรรมด้วยในขณะที่พสกนิกรชาวไทยต่างโศกเศร้าเพราะสูญเสียกลับมีเดรัจฉานไม่กี่ตัว เยาะเย้ยถากถางแล้วอวดอ้างตัวเองเหนือกว่าใครการอบรมเลี้ยงดูจากบุพการีนั้นมีส่วนอย่างมากแต่ที่มากกว่านั้นคือ การเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ แต่กลับคิดว่านั่นคือเบ้าหลอมความเป็นคน สุดท้ายคนพวกนี้เป็นพวกแปลกแยกต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปขออยู่อาศัยแผ่นดินอื่นบางคนเป็นครูบาอาจารย์ สอนศิลปะที่ มช. แต่จิตใจต่ำทรามคนแบบนี้จะสร้างสรรค์ผลงาน จะสั่งสอนศิษย์ กล่อมเกลาความเป็นคนได้อย่างไรเพราะระดับจิตใจต่ำกว่าเดรัจฉานอ้าง ศิลปะ ประชาธิปไตย แต่หยาบกร้านในมโนธรรม แสดงพฤติกรรมกัดกร่อนความเป็นคนของตัวเอง ใช้สัญชาตญาณแบบสัตว์ชั้นต่ำที่อยู่ของคนพวกนี้ ไม่ควรเป็นมหาวิทยาลัยแต่เป็น “โลกันตรนรก” อันมืดมิดและหนาวเย็นครับ…ที่เขียนเรื่องนี้เพราะ วานนี้ (๑๔ มิถุนายน) โพสต์สั้นๆ ของ “สกลธี ภัททิยกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทำให้เห็นถึงความเป็นเดรัจฉานของคนบางคน“…สิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ คือการที่จะไม่ซ้ำเติมความทุกข์ของผู้อื่น แม้จะเห็นต่างหรือไม่ชอบเขาก็ตาม…”คนส่วนใหญ่ของประเทศต่างรับรู้ได้ถึงความเป็น “พระองค์ภา” โดยเฉพาะบุคคลที่เคยได้ใกล้ชิดต่างสัมผัสได้ถึงการแสดงออกในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แม้ศักดิ์ของพระองค์ท่านจะสูงกว่ามากก็ตามมีเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนรุ่นพี่ เพื่อนร่วมงาน ครูบาอาจารย์ ทยอยแสดงออกผ่านตัวหนังสือถึงความเป็น “พระองค์ภา” ที่พวกเขารู้จักมาต่อเนื่องครับ“พระองค์ภา” ในความทรงจำของ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Teddy Toom เป็นอีกหนึ่งที่จะเข้าไปอยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งชาติ————————-ไม่แปลกใจเลยที่มีหลายท่านออกมาเขียนถึงพระองค์ภาในช่วงเวลาที่เศร้าใจยิ่งนักตอนนี้ ก็เพราะท่านทรงเป็นกันเองกับทุกคน ไม่เคยถือพระองค์และดำเนินชีวิตในวัยเด็กตามปกติเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียน ด้วยเหตุนี้แหละมั้ง ถึงทำให้ทุกคนมีภาพจำที่งดงามกับพระองค์ท่านเสมอพี่ตุ้ม คือรุ่นพี่พระองค์ภา ๓ ปี ที่โรงเรียนราชินี…

  • ‘นั่งคนเดียว..เหงานะ’

    ช่วงเวลานี้…..ต้องขอใช้คำว่าคนไทย “ทุกข์ทั้งแผ่นดิน”!ทุกข์แรก เป็นทุกข์ที่….“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”หรือ “พระองค์ภา” ของคนไทยเสด็จคืนแดนสรวงทุกข์ที่สอง เป็นทุกข์จากรับรู้ถึงความหนักอึ้งในพระทัยของ“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระบรมราชินี” และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์วันวาน (๑๔ มิ.ย.๖๙) “สำนักพระราชวัง” เปิดให้ประชาชนถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระรูปเป็นวันแรกปรากฏว่า ตั้งแต่เช้าตรู่ คณะบุคคล และประชาชน เดินทางไปถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยกันเนืองแน่น ชนิดเหนือคาดหมาย!มีทั้ง ราชสกุล, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์มูลนิธิร่วมใจต้านภัยเอดส์, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ข้าราชการกระทรวงคมนาคมและทยอยกันมาเรื่อยๆ ตลอดทั้งวันทั้งประชาชน ข้าราชการ พนักงานบริษัท ห้างร้านต่างๆ รวมถึงนักการเมือง เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นต้น“สำนักพระราชวัง” จะเปิดให้ประชาชน ถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัย “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”ณ “ศาลาสหทัยสมาคม” ใน “พระบรมมหาราชวัง” ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐…