Category: การเมือง
-
ออกหมายจับ “สจ.เนย์” เอี่ยวสแกมเมอร์–เว็บพนัน พบหนีออกนอกประเทศแล้ว!
“รมว.ยุติธรรม” เผยออกหมายจับ “สจ.เนย์ กาฬสินธุ์ – ภรรยา” หลังเอี่ยวสแกมเมอร์–เว็บพนัน พบหนีออกนอกประเทศแล้ว! เตรียมออกหมายจับอีก 1 สจ.วันที่ 26 ม.ค. ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 1 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเครือข่ายนักการเมือง พรรคการเมือง กว่า 10 รายชื่อที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์ ว่า ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการออกหมายจับไปแล้ว 2 ราย ทราบว่ามีหลบหนีไปต่างประเทศแล้วซึ่ง 2 รายนี้เป็นสามี-ภรรยา โดยฝ่ายชายเป็นสมาชิกสภาจังหวัดกาฬสินธุ์ ชื่อ นายปฐนัญ จันดอน หรือ สจ.เนย์ และ สจ.เนย์ กับภรรยา ได้หนีออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 20 ม.ค.69 ส่วน สจ.อีกหนึ่งราย ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ทราบว่าหนีไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค.69ส่วนเมื่อถามว่าผู้ต้องหาทั้ง…
-
สะเทือนวงการ! ออกหมายจับ 2 นักการเมือง พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดหนีออกนอกประเทศแล้วหนึ่ง
วันที่ 26 มกราคม 2569 มีรายงานว่า ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษพล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยุติธรรม) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีนักการเมือง 10 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแวันที่ 26 มกราคม 2569 มีรายงานว่า ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษพล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยุติธรรม) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีนักการเมือง 10 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้ เนื่องจากคดียังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนแต่เบื้องต้นศาลออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 2 คน ซึ่งทั้ง 2 คน ได้หลบหนีออกนอกประเทศ ทราบชื่อคือ “สจ.เนย์” นายปฐนัญ จันดอน และภรรยา ซึ่งหลบหนีไปตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมานอกจากนี้ ยังมี สจ.อีก 1 คน ที่หลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.เช่นกัน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นระดับผู้ที่อยู่เบื้องหลังเว็บพนันอ่านข่าวเพิ่มเติมพีระพันธุ์ ชูโมเดล เศรษฐกิจโรบินฮู้ด…
-
“ธรรมนัส” เคลียร์ชัด ถอนฟ้องหมิ่นประมาท “ไอซ์ รักชนก” 100 ล้าน เหตุแจ้งความซ้ำ
“ธรรมนัส” แจงเหตุถอนฟ้อง “ไอซ์ รักชนก” คดี 100 ล้าน พร้อมโต้ข่าวลือมีเงินแสนล้าน ลั่นถ้ามีจริงคงเลิกเล่นการเมืองไปแล้ว26 ม.ค. 69 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีที่มีข่าวการถอนฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในคดีหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาทโดยระบุว่าเรื่องนี้เกิดความเข้าใจผิด แท้จริงแล้วสาเหตุที่ต้องถอนแจ้งความเนื่องจากเป็นการแจ้งความซ้ำซ้อนกัน จึงจำเป็นต้องถอนออกไปก่อนตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ และจะสอบถามรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้งร.อ.ธรรมนัส ยังได้ตอบโต้กระแสข่าวลือในโลกโซเชียลมีเดียที่มีการพาดพิงว่าตนเองมีทรัพย์สินกว่าแสนล้านบาท โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พร้อมกล่าวว่า หากตนมีเงินสดมากถึงแสนล้านบาทจริงตามที่ลือกัน ป่านนี้คงไม่ต้องมาเหนื่อยทำงานการเมืองแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเลขนี้มาจากไหน แต่ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยเชียร์ว่าตนเป็นคนร่ำรวยขนาดนั้นร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่า พรรคกล้าธรรมเน้นการนำเสนอนโยบายที่จับต้องได้และทำจริง ไม่เน้นการขายฝัน เหมือนบางพรรคการเมืองที่ปัญหาเดิมของชาวบ้านยังแก้ไขไม่ได้ แต่กลับนำนโยบายขายฝันใหม่ๆ มาเสนอ ซึ่งเปรียบเสมือนการยัดเยียดฝันร้ายให้ประชาชน โดยพรรคกล้าธรรมจะมุ่งเน้นการต่อยอดงานให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมในทุกด้าน ทั้งภาคการเกษตร การศึกษา การท่องเที่ยว และสังคมอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง“ไอซ์ รักชนก” อัดคลิปเล่า เจ้าเดิมฟ้องหมิ่นฯ 100…
-
ฟาดไม่ยั้ง! ชูวิทย์โพสต์ตรงๆ ถึงพิธา แล้วล่าสุด
วันที่ 26 มกราคม 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ภายใต้หัวข้อ ปั่นกระแสโค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ข้างหน้าวันที่ 26 มกราคม 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ภายใต้หัวข้อ ปั่นกระแสโค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ข้างหน้านายชูวิทย์ระบุว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองพยายามปั่นกระแสหาเสียง แต่มีเพียง 3 พรรคที่กระแสขยับขึ้นอย่างชัดเจน คือ พรรคน้ำเงิน พรรคแดง และพรรคส้มสำหรับพรรคส้ม นายชูวิทย์มองว่า เป็นพรรคที่ใช้กระแสเป็นหลัก ไม่มีคะแนนจัดตั้ง และไม่มีเครือข่ายแกนนำแกนรอง จึงต้องอาศัยฐานเสียงในกรุงเทพฯ ให้กระเพื่อมไปยังปริมณฑลและหัวเมืองต่างจังหวัดหลังจากความพยายามปั่นกระแส The Professional ประสบความล้มเหลวและเงียบหายไป พรรคส้มจึงต้องกลับมาใช้บุคคลหน้าเดิมเพียงไม่กี่คนในพรรค ซึ่งไม่สมกับการเป็นพรรคใหญ่ที่ตั้งเป้าจะรื้อโครงสร้างประเทศนายชูวิทย์ระบุถึงบทบาทของแกนนำพรรคว่า ให้โรมขึ้นดีเบตสลับกับวิโรจน์ และช่วยขึ้นเวทีปราศรัย ขณะที่หัวหน้าพรรคอย่างเท้งยังช่วยสร้างกระแสได้ไม่มาก เปรียบเหมือนเด็กเพิ่งหัดปราศรัยส่วนธนาธร…
-
‘อรรถพล’ หายไปไหน! ทำไม ‘อนุทิน’ ชูแค่ 3 รมต. หาเสียง ภท.
26 ม.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อรรถพล หายไปไหน???ผมเห็นข่าวนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้กับผู้สมัคร สส.ของพรรคภูมิใจไทยหลายเขต เป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ที่มีเพียง 2 คน คือนายอนุทิน ชาญวีรกุล และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เท่านั้นส่วนอีก 2 คนคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งได้ปฏิเสธการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลังจากนายอนุทินเคยประกาศว่า จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคภูมิใจไทย แต่ยังรักษาน้ำใจยินยอมเป็นทีมบริหารให้กับพรรคภูมิใจไทยอีก หากพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ใช้นางศุภจีเป็นจุดขายในการหาเสียงให้กับคนกรุงเทพ เพื่อหวังดึงคะแนนเสียงจากชนชั้นกลาง และกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วน โดยออกแคมเปญรักลุงตู่รักลุงหนูด้วย ทั้งที่ทีมบริหารจากบุคคลภายนอกที่ได้เชิญมาร่วมรัฐบาลของนายอนุทินมีทั้งหมด 4 คน คือนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแต่ที่น่าแปลกใจ ทำไมพรรคภูมิใจไทย…
-
รัฐบาลเริ่มจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เดือนก.พ. คาดแล้วเสร็จต.ค.69
นายกฯ แถลงความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ออกแบบปลียอดทรงมงกุฎแปลงประดับพรหมพักตร์ สื่อความหมาย 'แม่ของแผ่นดิน' เริ่มสร้างเดือน ก.พ. นี้ คาดแล้วเสร็จเดือน ต.ค. 2569เมื่อวันที่ 26 ม.ค. เวลา 10.25 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศและเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้เกี่ยวข้องร่วมงานทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24…
-
“ธรรมนัส” ลั่น ถ้าได้เป็นรัฐบาล จะปราบสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก โวลุ้นได้อันดับ 3 ลั่น
“ธรรมนัส” ลั่น ถ้าได้เป็นรัฐบาล จะปราบสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก โวลุ้นได้อันดับ 3 ลั่น“ธรรมนัส” ยัน ถ้าได้เป็นรัฐบาล จะปราบสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก โว ลุ้นได้อันดับ 3 ลั่น ไม่มีพรรคไหนขาว เย้ย ใครออกตัวไม่เอา "สีเทา" ส่วนใหญ่จบที่ฝ่ายค้านวันที่ 26 ม.ค.2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการเนชั่นวิเคราะห์ข่าว ถึงกรณีที่บางพรรคการเมืองระบุว่า พรรคกล้าธรรมมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสีเทาจนประกาศไม่จับมือร่วมรัฐบาลว่า พรรคที่ออกตัวไวส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายค้าน เพราะว่าจะไม่เอาคนโน้นไม่เอาคนนี้ทั้งๆ ที่การเมืองเมื่อยังไม่มีการเลือกตั้ง ยังคุยกันไม่ได้มันเร็วเกินไป ซึ่งพรรคเราชัดเจน เราไม่ต้องเป็นอีแอบ พรรคใดก็ตามที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ แตะหมวด1-2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไม่เอาพรรคนั้น ไม่เอาสีนั้นสีนี้ ไม่ใช่ แต่เรามีหลักการของเรา หากคุณเข้ามาร่วมรัฐบาลแล้วคุณต้องการแก้หมวด 1-2 เราไม่เอาเด็ดขาดร.อ.ธรรมนัส ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ความเป็นตำบลกระสุนตกนั้นโดนจนชินแล้ว แต่เวลาเราหาเสียงสิ่งที่ได้เป็นกำลังใจคือ เสียงจากพี่น้องประชาชน การต้อนรับจากพี่น้องประชาชน เขามาห้อมล้อมมอบดอกไม้ ผูกผ้าขาวม้า…
-
เกินคาด! บิ๊กป้อม สวมบทบาทใหม่ หลังวางมือการเมือง
วันที่ 25 มกราคม 2569 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ใช้เวลาว่างภายหลังวางมือจากบทบาททางการเมือง เดินทางพร้อมเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดัง นาย ต. วัชรพล เพื่อรับประทานอาหารและนั่งพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองวันที่ 25 มกราคม 2569 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ใช้เวลาว่างภายหลังวางมือจากบทบาททางการเมือง เดินทางพร้อมเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดัง นาย ต. วัชรพล เพื่อรับประทานอาหารและนั่งพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองโอกาสนี้ พล.อ.ประวิตร ได้เชิญ ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น ผู้สมัคร สส.เขต 12 เบอร์ 9 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมทีมงานหาเสียง มาร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเติมพลังและสร้างขวัญกำลังใจก่อนลงพื้นที่หาเสียงต่อ ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่น โดยมีประชาชนที่มาใช้บริการร้านอาหารเข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างเป็นกันเองระหว่างการพูดคุย พล.อ.ประวิตร ได้สอบถามถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ พร้อมกำชับผู้สมัครให้ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด รับฟังเสียงของประชาชน และนำข้อมูลไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจังด้าน ภญ.นพวรรณ กล่าวว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะให้ความสำคัญกับนโยบายด้านผู้สูงอายุเป็นลำดับแรก โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้…
-
เลือกตั้ง ‘เวทีลวงคน’
พอ “พรรคเพื่อไทย” ประกาศ…..ซูเปอร์นโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ ๙ คน คนละ ๑ ล้านบาท” เท่านั้นแหละกลายเป็น “พรรคคู่แข่งที่น่ากลัว” ของพรรค “ทางเลือกใหม่” ของ “เต้-มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือ “เต้ พระราม ๗” ขึ้นมาทันที!!!!แจกวันละ ๙ คน คนละ ๑ ล้าน ของเพื่อไทย หรือจะสู้นโยบาย “วิดพื้น ๔๐-๑๐๐ ครั้ง/วัน ได้เพิ่มเงินเดือน ๑๐%” ของ“เต้-มงคลกิตติ์”?“เพื่อไทย” แจ้งนโยบายหาเสียงต่อ กกต.รวม ๕๗ นโยบาย ใช้วงเงินงบประมาณ ทั้งสิ้น ๒๔๓,๓๐๐ ล้านบาทเท่าที่ผมดูรายละเอียดการใช้เงินคร่าวๆ ในแต่ละนโยบายก็ประมาณนี้-นโยบาย ของขวัญเพื่อคนไทย ๓,๕๐๐ ล้านบาท/ปี-นโยบาย กระตุ้นการบริโภค ใช้งบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท-นโยบาย คนไทยไร้จน ใช้งบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท/ปี-นโยบาย…
-
“นิติภูมิธณัฐ” สับคณะ “ไอ้โงง” รุมทึ้งประกันสังคม! จวกจำใส่กะโหลกเงินนี้ไม่ใช่ของรัฐ แต่คืออนาคตลูกจ้าง
“นิติภูมิธณัฐ” จี้รื้อระบบบริหารรวมศูนย์ หลังพบเงินชราภาพโตแพ้เงินเฟ้อ ซัดนักการเมืองหยุดใช้เงินแรงงานเป็นเครื่องมือปูทางคอนเนกชั่น!เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย คอลัมนิสต์ชื่อดังและอดีตนักการเมือง ได้โพสต์ข้อความระบุว่าระบบประกันสังคมที่ต้องแก้ไขปรับปรุง ระบบประกันสังคมเป็นหนึ่งในเสาหลักของรัฐสวัสดิการ หน้าที่สำคัญของระบบนี้ไม่ใช่เพียงการดูแลความเสี่ยงระยะสั้นของแรงงาน แต่ต้องทำหน้าที่เป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจในยามที่แรงงานแก่ตัว หรือหมดศักยภาพในการหารายได้ กองทุนประกันสังคมไทยกำลังดูแลเงินออมภาคบังคับของแรงงานมูลค่านับล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ถูกหักจากรายได้ของแรงงานจำนวนหลายสิบล้านคน โดยผู้จ่ายเงินไม่มีสิทธิเลือก ไม่สามารถถอนตัว และไม่มีอำนาจร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคมมีสถานะพิเศษ คือเป็นกองทุนที่ไม่ใช่เงินภาษี แต่ก็ไม่ใช่เงินออมสมัครใจ แต่เป็นเงินออมภาคบังคับที่รัฐมีอำนาจจัดการแทบทั้งหมด กองทุนนี้ตอบโจทย์ความมั่นคงระยะยาวของแรงงานจริงหรือไม่ ภาระภาคบังคับแต่อำนาจต่อรองที่เป็นศูนย์ การปรับเพิ่มเงินสมทบเป็นเดือนละ 875 บาท ตั้งแต่ต้นปี 2026 ภาระในการพยุงกองทุนถูกผลักกลับมายังแรงงานมากแม้ระบบจะออกแบบให้มีผู้ร่วมสมทบ 3 ฝ่ายได้แก่ ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติ ภาระทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ตกอยู่กับแรงงานโดยตรง แต่แรงงานไม่มีอำนาจต่อรองเชิงนโยบายใดๆ เลย เงินถูกบังคับให้จ่าย ไม่ได้มาพร้อมกับสิทธิในการกำหนดอนาคตของเงินนั้นความเหลื่อมล้ำเชิงระบบสวัสดิการ เมื่อพิจารณาระบบสวัสดิการของรัฐโดยรวม จะพบความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ผู้ที่อยู่นอกระบบแรงงานได้รับสิทธิบัตรทอง (จากงบประมาณภาษี) ข้าราชการได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมและยืดหยุ่น ขณะที่แรงงานภาคเอกชน ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญของรัฐ ต้องจ่ายเงินสมทบ (แต่ได้รับสิทธิที่จำกัดกว่าในหลายมิติ)ความเหลื่อมล้ำนี้ไม่ใช่ปัญหาเชิงความรู้สึก คณะไอ้โงง (โง่+โกง) ออกแบบระบบสวัสดิการแบบแยกส่วน ที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดแรงงาน ปัญหาอยู่ที่…