Category: การเมือง
-
ลือสะพัด!! เพื่อไทยไม่ส่ง สก. สมาชิกพรรควิจารณ์ขรม
ลือสะพัด!! เพื่อไทยไม่ส่ง สก. สมาชิกพรรควิจารณ์ขรม ลามไปเลือกตั้ง สส.แพ้เพราะพรรคไม่ฟังพื้นที่ เตือนระวังกระแสในเมืองหลวงพังยับผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า ขณะนี้แกนนำพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดจะไม่ส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ลงสมัครรับเลือกตั้ง สก.ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ พร้อมกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่สมาชิก สก. พรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน ว่า กทม.ถือเป็นพื้นที่เมืองหลวงของประเทศ ไม่ใช่พื้นที่ที่ควรถูกมองข้าม เพราะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ ความพ่ายแพ้ของผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะคนทำงานในพื้นที่ไม่ทำงาน แต่เป็นผลจากการตัดสินใจของพรรคที่ไม่สอดคล้องกับความจริงในพื้นที่ทีม สก.คือกลุ่มที่มีฐานเสียงเข้มแข็งที่สุดในกรุงเทพฯ มีทั้งโครงสร้าง มีผลงาน และยืนอยู่กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง การเลือกไม่ส่ง เพราะกังวลจากกระแสการเลือกตั้ง ถือเป็นการประเมินที่ผิดพลาด หากพรรคมองข้ามกรุงเทพฯ มองข้ามคนทำงานในพื้นที่ สุดท้ายสิ่งที่เสียไปจะไม่ใช่แค่คะแนนเลือกตั้ง แต่คือความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งเมืองหลวงในระยะยาว
-
สะเทือนทั้งครม.! พีระพันธุ์ ฟาด รัฐบาล หน้าหงาย หลังแก้ปัญหาน้ำมันไม่ได้
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงการแก้ปัญหาเรื่องน้ำมันเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงการแก้ปัญหาเรื่องน้ำมัน ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค – Pirapan Salirathavibhaga โดยระบุว่า จะหาทางออกเรื่องน้ำมันให้ประเทศให้ประชาชนนี่มันเหนื่อยยากจริงๆครับ ในขณะที่ผมพยายามหาช่องทางทั้งทางด้านการบริหารและกฎหมายเพื่อจะช่วยบอกรัฐบาลว่ามีอำนาจทำอะไรได้บ้าง แต่ผู้มีอำนาจหน้าที่ทั้งหลายกลับพยายามหาช่องทางบอกว่าทำไม่ได้ ไม่มีอำนาจการเป็นหน่วยงานของรัฐหรือการเป็นรัฐบาลนั้นอะไรที่ไม่มีอำนาจ ง่ายนิดเดียวก็ทำให้ตัวเองมีอำนาจสิครับ ไม่มีกฎหมายก็ออกกฎหมาย ซึ่งทำได้ในทันทีโดยออกเป็นพระราชกำหนด ไม่มีระเบียบก็ออกระเบียบ มีระเบียบแต่ไม่เอื้ออำนวยก็แก้ระเบียบ ก็เท่านั้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือผู้มีอำนาจหน้าที่สูงสุดในแต่ละตำแหน่งแต่ละหน่วยงานต้องมีความรู้เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้เองว่าอะไรใช่อะไรไม่ใช่ ไม่ใช่ฟังเขาว่าหรือฟังรายงานแล้วเชื่อตามโดยไม่วิเคราะห์ต่อนั่นแหละที่จะพาเข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่เหมือนที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน สุดท้ายแม้แต่ท่านนายกฯยังต้องออกมาขอโทษรับผิดที่บริหารจัดการเรื่องน้ำมันจนสับสนไปหมด แบบนี้ทำให้ท่านนายกฯ และรัฐบาลเสียหายไหมครับ ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้รัฐบาลโดนต่อว่าเท่านั้น แต่เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าจะเกิดกับรัฐบาลเท่านั้น แต่มันจะเดือดร้อนเสียหายกันทั้งแผ่นดิน ผู้มีอำนาจบอกว่ามีอะไรแนะนำก็บอกมาไม่ใช่เอาแต่วิจารณ์ แต่พอเสนอไปก็บอกว่าทำไม่ได้บ้าง ไม่ถูกบ้าง โต้แย้งเสียดสีบ้าง บางเรื่องกว่าจะทำคิดได้แล้วลงมือทำก็ล่าช้าเกินเหตุบ้าง เช่นที่ผมเสนอมาตั้งนานแล้วว่าให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันมากว่าสองสัปดาห์แล้ว สุดท้ายก็เพิ่งมาประกาศว่าจะลดแล้ว ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองสัปดาห์หลังจากที่ผมเสนอไป ช้าไปไหมล่าสุดผมบอกว่ากระทรวงพาณิชย์มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่จะช่วยรัฐบาลกำกับดูแลแก้ไขปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทำไมไม่ทำ แทนที่จะไปดูไปวิเคราะห์กันว่าจะทำได้ด้วยวิธีใดหรือติดขัดอะไร จะแก้อย่างไร กลับไปค้นหาเหตุผลมาโต้แย้งผมเพื่อจะบอกว่าฉันไม่มีอำนาจ…
-
พิพัฒน์ ไปต่อ!! ยื่นหนังสือลาออก! อนุทิน ไม่ให้ออก!
พิพัฒน์ โพสต์ ส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก. แสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ นายกฯ ยืนยันให้ทำหน้าที่ต่อผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงาน เมื่อวันที่ 30 มี.ค.69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า…“ขอขอบพระท่านนายกฯ อนุทิน สำหรับความไว้วางใจและคำยืนยันที่มอบให้ครับการยื่นหนังสือลาออกก่อนหน้านี้ในฐานะ ผอ.ศบก.เป็นเจตนาที่ผมต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการทำงาน แต่เมื่อท่านนายกฯ ยังเห็นว่าผมสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มี ให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองได้ ผมก็พร้อมเดินหน้าทำหน้าที่ต่ออย่างเต็มกำลัง โดยยึดหลักการที่ชัดเจน การทำงานทุกขั้นตอนต้องตรวจสอบได้ และต้องไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนครับ”#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
มติป.ป.ช.ส่งคดี“บิ๊กโจ๊ก”ให้ตำรวจดำเนินคดีอาญา ปมเว็บพนันออนไลน์
วันที่ 30 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 32/2569 โดยมีมติให้ส่งเรื่องกล่าวหา บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพวก กรณีถูกกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์จากเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีอาญามายังสำนักงาน ป.ป.ช. รวม 3 สำนวน เพื่อให้พิจารณา ได้แก่สำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 724/2566 ตามคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 593/2566 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ซึ่งกล่าวหา พันตำรวจเอก ภาคภูมิ พิสมัย กับพวก โดยต่อมาถูกนำมารวมพิจารณากับเรื่องกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล กับพวกสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 391/2566 ซึ่งพนักงานสอบสวนตามคำสั่ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ 58/2567…
-
กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
วันนี้ 30 มี.ค.2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 18.76 บาทหลังจากราคาตลาดโลกสูงถึง 238 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปลีกขยับตัวขึ้นอีก 1.80 บาทต่อลิตรทั้งนี้ กบน. ได้เห็นชอบให้เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซล 2.09 บาทต่อลิตร จากเดิม 16.67 บาทต่อลิตร เป็น 18.76 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 1.80 บาท/ลิตร จากราคาขายปลีก 38.94 บาทต่อลิตร ปรับเป็น 40.74 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไปดีเซลภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลซึ่งสาเหตุหลักของการปรับราคาครั้งนี้ มาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความผันผวนรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าราคาน้ำมันดีเซล (Gas Oil) มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยวันที่ 27 มีนาคม 2569 ราคาปิดอยู่ที่ประมาณ 238 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากภาวะปกติก่อนเกิดสงครามราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 92-95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันตลาดโลกมีความผันผวนรุนแรง กบน. มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับข้อมูลรอบด้าน ทั้งราคาตลาดโลก…
-
หายสงสัย! เผยสาเหตุ อนุทิน ไม่อนุมัติให้ นายพิพัฒน์ ลาออก
เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ภายใน ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เคยยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ ศบก.เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ภายใน ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เคยยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ ศบก. ว่า เจ้าตัวทำงานหนักมาก และยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด โดยระบุว่า นายพิพัฒน์ได้เขียนใบลาออกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตนไม่อนุมัติ เพราะเป็นคนทำงานที่รู้กลไก และเราต้องใช้ประสบการณ์ของบุคคลเหล่านี้ ทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนเมื่อถามว่า แสดงว่ามีความมั่นใจในตัว พิพัฒน์ รัชกิจประการ จึงมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวโดยไม่กังวลใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม…
-
สิ้น อดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรี 3 สมัย ลูกทำตามคำสั่งเสียสุดท้าย
พิชญ์ โพธารามิก แจ้งข่าวเศร้าพ่อ อดิศัย โพธารามิก เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อเช้าวันที่ 28 มีนาคม เตรียมจัดพิธีสวดพระอภิธรรมที่วัดพุทธพรหมยาน จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ตามคำสั่งเสียนายพิชญ์ โพธารามิก ผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มโมโนกับกลุ่มจัสมิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pete Bodharamik เพื่อแจ้งข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว นายอดิศัย โพธารามิก ผู้เป็นพ่อ เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เมื่อเวลา 07.28 น. ของวันที่ 28 มีนาคม 2569 ด้วยวัย 85 ปี นายพิชญ์ระบุข้อความว่า “คุณพ่อ จากไป อย่างสงบ ทุกคำสอน ทุกคำสั่งเสีย จะนำไปดำเนินการ ให้เรียบร้อยครับ”นายอดิศัยเกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2483 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยฮาวาย จบปริญญาเอกด้านเดียวกันจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา อดิศัยแต่งงานกับรองศาสตราจารย์พิชนี โพธารามิก มีลูกชาย 1 คนคือนายพิชญ์ โพธารามิกสิ้น อดิศัย…
-
ระทึก! ลุงขี่จักรยานยนต์บุกตึกไทยคู่ฟ้า บีบแตร-ตะโกนเรียก “อนุทิน”
ลุงขี่จักรยานยนต์บุกตึกไทยคู่ฟ้า บีบแตร-ตะโกนเรียก อนุทิน ขอความเป็นธรรม เรียกร้องเงินเยียวยา ล่าสุดเจ้าหน้าที่คุมตัวไปแล้วผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรายงานว่า มีชายสูงวัยสวมเสื้อสีฟ้าคล้ายคนขับรถแท็กซี่ สวมหมวกนิรภัยติดสัญลักษณ์คนพิการ ขี่รถจักรยานยนต์ ขึ้นไปยังหน้าเชิงบันไดหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยบีบสัญญาณแตรยาวเข้ามา พร้อมตะโกนเรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีหลายครั้งจากการตรวจสอบทำให้ทราบชื่อว่านายพงศ์พิชาญ ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเข้ามาทางประตูสะพานชมัยมรุเชฐ และเข้ามาที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนบีบแตรตะโกนเรียกหานายกรัฐมนตรี เรียกร้องเงินเยียวยา กรณีถูกตำรวจ จับปรับ 500 บาท โดยตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามมา และสกัดอยู่หน้าบริเวณบันไดทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้านายพงศ์พิชาญ เรียกร้องว่า ตนเป็นผู้พิการไม่ได้รับความเป็นธรรมมา 18 วันแล้ว พร้อมอ้างว่าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยตลอดชีพ เป็นคนบ้านเดียวกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด กับนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และยังระบุว่า “ขอให้เห็นใจคนบุรีรัมย์ด้วยกัน ผมเลือกพรรคภูมิใจไทย เสร็จศึกจะฆ่าขุนพลหรือ”ระหว่างนั้น ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาล 4 นาย เข้ามาเกลี้ยกล่อม จากนั้นจึงนำตัวนายพงศ์พิชาญขึ้นรถมอเตอร์ไซต์ โดยมีตำรวจเป็นผู้ขับ และมีเจ้าหน้าที่อีกรายหนึ่งนั่งซ้อนประกบอยู่ข้างหลัง ก่อนจะพาไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล สำนักงาน กพ. เพื่อดำเนินการรับเรื่องตามขั้นตอนต่อไปทั้งนี้ในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้น เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปปฏิบัติภารกิจภายนอกสำหรับชายคนดังกล่าว เคยเดินทางไปร้องเรียนตามพรรคการเมืองหลายพรรค และสถานที่ราชการหลายที่…
-
อาลัย “อดิศัย โพธารามิก” อดีตรัฐมนตรี 3 สมัย เสียชีวิตอย่างสงบ
อาลัย นายพิชญ์ โพธารามิก ถือหุ้นรายใหญ่กลุ่มโมโนและกลุ่มจัสมิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pete Bodharamik แจ้งข่าวการสูญเสียคุณพ่อ นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรี 3 สมัย เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 85 ปีโดยนายอดิศัย จากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 07.28 น. โดยนายพิชญ์ โพสต์ข้อความว่า “คุณพ่อ จากไป อย่างสงบ ทุกคำสอน ทุกคำสั่งเสีย จะนำไปดำเนินการ ให้เรียบร้อยครับ”สำหรับนายอดิศัย เป็นอดีตรัฐมนตรี 3 สมัย โดยดำรงตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 2519 ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จากนั้นในปี 2543 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชวน หลีกภัย และในปี 2544 ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนสลับไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในปี 2546ข่าวที่เกี่ยวข้อง“อดิศัย โพธารามิก” จากวิศวกรสู่เจ้าพ่อโทรคมนาคมไทย ก่อนก้าวสู่เวทีการเมืองระดับชาติ “น้องวิน ภาสวิน” นักวางแผนการเงินวัย…
-
ชักสงสัยรัฐบาล!! ข้อเสนอแนะ บางเรื่องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะเหตุใดจึงไม่รับฟัง !!
ศศิกานต์ ชวนทุกฝ่ายลดอคติทางการเมืองลง ย้ำ! วันนี้คนไทยต้องช่วยกันฝ่าวิกฤตน้ำมันผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงาน ต่อกรณีที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาพาดพิงถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยใช้ถ้อยคำที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดนั้นนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล และ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่าขอให้นำเรื่องการเมืองออกไปก่อน เพราะวิกฤตครั้งนี้ คือวิกฤตชาติที่เราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันฝ่าไปให้ได้ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งในรัฐบาลหรือไม่และเหตุผลเดียวที่คุณพีระพันธุ์ออกมาพูดในตอนนี้ คือ ช่วยรัฐบาลหาทางออกให้กับประเทศ ด้วยการชี้ช่องว่า รัฐบาลมีอำนาจสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนด้วยการจัดการผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายอะไรได้บ้าง แต่ดูเหมือนรัฐบาลพยายามจะตอบโต้ทุกอย่างว่าทำไม่ได้ ซึ่งตนก็สงสัยว่า บางเรื่องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะเหตุใดจึงไม่รับฟังทั้งนี้ ขอยืนยันว่า เป้าหมายเดียวของ คุณพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติคือเพื่อส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้ฝ่ายบริหารรับทราบ โดยไม่โดนใครหลอกหรือโดนผู้ไม่หวังดีหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS