Category: ต่างประเทศ
-
ระเบิดสถานบันเทิงในเปรู บาดเจ็บ 33 คน เร่งสอบสาเหตุ
วันนี้ (8 มี.ค.2569) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.ตรูฮีโย ทางตอนเหนือของประเทศเปรู เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่นเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บ 33 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 16 ปี และ 17 ปี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นเหตุโจมตี และอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยยังไม่ทราบตัวผู้ก่อเหตุ รวมถึงแรงจูงใจทั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน จ.ตรูฮีโย ตั้งแต่เดือน มี.ค.2568 เนื่องจากเผชิญเหตุความรุนแรงและอาชญากรรมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคดีกรรโชกทรัพย์และการจ้างวานฆ่าก่อนหน้านี้ ไม่ถึง 1 เดือน เคยเกิดเหตุระเบิดในเมืองเดียวกัน แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนของประชาชนเสียหาย 25 หลังคาเรือน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตอ่านข่าว :“ไชยชนก” เผยฟอร์มทีมรัฐบาล คืบหน้าแล้ว 99.99%"ภูมิใจไทย" ย้ำ ไม่เคยคิดเชิญ "เสรีรวมไทย" ร่วมรัฐบาลโพลเผย ปชช.มองศึกตะวันออกกลางบานปลาย กังวลราคาน้ำมันปรับตัวสูง
-
แฟนๆตกใจ ศิลปินสาวดัง หน้าเปลี่ยนแทบจำไม่ได้ ทำชาวเน็ตสงสัยเกิดอะไรขึ้น (ข่าวต่างประเทศ)
ทำเอาโลกออนไลน์พูดถึงกันอย่างรวดเร็ว หลังจากศิลปินสาวดัง ปรากฏตัวในอีเวนต์ช่วงแฟชั่นวีคของแบรนด์หรู Loeweเรียกได้ว่า กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วในโลกโซเชียล หลังจาก Giselle สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง aespa ปรากฏตัวในงานช่วงแฟชั่นวีคของแบรนด์ลักชัวรี Loewe ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 7 มีนาคมภายในงาน เธอ มาในลุคสุดหรูพร้อมเมคอัพโทนเข้มที่เน้นดวงตาให้ดูคม และโดดเด่น ส่งผลให้ภาพรวมดูเฉียบ และมีเสน่ห์ตามสไตล์แฟชั่นระดับโลกอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หลายคนพูดถึงกลับเป็นใบหน้าของเธอ ที่ดูเปลี่ยนไปจากภาพลักษณ์เดิม โดยเฉพาะกรอบหน้าที่ดูเล็กลง และช่วงแก้มที่ดูตอบกว่าแต่ก่อนกระแสในโลกออนไลน์จึงเกิดการคาดเดาหลากหลาย บางคนมองว่า อาจเป็นเพราะเธอน้ำหนักลดลง ขณะที่บางส่วนก็คิดว่าเป็นผลจากเทคนิคการแต่งหน้า หรือ มุมภาพถ่ายที่ทำให้ดูต่างออกไปขณะเดียวกันแฟนคลับจำนวนมากก็ออกมาแสดงความคิดเห็นปกป้อง Giselle โดยเชื่อว่า ลุคที่ดูเปลี่ยนไปนั้นอาจเป็นเพียงสไตล์การแต่งหน้า หรือ แสง และมุมกล้องเท่านั้น พร้อมย้ำว่า ยังสนับสนุน และชื่นชมเธอเหมือนเดิมเรียบเรียงโดย news.in.th
-
ทรัมป์ขู่โจมตีหนัก! ลั่น “ไม่ประนีประนอม” ปัดเหตุถล่มโรงเรียน-โบ้ยอิหร่านทำเอง
ทรัมป์ขู่โจมตีหนัก! – เอพี และ บีบีซี รายงานวันที่ 8 มี.ค. ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางหลังสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านยังโจมตีตอบโต้รุนแรงเข้าสู่วันที่ 9 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สหรัฐยังคงมีอำนาจต่อรองที่สำคัญเหนืออิหร่านและไม่ได้ต้องการเจรจากับผู้นำที่เหลืออยู่ของอิหร่าน“เราไม่อยากประนีประนอม พวกเขาต้องการจะประนีประนอม แต่เราไม่ต้องการ” นายทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ทั้งยังโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เตือนว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านอีกหลายคนจะตกเป็นเป้าหมาย “วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก”และว่ารับทราบที่ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเตียน ผู้นำอิหร่าน แถลงขอโทษต่อการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านเมื่อวันเสาร์ที่ 7 มี.ค. รวมถึงสั่งการให้กองทัพยับยั้งการโจมตีเว้นจะถูกโจมตีก่อน อย่างไรก็ตาม หลายประเทศอ่าวอาหรับกล่าวว่าระบบป้องกันสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนที่ยิงมาจากอิหร่านจำนวนมากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดคุยกับผู้สื่อข่าว ขณะที่สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษทำเนียบขาวประจำตะวันออกกลาง (ตรงกลาง) และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฟังอยู่ ขณะเดินทางบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน จากฐานทัพอากาศโดเวอร์ รัฐเดลาแวร์ ไปยังไมอามี ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2026President Donald Trump speaks to reporters as…
-
นรกอิหร่าน! ตายพุ่ง 1,348 ศพ “เด็ก”เสียชีวิตเกือบ 200 ราย เซ่นสงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลยิงถล่ม!
นรกอิหร่าน! ตายพุ่ง 1,348 ศพ “เด็ก”เสียชีวิตเกือบ 200 ราย เซ่นสงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลยิงถล่ม!ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านพุ่งอย่างน้อย 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีหลายระลอก เด็กเสียชีวิตเกือบ 200 ราย การโจมตีขยายวงกว้างถึง 28 จังหวัดสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง หลังยอดผู้เสียชีวิตใน อิหร่าน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการโจมตีทางทหารของ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล ซึ่งขยายวงกว้างไปทั่วประเทศเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 สำนักข่าว Human Rights Activists News Agency หรือ HRANA ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่มีสำนักงานอยู่ในสหรัฐฯ รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,348 รายรายงานระบุว่า ในจำนวนดังกล่าวมี พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 1,172 ราย โดยในกลุ่มนี้มี เด็กเสียชีวิตถึง 194 ราย ขณะที่ยังมี บุคลากรทางทหารเสียชีวิตอีก 176 รายHRANA เปิดเผยว่า…
-
หัวใจสลาย! เด็ก 8 ขวบ ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย หมออึ้งรู้เมนูโปรด “กินทุกมื้อ” มาหลายปี
อย่าคิดว่าแค่ลูกกินอิ่มก็พอ! หมอเตือนภัยเมนูโปรดเด็ก ทำตับพัง-เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัวอุทาหรณ์แม่! ลูกสาว 8 ขวบเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย เพราะกิน "เมนูแป้ง" ซ้ำๆ ทุกวันมาหลายปีตามรายงานของสำนักข่าว Sohu ระบุว่า บรรยากาศที่แผนกกุมารเวชศาสตร์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจีน เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อ "น้องฟาง" (นามสมมติ) เด็กหญิงวัยเพียง 8 ขวบ ต้องนอนซมอยู่บนเตียงด้วยสภาพร่างกายที่ซูบผอม ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม และเส้นผมหลุดร่วง จากเด็กที่เคยร่าเริงแจ่มใส กลับต้องมาเผชิญกับโรคร้ายอย่างไม่คาดฝันภายในเวลาเพียง 2 เดือนเมื่อทีมแพทย์ตรวจสอบประวัติย่างละเอียดและสอบถามเรื่องพฤติกรรมการกิน คุณแม่ของน้องฟางสารภาพทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวชอบกิน "ซาลาเปาขาว" มาก และกินแทบจะครบ 3 มื้อทุกวัน เนื่องจากน้องไม่ชอบกินผักและปฏิเสธอาหารชนิดอื่น ครอบครัวจึงคิดเพียงว่า "ขอแค่ลูกกินอิ่มก็น่าจะเพียงพอแล้ว"ภัยเงียบจาก "แป้งขัดขาว" ที่ถูกมองข้ามคำตอบของคุณแม่ทำให้ทีมแพทย์ถึงกับอึ้ง เพราะซาลาเปาขาวหรืออาหารจำพวกแป้งขัดขาว (Refined Carbohydrates) ที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย อาจกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญหากบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานโดยขาดสารอาหารอื่นมาสมทบตามรายงานจากสมาคมโภชนาการแห่งประเทศจีน (2022) ระบุว่าการได้รับคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีในปริมาณสูงเกินไป จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนอย่างรุนแรง และส่งผลต่อการเผาผลาญไขมันในตับ ตับซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการแปรรูปสารอาหารจะถูกบังคับให้สังเคราะห์ไขมันมากขึ้น จนนำไปสู่ภาวะ "ไขมันพอกตับ" ในเด็ก และหากปล่อยไว้เรื้อรังอาจลุกลามเป็นตับอักเสบและมะเร็งตับได้ในที่สุดสัญญาณเตือน! เมื่อลูกกินแต่แป้งนานเกิน 3-6…
-
“ทรัมป์” จวกอังกฤษ รอเข้าร่วมสงครามหลังสหรัฐฯ ชนะแล้ว ลั่นไม่ต้องส่งเรือช่วย
ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์เดือด หลังอังกฤษจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินรบมาช่วยในตะวันออกกลาง บอกไม่ต้องการให้คนอื่นมาร่วมสงครามที่สหรัฐฯ ชนะไปแล้วโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวเหน็บแนม เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผ่าน Truth Social ว่า อังกฤษเป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และใกล้ชิดที่สุดในบรรดาชาติพันธมิตร ที่พิจารณาอย่างจริงจังในการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำมายังตะวันออกกลางในที่สุด แต่สหรัฐฯ ไม่ต้องการมันอีกต่อไปทรัมป์ยังบอกให้อังกฤษจำไว้ด้วยว่า ไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาร่วมสงครามที่สหรัฐฯ "ชนะ" ไปเรียบร้อยแล้วทรัมป์บอกว่า “อังกฤษ อดีตพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ของเรา อาจจะเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำไปยังตะวันออกกลาง ไม่เป็นไรครับ นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ เราไม่ต้องการพวกเขาอีกต่อไปแล้ว แต่เราจะจำไว้ เราไม่ต้องการคนที่เข้าร่วมสงครามหลังจากที่เราชนะแล้ว!”การวิพากษ์วิจารณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อังกฤษกล่าวว่าจะอนุญาตให้กองกำลังสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในแฟร์ฟอร์ด กลอสเตอร์เชอร์ และดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อ “วัตถุประสงค์ในการป้องกันที่เฉพาะเจาะจงและจำกัด” หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธการอนุญาตของสหรัฐฯคำแถลงของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกระทรวงกลาโหมของอังกฤษประกาศว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ 4 ลำได้ลงจอดที่ฐานทัพอากาศของกองทัพอากาศอังกฤษในวันที่ 6 แลั 7 มี.ค. ที่ผ่านมาและได้เริ่ม “ใช้ฐานทัพอังกฤษ” เพื่อปฏิบัติการ “ป้องกันไม่ให้อิหร่านยิงขีปนาวุธเข้ามาในภูมิภาค ซึ่งกำลังทำให้ชีวิตของชาวอังกฤษตกอยู่ในความเสี่ยง”คำแถลงนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่อังกฤษกล่าวว่า พวกเขากำลังเตรียมเรือบรรทุกเครื่องบินสำหรับการส่งไปประจำการในตะวันออกกลางท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านโฆษกกระทรวงกลาโหมของอังกฤษกล่าวว่า…
-
รับไม่ได้! บล็อกเกอร์หนุ่มจีนแฉนิสัยคนมักง่าย จับสัตว์เลี้ยงใส่ถุงผูกไว้ท้ายรถระหว่างเดินทาง
บล็อกเกอร์คนรักสุนัขชาวจีนแฉคนจำนวนมากเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงโดยจับพวกมันใส่ไว้ในถุงห้อยไว้นอกรถ ทำให้มีสัตว์เลี้ยงพลัดหล่นและตายบนท้องถนนหลายตัวเมื่อไม่นานมานี้ บล็อกเกอร์หนุ่มชาวจีนออกมาแฉพฤติกรรมสุดทนเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของคนชาติเดียวกันผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาพบซากสัตว์เลี้ยงถึง 62 ตัว บนทางด่วนซึ่งมีระยะทางราว 300 กิโลเมตร โดยเป็นสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของจับพวกมันใส่ถุงแล้วผูกไว้นอกตัวรถระหว่างการเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาในคลิปวิดีโอไวรัลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ บล็อกเกอร์ชื่อ อู๋เจียโหยว กล่าวว่าเขาพบซากสัตว์เลี้ยงบนถนนขณะขับรถจากเล่อซานในมณฑลเสฉวนไปยังฉงชิ่ง ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยในจำนวนนี้เป็นสุนัขประมาณ 8 ตัว ส่วนที่เหลือเป็นแมว“พวกมันดูเหมือนมีคนเลี้ยงทั้งหมดเพราะสวมเสื้อผ้าและได้รับการตัดแต่งขนอย่างดี ผมคิดว่าพวกมันตายจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทางเนื่องจากเจ้าของขาดความใส่ใจและไม้มีการป้องกัน” อู๋กล่าวเขาเล่าว่ารู้สึกปวดใจที่เห็นสัตว์เหล่านั้นตาย เพราะเขาก็เลี้ยงสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลีไว้เช่นกัน “เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนแค่ทำตามเทรนด์ล่าสุดที่ไม่เอาสัตว์เลี้ยงไว้ในรถ แต่กลับแขวนพวกมันไว้ข้างนอกแทน” อู๋ระบุในปีนี้มีชาวจีนมากกว่าเดิมที่ขับรถกลับบ้านพร้อมสัตว์เลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ขณะที่เจ้าของบางรายใช้กรงหรือกล่องที่มีช่องระบายอากาศ บางรายกลับใช้เพียงถุงกระสอบหรือถุงพลาสติกใส่สุนัขแขวนไว้นอกฝากระโปรงท้ายรถ บางคนถึงขั้นมัดสุนัขไว้บนหลังคารถระหว่างการเดินทางบนทางหลวง“ผมไม่คาดคิดว่าวิดีโอของผมจะกลายเป็นไวรัล ผมไม่รู้ว่ามีคนจำนวนมากที่รู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อชีวิตของสัตว์เลี้ยงขนาดนี้” อู๋กล่าว “ผมอยากเรียกร้องให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนเลี้ยง ‘ลูกๆ ขนฟู’ อย่างมีอารยธรรม และอย่าทอดทิ้งพวกมัน”ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอีกรายที่ชื่อ เสี่ยวหยู บอกกับสื่อว่าเขาเห็นสุนัข 2 ตัวถูกทับจนตายบนทางหลวงในมณฑลหูเป่ย์ตอนกลาง “ผมสันนิษฐานว่าเจ้าของลืมปิดหน้าต่างรถ และสุนัขก็กระโดดออกมาพอดี ก่อนจะถูกรถที่วิ่งผ่านไปมาชน” เสี่ยวหยูกล่าวด้านสัตวแพทย์แซ่หลี่จากโรงพยาบาลสัตว์ปักกิ่ง เฉวียนซินเฉวียนอี้ กล่าวว่าปฏิกิริยาของสัตว์เลี้ยงต่อการเดินทางไกลด้วยรถยนต์นั้นแตกต่างกันไป “สัตว์เลี้ยงที่ไม่ค่อยได้นั่งรถจะมีอาการตอบสนองต่อความเครียด เช่น เมารถ ประหม่า หวาดกลัว และขับถ่ายเลอะเทอะ“สัตว์เลี้ยงมักจะดิ้นรนและกระโดดออกจากที่คุมขังด้วยความกลัวหรือวิตกกังวล สำหรับแมวและสุนัขที่ถูกแขวนไว้ด้านนอกฝากระโปรงท้ายรถ พวกมันมีโอกาสสูงมากที่จะตายหรือบาดเจ็บหากเกิดอุบัติเหตุชนท้าย”…
-
ฟาดฉ่ำ! “เศรษฐีนี” ซื้อยีนส์ตัวละ 7 ล้านแบบไม่ดูราคา รู้มูลค่าจริงเหวอ แพงเท่าคอนโดหรู
รวยของแท้! รวยของแท้! "เศรษฐีนี" ซื้อยีนส์ตัวละ 7 ล้านแบบไม่ดูราคา เหวอหนักหลังรู้มูลค่าจริง แพงเท่าคอนโดหรูไวรัลสนั่น! มหาเศรษฐีสาวชอปปิ้งยีนส์ Chrome Hearts รุ่นฝังเพชรสุดแรร์ตัวละ 7 ล้านบาทแบบไม่ดูราคา รู้อีกทีตอนชาวเน็ตแห่คอมเมนต์บอกความจริงกลายเป็นไวรัลสนั่นโลกโซเชียล เมื่อความรวยระดับตัวแม่ทำให้การชอปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมกลายเป็นเรื่องรอง จนเจ้าตัวถึงกับออกอาการเหวอเมื่อทราบราคาทรัพย์สินของตัวเองทีหลัง! นี่คือวิถีชีวิตระดับไฮเอนด์ที่ทำให้ชาวเน็ตต้องอุทานว่า"คนรวยเขาใช้ชีวิตกันแบบนี้จริงๆ หรือ?"เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อบล็อกเกอร์สาวมหาเศรษฐีรายหนึ่ง โพสต์วิดีโออวดไอเทมใหม่ที่ได้มาจากทริปปารีส เป็นกางเกงยีนส์เดนิมประดับกางเขนระยิบระยับที่สวยเด่นสะดุดตา โดยเฉพาะรายละเอียดงานเงินแท้ที่ไล่เรียงตามแนวขา ซึ่งเมื่อสะท้อนแสงไฟจะเปล่งประกายจนยากจะละสายตาจากการตรวจสอบพบว่า กางเกงตัวนี้คือ Chrome Hearts Cannes Exclusive Diamond Crosses Silver Jeans ซึ่งเป็นรุ่น "โคตรลิมิเต็ด" ที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดร้านที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยแต่ละไซส์จะมีเพียงไม่กี่ตัวในโลก หรือบางไซส์อาจมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นยีนส์ตัวละ 7 ล้าน: เมื่อเดนิมผสมเพชรและเงินแท้ความพิเศษที่ทำให้กางเกงตัวนี้มีราคาสูงลิบลิ่ว คือการตกแต่งด้วยแผ่นหนังกางเขนสัญลักษณ์คลาสสิกของแบรนด์ถึง 18 จุด ซึ่งความพีคอยู่ตรงที่กางเขนแต่ละชิ้นถูกประดับด้วย "เงินแท้หล่อด้วยมือ" และ "ฝังเพชรน้ำงาม" อย่างพิถีพิถัน เปลี่ยนกางเกงยีนส์ธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้ในตอนแรก ชาวเน็ตมีการประเมินราคาไว้ที่ราว 5 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบราคาขายจริงในตลาดนักสะสมระดับโลกพุ่งสูงถึง 200,000…
-
สยองเกาะบาหลี แก๊งโหดลักพาตัวลูกชายมหาเศรษฐียูเครน ทรมานก่อนสังหารโหด
7 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจอินโดนีเซีย แถลงว่า พบศพมนุษย์ถูกตัดแยกชิ้นส่วน บนชายหาดเกาะบาหลี โดยล่าสุดพบว่าเป็นของชายชาวยูเครนที่ถูกลักพาตัวและทรมาน ขณะเดินทางมาพักผ่อนกับเพื่อนด้าน โฆษกตำรวจบาหลี กล่าวว่า เมื่อนำดีเอ็นเอจากร่างผู้ตายไปเทียบกับมารดาของเขา ก็พบว่าเป็น นายอิกอร์ โคมารอฟ อายุ 28 ปี โดยเขาไม่ได้เอ่ยชื่อผู้เสียชีวิตแต่ได้แสดงกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีชื่อและวันเกิดของเขาออกมา ซึ่งแรงจูงใจในการก่ออาชญากรรมยังอยู่ระหว่างการสอบสวนตามรายงานข่าวระบุว่า นายอิกอร์ โคมารอฟ เป็นลูกชายของนักธุรกิจชาวยูเครนผู้ร่ำรวยและถูกทรมานอย่างโหดร้ายโดยกลุ่มผู้ลักพาตัว โดยคลิปที่ได้ปรากฎในโลกออนไลน์พบว่าหน้าตาของเขาบวมช้ำ จากการถูกทำร้ายทรมาน ซึ่งเรียกร้องค่าไถ่จากครอบครัวของเขาเป็นจำนวนเงินหลายล้านดอลลาร์ เขาถูกลักพาตัวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ขณะขี่มอเตอร์ไซค์กับเพื่อนในเมืองตากอากาศจิมบารัน เขาถูกคนร้ายบังคับขึ้นรถ โดยเพื่อนที่มาด้วยถูกทิ้งไว้ก่อนจะแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจายบนชายหาดใกล้กับแม่น้ำ ต่อมาตำรวจจับกุมชายที่เช่ารถที่ใช้ในการก่อเหตุได้ เขาได้ระบุชื่อคน 6 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติที่กำลังถูกพิจารณาว่าต้องสงสัยในคดีทำร้ายร่างกายร้ายแรง ซึ่งทั้ง 6 คนได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ตำรวจได้ออกหมายแดงเพื่อจับกุมพวกเขาทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า พวกเขาทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติที่มีหนังสือเดินทางมากกว่าสองเล่ม บางคนมีหนังสือเดินทางสองหรือสามเล่ม กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในต่างประเทศ
-
ออกขอโทษครั้งแรก พนง.ญี่ปุ่นทำโอที เกิน 230 ชม. ต่อเดือน สุดท้ายอัมพาตครึ่งซีก
สหกรณ์การเกษตรญี่ปุ่น ออกขอโทษครั้งแรก หลังพนักงาน ทำโอทีเกิน 230 ชม. ต่อเดือน สุดท้ายเลือดออกในสมอง จนอัมพาตครึ่งซีกวันที่ 7 มี.ค. 69 สหกรณ์การเกษตร JA โอกินาวะ ในประเทศญี่ปุ่น แถลงขอโทษอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก หลังพนักงานชายรายหนึ่งทำงานล่วงเวลาหนักกว่า 230 ชั่วโมงต่อเดือน จนล้มป่วยด้วยอาการเลือดออกในสมองเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยพนักงานชายวัยประมาณ 30 ปี ทำงานอยู่ที่ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรเขตตอนใต้ของ JA โอกินาวะ เกิดอาการเลือดออกในสมองจากภาวะทำงานหนักเกินไปส่งผลให้ปัจจุบันเขามีอาการ อัมพาตครึ่งซีกซ้าย และในเดือนมกราคม 2569 หน่วยงานด้านแรงงานของญี่ปุ่นได้มีคำวินิจฉัยรับรองว่าเป็น อุบัติเหตุจากการทำงานอย่างเป็นทางการการตรวจสอบพบว่า ในช่วงหนึ่งเดือนก่อนเกิดเหตุ พนักงานคนดังกล่าวมีชั่วโมงทำงานล่วงเวลามากกว่า 230 ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าระดับที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “เส้นอันตรายจากการทำงานหนัก (Karoshi Line)” ที่กำหนดไว้ที่ประมาณ 80 ชั่วโมงต่อเดือนในงานแถลงข่าว ประธาน JA โอกินาวะ กล่าวว่า ปัญหานี้ส่วนหนึ่งเกิดจากข้อจำกัดของระบบการทำงานที่ทำให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจพบการทำโอทีเกินเกณฑ์ได้ หลังจากผ่านไปแล้วหนึ่งเดือน จึงเกิดความล่าช้าในการรับรู้สถานการณ์ภาพประกอบภาพประกอบนอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงเวลาเดียวกัน มีพนักงานอีกหนึ่งคนที่ทำงานล่วงเวลาเกิน 200…