Category: ต่างประเทศ
-
ทำงาน 43 ปี มีเงินเก็บ 19 ล้าน! ชีวิตพังหลังเกษียณ เจอเมียยื่น “ของขวัญ” เซอร์ไพรส์
ทำงานหนักมา 43 ปี เก็บเงินได้ 19 ล้าน! ในวันเกษียณ ภรรยามอบ ทำงานหนักมา 43 ปี เก็บเงินได้ 19 ล้าน! ในวันเกษียณ ภรรยามอบ "ของขวัญ" เซอร์ไพรส์ ทำชีวิตพังทลายทันทีชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งทุ่มเททำงานมานานถึง 43 ปี จนกระทั่งเกษียณอายุในวัย 65 ปี เขามีเงินบำนาญก้อนแรก 30 ล้านเยน (ประมาณ 6.4 ล้านบาท), เงินบำนาญรายเดือน 270,000 เยน (ประมาณ 58,000 บาท), และเงินออมส่วนตัวอีก 60 ล้านเยน (ประมาณ 12.9 ล้านบาท) เขาวาดฝันว่าจะได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสบาย แต่ในวันเกษียณนั้นเอง เขากลับได้รับ "ของขวัญ" จากภรรยาที่ทำให้แผนชีวิตทั้งหมดพังทลายลงทันทีจากรายงานของ THE GOLD ONLINE ชายผู้นี้ชื่อนาย A ได้เข้าทำงานในธนาคารขนาดใหญ่หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่เศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่น นาย…
-
นางแบบสาวเบลารุส ถูกฆ่าขายอวัยวะ โดนหลอกเป็นสแกมเมอร์ที่เมียนมา
เวรา คราฟต์โซวา นางแบบสาวเบลารุส ถูกฆ่าขายอวัยวะ หลังโดนหลอกเป็นสแกมเมอร์ที่เมียนมา และทำผลงานไม่เข้าเป้าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม สำนักข่าว UNN รายงานว่า เวรา คราฟต์โซวา (Vera Kravtsova) นางแบบและนักร้องชาวเบลารุส ถูกหลอกไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศเมียนมา ก่อนที่จะถูกฆ่า และนำอวัยวะไปขายโดยผู้ตายเคยร่วมรายการประกวดร้องเพลง เดอะวอยซ์ ฉบับเบลารุส และถูกหลอกให้มาประเทศไทย หลังจากถูกเสนอว่ามีงานโมเดลลิ่งให้ ก่อนที่เธอจะถูกนำตัวไปเมียนมา และถูกหลอกให้ทำงานเป็นมิจฉาชีพโรแมนซ์สแกม ดูดเงินผู้ชาย ทว่าอยู่ดีๆเธอขาดติดต่อไปยังช่วงต้นเดือนตุลาคม ก่อนที่จะมีคนโทรมาแจ้งครอบครัวผู้ตายว่า เธอถูกฆ่าขายอวัยวะ และร่างของเธอถูกเผาไปแล้ว พร้อมยังบอกด้วยว่าถ้าอยากได้เถ้ากระดูกของเธอให้จ่ายมา 16 ล้านบาท (500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ)ขณะที่สำนักข่าว เดอะสแตนดาร์ทของฮ่องกง รายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ตายผลงานไม่เข้าเป้าและไม่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มมิจฉาชีพเบื้องต้นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเบลารุส ได้ยืนยันว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นจริง และได้ให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวแล้ว ทั้งนี้ทางครอบครัวผู้ตายสามารถเจรจาขอเถ้ากระดูกคืนได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งทางแม่จะเดินทางไปยังประเทศเมียนมาเพื่อรับเถ้ากระดูกต่อไปอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องซิงซิง เล่าละเอียด ถูกหลอกว่าเป็นงานแสดง แต่เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เขมรเหี้ยม! จับนักศึกษาเกาหลีใต้เรียกค่าไถ่ในกัมพูชา ทรมานจนหัวใจวายดับสื่อเกาหลีใต้ เผยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฆ่าเหยื่อทุกวัน ควักลูกตา-ตัดอวัยวะขาย
-
ลบแล้ว! สื่อเขมรบอก “ฮุนเซน” ไม่อดทนไทยอีกต่อไป วันนี้อาจเกิดเหตุเลวร้าย
ยังไง? สื่อเขมรบอก ฮุนเซน ไม่อดทนไทยอีกต่อไป อาจเกิดเหตุเลวร้ายในวันนี้ ก่อนที่ในเวลาต่อมาโพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกไปเพจเฟซบุ๊ก SBM News สื่อกัมพูชา โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “ถึงเวลาที่กัมพูชาต้องลุกขึ้นแล้ว! สมเด็จเตโช ฮุน เซน ประกาศว่า “จะไม่อดทนให้อีกต่อไป” หากไทยยังกล้าละเมิดกัมพูชาอีกครั้ง และวันนี้อาจจะมีสถานการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นอีกไม่นาน หน่วยงานของเราจะเผยแพร่วิดีโอคำปราศรัยของสมเด็จฯ ฉบับเต็ม”อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเพิ่มเติมในเวลาต่อมาพบทางเพจ SBM News ลบไปแล้ว เช่นเดียวกันกับเพจเฟซบุ๊กของ สมเด็จ ฮุน เซน ที่ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไร โดยโพสต์สุดท้ายระบุว่า “ประชุมวุฒิสภาช่วงที่ 4 สภานิติบัญญัติครั้งที่ 5”อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกัมพูชา วอนขอความเป็นธรรม สหรัฐฯ หลังยึดทรัพย์ “เฉิน จื้อ”“คณะพิเศษเกาหลีใต้” เข้าพบ “ฮุน มาเนต” คุยปราบแก๊งสแกมเมอร์เหยื่อแก๊งคอลฯ ชาวเกาหลีใต้ เล่านาทีสยอง ในกัมพูชา เผยถูกทุบตีด้วยท่อเหล็ก-ช็อตไฟฟ้า
-
“ไอซ์” เสียใจ “ทนายไพศาล” ผิดหวังดราม่า “กันจอมพลัง” ลั่นตรวจสอบไม่สนหน้าไหน
สส.ไอซ์ เสียใจ ทนายไพศาล ผิดหวังหลังมีดราม่ากับ กัน จอมพลัง ลั่นพรรคประชาชนกล้าชนกับต้นตอปัญหา ตรวจสอบโดยไม่สนว่าหน้าไหนจากกรณีที่ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ โพสต์แสดงความผิดหวังจากกรณีที่ สส.ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน มีการปะทะคารมกับ กัน จอมพลัง โดยโพสต์นึงระบุว่า “”กัน จอมพลัง” ทำเพื่อบ้านเมืองในฐานะประชาชน แต่ถูกลากไปการเมือง เพื่ออะไรครับ พรรคประชาชนต้องการอะไรครับ !?!” นั้นล่าสุด สส.ไอซ์ ได้แชร์โพสต์ของทนายไพศาล ก่อนเขียนข้อความระบุว่า “ขอโทษที่ทำให้พี่เสียใจนะคะไอซ์เชื่อว่ารอบที่แล้วที่พี่เลือกพรรคก้าวไกล พี่เลือกเพราะเห็นพวกเรากล้าชนกับต้นตอปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอรัปชั่น ทุนกินรวบ ทุนเทา พวกเราไม่เคยอ้อมค้อมตีตรงๆไปที่ผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองและกลุ่มทุนใหญ่จนพวกเราโดนฟ้องมากมาย แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก และ พี่ก็คงสนับสนุนให้พวกเราแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอื่นๆด้วยมาวันนี้ ตัวไอซ์เองไม่คิดว่าไอซ์ทำผิดจากที่พี่เคยสนับสนุนเลย ยังตั้งหน้าตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ให้คุ้มค่ากับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบ และตรวจสอบโดยไม่สนว่าหน้าไหน ไม่สนว่าจะโดนทัวร์ลงหรือเปล่า ไม่สนว่าจะได้รับคะแนนเสียงเพิ่มหรือไม่ ถ้ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องและควรทำ ไอซ์ก็ยินดีจะลุยไฟทำเสมอครั้งนี้ที่ไอซ์ออกมาพูดถึงคุณกัน เพราะมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับคุณธรรมนัส และคุณกันก็ออกมาจับเรื่องชายแดนไทยกัมพูชามาเป็นระยะเวลานาน แน่นอนว่าคุณกันต้องอยากแก้ไขปัญหากัมพูชาถึงได้ทุ่มเทขนาดนี้ แต่มันจะแก้ได้ยังไงคะถ้าเราไม่ถอนรากถอนโคนที่ต้นตอคือ “แก๊งสแกมเมอร์” ที่หล่อเลี้ยง ประเทศกัมพูชาอยู่ต่อได้ ซึ่งคนใกล้ตัวคุณกัน กลับถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องอะไรกับตัวการใหญ่…
-
ฮุน เซน ประกาศแล้ว! ถ้าไทยละเมิดกัมพูชาอีกครั้ง
ฮุน เซน ประกาศแล้ว! ถ้าไทยละเมิดกัมพูชาอีกครั้งวันที่ 16 ต.ค.68 สำนักข่าวต่างประเทศเพจข่าว SBM News ของกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศกร้าวว่า ถึงเวลาแล้วที่กัมพูชาจะต้องสู้กลับ กัมพูชาจะไม่อดทนอีกต่อไป หากไทยยังคงรุกรานกัมพูชา พร้อมบอกให้จับตาวันนี้ อาจเกิดสถานการณ์เลวร้ายขึ้นทั้งนี้ประกาศดังกล่าวมีขึ้นในที่ประชุมสภาวันนี้ ที่สมเด็จฯ ฮุน เซนเป็นประธาน โดยมีผู้นำวุฒิสภาและสมาชิกเข้าร่วมอย่างไรก็ตาม มีเพียงเพจข่าว SBM News ที่โพสต์ข้อความนี้ ขณะที่สื่ออื่นของกัมพูชา ไม่ได้รายงานความเคลื่อนไหวดังกล่าวของฮุน เซน และไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น SBM News ก็ลบโพสต์นี้ออกไป
-
คดีสุดเศร้า จับพ่อวัย 78 ปีจบชีวิตลูกสาวตัวเอง สารภาพทั้งน้ำตา “ถูกลูกสาวขอร้องให้ฆ่า”
ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมชายวัย 78 ปี ในข้อหาฆ่าลูกสาวในรถยนต์ที่จังหวัดนางาโนะ โดยผู้เป็นพ่อสารภาพว่า “ฆ่าลูกตามคำขอร้อง” เชื่อลูกสาวอยากฆ่าตัวตายคดีสุดสะเทือนใจนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนางาโนะ เมื่อตำรวจได้จับกุมชายวัย 78 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตามคำขอร้อง (囑託殺人 – Assisted Suicide) โดยผู้เป็นพ่อถูกกล่าวหาว่าฆ่าบุตรสาวของตัวเองตามคำขอร้องของเธอผู้ที่ถูกจับกุมคือ ชายสูงวัยไม่มีอาชีพ วัย 78 ปี จากเมืองคุเระ จังหวัดฮิโรชิมะ ตำรวจระบุว่า ชายคนดังกล่าวถูกสงสัยว่าได้ฆ่าบุตรสาววัย 40 กว่าปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองอาซึมิโนะ จังหวัดนางาโนะ โดยใช้วิธีจุดถ่าน (練炭 – ถ่านที่ใช้สำหรับจุดเพื่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์) ภายในรถยนต์ขนาดเล็กที่จอดอยู่ในลานจอดรถเหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม เมื่อชายคนดังกล่าวโทรแจ้งหน่วยดับเพลิงด้วยตัวเองว่า “ผู้หญิงหมดสติ” ก่อนที่ร่างของลูกสาวที่ถูกพบในรถได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุจากการสอบสวน ผู้เป็นพ่อสารภาพและยอมรับข้อกล่าวหา โดยกล่าวว่า “ผมฆ่าลูกตามคำขอร้องของลูกสาว” ตำรวจเชื่อว่าบุตรสาวมีความปรารถนาที่จะฆ่าตัวตาย และกำลังสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตและรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดต่อไปอ้างอิง : news.livedoor.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องศาลญี่ปุ่นสั่งประหารชีวิต ฆาตกรชายกราดยิง-แทงคน เสียชีวิตรวม 4 รายไวรัล ผู้ประกาศสาวญี่ปุ่นสุดงง รูปในใบขับขี่เก่ากลายเป็นเงามืด เหมือนภาพจากหนังสยองขวัญงามไส้! คนญี่ปุ่นใจดีเลี้ยงกาแฟแท็กซี่ แต่กลับโดนฉกมือถือ วอนล่าตัว…
-
ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติยืนยัน “ทุ่นระเบิด PMN-2” แนวชายแดน ไทย–กัมพูชา “เป็นของใหม่”
ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติออกมายืนยันแล้ว! ทุ่นระเบิด PMN-2 ที่พบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา “เป็นของใหม่” และ “เพิ่งถูกฝังไว้ใต้ดินเพียงไม่กี่เดือน”วันที่ 16 ต.ค. 68 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญหลายคน พบว่า ทุ่นระเบิดที่จุดชนวนให้เกิดเหตุปะทะไทย-กัมพูชา “น่าจะเป็นระเบิดที่เพิ่งวางใหม่”รอยเตอร์ระบุว่า นับตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา มีทหารไทยอย่างน้อย 6 นายได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดที่ฝังอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยพบว่าเป็น PMN-2 หรือทุ่นระเบิดสังหารบุคคลจากสหภาพโซเวียต ซึ่งไทยกล่าวหาว่าเป็นระเบิดใหม่ที่กัมพูชาลักลอบนำไปวางกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยบอกว่าเป็นวัตถุระเบิดที่ไม่ใช่ PMN-2 ซึ่งหลงเหลือมาจากช่วงสงครามกลางเมืองล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์ได้เข้าถึงข้อมูลของกองทัพไทย เป็นวิดีโอและภาพถ่ายของปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิด PMN-2 ช่วงวันที่ 18-23 ก.ค. 68 นอกจากนี้ ระหว่างการเยือนพื้นที่แนวหน้าของไทยในเดือน ส.ค. รอยเตอร์ได้ถ่ายภาพสะเก็ดระเบิดที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเก็บกู้ได้จากเหตุการณ์เหล่านั้น รวมถึงภาพถ่ายทุ่นระเบิดที่ยังคงสภาพดีหลายสิบลูกที่ไทยระบุว่าเก็บกู้ได้ตามแนวชายแดนสำนักข่าวรอยเตอร์ได้ตรวจสอบข้อมูล metadata ของภาพถ่าย 7 ภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ภาพเหล่านั้นถ่ายในช่วงเวลาเดียวกับที่ปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดของไทยเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 18-23 ก.ค. แต่ข้อมูล metadata ไม่ได้ระบุข้อมูลตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านทุ่นระเบิดอิสระ 4 คน ซึ่งรอยเตอร์ได้ขอให้ประเมินข้อมูลดังกล่าว กล่าวว่า…
-
พระเอกชื่อดัง ประกาศข่าวดี หายป่วยจากโรคมะเร็งเเล้ว หลังหมอวินิจฉัยอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน (ต่างประเทศ)
พระเอกชื่อดัง ประกาศข่าวดี หายป่วยจากโรคมะเร็งเเล้ว หลังหมอวินิจฉัยอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน (ต่างประเทศ)เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆสำหรับพระเอกหนุ่มสุดฮอต คิมอูบิน (Kim Woo Bin) เปิดใจเล่าช่วงเวลาที่ยากที่สุดในชีวิต ประสบการณ์การต่อสู้กับโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ที่เคยทำให้เขาเกือบสูญเสียความหวังในชีวิตตอนแรกที่รู้ว่าป่วย เขารีบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตด้วยความกลัว แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวัง เพราะมีแต่เรื่องราวเศร้าๆ ของผู้ป่วยที่ไม่รอด จนวันหนึ่งเขาได้อ่านเรื่องของคนที่สามารถต่อสู้และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้เขาฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งแม้ผมจะไม่รู้จักพวกเขาเลย แต่เรื่องของพวกเขาทำให้ผมมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ผมอยากหาย และอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นให้ได้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 แพทย์เคยวินิจฉัยว่าเขาอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน
-
พ่อแม่ใจยักษ์! โกหกลูกสาวหายไปนาน 27 ปี สุดท้ายความแตก ตำรวจบุกเจอถึงกับผงะ
พ่อแม่ชาวโปแลนด์ โกหกว่าลูกสาวหายไป 27 ปี สุดท้ายความแตก พบหญิงวัย 42 ในสภาพผอมโซถูกกักขังอยู่ในบ้านตัวเองหญิงวัย 42 ปี จากเมืองชฟีแยนตอควอวิตแซ ทางตอนใต้ของประเทศโปแลนด์ สื่อท้องถิ่นระบุชื่อว่า “มิเรลลา” ถูกพบในสภาพผอมแห้งและร่างกายทรุดโทรม หลังถูกพ่อแม่ของตนเองกักขังไว้ในบ้านนานถึง 27 ปี ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อแม่กลับโกหกเพื่อนบ้านและทุกคนว่าเธอหายตัวไปแม้ว่าเธอจะได้รับการช่วยเหลือออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแล้วก็ตาม แต่เรื่องราวอันน่าสลดใจนี้เพิ่งจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนในเดือนนี้ และได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยขึ้นโดยบังเอิญ หลังจากเพื่อนบ้านได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังออกมาจากอพาร์ตเมนต์ของพ่อแม่เธอในตอนดึกจึงโทรแจ้งตำรวจภาพจาก: LAD BIBLEเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง แม้ว่าทั้งมิเรลลาและแม่ของเธอจะยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่สภาพร่างกายของมิเรลลาที่ดูผอมโซและหลังค่อมเหมือนหญิงชรา ทำให้ตำรวจไม่ไว้วางใจและตัดสินใจนำเธอส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งเป็นการยุติการถูกกักขังที่ยาวนานถึง 27 ปีเพื่อนบ้านและผู้ใจบุญที่กำลังระดมทุนเพื่อช่วยเหลือค่ารักษาของมิเรลลา ได้เปิดเผยรายละเอียดชีวิตที่น่าสลดใจว่า ตลอดเกือบสามสิบปีที่ผ่านมา เธอถูกขังอยู่ในห้องเล็กๆ และไม่สามารถเข้าถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐานได้ แม้กระทั่งชุดชั้นในหรือผ้าอนามัยสภาพร่างกายของเธอทรุดโทรมอย่างหนัก โดยเฉพาะขาที่ลีบลงจนแม้แต่ลมพัดก็ทำให้เธอเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับภาพในวัยเด็กที่เพื่อนจดจำได้เพื่อนของมิเรลลากำลังพยายามสร้างความทรงจำใหม่ๆ ให้กับเธอ โดยเล่าว่าตั้งแต่ได้รับการช่วยเหลือ เธอได้ลองดื่มเอสเปรสโซเป็นครั้งแรกในชีวิตและชอบมันมาก ข้อความในหน้าเพจระดมทุนระบุว่า “ไม่มีใครคืนช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในชีวิตให้เธอได้ แต่เราสามารถสร้างความทรงจำที่สวยงามของชีวิตที่ยังรออยู่ข้างหน้าให้เธอได้”ด้านคดีความ ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหากับพ่อแม่ของมิเรลลา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนคดีนี้ในฐานะคดีทารุณกรรมที่อาจเกิดขึ้นที่มา: Peopleอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องไวรัล ผู้ประกาศสาวญี่ปุ่นสุดงง รูปในใบขับขี่เก่ากลายเป็นเงามืด เหมือนภาพจากหนังสยองขวัญแม่มะกันวิปริต โดน 41 กระทง บังคับลูกวัย 11…
-
“สื่อกัมพูชา” ตีข่าว “อนุทิน” แทรกแซงกิจการภายใน ละเมิดกฎบัตรอาเซียน ปมโทรคุยผู้นำเกาหลีใต้
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 หนังสือพิมพ์ The Phnom Penh Post ของกัมพูชา ตีพิมพ์ จดหมายเปิดผนึก จากบุคคลที่ระบุชื่อว่า นายเตช จันทอน ซึ่งระบุว่าเป็น “ชาวกัมพูชาผู้ปรารถนาสันติภาพ” โดยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ว่าได้ แทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา และละเมิดกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter)จดหมายดังกล่าวระบุว่า การที่นายอนุทินโทรศัพท์หารือกับ นายอี แจ มยอง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เกี่ยวกับกรณี ชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตในกัมพูชา จากเหตุที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงทางออนไลน์ (Scammer Network) ถือเป็นการละเมิดหลักการสำคัญของอาเซียนที่ระบุว่า “ไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน”เนื้อหาในจดหมายระบุว่า “ผมรู้สึกกังวลและผิดหวังต่อคำประกาศล่าสุดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ที่มีกำหนดจะสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เพื่อหารือเรื่องชาวเกาหลีใต้ที่ถูกหลอกให้มาทำงานบังคับในกัมพูชา การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดอำนาจหน้าที่และไม่ให้เกียรติต่ออธิปไตยของกัมพูชา”นายเตช จันทอน ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ความปลอดภัยของชาวเกาหลีใต้จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การติดต่อโดยตรงกับประเทศอื่นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชานั้น ถือเป็นการกระทำที่ “ละเมิดหลักการก่อตั้งของอาเซียน” และเป็น “ความผิดพลาดทางการทูต” ที่ลดความน่าเชื่อถือของทั้งไทยและอาเซียนโดยรวม“สิทธิของกัมพูชาในการจัดการปัญหาภายในของตนเองต้องได้รับการเคารพ ประเทศไทยควรดำเนินการผ่านช่องทางการทูตที่เหมาะสม…