Category: ต่างประเทศ

  • อิหร่าน ประกาศกร้าว จ่อโจมตีล้างแค้นให้ เลขาฯ สภาความมั่นคง หลังถูกยิวปลิดชีพ

    แฟ้มภาพ รอยเตอร์อิหร่าน ประกาศกร้าว จ่อโจมตีล้างแค้นให้ เลขาฯ สภาความมั่นคง หลังถูกยิวปลิดชีพสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม รัฐบาลอิหร่านยืนยันว่านายอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติของอิหร่าน เสียชีวิตแล้วจากการโจมตีของอิสราเอล เมื่อคืนวันที่ 16 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่อามีร์ ฮาตามี ผู้บัญชาการกองทัพอิหร่านขู่ว่าจะทำการโจมตีตอบโต้เพื่อล้างแค้นให้กับการเสียชีวิตของลาริจานีสภาความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติอิหร่านยืนยันว่า ลาริจานีเสียชีวิตพร้อมกับลูกชายและรองเลขาธิการสภาความมั่นคง โดยเขาถือเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสที่สุดของอิหร่านที่ถูกลอบสังหารนับตั้งแต่การเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตในวันแรกของการเปิดฉากทำสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านลาริจานีถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจมากที่สุดในอิหร่าน และเป็นคนใกล้ชิดของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนปัจจุบัน รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มอื่นๆ ในฝ่ายการปกครองของอิหร่านและบรรดานักการทูตต่างประเทศนอกจากนั้น อิสราเอลยังได้โจมตีสังหาร โกลามเรซา โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังบาซิช ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงภายในประเทศอิหร่านด้านผู้บัญชาการกองทัพอิหร่านออกมาประกาศว่าจะเปิดฉากโจมตีสหรัฐและอิสราเอล เพื่อล้างแค้นให้กับการเสียชีวิตของลาริจานี โดยบอกว่าการล้างแค้นนี้จะมีขึ้นในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่ตอนกลางของอิสราเอลแล้วเพื่อล้างแค้นให้กับการเสียชีวิตของลาริจานีเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุว่าโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้เข้าร่วมการประชุมนโยบายต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้ง โดยได้ปฏิเสธข้อเสนอที่ส่งมาผ่านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เกี่ยวกับการลดความตึงเครียดและหยุดยิงกับสหรัฐ คาเมเนอีบอกว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับสันติภาพ จนกว่าสหรัฐและอิสราเอลจะอ่อนแอลงจนยอมรับความพ่ายแพ้และชดใช้ให้กับความเสียหายที่พวกเขาได้ก่อเอาไว้อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลออกมาว่าคาเมเนอีเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วยตัวเองหรือผ่านทางช่องทางอื่นอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :…

  • รอดตายหวุดหวิด! ลิฟต์พุ่งพรวดขึ้นขณะก้าวออก เกือบถูกบดขยี้คาปล่อง (มีคลิป)

    ระทึก! ชายชาวอินเดียรอดตายหวุดหวิด ลิฟต์พุ่งพรวดขึ้นขณะก้าวออก เกือบถูกบดขยี้คาปล่องระทึก! ชายชาวอินเดียรอดตายหวุดหวิด ลิฟต์พุ่งพรวดขึ้นขณะก้าวออก เกือบถูกบดขยี้คาปล่องสำนักข่าว The Sun เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดนาทีชีวิตของชายชาวอินเดียรายหนึ่ง ที่เกือบต้องจบชีวิตลงอย่างสยดสยองเนื่องจากลิฟต์ในอาคารที่พักอาศัยเกิดขัดข้องอย่างรุนแรง โดยลิฟต์ได้พุ่งขึ้นด้านบนทันทีในขณะที่เขากำลังก้าวเท้าออกจากห้องโดยสาร ทำให้เขาเกือบถูกบดขยี้ติดอยู่กับเพดานของอาคารเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ อาคารที่พักอาศัยของคณะกรรมการการเคหะคุชราต ในเมืองวัลซาด ประเทศอินเดีย ผู้ประสบเหตุคือ นายวัตซาลไบ ปัญจา ซึ่งสวมเสื้อสีชมพูและกางเกงสีดำ ในขณะที่เขารอให้ประตูลิฟต์เปิดออกตามปกติและกำลังจะก้าวเท้าออกจากลิฟต์ได้เพียงครึ่งก้าว จู่ๆ ห้องโดยสารโลหะก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ด้านบนด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้ารอดหวุดหวิดเพียงไม่กี่มิลลิเมตรแรงเหวี่ยงจากการพุ่งตัวของลิฟต์ทำให้ศีรษะของนายปัญจากระแทกอย่างแรงจนเขาล้มลงกับพื้น โชคดีที่เขาสามารถไถลตัวออกจากลิฟต์ได้ทันเวลาเพียงไม่กี่มิลลิเมตรก่อนที่พื้นลิฟต์จะเคลื่อนที่พ้นขอบประตูชั้นนั้นไป ไม่เช่นนั้นร่างกายของเขาอาจถูกอัดติดกับขอบเพดานจนเสียชีวิตทันที จากการรายงานระบุว่าแม้เขาจะรอดชีวิตมาได้ แต่ได้รับบาดเจ็บภายในและยังคงอยู่ในอาการหวาดผวาผู้อยู่อาศัยในอาคารสูง 14 ชั้นแห่งนี้ระบุว่า พวกเขาได้ยินเสียงกระแทกดังสนั่นในขณะที่ลิฟต์เกิดการขัดข้อง และรีบวิ่งออกมาตรวจสอบจนพบร่างของนายปัญจาที่นอนบาดเจ็บอยู่บริเวณหน้าลิฟต์ ซึ่งสร้างความตกใจและตื่นกลัวให้กับครอบครัวอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในอาคารเป็นอย่างมากระบบความปลอดภัยล้มเหลวหลังเพิ่งซ่อมแซมด้านประธานอาคารสบาร์มาตี นายหิมาติ รอย ให้ข้อมูลว่าระบบลิฟต์ในอาคารเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ภายใต้โครงการที่อยู่อาศัยของมุขมนตรี และที่น่าตกใจคือ เพิ่งมีช่างเทคนิคเข้ามาซ่อมแซมปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับระบบไฟและพัดลมในลิฟต์เพียงไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุอย่างไรก็ตาม หลังจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี "ข้อผิดพลาดร้ายแรงในระบบไฟฟ้า" ที่ทำให้ลิฟต์ยังคงทำงานพุ่งขึ้นไปทั้งที่ประตูยังเปิดอยู่ ซึ่งถือเป็นความบกพร่องด้านความปลอดภัยที่ให้อภัยไม่ได้ ชาวเน็ตและผู้อยู่อาศัยต่างเรียกร้องให้มีการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้รับเหมาและผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากความละเลยในมาตรฐานความปลอดภัยพื้นฐานเช่นนี้แหล่งอ้างอิงThe Sun

  • สุดเหี้ยม นักมวยดัง ทำแฟนสาวท้อง ไม่อยากแต่ง กระซวกแทงดับ ทิ้งศพริมหาด

    เรนมะ ซาโตะ นักคิกบ็อกซิ่งชาวญี่ปุ่น ฆาตกรรมโหดครูพี่เลี้ยงสาว ทิ้งศพริมหาดมิยางิ ทิ้งลูกน้อยรอแม่กลับบ้านตำรวจจังหวัดมิยางิ ประเทศญี่ปุ่น ประกาศตั้งศูนย์สืบสวนคดีฆาตกรรมและซ่อนเร้นอำพรางศพอย่างเป็นทางการ หลังพบร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวถูกแทงอย่างโหดเหี้ยมทิ้งไว้บริเวณชายหาดในเมืองอิวานุมะ สภาพศพและร่องรอยในที่เกิดเหตุบ่งบอกถึงความรุนแรงและเจตนาฆ่าอย่างชัดเจนผู้เสียชีวิตคือ นางสาวยูกะ เกียวจิ วัย 35 ปี มีอาชีพเป็นครูพี่เลี้ยงเด็ก อาศัยอยู่ในแขวงคาโนะ เขตไทฮาคุ เมืองเซนได ร่างของเธอถูกพบเมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 13 ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อผ้าครบชุด แต่ไม่พบทรัพย์สินติดตัวใดๆสภาพศพมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมหลายแห่งบริเวณหน้าอก ที่น่าสลดใจคือมีบาดแผลลึกทะลุไปถึงขั้วหัวใจ แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากการเสียเลือดมากในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังพบรองเท้าตกอยู่ รวมถึงรอยเลือดหยดเป็นทางบริเวณพื้นทรายและแนวกำแพงกันคลื่น ขณะที่อาวุธสังหารยังคงไร้ร่องรอยเรนมะ ซาโตะ นักคิกบ็อกซิ่งชาวญี่ปุ่น ฆาตกรรมโหดครูพี่เลี้ยงสาว ทิ้งศพริมหาดมิยางิ ทิ้งลูกน้อยรอแม่กลับบ้านเบาะแสสำคัญก่อนเกิดเหตุระบุว่า นางสาวเกียวจิอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ในเมืองเซนไดกับลูกวัยประถมเพียงสองคน โดยเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 12 เธอได้บอกกับลูกว่ากำลังจะออกไปเอาของที่ลืมไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทั้งที่ระเบียงห้องยังมีเสื้อผ้าตากทิ้งไว้ คล้ายกับว่าเธอตั้งใจจะออกไปทำธุระเพียงไม่นานแต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วแม่ยังไม่กลับมา เด็กน้อยจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาตายายที่บ้านเกิดในจังหวัดยามากาตะ เพื่อให้ช่วยแจ้งความคนหาย ก่อนที่ตำรวจจะมาพบกลายเป็นศพในวันรุ่งขึ้นการจากไปของยูกะ สร้างความสะเทือนใจให้กับคนรอบข้างอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมา เธอเพิ่งพาลูกกลับไปเยี่ยมตายายที่จังหวัดยามากาตะแบบค้างคืน ซึ่งครอบครัวยืนยันว่าเธอไม่มีท่าทีผิดปกติหรือเล่าถึงปัญหาความขัดแย้งใดๆ ให้ฟังเลยขณะที่ผู้ปกครองของเด็กๆ ที่ศูนย์เด็กเล็กต่างตกใจและเศร้าเสียใจ…

  • รู้ตัวแล้ว คู่รักฉาวอมอวบกลางถนน ที่แท้เป็นครูอนุบาล ไม่อายฟ้าดิน

    คืบหน้ากรณีสุดอื้อฉาวกลางถนนเมืองฉางซา ประเทศจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ารวบตัวชายหญิงคู่หนึ่งที่ก่อเหตุทำอนาจารในที่สาธารณะ บริเวณหน้าร้านหม้อไฟแห่งหนึ่งในยามวิกาล ล่าสุดถูกตั้งข้อหาทางอาญาฐานก่อความวุ่นวายและทำลายความสงบเรียบร้อยอ้างอิงจากแถลงการณ์ของสำนักงานตำรวจเทศบาลเมืองฉางซา สาขาเขตเทียนซิน ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026 ได้ระบุรายละเอียดของเหตุการณ์เอาไว้ว่า เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 มีนาคม 2026 เวลาประมาณ 02.28 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า มีบุคคลกำลังกระทำการอันไม่เหมาะสมและส่อไปในทางอนาจารอย่างโจ่งแจ้ง อยู่บริเวณทางเข้าของร้านหม้อไฟ (ชาบู) แห่งหนึ่งในพื้นที่ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปยังพื้นที่อย่างรวดเร็วและทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยกลับมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจจากการสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างเมือง ทราบชื่อคือ นายจาง (ชาย, อายุ 36 ปี) และ นางสาวถัง (หญิง, อายุ 35 ปี) พฤติกรรมการแสดงออกทางเพศที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะของทั้งคู่ ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ยังถือเป็นการยุยงปลุกปั่นและทำลายความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างร้ายแรง ซึ่งเข้าข่ายความผิดทางอาญาตามกฎหมายของจีน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินมาตรการบังคับทางอาญากับทั้งสองคนแล้ว และคดีดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมขณะที่ในโลกออนไลน์เป็นการขุดประวัติของทั้งคู่ ว่าเป็นคู่รักที่จัดงานแต่งงานกันอย่างใหญ่โดต ฝ่ายหญิงเคยทำงานในวงการศึกษา เป็นครูโรงเรียนอนุบาลอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องคลิปมัดตัว! ไรเดอร์หื่น แอบถ่ายใต้กระโปรงหน้าตาเฉย ก่อนลั่น ‘สุดยอด’ครูคอมพิวเตอร์หื่น ลวงเด็กชายถ่ายคลิปโป๊ แบล็กเมล์รีดเงิน อึ้งเหยื่อกว่า…

  • ไม่เอาแล้ว! สาว “สักทั้งตัว” ล้มแผนลบรอยสัก หลังเห็นหน้าตัวเองไร้หมึกผ่าน AI

    ไม่เอาแล้วผิวสะอาด! สาวสักเยอะที่สุดในออสเตรเลียล้มแผนลบรอยสัก หลังเห็นหน้าตัวเองไร้หมึกแล้ว ไม่เอาแล้วผิวสะอาด! สาวสักเยอะที่สุดในออสเตรเลียล้มแผนลบรอยสัก หลังเห็นหน้าตัวเองไร้หมึกแล้ว "เกลียดมาก"แอมเบอร์ ลุค หญิงสาววัย 30 ปี เจ้าของฉายา "ผู้หญิงที่มีรอยสักมากที่สุดในออสเตรเลีย" ออกมาประกาศยกเลิกแผนการลบรอยสักหลายสิบจุดบนร่างกายอย่างกะทันหัน หลังจากที่เธอทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำลองภาพใบหน้าของตัวเองในเวอร์ชันที่ไม่มีรอยสักเลย แล้วพบว่าเธอ "เกลียด" ภาพที่เห็นอย่างรุนแรงสาวจากบริสเบนรายนี้ ซึ่งทุ่มเงินไปมากกว่า 257,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9 ล้านบาท) ให้กับศิลปะบนเรือนร่าง เปิดเผยกับสื่อ NeedToKnow ว่าเธอได้ลองใช้ ChatGPT เพื่อลบรอยสัก 36 จุดออกจากใบหน้าและร่างกายในภาพจำลอง "ฉันเกลียดสิ่งที่เห็นที่สุด ฉันขยะแขยงมันมาก" ลุคกล่าว พร้อมยอมรับว่าเธอไม่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองโดยไม่มีน้ำหมึกมานานกว่า 10 ปีแล้วกังวลเรื่องจริยธรรมและอาการเจ็บปวดก่อนหน้านี้ ลุคเคยเข้ารับการเลเซอร์ลบรอยสักไปแล้ว 7 จุดบนใบหน้า แต่เธอระบุว่ายังมีเหตุผลด้านศีลธรรมและจริยธรรมที่ทำให้เธอตัดสินใจหยุดกระบวนการนี้ โดยเธอเคยมีแผนที่จะใช้ "สเต็มเซลล์" เพื่อช่วยให้แผลเลเซอร์หายเร็วขึ้น แต่เธอกลับรู้สึกกังวลว่าแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์เหล่านั้นจะผิดจริยธรรมหรือไม่นอกจากนี้ ลุคยังเผยความซาดิสต์เล็กๆ ว่าในขณะที่เข้ารับการเลเซอร์ลบรอยสักที่ผ่านมา เธอปฏิเสธที่จะใช้ยาชา เพราะเธอต้องการสัมผัสถึงความเจ็บปวดจากการถูกเผาไหม้และแสบร้อนบนใบหน้าอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หลังจากเห็นภาพจำลองผิวสะอาดสะอ้านแล้ว เธอสรุปได้ว่าแผนการลบรอยสักที่ผ่านมาอาจจะเป็นการทำเพื่อเอาใจคนอื่นมากกว่าความต้องการของตัวเองแผนการ…

  • แฟนๆเศร้า! ผู้กำกับการ์ตูนดัง เสียชีวิตแล้ว หลังป่วยมะเร็ง ในวัย 84 ปี (ข่าวต่างประเทศ)

    แฟนๆเศร้า! ผู้กำกับการ์ตูนดัง เสียชีวิตแล้ว หลังป่วยมะเร็ง ในวัย 84 ปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ซึโตมุ ชิบายามะ (Tsutomu Shibayama) ผู้กำกับโดราเอมอน เสียชีวิต หลังป่วยมะเร็งปอด สิริอายุ 84 ปีในแถลงการณ์ระบุว่า คุณชิบายามะได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ด้วยโรคมะเร็งปอด สิริอายุรวม 84 ปี โดยพิธีศพได้จัดขึ้นเป็นการส่วนตัวเฉพาะคนในครอบครัวตามความประสงค์ของผู้ล่วงลับ ก่อนที่จะมีการประกาศแจ้งให้สาธารณชนทราบอย่างเป็นทางการในวันนี้ 17 มีนาคม 2569 สร้างความเศร้าโศกให้แก่เพื่อนร่วมวงการ รวมถึงแฟนการ์ตูนโดราเอมอนทั่วโลก

  • ขาเตียงหัก ซุปตาร์สาวปิดฉากรัก 14 ปี ซุ่มเงียบหย่าสามี (ต่างประเทศ)

    ขาเตียงหัก ซุปตาร์สาวปิดฉากรัก 14 ปี ซุ่มเงียบหย่าสามี (ต่างประเทศ)กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อซูเปอร์สตาร์สาวระดับไอคอน เหยาเฉิน เจ้าของฉายานางฟ้าแห่งวิคตอเรียซีเคร็ทเมืองจีน และสามีผู้กำกับภาพชื่อดังระดับโลก เฉาอวี้ ได้ร่อนแถลงการณ์ร่วมกันประกาศยุติความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาอย่างเป็นทางการ ระบุว่า ได้ร่วมทางกันมานับว่าเป็นวาสนาสูงสุด เมื่อถึงเวลาต้องจากลา ก็ขอให้มีแต่ความยินดีงานนี้ทำเอาชาวเน็ตอึ้งกันอย่างมากคือการเปิดเผยความลับที่ซ่อนไว้มานานว่า จริงๆ แล้วทั้งคู่ได้ตัดสินใจจบความสัมพันธ์กันไปนานหลายปีแล้ว แต่ที่เพิ่งมาประกาศตอนนี้ก็เพื่อปกป้องความรู้สึกของลูกๆ ทั้ง 2 คนในช่วงที่ยังเป็นเด็กอยู่นั่นเอง

  • ไม่จบง่าย! ดาราหนุ่ม ฟ้องไอดอลสาว หลังออกมาเผยเรื่องอื้อฉาวสนั่นวงการ ฝ่ายหญิงไม่ยอม ลั่นเจอกันที่ศาล (ข่าวต่างประเทศ)

    ไม่จบง่าย! ดาราหนุ่ม ฟ้องไอดอลสาว หลังออกมาเผยเรื่องอื้อฉาวสนั่นวงการ ฝ่ายหญิงไม่ยอม ลั่นเจอกันที่ศาล (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า หลังจากที่ เถียนสวี่นิ่ง ออกมาประกาศฟ้องเน็ตไอดอลสาว จิ่วเฉิงเหม่ย เมื่อวานนี้ ล่าสุดฝ่ายหญิงออกมาเคลื่อนไหวอีกระลอกด้วยการงัด "หลักฐานหมัดเด็ด" ที่ทำเอาชาวเน็ตจีนถึงกับอึ้ง หลังจากแฟนคลับบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่ารูปแฉก่อนหน้านี้อาจเป็น AI หรือ Deepfake ทาง "จิ่วเฉิงเหม่ย" จึงทำการปล่อยภาพ Live Photo (ภาพถ่ายแบบเคลื่อนไหวได้) และวิดีโอต้นฉบับจาก iPhone รวมกว่า 45 ไฟล์ ซึ่งมีรายละเอียดลึกถึงค่า Parameter ของรูปภาพ ในภาพโชว์โมเมนต์สวีท ทั้งคลิปจูบ ทริปท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงปี 2022-2024ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่าใน Live Photo มีรายละเอียดทางกายภาพที่ชัดเจนมาก (เช่น ขนหน้าอก หรือรายละเอียดผิว) จนถูกขนานนามว่าเป็น "หลักฐานที่ดิ้นหลุดยากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงจีน"จิ่วเฉิงเหม่ยยังไม่หยุดแค่นั้น เธอได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมที่ทำเอาภาพลักษณ์พระเอกหนุ่มสั่นคลอน อ้างว่าฝ่ายชายแอบนอกใจไปหาหญิงอื่นหลายครั้ง และแอบไปมีลูกกับผู้หญิงอีกคนในช่วงเดือนสิงหาคม 2024 ขณะที่ยังไม่ได้เลิกกับเธอมีการเปิดแชทที่อ้างว่าเป็นของ "รั่วรั่ว" (แฟนสาวคนปัจจุบัน) ที่ส่งข้อความมาด่าทอเธอด้วยถ้อยคำรุนแรง…

  • หนุ่มเก็บเงินได้ 13.9 ล้าน ก่อนอายุ 30 เผยบทเรียนราคาแพง ประหยัดจนได้ดีแต่เกือบพัง!

    หนุ่มเผยบทเรียนหลังเก็บเงินได้ 13.9 ล้าน ก่อนอายุ 30 ความประหยัดที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดหนุ่มเผยบทเรียนหลังเก็บเงินได้ 13.9 ล้าน ก่อนอายุ 30 ความประหยัดที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดการมีเงินเก็บหลักล้านก่อนอายุ 30 ปี อาจเป็นความฝันของใครหลายคน แต่สำหรับ "ไอริค ซี" ชายหนุ่มวัย 31 ปี ผู้สามารถสะสมเงินได้สูงถึง 398,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.9 ล้านบาท) ก่อนถึงวัย 30 เขาได้ออกมาเปิดเผยบทเรียนราคาแพงจากการประหยัดที่ตึงเกินไป จนเกือบทำให้ร่างกายพังและพลาดโอกาสสำคัญในชีวิตไอริคเริ่มต้นเก็บเงินตั้งแต่อายุ 21 ปี โดยมีแรงผลักดันจากวัยเด็กที่ครอบครัวอพยพมาอยู่ในแคนาดา ซึ่งการเงินในตอนนั้นไม่ได้คล่องตัวนัก เขาจึงเรียนรู้ที่จะมัธยัสถ์อย่างสุดโต่ง โดยใช้วิธีหักเงินเดือนอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์เพื่อนำไปออมและลงทุนในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถแตะเงินแสนเหรียญแรกได้ตอนอายุ 25 ปีความประหยัดที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดแม้ตัวเลขในบัญชีจะเพิ่มขึ้น แต่ไอริคยอมรับว่าเขาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทางกายจากการปฏิเสธที่จะใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยเขาได้สรุปสิ่งที่เขารู้สึกเสียดายภายหลังไว้ดังนี้:ทนใช้หมอนใบเดิมนาน 12 ปี: เขาใช้หมอนใบเดิมจนแบนราบและไม่มีแรงรองรับศีรษะ ส่งผลให้เขามีอาการปวดหัวเรื้อรัง จนกระทั่งยอมเปลี่ยนหมอนใหม่ อาการเหล่านั้นจึงหายไปละเลยสุขภาพช่องปาก: เขาปฏิเสธที่จะซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้าจนถึงอายุ 23 ปี เพียงเพื่อประหยัดเงินเล็กน้อย แต่ผลที่ตามมาคือเขาต้องเสียเงินจำนวนมากไปกับการอุดฟันหลายซี่ใส่ถุงเท้าที่เป็นรู: เขาฝืนใส่ถุงเท้าเก่าที่มีรูโหว่จนเกิดการเสียดสีและเป็นแผลพุพองที่เท้าอยู่เป็นประจำความเสียดายที่มากกว่าเรื่องเงินนอกเหนือจากเรื่องสุขภาพ…

  • คลิปฉาวสนั่น สาวกินบวบกลางถนน ชายหื่นนับสิบ ตร.รวบฟ้าผ่า

    กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกโซเชียลจีนทันที เมื่อเกิดเหตุการณ์อนาจารสุดช็อกบนถนนเจียฟ่างซี (Jiefang West Road) ซึ่งเป็นย่านที่พลุกพล่านที่สุดในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวผมบลอนด์สั้นสวมชุดหนังสีดำวาบหวิว ปรากฏตัวและร่ายรำในท่าทางยั่วยวนกลางถนนคนเดิน จนดึงดูดความสนใจจากชายชุดดำรายหนึ่ง:หลังจากหยอกล้อกันเพียงครู่เดียว ท่ามกลางสายตาประชาชนนับร้อย ชายคนดังกล่าวได้ดึงกางเกงลง ขณะที่หญิงสาวคุกเข่าลงบนทางเท้าและทำอนาจารให้กับเขาอย่างไม่แคร์สายตาใคร และแทนที่กลุ่มคนดูจะห้ามปรามกลับพบว่า คนนับร้อยต่างหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปในระยะประชิด พร้อมส่งเสียงกรีดร้องและโห่ฮา จนสถานการณ์วุ่นวายหนักเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่รุดเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว หลังได้รับแจ้งเหตุความวุ่นวาย โดยภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปจากพลเมืองดีเผยให้เห็นนาทีที่ตำรวจเข้าแยกฝูงชน และเข้าควบคุมตัวหญิงสาวผมบลอนด์ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบได้นำเสื้อคลุมสีเขียวมาสวมทับให้เธอเพื่อปกปิดร่างกายก่อนคุมตัวไปโรงพักภาพ @Xแฮชแท็กเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถนนเจียฟ่างซีพุ่งติดอันดับ Top 10 เทรนด์ยอดนิยมบน Weibo อย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างรุมประณามพฤติกรรมของทั้งคู่ที่ไร้ศีลธรรมอย่างรุนแรง ขณะที่อีกส่วนตั้งคำถามถึงทัศนคติของกลุ่มผู้คนที่ไปมุงและมัวแต่ถ่ายคลิปส่งเสียงเชียร์แทนที่จะเข้าห้ามปรามขณะนี้ตำรวจฉางซายังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับบทลงโทษหรือรายละเอียดของผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตามคดีนี้ได้กลายเป็นบทสะท้อนถึงปัญหาสังคมและพฤติกรรมเลียนแบบในพื้นที่สาธารณะที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในแดนมังกร.ที่มา : 蔡子博士Chris , Hk01ภาพ @Xภาพ @Xภาพ @Xภาพ @Xอ่านข่าวเพิ่มเติมสื่อนอกเผย เฉิน จื้อ ส่อจำคุกตลอดชีวิต หลังถูกส่งตัว กลับไปดำเนินคดีที่จีนสลด ดับทันที 11 ศพ รถไฟทดสอบระบบที่จีน พุ่งกวาดจนท.ซ่อมบำรุงหนุ่มอังกฤษทำงานบริษัทที่จีน 2 ปี ยอมลาออก…