Category: ต่างประเทศ
-
สุดสลด! คู่รักมีเพศสัมพันธ์ในรถ เคลื่อนไหวเพลินไหลตกผาสูง 1,300 ฟุตเสียชีวิต
คู่รักชาวบราซิล เสียชีวิตอย่างน่าเศร้า หลังรถที่จอดอยู่บนหน้าผาสูงเสียหลักพลิกคว่ำตกจากความสูง 1,300 ฟุต สุดสยองร่างเปลือยเปล่ากระเด็นออกนอกรถ คาดขณะเกิดเหตุกำลังมีเพศสัมพันธ์ในรถเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ 'The Sun' รายงานเหตุสลดเมื่อ อาเดรียนา มาชาโด ริเบโร วัย 42 ปี และ มาร์โกเน ดา ซิลวา การ์โดโซ วัย 26 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกจากหน้าผาสูง 1,300 ฟุต ที่ลานปล่อยเครื่องร่อนในเมืองเวนดา โนวา โด อิมิกรานเต ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิลรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. หลังจากที่ทั้งคู่ไปส่งน้องชายของมาร์โคนและแฟนสาวกลับบ้านแล้ว จากนั้นจึงขับรถไปยังบริเวณจุดชมวิว ซึ่งเป็นลานปล่อยเครื่องร่อน โดยทั้งสองคนได้อยู่ในรถด้วยกันเจ้าหน้าที่สืบสวนคาดว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่นั้น การเคลื่อนไหวภายในรถทำให้รถที่จอดอยู่บนหน้าผาสูงเสียหลักและพลิกคว่ำตกลงไป โดยรถตกลงมากว่า 100 เมตร ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะกระเด็นออกจากตัวรถ และรถจะพลิกคว่ำต่อไปอีก 300 เมตร และพังเสียหายอัลแบร์โต โรเก เปเรส หัวหน้าทีมสืบสวนกล่าวว่า ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการทำร้ายร่างกายใดๆ…
-
ลือสนั่น! พระเอกดัง ทิ้งลูก โดนภรรยาเก่าแฉ ขอค่าเลี้ยงดูลูกหมื่นล้าน (ต่างประเทศ)
ลือสนั่น! พระเอกดัง ทิ้งลูก โดนภรรยาเก่าแฉ ขอค่าเลี้ยงดูลูกหมื่นล้าน (ต่างประเทศ)หลังจากที่ก่อนหน้านี้อดีตภรรยาของพระเอกดัง หวงเสี่ยวหมิง ได้คลอดลูกแล้วแต่ได้ประกาศว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ได้จบลงแล้ว พร้อมกับบอกเป็นนัยว่าเธอและลูกถูกทอดทิ้ง โดยเผยว่าแม่ของเธอกำลังดูแลลูกให้ในขณะนี้โดยมีรายงานว่า เย่เคอเรียกร้องเงินจำนวน 2.7 พันล้านหยวน (ประมาณ 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 13,300 ล้านบาท = หนึ่งหมื่นสามพันสามร้อยล้านบาท ) เป็นค่าเลิกและค่าเลี้ยงดูบุตร หวงเสี่ยวหมิงถูกอ้างว่าไม่ยอมจ่ายเงินดังกล่าวและเสนอที่จะรับเลี้ยงลูกโดยไม่ให้เย่เคอเลี้ยงอย่างไรก็ตาม ข่าวลือเหล่านี้ถูกปฏิเสธว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง โดยนักข่าวผู้เผยแพร่ข่าวลือดังกล่าวได้รับจดหมายทางกฎหมาย (น่าจะมาจากเย่เคอ) และยอมรับว่าเป็นข่าวปลอมทั้งหมด
-
ไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าทำแบบนี้! สาวถูกปฏิเสธขึ้นเครื่อง เพราะพลาดทำสิ่งนี้บนพาสปอร์ต
ไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าทำแบบนี้! สาวเตือนถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องบิน เพราะพลาดทำสิ่งนี้บนพาสปอร์ต เจอกระแสตีกลับ ลบโพสต์แทบไม่ทันไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าทำแบบนี้! สาวเตือนถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องบิน เพราะพลาดทำสิ่งนี้บนพาสปอร์ต เจอกระแสตีกลับ ลบโพสต์แทบไม่ทันสาวไต้หวันคนหนึ่งเล่าประสบการณ์ไม่สบายใจผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล Threads หลังถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่น เธอบอกว่าเคยเห็นคนอื่นให้เจ้าหน้าที่ประทับตรารูปตุ๊กตาไม่ล้มลุก “ดารุมะ” ในพาสปอร์ต จึงทำตามและขอประทับตราเก็บเป็นที่ระลึก “ออกนอกประเทศมาหลายครั้งก็ไม่เคยมีปัญหา” แต่ครั้งนี้ที่บินไปญี่ปุ่นกลับถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องบินอย่างไม่คาดคิดสาวไต้หวันถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องเพราะมีตราประทับในพาสปอร์ตเธอเล่าว่า ตอนเช็กอินที่สนามบินในไต้หวัน เจ้าหน้าที่ถามว่า “ตรานี้คุณประทับเองหรือ?” เมื่อเธอตอบว่า “ใช่” เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ “ขอโทษนะครับ คุณไม่สามารถบินได้” ทำให้เธอรู้สึกตกใจมาก“หมายความว่ายังไงเนี่ย! ฉันบินมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้กลับบินไม่ได้? แม้ว่าจะเป็นแค่ตราที่เก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกปฏิเสธโดยเจ้าหน้าที่แบบนี้”จากภาพที่เจ้าของโพสต์อัปโหลด พบว่าหน้าพาสปอร์ตสองหน้าหลักเต็มไปด้วยตรารูปตุ๊กตาดารุมะจนแทบมองไม่เห็นข้อมูลเดิมเธอกล่าวต่อว่า หากต้องขอทำเอกสารใหม่ก็ไม่สามารถรับได้ในวันเดียวกัน ด้วยความกังวลจึงร้องขอว่า “ช่วยฉันด้วยนะ ขอรับเอกสารด่วนวันนี้จะได้เปลี่ยนเที่ยวบินบินไปได้ ตั๋วเครื่องบินฉันจะเสียเปล่า”แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ตามที่หวังไว้เจ้าของโพสต์ไม่พอใจพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สนามบินที่มีท่าทีไม่เหมาะสม “เจ้าหน้าที่ตอบโต้กลับมาว่า "ถามหน่อยนะ คุณเคยประทับตราบนบัตรประชาชนไหม? บัตรประชาชนเป็นกระดาษหรือ? จะประทับตราได้ยังไง!?" ต้องบอกเลยว่าการจัดการแบบนี้ทำให้ผิดหวังมาก ท่าทางก็ไม่ดีด้วย!”เธอยังเตือนคนอื่น ๆ ว่า “อย่าทำเครื่องหมายหรือเขียนอะไรบนพาสปอร์ตเด็ดขาด”ชาวเน็ตวิจารณ์สาวไต้หวันว่าไม่สมเหตุสมผล: นี่มันเรื่องพื้นฐานไม่ใช่หรือ?หลังจากเห็นโพสต์ ชาวเน็ตต่างตำหนิอย่างหนัก เช่น “นี่มันความรู้พื้นฐานนะ?”, “ลายประทับเล็ก ๆ ยังพอว่า แต่นี่ประทับเต็มขนาดนี้จะผ่านได้ยังไง?”, “ต้องบอกว่าคนประทับตรานี่ขาดความรู้พื้นฐานจริงๆ”,…
-
ลูกสาววัย 14 บ่นปวดท้องเกืบครึ่งปี แม่สุดช็อก เมื่อเห็นสิ่งที่หมอผ่าออกจากกระเพาะ
แม่สุดตกใจ เมื่อแพทย์พบว่า “ภาวะแพ้กลูเตน” ของลูกสาว แท้จริงคือก้อนผมขนาดมหึมาในกระเพาะลูกแม่สุดตกใจ เมื่อแพทย์พบว่า “ภาวะแพ้กลูเตน” ของลูกสาว แท้จริงคือก้อนผมขนาดมหึมาในกระเพาะลูกแม่ถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าภาวะแพ้กลูเตนของลูกสาว แท้จริงแล้วไม่ใช่อย่างที่คิดแพทย์บอกกับโจดี คอลลินส์ ว่ามีสาเหตุเฉพาะที่ทำให้ลูกสาวของเธอปวดท้องเอริน วัย 14 ปี บ่นปวดท้องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน โดยแม่คิดว่ามาจากอาหารหรือเกี่ยวข้องกับรอบเดือนอย่างไรก็ตาม ผลตรวจออกมาปกติ ทำให้แม่ลูกยังใช้ชีวิตต่อไปจนกระทั่งในเดือนพฤษภาคมปีนี้ เอรินเริ่มบ่นว่ามีอาการปวดเกร็งท้องรุนแรงขึ้นแม่จึงพาเธอไปโรงพยาบาลท้องถิ่นเพื่อหาคำตอบ พร้อมเร่งให้ทีมแพทย์หาสาเหตุที่แท้จริงKennedy News and Mediaในที่สุด โจดี วัย 48 ปี ก็ได้รับแจ้งจากแพทย์ว่า พบก้อนแข็งในกระเพาะของเอริน และมันทำมาจากเส้นผมภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า “ทริโคบีโซอาร์” (Trichobezoar) คือก้อนเส้นผมที่กลืนลงไปและสะสมจนจับตัวเป็นก้อนในทางเดินอาหารต่อมา เอรินถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเด็กบริสตอลเพื่อผ่าตัดเอาก้อนเส้นผมขนาดมหึมาออกจากกระเพาะ ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 8.3 นิ้วการผ่าตัดใช้เวลานาน 5 ชั่วโมง ก้อนเส้นผมมีขนาดราวผลเมลอน ทำให้เอรินวัย 14 ปีมีภาวะโลหิตจางและปัญหาด้านโภชนาการหลายอย่างโจดีเล่าว่า ลูกสาวชอบม้วนผมเล่นตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยเห็นว่าเธอกินผมเข้าไปเลยแพทย์สันนิษฐานว่าอาจเผลอกินผมขณะนอนหลับอย่างไรก็ตาม เพียง 10 วันหลังผ่าตัด เอรินก็ฟื้นตัว แม่จึงตั้งใจรณรงค์เตือนถึงอันตรายของการม้วนผมเล่นโจดีเล่าว่า “เอรินปวดท้องเกร็งรุนแรงมานานเกือบ 6 เดือน ฉันคิดว่าอาจแพ้อาหาร…
-
สาวโพสต์คลิปเดือด ถูกห้ามกินมื้อเช้าโรงแรม เพราะ “ชุดไม่เหมาะสม” ชาวเน็ตเสียงแตก!
สาวถูกห้ามรับประทานอาหารเช้าในโรงแรม เพราะใส่ชุดไม่เหมาะสม งานนี้ชาวเน็ตเห็นแล้วยังเสียงแตกสาวถูกห้ามรับประทานอาหารเช้าในโรงแรม เพราะใส่ชุดไม่เหมาะสม งานนี้ชาวเน็ตเห็นแล้วยังเสียงแตกผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า แซฟรอน (Saffron) ออกมาเผยว่าเธอรู้สึกโมโหมาก หลังถูกห้ามเข้าไปยังโซนบุฟเฟต์อาหารเช้าของโรงแรม Hilton เนื่องจากแต่งกาย "ไม่เหมาะสม" แต่ผู้ชมในโซเชียลกลับมีความเห็นที่แตกต่างกันในวิดีโอที่เธอโพสต์ ได้แสดงให้เห็นชุดที่เป็นสาเหตุของเรื่อง นั่นคือชุดนอนผ้าซาติน และรองเท้าแตะ แซฟรอนอธิบายว่า เธอเข้าพักที่โรงแรมเพื่อดูแลตัวเองในช่วงวันหยุด และรู้สึกตกใจเมื่อถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าโซนอาหารเช้าเวลา 7:30 น. เธอถูกบอกว่าชุดของเธอไม่เหมาะสม ซึ่งเธอมองว่าเป็นการตัดสินที่ไร้เหตุผลอย่างยิ่ง และยืนยันว่าเธอแต่งตัว"น่ารักกว่าใครๆ ในนั้นด้วยซ้ำ"อย่างไรก็ดี ในท้ายที่สุดเพื่อให้ได้ทานอาหารเช้า แซฟรอนจึงรีบกลับไปเปลี่ยนชุด ซึ่งเธอยอมรับแบบขำๆ ว่าชุดที่สองของเธอ "ยิ่งแย่กว่าเดิม" เพราะกางเกงขาสั้นยิ่งสั้นกว่าเดิมอีกเหตุการณ์นี้จุดกระแสถกเถียงในคอมเมนต์อย่างมาก หลายคนตั้งคำถามถึงการตัดสินใจของแซฟรอนในการใส่ชุดนอนไปกินอาหารเช้า แล้วสรุปว่าใส่ชุดนอนไปกินข้าวเช้าในโรงแรม ได้หรือไม่?"ไม่มีที่ไหนอนุญาตให้ใส่ชุดแบบนั้น เพราะโรงแรมต้องรักษาภาพลักษณ์ บางที่ถึงกับห้ามใส่รองเท้าแตะแบบสวมเลยด้วยซ้ำ""คุณต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยเวลาจะไปกินข้าวในร้านอาหาร""นี่คือโรงแรมหรู มีมาตรฐานสูง ใส่ชุดนอนออกมานี่ไม่ได้นะ"บางคนถึงกับมองว่าแซฟรอน "ขี้เกียจและเอาแต่ใจตัวเอง" พร้อมแนะให้เธอ "ให้เกียรติตัวเองบ้าง" และไม่ควรใส่ชุดนอนออกสาธารณะแต่ก็มีฝ่ายที่ปกป้องแซฟรอนเช่นกัน "ไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงพูดกันว่า 'ใครจะใส่ชุดนอนไปกินข้าว' ก็อาหารเช้าในโรงแรมนี่นา!" และอีกคนเห็นด้วยว่า "ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโรงแรมถึงไม่ชอบ มันก็ยังถือว่าแต่งตัวนะ ไม่ได้โป๊หรืออะไร"ชุดที่เหมาะสมสำหรับอาหารเช้าในโรงแรมแม้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าแซฟรอนพักอยู่ที่โรงแรม Hilton สาขาใด เพราะระเบียบการแต่งกายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง และทางโรงแรมก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้…
-
เปิดภาพทหารเขมร พาฑูตทหารไปดูพื้นที่ความเสียหาย อ้างเกิดจากไทยโจมตี แต่ดูสีหน้าฑูตแต่ละคนแล้ว บ่งบอกทุกอย่าง
เปิดภาพทหารเขมร พาฑูตทหารไปดูพื้นที่ความเสียหาย อ้างเกิดจากไทยโจมตี แต่ดูสีหน้าฑูตแต่ละคนแล้ว บ่งบอกทุกอย่างวันที่ 10 ส.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้มีการโพสต์คลิปที่ทางทหารกัมพูชากำลังอธิบายเกี่ยวกับพื้นที่ความเสียหายที่อ้างว่าเกิดจากการกระทำของทหารไทยให้ผู้ช่วยทูตทหารประจำพนมเปญ 9 ประเทศได้รับรู้ ท่ามกลางสีหน้าอันงุนงงของผู้ช่วยฑูตทหาร พร้อมกับระบุข้อความว่าด่วน! กองทัพกัมพูชาพาผู้ช่วยทูตทหารประจำพนมเปญ 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร แคนาดา จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาวและเวียดนาม ลงพื้นที่จุดที่กัมพูชาอ้างว่า เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยทิ้งระเบิด MK-84 ลงใส่บ้านเรือนประชาชนที่หมู่บ้านธมาดอน (Thma Don) ในจังหวัดอุดรมีชัย จนได้รับความเสียหายอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา กัมพูชาได้พานักข่าวต่างประเทศไปดูลูกระเบิดที่หมู่บ้านธมาดอน (Thma Don) ในจังหวัดอุดรมีชัยมาแล้วเช่นกัน โดยกล่าวหาไทยทิ้งระเบิดใส่บ้านพลเรือนชาวกัมพูชาจนได้รับความเสียหายอย่างมาก กัมพูชาระบุต่อนักข่าวต่างประเทศว่า ลูกระเบิดดังกล่าวคือ ลูกระเบิด MK-84 ที่ถูกทิ้งจากเครื่องบินขับไล่ F-16…
-
“ฮุน เซน” โชว์ตีกอล์ฟสบายใจเฉิบ เผยถ้ามีเหตุด่วนจะไปทำงานทันที
“สมเด็จ ฮุน เซน” โพสต์ภาพออกรอบตีกอล์ฟอย่างสบายใจ โดยระบุว่า นั่งทำงานมาเป็นร้อยชั่วโมงจนเอวตึง เผยถ้ามีเหตุฉุกเฉินพร้อมไปทำงานทันทีวันที่ 10 ส.ค. 68 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวจาก สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เป็นภาพขณะไปออกรอบตีกอล์ฟพร้อมกาแฟแล้วโปรด โดยระบุว่าเป็นกาแฟน้ำตาล 0% และบอกด้วยว่า ถึงจะมาตีกอล์ฟ แต่ถ้าเกิดเหตุด่วน สามารถรีบไปทำงานได้ทันทีฮุน เซน บอกว่า "ผมดื่มกาแฟน้ำตาล 0% ไม่ใช่ 100%, 70%, 50%, 30% ตามคำแนะนำของแพทย์ ตั้งแต่เมื่อประเด็นที่ชายแดน ผมได้รู้จักกับกาแฟยี่ห้อดังและดื่มวันละ 2 แก้ว เช้า 1 แก้ว เย็น 1 แก้ว ซึ่งมีน้ำตาล 0%""เช้านี้ผมถือโอกาสไปเล่นกอล์ฟกับคู่แข่ง ซึ่งทุกคนเล่นได้เก่งมาก การนั่งเป็นร้อย ๆ ชั่วโมงทำให้เอวของผมตึงเล็กน้อย แต่ผมก็ยังเล่นกอล์ฟได้ดี ด้วยไม้กอล์ฟทั้งแบบ…
-
ฮุน เซน จิบกาแฟหวาน 0% ลุยกิจกรรมยามเช้า ย้ำแม้อยู่ในสนามกอล์ฟ ก็ปฏิบัติงานได้
ฮุน เซน จิบกาแฟหวาน 0% ลุยกิจกรรมยามเช้า ย้ำแม้อยู่ในสนามกอล์ฟ ก็ปฏิบัติงานได้วันที่ 10 สิงหาคม สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ภาพขณะตีกอล์ฟ นับสิบรูป พร้อมถือแก้วกาแฟยกดื่ม โดยมีแคปชั่น ระบุว่า“ดื่ม STARBUCKS 0% แทน 100%, 70%, 50%, 30% ตามคำแนะนำของแพทย์ ตั้งแต่มีสถานการณ์ที่ชายแดน ก็เริ่มรู้จักกาแฟแบรนด์ดัง และเริ่มดื่มวันละ 2 แก้ว ตอนเช้า 1 แก้ว ตอนเย็น 1 แก้ว โดยไม่ใส่น้ำตาลเลย (0%)เช้านี้มีโอกาสไปตีลูกกอล์ฟกับคู่แข่ง ซึ่งมีทั้งคนที่ไม่มีฟันและคนที่เล่นไม่เก่ง นั่งนานหลายชั่วโมง ทำให้เอวตึงเล็กน้อย แต่การตีลูกกอล์ฟยังดีอยู่ ทั้งไดร์เวอร์ วูด และเหล็ก แม้จะอยู่ในสนามกอล์ฟ แต่ผมก็ยังสามารถเข้าร่วมปฏิบัติงานได้หากมีเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะจากกองทัพที่ชายแดน ขอให้มีความสุขในวันสุดสัปดาห์ พร้อมกับความระมัดระวังสูงสุด”อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮุน เซน จิบกาแฟหวาน 0%…
-
ทำงาน 8 ปีในบ้านเศรษฐี ลาออกได้แค่ “กล่องไม้” แต่เปิดดูน้ำตาซึม ของล้ำค่าที่ไม่มีขาย!
ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก นาน 8 ปีในคฤหาสน์เศรษฐี พอลาออกได้แค่ ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก นาน 8 ปีในคฤหาสน์เศรษฐี พอลาออกได้แค่ "กล่องไม้" ชิ้นเดียวจากเจ้าของบ้าน แต่สิ่งที่อยู่ข้างในทำหญิงวัย 50 น้ำตาซึม“ฉันมาที่นี่เพื่อหาเงิน แต่จากไปพร้อมกับบางสิ่งที่มีค่ากว่าเงินทอง… คือความรักและความผูกพัน” คำพูดจากหญิงชาวจีนคนหนึ่ง ที่กลายเป็นไวรัลซึ้งในสังคมออนไลน์ หลังเรื่องราวชีวิตเรียบง่ายของเธอเผยให้เห็นด้านอบอุ่นของอาชีพที่ใครหลายคนมองข้ามนางเหมียว (นามสมมุติ) หญิงวัยกว่า 50 ปี จากหมู่บ้านยากจนในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ไม่เคยคิดว่าชีวิตเธอจะผูกพันกับครอบครัวเศรษฐีในเมืองใหญ่อย่างเซินเจิ้น แต่ด้วยภาระหนี้สิน ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเพื่อทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก โดยรับหน้าที่ดูแล “เสี่ยวหลุ่ย” ลูกสาววัย 4 ขวบของนักธุรกิจผู้ร่ำรวยคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่กับพ่อที่งานยุ่งตลอดเวลา และแม่เลี้ยงที่เย็นชาห่างเหินในตอนแรก เสี่ยวหลุ่ยดูเป็นเด็กขี้โมโห เข้าถึงยาก จนเหมียวเข้าใจผิดว่าเด็กบ้านรวยมักนิสัยแบบนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับค้นพบว่าเบื้องหลังความเฉยชา คือความเปราะบางของเด็กหญิงที่ขาดความรักจากครอบครัว เมื่อเวลาผ่านไป จากคนแปลกหน้าในบ้านใหญ่ เหมียวค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเสี่ยวหลุ่ย ทั้งทำอาหาร ตักเตือน ดูแลสารพัด จนกลายเป็นคนสำคัญในชีวิตเด็กหญิงโดยไม่รู้ตัวกระทั่งเมื่อเสี่ยวหลุ่ยอายุครบ 12 ขวบ นางเหมียวตัดสินใจลาออก เพื่อกลับไปดูแลแม่ที่บ้านเกิด แม้เตรียมใจไว้แล้ว…
-
พ่อเฒ่าหอบเงินมาอยู่กับลูก แต่ได้กิน “กะหล่ำ” ทุกวัน จนหลานหลุดพูดความจริง สะเทือนใจ!
คิดว่าแค่ได้มาอยู่กับลูกสาวก็จะได้ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีความสุข แต่คำพูดไร้เดียงสาของหลานสาว กลับเปิดเผยความจริงเบื้องหลังมื้ออาหารอันแสนเรียบง่ายเศร้าแต่จริง! พ่อเฒ่าหอบเงินมาอยู่กับลูก หวังใช้บั้นปลายสุขสบาย แต่ต้องกินแต่ “กะหล่ำปลี” ทุกวัน จนหลานสาวเผลอพูดประโยคเดียว เปลี่ยนทุกอย่างคุณตาเฉียว (นามสมมุติ) ชาวจีนอายุ 68 ปี ใช้ชีวิตอยู่ในชนบทอันเงียบสงบมาตลอดชีวิต ไม่เคยออกจากเมืองเล็กๆ ที่เขาเกิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาตัดสินใจเก็บข้าวของ พร้อมกับเงินบำนาญที่เก็บหอมรอมริบมาได้กว่า 1 ล้านหยวน (ราว 3.5 ล้านบาท) แล้วเดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่เพื่อไปอยู่กับลูกสาว หวังจะ “สัมผัสชีวิตสมัยใหม่”คุณตาเฉียวมีจิตใจเรียบง่าย เพียงอยากอยู่ใกล้ลูกหลาน พร้อมแบ่งเบาภาระและช่วยเหลือครอบครัวเล็กๆ ของลูกสาว แต่สิ่งที่เขาได้เจอ กลับไม่เป็นอย่างที่คิด….แม้ลูกสาวและลูกเขยของเขาจะอาศัยอยู่ในคอนโดหรูสูงหลายชั้น แต่ทุกมื้ออาหารที่บ้านกลับเรียบง่ายเกินคาด วนเวียนอยู่กับแต่กะหล่ำปลีลวก แกงไข่ เต้าหู้ ไม่เคยมีอาหารทะเลหรือของดีๆ อย่างที่เขาคิดว่าครอบครัวฐานะมั่นคงน่าจะมีเขาเคยเสนอจะมอบเงินเก็บให้ลูกสาวกับลูกเขยเพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ทั้งคู่กลับปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยลูกเขยพูดว่า “พ่อเก็บไว้ใช้เถอะครับ จะได้ใช้ชีวิตสบายๆ พวกเรายังไหวอยู่” คุณตาจึงเลือกที่จะอยู่เงียบๆ ไม่เข้าไปก้าวก่ายอะไร ทว่า สิ่งเล็กๆ ในแต่ละวัน อย่างแววตาครุ่นคิดของลูกเขย หรือมื้ออาหารที่จืดชืดเกินไป ก็ทำให้คุณตาอดคิดไม่ได้กระทั่งวันหนึ่ง หลานสาวพูดออกมาระหว่างทานข้าวว่า“พอคุณตากลับบ้านแล้ว เราค่อยกินอาหารทะเลกันนะ!” คำพูดไร้เดียงสานั้น…