Category: ต่างประเทศ

  • กัมพูชา แถลงผลรบวันแรก ยังคงครองตาเมือนธม-ช่องบก อ้างขับไล่ผู้รุกรานสำเร็จ

    โฆษกกลาโหมกัมพูชา แถลงผลการรบวันแรก ยังคงยึดครองพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม-ช่องบก อ้างขับไล่ผู้รุกรานสำเร็จ ย้ำเหตุเกิดจากฝ่ายไทยเปิดฉากยิงใส่ปราสาทตาเมือนธมพลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงภาพรวมสถานการณ์การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา บริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันนี้ (24 ก.ค. 68)โฆษกกลาโหมกัมพูชา ระบุว่า กองกำลังกัมพูชาและไทยยังคงสู้รบและยิงปืนใหญ่ใส่กันตามแนวหน้า โดยกองทัพกัมพูชายังไม่หยุดหรือถอยทัพแต่อย่างใด แม้ว่าสมรภูมิบางแห่งจะสงบลงบ้างแล้ว แต่การยิงปืนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องพลโทหญิง มาลี เผยว่า กองทัพกัมพูชายังคงควบคุมสมรภูมิทั้งหมดได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงยึดครองพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และพื้นที่ช่องบก หลังจากขับไล่ผู้รุกรานออกจากพื้นที่ดังกล่าวกองกำลังในแนวหน้ายืนยันว่า สมรภูมิทั้งในจังหวัดอุดรมีชัยและจังหวัดพระวิหาร ทั้งไทยและกัมพูชายังคงใช้ปืนใหญ่หนักยิงใส่กัน ซึ่งกองกำลังผู้กล้าหาญของเราในทุกสมรภูมิยังคงสามารถควบคุมทุกตำแหน่งของตนได้อย่างมั่นคงและยิงใส่ข้าศึกผู้รุกรานอย่างไม่หวั่นเกรงพลโทหญิง มาลี ระบุว่า เมื่อกองทัพไทยได้เปิดฉากโจมตีกัมพูชาจำนวน 8 จุด โดยใช้อาวุธหนักและเครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งทั้ง 8 จุด ประกอบด้วยปราสาทตาเมือนธมปราสาทตาควายเขาตราดเวียล อินตรีTathavพนมคากAn Ses O Phka Swetenช่องบกพลโทหญิง มาลี ทิ้งท้ายว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา เกิดขึ้นในเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.…

  • กัมพูชาแถลง ถูกไทยโจมตีสถานที่ 8 แห่ง ยืนยันการโจมตีวันนี้ “ไม่ได้ยิงผู้บริสุทธิ์”

    สรุปคร่าว ๆ การแถลงข่าวของกัมพูชาเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมา เผยกัมพูชาถูกโจมตีสถานที่ 8 แห่ง และยืนยันว่า ไม่ได้โจมตีผู้บริสุทธิ์ในการโจมตีวันนี้โฆษกรัฐบาลกัมพูชา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา และโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้จัดงานแถลงข่าวในช่วงบ่ายของวันที่ 24 ก.ค. 2568 เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทยซึ่งเกิดการปะทะกันตั้งแต่ช่วงเช้าเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เล่าถึงความตึงเครียดระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 โดยบอกว่า ทหารไทยได้ยิงและลอบสังหารทหารกัมพูชาเพ็ญ โบนา กล่าวว่า ประเทศไทยได้ใช้ประเด็นทุ่นระเบิดสร้างความตึงเครียดครั้งใหม่ โดยกัมพูชายืนยันว่า ทุ่นระเบิดเหล่านี้เป็นทุ่นระเบิดเก่าที่หลงเหลือจากยุคสงคราม และขอให้ประเทศไทยอย่าเลือกเส้นทางที่ผิดเพ็ญ โบนา กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา ล้วนเกิดจากประเทศไทย ซึ่งต้องการดินแดนของกัมพูชา และเสริมว่า กัมพูชาต้องการสันติภาพ ทางเลือกทางทหารเป็นทางเลือกสุดท้ายของกัมพูชา ดังนั้นปัญหาในเช้าวันนี้คือ กองทัพไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกันตนเอง เพื่อปกป้องดินแดนจากการรุกรานเพ็ญ โบนา กล่าวว่า กองทัพภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และประธานวุฒิสภา ฮุน เซน กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว โดยได้ป้องกันอย่างแข็งแกร่งมาหนึ่งวัน และได้เปรียบเหนือศัตรูผู้รุกรานเพ็ญ…

  • สมเด็จฮุน เซน ยันไม่ทิ้งกัมพูชา พร้อมบัญชาการรบ ซัด แม่ทัพภาคที่ 2 ไทย คือผู้เริ่มสงคราม

    (24ก.ค.68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา โพสต์ข้อความระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ หนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่งรายงานว่าผมเดินทางออกจากกัมพูชาไปยังประเทศจีน"ผมขอยืนยันว่าขณะนี้ผมกำลังร่วมอยู่ในการบัญชาการทางวิดีโอและการบัญชาการอื่น ๆ ของกองทัพบกร่วมกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารทุกระดับ เพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานชาวไทย ผมไม่ได้หนีนะครับ พี่น้องร่วมชาติทั้งหลาย โปรดอย่ากังวล" สมเด็จฮุน เซน ระบุสมเด็จฮุน เซน ระบุอีกว่า ผมนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ผู้บัญชาการทหารภาคที่ 2 ของไทยประกาศว่าจะปิดทางเข้าปราสาทตาเมือนธมผู้บัญชาการทหารภาคที่ 2 ของไทยคือผู้ที่เริ่มสงครามนี้ด้วยการสั่งปิดปราสาทตาเมือนธมเมื่อวานนี้ และเปิดฉากยิงกองทัพกัมพูชาเมื่อเช้านี้นี่คือคนที่เตือนว่าจะโจมตีกัมพูชาภายในเพียง 3 วัน"ผมอยากรู้กลยุทธ์ 3 วันของเขาด้วย การโกหกของนักการเมืองไทยและสื่อไทยได้กลายเป็นวัฒนธรรมปกติของพวกเขาไปแล้ว หลอกต่อไปเถอะนะ" สมเด็จฮุน เซน ระบุที่มา : สมเด็จฮุน เซนข่าวเวิร์คพอยท์23

  • แม่ลูกอ่อนเข้าห้องน้ำ ให้ลูกสาว 5 ขวบ ดูแฝดแรกเกิด เวลาสั้นๆ เกือบเป็นโศกนาฏกรรม

    การมีลูกไม่ใช่แค่ แม่ลูกอ่อนรีบไปเข้าห้องน้ำ ทิ้งลูกสาววัย 5 ขวบไว้ดูแฝดแรกเกิด และโศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้น"ไหมจือ" เป็นคุณแม่วัยสามสิบต้นๆ อาศัยอยู่กับสามีและลูกสาวในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ชีวิตของเธอแม้จะไม่ร่ำรวยนัก แต่ก็อบอุ่นและมีความสุข อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างเปลี่ยนไปเพราะแรงกดดันจากแม่สามีที่อยากให้เธอมีลูกเพิ่มแม่สามีอ้างว่าต้องมีลูกชายไว้สืบสกุล จึงเกลี้ยกล่อมให้เธอมีลูกอีกคน ตอนแรกไหมจือไม่เห็นด้วย แต่ภายใต้การพูดจาหว่านล้อมปนกดดันจากแม่สามี พร้อมกับคำสัญญาว่า "จะช่วยเลี้ยงลูกและช่วยซื้อบ้าน" สุดท้ายไหมจือก็ยอมตามใจไม่นานนัก ไหมจือตั้งครรภ์ลูกแฝด และเป็นลูกชายทั้งคู่ ทำให้ทั้งบ้านดีใจเหมือนงานฉลองใหญ่ วันคลอด แม่สามีถึงกับน้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน อุ้มหลานไม่ยอมห่าง แต่ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นไม่นาน แม่สามีก็บ่นว่าเหนื่อย แล้วก็กลับบ้านต่างจังหวัดไปแบบไม่ไยดีทันทีที่พ้นเดือนอยู่ไฟ ไหมจือต้องกลายเป็น “คุณแม่ซูเปอร์ฮีโร่” ดูแลลูกสามคนเพียงลำพัง สามีก็ทำแต่งานหาเงิน ไม่มีเวลาช่วยดูแลบ้านวันหนึ่ง เธอปวดท้องเข้าห้องน้ำจนทนไม่ไหว จึงฝากลูกสาววัย 5 ขวบให้ดูน้องแฝดที่เพิ่งครบเดือน เธอไม่คาดคิดเลยว่า เพียงไม่กี่นาทีนั้นจะนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวน ไหมจือตกใจรีบวิ่งเข้าห้อง พบว่าลูกแฝดคนหนึ่งตกอยู่บนพื้น ศีรษะบวมแดง เธอถึงกับช็อก ตัวสั่นด้วยความตื่นตระหนกลูกสาวร้องไห้พร้อมอธิบายว่า“น้องร้องไห้ หนูอยากอุ้มน้องไปหาหม่าม๊า แต่หนูอุ้มไม่ไหว…”โชคดีที่หลังจากพาไปตรวจที่โรงพยาบาล ทารกไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่สิ่งที่ทำให้ไหมจือเจ็บปวดยิ่งกว่าคือปฏิกิริยาของแม่สามี แทนที่จะถามไถ่ลูกสะใภ้สักคำ กลับตะโกนด่าใส่ทันที "เธอเป็นแม่แบบไหนกัน? แค่เด็กคนเดียวก็ยังดูแลไม่ได้เหรอ? ถ้าหลานฉันเป็นอะไรขึ้นมา…

  • เครื่องบินรัสเซียตก คาดผู้โดยสาร-ลูกเรือเกือบ 50 คน เสียชีวิตทั้งหมด

    เจ้าหน้าที่หน่วยบริการฉุกเฉินของรัสเซีย รายงานว่า เครื่องบินโดยสาร Antonov An-24 ที่มีผู้โดยสารและลูกเรือราว 50 คน ตกทางตะวันออกไกลของรัสเซีย และข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมดเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังเข้าไปยังที่เกิดเหตุพบเครื่องบินในยุคโซเวียตและมีอายุเกือบ 50 ปี ลุกไหม้วิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ซึ่งถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์ และยังไม่ได้รับการยืนยัน แสดงให้เห็นว่า เครื่องบินลำดังกล่าวตกลงในพื้นที่ป่าทึบก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศได้ขาดการติดต่อกับเครื่องบินโดยสาร An-24 ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือประมาณ 50 คน ในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซียหน่วยงานรับผิดชอบด้านสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งให้บริการโดยสายการบินอังการาของไซบีเรีย ได้หายไปจากจอเรดาร์ขณะกำลังบินเข้าใกล้จุดหมายปลายทางที่เมืองทินดาในแคว้นอามูร์ ซึ่งอยู่ติดกับประเทศจีน พร้อมกับระบุว่ามีผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบินราว 40 คนด้านวาซิลี ออร์ลอฟ ผู้ว่าการแคว้นอามูร์ เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ามีผู้โดยสาร 43 คน (รวมเด็ก 5 คน) และลูกเรือ 6 คนอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว

  • ไทยประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อกัมพูชาที่ละเมิดอธิปไตยไทย ใช้ทุ่นระเบิด เปิดฉากยิงพลเรือน-โรงพยาบาลไทย

    1. รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำของกองทัพกัมพูชาที่ละเมิดอธิปไตยของไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ ต่อเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาลอบเข้ามาวางกับระเบิดในดินแดนไทย เป็นผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 16 และ 23 กรกฎาคม 2568 และได้เปิดฉากยิงเข้ามาบริเวณตรงข้ามฐานปฏิบัติการของฝ่ายไทย ในช่วงเช้าของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 รวมทั้งได้โจมตีอย่างรุนแรงต่อเนื่องในพื้นที่ฝั่งไทยตลอดเช้านี้ รวมถึงเป้าหมายพื้นที่ที่เป็นพลเรือน โดยเฉพาะโรงพยาบาล จนเป็นเหตุให้ประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตดังนั้น เมื่อคำนึงถึงความร้ายแรงดังกล่าวจากการที่กัมพูชาจงใจมีการกระทำเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจนต่อประเทศไทย รัฐบาลไทยจึงตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตและเรียกเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กลับประเทศไทย (recall) และขอให้เอกอัครราชทูตกัมพูชากลับประเทศเช่นกัน2.รัฐบาลไทยเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงซ้ำๆ ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักการความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความสุจริตใจ อีกทั้งจะยิ่งเป็นการบ่อนทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของกัมพูชาในประชาคมโลก3.รัฐบาลไทยเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยุติการโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเรือน รวมถึงยุติการละเมิดอธิปไตยของไทยโดยทันที โดยรัฐบาลไทยพร้อมที่จะยกระดับมาตรการป้องกันตนเอง หากกัมพูชายังคงไม่ยุติการกระทำที่เป็นการโจมตีทางอาวุธและละเมิดอธิปไตยของไทยตามหลักสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ

  • สะเทือนวงการแพทย์ หนุ่มฟื้นกลางห้องผ่าตัด กำลังจะถูกเก็บอวัยวะ ทั้งที่ยังไม่ตาย!

    เคสสะเทือนวงการแพทย์ หนุ่มวัย 33 ฟื้นกลางห้องผ่าตัด ขณะที่กำลังจะถูกเก็บอวัยวะไปบริจาค ทั้งที่ยังไม่ตาย!เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐเคนทักกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างความสั่นสะเทือนต่อระบบบริจาคอวัยวะทั่วประเทศ ชายวัย 33 ปี ถูกวางแผนให้นำอวัยวะออกเพื่อบริจาค ทั้งที่เขายังไม่ตาย และฟื้นขึ้นมากลางห้องผ่าตัด!TJ Hoover อายุ 33 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหลังใช้ยาเกินขนาดในปี 2021 ถูกประกาศว่า "สมองตาย" แต่เขาตื่นขึ้นมากลางห้องผ่าตัด ลืมตา มองสบตาแพทย์ และส่ายหน้า ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมอุปกรณ์เพื่อเริ่มกระบวนการผ่าตัดเก็บอวัยวะ สุดท้ายกระบวนการถูกยุติลง และเขารอดชีวิตมาได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้นำไปสู่การตรวจสอบครั้งใหญ่ของระบบบริจาคอวัยวะในสหรัฐฯรายงานเปิดโปง: ผู้ป่วย “ยังไม่ตาย” แต่เริ่มกระบวนการเก็บอวัยวะแล้วสำนักงานบริหารทรัพยากรสุขภาพและบริการสุขภาพของสหรัฐฯ (HRSA) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบองค์กรบริจาคอวัยวะ Kentucky Organ Donor Affiliates (KODA) ซึ่งดูแลพื้นที่ในรัฐเคนทักกี้ โอไฮโอ และเวสต์เวอร์จิเนีย พบข้อมูลที่น่ากังวลอย่างยิ่ง:จากเคสทั้งหมด 351 ราย มี 28 ราย ที่ถูกเริ่มกระบวนการบริจาคในขณะที่ยังไม่เสียชีวิตจริง73 ราย มีอาการทางระบบประสาทที่ไม่สอดคล้องกับภาวะสมองตายบางกรณี ไม่เคารพคำยินยอมของครอบครัว และละเลยการประสานกับแพทย์ผู้ดูแลคนไข้ทางการสหรัฐฯ…

  • BBC ตีข่าว กัมพูชายิงโรงพยาบาลพนมดงรัก คนเวียดนามแห่ให้กำลังใจไทย

    BBC เวียดนาม ตีข่าว ไทย-กัมพูชาปะทะเดือดชายแดน F-16 ไทยยิงตอบโต้, กัมพูชาใช้ BM-21 ถล่ม พบคลิประเบิดลงใกล้โรงพยาบาลพนมดงรัก ยกระดับวิกฤตถึงสหประชาชาติวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าว BBC ภาษาเวียดนาม เกาะติดรายงาน เหตุปะทะรุนแรงบริเวณชายแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ใกล้เขตปราสาทตาเมือนธม และอีกหลายจุดตลอดแนวพรมแดน มีการใช้อาวุธหนักและยุทธวิธีทางทหารขั้นสูง กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินรบ F-16 ขึ้นโจมตีทางอากาศเพื่อตอบโต้การยิงจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชาที่ตกในพื้นที่ชุมชนของอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บ รวมถึงเด็กอายุ 5 ปีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสสถานการณ์เริ่มตึงเครียดตั้งแต่ค่ำวันที่ 23 กรกฎาคม เมื่อไทยประกาศเรียกตัวเอกอัครราชทูตจากกรุงพนมเปญกลับประเทศ และขับไล่เอกอัครราชทูตกัมพูชาออกจากกรุงเทพฯ โดยในช่วงเช้าของวันที่ 24 กรกฎาคม ทั้งสองฝ่ายกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าเป็นผู้เริ่มเปิดฉากยิงก่อน กัมพูชาอ้างว่าไทยลอบนำกำลังขึ้นบริเวณปราสาทตาเมือนธมและเปิดฉากยิงเมื่อเวลา 08.30 น. จากนั้นไทยระบุว่าต้องใช้อากาศยาน F-16 โจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งทางการไทยยืนยันว่า F-16 ทุกลำกลับฐานได้โดยปลอดภัย แม้สื่อกัมพูชาระบุว่าได้ยิงเครื่องบินตกไป 1 ลำBBC…

  • ฮุน มาเนต ส่งหนังสือขอ ปธ.UNSC เรียกประชุมด่วน ชี้ไทยรุกราน คุกคามเสถียรภาพภูมิภาค

    ฮุน มาเนต ส่งหนังสือขอ ปธ.UNSC เรียกประชุมด่วน ชี้ไทยรุกราน คุกคามเสถียรภาพภูมิภาคสมเด็จฯฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งจดหมายลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 ถึงอาซิม อิฟติคาร์ อาหมัด เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรปากีสถานประจำ สหประชาชาติ ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในปัจจุบัน แจ้งเรื่องการรุกรานด้วยอาวุธของไทยต่อกัมพูชา ความว่าข้าพเจ้าขอเรียนท่านและสมาชิก ของ UNSC รับทราบด้วยความเร่งด่วน เกี่ยวกับเหตุการณ์การรุกรานด้วยอาวุธของกองทัพไทยต่อกัมพูชาที่บริเวณ ชายแดน โดยเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 กองทัพไทยได้เปิดฉากโจมตีที่มั่นของกัมพูชาตามแนวชายแดนโดยปราศจากการยั่วยุ เป็นการดำเนินการที่ไตร่ตรองไว้ก่อน และโดยเจตนา ซึ่งรวมถึงพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตากระเบย (ปราสาทตาควาย) และบริเวณมอมเบย (ช่องบก) ในเขตจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัยกัมพูชาของประณามอย่างรุนแรงและแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการรุกรานทางทหารโดยไม่มีเหตุอันควรและมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าของกองทัพไทยการโจมตีทางทหารครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดหลักการไม่รุกรานและการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งทั้งสองหลักการนี้เป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงหลักการพื้นฐานที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน ซึ่งห้ามการคุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐใดๆ รวมถึงการไม่เคารพต่อหลักแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างฉันท์มิตรในฐานะเพื่อนบ้าน ซึ่งกัมพูชาได้ยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันสืบเนื่องจากการรุกรานที่ชัดเจน กองทัพกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากที่จะป้องกันตนเองเพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา และขอเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการสู้รบและกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ทั้งหมด ถอนกองกำลังบริเวณชายแดน และงดเว้นการกระทำอันเป็นการยั่วยุใดๆ ที่จะอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงความตึงเครียดตามแนวชายแดนและความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1904…

  • กัมพูชาร้อง UNSC ขอจัดประชุมด่วนหยุดยั้งการรุกรานของไทย

    กัมพูชาส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติ เรียกร้องให้จัดการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงโดยเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานของไทยวันที่ 24 ก.ค. 68 เวลา 12.52 น. นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เรียกร้องให้จัดการประชุมโดยเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานของไทยจดหมายระบุว่า “ถึง เอกอัครราชทูตอาซิม อิฟติคาร์ อาหมัด ผู้แทนถาวรของปากีสถานประจำสหประชาชาติ ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 ณ กรุงนิวยอร์ก”“เรียน ฯพณฯ ข้าพเจ้าเขียนมาเพื่อแจ้งให้ท่านและสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ทราบเป็นการด่วนถึงการรุกรานด้วยอาวุธของกองกำลังทหารไทยต่อกัมพูชาเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่บริเวณชายแดนระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ดังต่อไปนี้”“ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 กองกำลังติดอาวุธของไทยได้เปิดฉากโจมตีกัมพูชาโดยไม่มีการยั่วยุ โดยวางแผนไว้ล่วงหน้า และจงใจ ตามแนวชายแดน รวมถึงปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และช่องบก ในจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัย”“กัมพูชาขอประณามอย่างรุนแรงและแสดงความขุ่นเคืองอย่างสุดซึ้งต่อการรุกรานทางทหารโดยปราศจากการยั่วยุและไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าของกองทัพไทย”“การโจมตีทางทหารครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดหลักการไม่รุกรานและการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งทั้งสองหลักการนี้เป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงหลักการพื้นฐานที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน ซึ่งห้ามการคุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐใด ๆ รวมถึงการเพิกเฉยอย่างสิ้นเชิงต่อเจตนารมณ์ของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ซึ่งกัมพูชาได้พยายามรักษาไว้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน”“เมื่อเผชิญกับการรุกรานที่โจ่งแจ้งนี้ กองทัพกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติการสู้รบทั้งหมดโดยทันที ถอนกำลังทหารไปยังฝั่งชายแดนของตน และงดเว้นการกระทำยั่วยุใด ๆ…