Category: ต่างประเทศ

  • ยอมหัวเหนียวดีกว่า! แพทย์สหรัฐฯ ย้ำ 5 เวลา “ห้ามสระผม” เคสจริงหามส่ง รพ.น่ากลัวมาก

    เลิกทำด่วน! สระผม 5 ช่วงเวลานี้ เสี่ยงวูบ-เส้นเลือดสมองแตกไม่รู้ตัวเคสจริงน่ากลัวมาก! แค่สระผมผิดเวลา "เส้นเลือดในสมองแตก" แพทย์สหรัฐฯ ย้ำ 5 ข้อห้ามเด็ดขาดการสระผมเป็นกิจวัตรพื้นฐานที่ใครๆ ก็ทำกัน แต่รู้หรือไม่ว่าในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงหรือเข้าสู่หน้าหนาว พฤติกรรมที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยนี้ อาจกลายเป็น "มฤตยูเงียบ" ที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก (Stroke) ได้ หากทำผิดที่ผิดเวลาเรื่องนี้ไม่ได้พูดเล่น แต่มีอุทาหรณ์เกิดขึ้นจริงกับ "นางลี่" หญิงวัย 50 ปีชาวจีน ผู้รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งแม้เธอจะรู้สึกเพลียและปวดหัว แต่ด้วยความอยากสบายหัว จึงตัดสินใจไปสระผมหลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ ผลปรากฏว่าหลังสระเสร็จ เธอเกิดอาการเวียนหัวรุนแรงจนล้มฟุบ ต้องหามส่งโรงพยาบาลและพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองทำไม "สระผม" ถึงกลายเป็นเรื่องอันตราย?ดร.รอดนีย์ ดี. ซินแคลร์ (Rodney D. Sinclair) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ อธิบายว่า การสระผมผิดจังหวะเวลา อาจส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน และทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักของการเกิดสโตรก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเช็กด่วน! 5 เวลา "ต้องห้าม" สระผม เสี่ยงป่วยหนัก1. ตอนเช้าตรู่หลายคนชอบสระผมตอนเช้าเพื่อให้ตื่นตัวและเซตผมง่าย…

  • เพื่อนรักหรือเพื่อนร้าย? ให้ “เครื่องราง” ห้อยคอ ผ่านด่านสัญญาณดังลั่น เจอสิ่งนี้ช็อก!

    นึกว่าโชคดีที่ไหนได้ อึ้งทั้งสนามบิน! หนุ่มพก "ของดี" เพื่อนให้มา เครื่องตรวจจับร้องลั่น อันตรายระดับวิกฤต….อย่าหาทำ รับของขวัญเพื่อนซี้ ห้อยคอเดินเข้าจีน เกือบขิตเพราะ "กัมมันตรังสี"กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อผู้โดยสารรายหนึ่งเดินทางเข้าประเทศพร้อมกับของขวัญจากเพื่อนที่เชื่อว่าเป็น "เครื่องรางนำโชค" แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ห้อยคออยู่นั้นคือระเบิดเวลาทางสุขภาพ เมื่อด่านศุลกากรตรวจพบรังสีอันตรายในระดับที่สูงจนน่าตกใจสัญญาณเตือนภัยดังลั่นกลางสนามบินสำนักงานศุลกากรแห่งประเทศจีน รายงานว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ สนามบินนานาชาติต้าเหลียนโจวสุยจื่อ (Dalian Zhoushuizi International Airport) ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จู่ๆ เครื่องตรวจวัดกัมมันตรังสีแบบคงที่ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนดังสนั่นเมื่อผู้โดยสารรายหนึ่งเดินผ่านเจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าตรวจสอบและค้นหาแหล่งที่มาของรังสีทันที ผลปรากฏว่าต้นตอไม่ได้มาจากอาวุธร้ายแรงที่ไหน แต่มาจาก "จี้ห้อยคอ" เล็กๆ ที่ผู้โดยสารสวมใส่อยู่นั่นเองของขวัญมรณะ: รังสีทะลุพิกัด 1,686 เท่าจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า จี้ดังกล่าวแผ่รังสีออกมาสูงถึง 168.6 μSv/h ซึ่งสูงกว่าค่าระดับพื้นหลัง (Background radiation) ตามธรรมชาติถึง 1,686 เท่า! ผลการวิเคราะห์ยืนยันว่าภายในจี้มีสาร "ทอเรียม-232" (Thorium-232) ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีอันตรายเมื่อสอบถามที่มา ผู้โดยสารเล่าด้วยความใสซื่อว่า "เพื่อนซื้อให้เป็นเครื่องรางคุ้มครองภัย" โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทราบมาก่อนเลยว่ามันคือแร่ธาตุอันตรายคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญศุลกากรระบุว่า ทอเรียม-232 ถูกจัดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ ให้อยู่ในกลุ่ม "สารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1"…

  • พ่อเลี้ยงสวีเดนข่มขืนลูกเลี้ยงไทย มาราธอนกว่า 200 ตั้งแต่อายุ 12 ศาลจำคุก 12 ปี

    สื่อสาธารณะสวีเดน (SVT) รายงานคดีอาชญากรรมในครอบครัว ศาลแขวงเมืองลุนด์ แคว้นสโกเนอ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ให้จำคุกชายวัยประมาณ 50 ปี เป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงของตนเองอย่างต่อเนื่องยาวนาน สื่อบางสำนักรายงานข่าว เหยื่อเป็นชาวไทย ลูกติดของแม่ย้ายไปแต่งงานใหม่กับชายสวีเดน7 ปีแห่งฝันร้าย ตามรายงานระบุว่า พ่อเลี้ยงรายนี้ก่อเหตุข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงรวมแล้วมากกว่า 200 ครั้ง (อัยการสั่งฟ้อง 241 กระทง) เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ผู้เสียหายมีอายุเพียง 12-13 ปี และดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลานานถึง 7 ปี.ผู้เสียหายให้การว่าตนไม่ได้ถูกใช้กำลังบังคับขู่เข็ญในทันที แต่ถูกกระทำผ่านกระบวนการบงการและชักจูง (Grooming) รวมถึงการใช้อำนาจกดดันทางจิตใจเพื่อให้ยอมมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก กระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายในบ้านทำให้เหยื่อตกอยู่ในสภาวะจำยอม ยากที่จะหลุดพ้นจากวงจรความรุนแรงแม้จำเลยจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักมั่นคง มีไฟล์เสียงบันทึกที่เกี่ยวข้องกับจำเลย ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดี นอกเหนือจากคำให้การของผู้เสียหายผู้เสียหายตัดสินใจรวบรวมความกล้าเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นก้าวที่ยากลำบากที่สุดสำหรับเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวบทลงโทษ จำคุกและชดใช้ค่าเสียหาย 1.9 ล้าน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 12 ปี ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะร้ายแรง (Aggravated rape). พร้อมทั้งสั่งให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นเงินจำนวน 1.9 ล้านโครนสวีเดน…

  • เที่ยวบินระทึก ผู้โดยสารพยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ ลูกเรือรีบเข้าชาร์จทันควัน

    12 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค สายการบินแห่งชาติของฮ่องกง เปิดเผยว่า เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นบนเที่ยวบิน CX811 ของทางสายการบิน หลังบินออกจากเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่ฮ่องกงผู้โดยสารชายรายหนึ่งพยายามจะเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางลูกเรือได้เข้าควบคุมสถานการณ์ทันที และนักบินได้นำเครื่องลงจอดที่สนามบินฮ่องกงโดยปลอดภัยในเช้าวันที่ 11 ธันวาคม (ตามเวลาท้องถิ่น)สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เปิดเผยต่ออีกว่า ไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรือคนใดบนเที่ยวบินนี้ได้รับบาดเจ็บ ลูกเรือของเราได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที ตรวจสอบประตูเพื่อให้แน่ใจว่าปิดสนิท และรายงานเหตุการณ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตำรวจ ซึ่งคดีนี้ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนแล้วต่อมาทางสำนักข่าวท้องถิ่นได้ออกมารายงานความคืบหน้าว่า ผู้โดยสารที่ก่อเหตุนี้เป็นชายอายุ 20 ปี มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ และได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในข้อหาต้องสงสัยละเมิดกฎหมายความมั่นคงทางการบิน

  • พ่อขายบ้าน “ตามหาลูกสาว” หายตัว 14 ปี จู่ๆ ได้จดหมายเฉลยจุกอก “หนูไม่กล้ากลับบ้าน”

    คดีพลิก! ตามหาลูกทั้งชีวิต นึกว่าตายจากกัน เปิดจดหมายถึงรู้ความจริง เจ็บปวดกว่าที่คิดบทเรียนราคาแพง! ลูกสาวหายตัวปริศนา 14 ปี ไม่กล้ากลับบ้านเพราะ "ประโยคเดียว" ของพ่อเรื่องราวที่ชวนน้ำตาซึมและฝากข้อคิดเตือนใจพ่อแม่ทุกคน เมื่อชายชราผู้ใช้เวลาค่อนชีวิตตามหาลูกสาวที่หายสาบสูญไปนานกว่า 14 ปี จู่ๆ ก็ได้รับจดหมายปริศนาจ่าหน้าซองถึงเขา เมื่อเปิดอ่านความจริงทั้งหมดก็ถูกเปิดเผย นำมาสู่บทสรุปที่ทำให้เขาถึงกับเข่าทรุดและน้ำตานองหน้าการรอคอยที่ยาวนานกว่าทศวรรษเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองเล็กๆ ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน "นายจางเจี้ยนกั๋ว" ชายชราวัย 68 ปี ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและเงียบเหงา จนกระทั่งวันหนึ่งบุรุษไปรษณีย์ได้นำจดหมายลงทะเบียนมาส่ง แม้ชื่อผู้ส่งจะเลือนราง แต่ลายมือที่เขียนว่า "ลูกสาวจางเหวิน" กลับชัดเจนและบาดลึกเข้าไปในความทรงจำของเขาย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ลูกสาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างเดินทางไปเรียนต่อที่คุนหมิง พร้อมเงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัว ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา นายจางขายบ้าน ลาออกจากงาน ตระเวนถือป้ายตามหาลูกไปทั่วประเทศ ยอมนอนใต้สะพาน เก็บของเก่าขาย แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ จนผมที่เคยดำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนความจริงในจดหมาย และคำขอโทษที่มาช้าไปมือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาขณะเปิดซองจดหมาย ภายในมีกระดาษสีเหลืองเก่าๆ และรูปถ่ายใบหนึ่ง ข้อความในจดหมายเขียนด้วยลายมือขยุกขยิกที่เขาจำได้แม่นยำระบุว่า "พ่อ หนูขอโทษ หนูไม่ได้ขึ้นเครื่องบินและไม่ได้ไปคุนหมิง" ความจริงคือเธอแอบเปลี่ยนสถานที่เรียนไปปักกิ่ง แต่กลับถูกต้มตุ๋นจนหมดตัว เธอไม่กล้าโทรหาพ่อ เพราะกลัวถูกดุด่าและทำให้พ่อผิดหวังในจดหมายเล่าต่อว่า เธอต้องทำงานหนักทั้งล้างจานและแบกหาม…

  • เขมร โพสต์อาลัย ทหารหญิงท้อง 4 เดือน เสียชีวิตแนวหน้า ขณะสู้รบกับไทย

    ทางการเขมร โพสต์อาลัย มุต ซาเวิน ทหารหญิงกองพันรถถังท้อง 4 เดือน เสียชีวิตแนวหน้า ขณะสู้รบกับไทย ที่บึงตะกวนเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม สำนักข่าว พนมเปญโพสต์ รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสตรีได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยการเสียชีวิตของ มุต ซาเวิน ทหารหญิงกองพันรถถังที่ 67 วัย 43 ปี เสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกไทยโจมตี ขณะที่เธอกำลังตั้งท้อง 4 เดือนโดยทางการกัมพูชา ได้ยกย่องความกล้าหาญของเธอ ขณะที่เธอกำลังป้องกันแนวหน้าที่บึงตะกวน พร้อมกล่าวอีกด้วยว่า แม้ว่าเธอจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความรักต่อแผ่นดินจะถูกจดจำไว้ในใจตลอดไปทางกัมพูชายังระบุอีกด้วยว่า นาง มุต ซาเวิน และสามี มีลูกสาวอีกหนึ่งคน เป็นนักศึกษาวรรณกรรมภาษาอังกฤษชั้นปีที่ 2ทั้งนี้ไม่มีรายงานชัดเจนว่า เพราะเหตุใดหญิงท้อง 4 เดือนถึงอยู่แนวหน้าในสนามรบของกัมพูชาอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องทัพภาค 1 ประณามเขมร ใช้เด็ก-ผู้หญิง-พระสงฆ์ เป็นโล่ ลั่นป่วนอีกจับทันทีญี่ปุ่นไม่ปลื้ม ทหารเขมร ใช้ชุดปฐมพยาบาลติดธงชาติ ขณะยิงถล่มไทยในสมรภูมิกองทัพ เชื่อมีคนนอกสนับสนุน ใช้โดรนพลีชีพ…

  • สาเหตุ นักร้องสาว หายตัวปริศนา 1 ปีเต็ม แฟนคลับเป็นห่วงหนักมาก แห่ส่งกำลังใจ

    เปลี่ยนไปเยอะ! นักร้องสาว หายตัวปริศนา 1 ปีเต็ม ล่าสุดกลับมาปรากฎตัวอีกครั้ง แฟนคลับเป็นห่วงหนักมาก แห่ส่งกำลังใจการกลับมาของเฟิงถีม่อ (Feng Timo) นักร้องและเน็ตไอดอลชื่อดังที่มีผู้ติดตามหลายสิบล้าน สร้างความตื่นเต้นดีใจของแฟนคลับเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้เธอหายหน้าไปจากโซเชียลเป็นเวลา 1 ปีเต็ม เพราะต้องเข้ารับการรักษาเฟิงถีม่อ เผยว่า “สาเหตุที่หายไปจากไลฟ์สดนานถึง 1 ปีเต็ม เพราะ โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ กลับมาอีกครั้งและมีการแพร่กระจายตัว ทำให้เธอต้องยุติกิจกรรมทุกอย่างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเต็มที่ข่าวดีคือได้เข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อย และกำลังฟื้นตัวดีขึ้นมาก คุณหมอบอกว่าใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ ขอแค่รักษาสภาพจิตใจให้ดี และอย่าหักโหมจนเกินไป”ภาพจาก : news.sinaก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม 2023 เฟิงถีม่อ เคยถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์และเข้ารับการผ่าตัดสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่แล้วมันก็กลับมาอีก และเธอก็เข้ารับการรักษาและผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย โดย เฟิงถีม่อ ยังคงมองโลกในแง่ดีเสมอว่า “ตราบใดที่คนเรายังอยู่ เรื่องอื่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”สาเหตุ อินฟลูฯ สาว หายตัวปริศนา 1 ปีเต็ม แฟนคลับเป็นห่วงหนักมาก แห่ส่งกำลังใจ-2สาเหตุ อินฟลูฯ สาว หายตัวปริศนา 1 ปีเต็ม แฟนคลับเป็นห่วงหนักมาก…

  • หนุ่มญี่ปุ่น กระโดดตึกจากสถานีโทรทัศน์ดัง ตกใส่ประชาชนข้างล่างเจ็บ

    หนุ่มญี่ปุ่น กระโดดตึกฆ่าตัวตายจากสถานีโทรทัศน์ดัง ทีวีอาซาฮี ก่อนตกใส่ประชาชนข้างล่าง ทำให้ประชาชนคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม สำนักข่าว เจแปนทูเดย์ รายงานว่า เกิดเหตุชายในช่วงอายุ 20-30 ปี กระโดดตึกฆ่าตัวตายจากสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์อาซาฮี ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และมีประชาชนที่อยู่ข้างล่างได้รับบาดเจ็บ 1 รายโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้ตายเป็นพนักงานซึ่งเกี่ยวข้องกับฝ่ายการผลิตที่เกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์ และมีบัตรเข้าออกสำนักงานใหญ่ คาดว่าผูู้ตายกระโดดลงมาจากชั้น 7 ของอาคาร เบื้องต้นยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่ผู้ตายเลือกจบชีวิตตัวเอง และจะทำการสอบสวนต่อไปขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น เป็นชายที่เดินอยู่ข้างล่าง เคราะห์ดีที่บุคคลดังกล่าวได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและไหล่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องวัยรุ่นญี่ปุ่นโดดตึกฆ่าตัวตาย ร่วงกระแทกใส่หญิงข้างล่าง ดับ 2 ศพช็อก นร.ญี่ปุ่นวัย 15 ใช้มีดแทงชายแปลกหน้าเจ็บสาหัส สารภาพเป็นคนทำแต่ไม่พูดถึงแรงจูงใจภาพติดตา หญิงร่วงรถไฟเหาะดับ ผู้รอดชีวิตเล่านาที เมียร่วงกระแทกพื้น-เลือดอาบหน้า

  • รมต.กัมพูชา โชว์ภาพทหารกินข้าวเม่า บอก เติมพลังก่อนออกไปสู้ศัตรู

    หลังจากที่สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความระบุว่า ตนได้รับคำร้องจากทหารแนวหน้านายหนึ่ง ที่บอกว่า “ขอความช่วยเหลือเป็นอัมบ็อก (ข้าวเม่า) จะดีกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ตนเห็นว่าคำขอนี้มีเหตุผลเหมาะสม แต่มองว่าบะหมี่ก็ยังจำเป็น และสามารถให้ควบคู่กันได้พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมซื้อข้าวใหม่เพื่อทำอัมบ็อก หรือซื้ออัมบ็อกจากชาวบ้าน นำไปมอบให้ทหารและผู้ลี้ภัยสงคราม โดยแนะนำให้บรรจุเป็นถุง 1-2 กิโลกรัม เพื่อให้ทหารพกพาได้สะดวก แทนการใส่กระสอบหรือกล่องที่อาจลำบากต่อการกระจายในพื้นที่สู้รบล่าสุด วันที่ 12 ธ.ค. 68 นายเนตร ภัคตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา โพสต์ภาพทหารกัมพูชานายหนึ่ง กำลังนั่งกินอัมบ็อก โดยบอกว่า สมเด็จเตโช ฮุน เซน ได้ฝากความห่วงใยและสอบถามสารทุกข์สุขดิบไปยังกองกำลังติดอาวุธทุกเหล่าทัพ ที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินอย่างกล้าหาญ เพื่อเผชิญหน้าและต่อสู้กับผู้รุกรานอธิปไตยของชาติ ก่อนปิดท้ายสาร สมเด็จฯ ฮุน เซน กล่าวว่า ‘กินอัมบ็อกจากข้าวใหม่ แล้วออกไปปราบศัตรูที่ล่วงล้ำ’

  • ด่วน! แผ่นดินไหว 6.7 เขย่าญี่ปุ่น เตือนประชาชนอพยพ-เฝ้าระวังสึนามิ

    วันที่ 12 ธันวาคม 2568 สำนักข่าว NHK รายงานประกาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.7 บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ใกล้พื้นที่ ฮอกไกโด และ โทโฮคุ ทำให้มีการออกคำเตือนเฝ้าระวังสึนามิครอบคลุมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือรายงานระบุว่า แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ในหลายเมืองติดชายฝั่ง แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงหรือผู้บาดเจ็บ ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นแจ้งประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้อพยพไปยังบริเวณที่สูงกว่า และติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด ทางการญี่ปุ่นยังคงประเมินสถานการณ์คลื่นสึนามิและความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไปที่มาจาก NHK