Category: ต่างประเทศ
-
ออสเตรเลียระทึก เกิดเหตุกราดยิงในหาดบอนได เสียชีวิตแล้ว 10 ราย
เกิดเหตุยิงสนั่นที่ชายหาดบอนได ซึ่งเป็นชายหาดชื่อดังของออสเตรเลีย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ราย โดยมีคนร้ายรวมอยู่ด้วย 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 13 คน14 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิต 10 ราย จากเหตุยิงที่เกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งเป็นเหตุยิงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในออสเตรเลียนับจากเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวเปิดฉากยิงใส่ผู้คนที่รัฐแทสเมเนียในปี 2539 ครั้งนั้นมีคนถูกสังหารมากถึง 35 ราย และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รัฐบาลออสเตรเลียในขณะนั้นริเริ่มมาตรการควบคุมปืนที่เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่งของโลก มีทั้งโครงการรับซื้อปืนคืนและเพิ่มการตรวจสอบผู้ครอบครองปืน ส่งผลให้การก่อเหตุด้วยปืนในออสเตรเลียลดลงมากนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลียกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าตกใจและน่ากังวล เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกำลังอยู่ในพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนขณะที่ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซ็อก ของอิสราเอล กล่าวว่า ชุมชนชาวยิวที่เตรียมจะจุดเทียนเล่มแรกเพื่อเริ่มเทศกาลแห่งแสงสว่างหรือฮานุกกะห์ (Hanukkah) ที่ชายหาดบอนไดเมื่อพระอาทิตย์ตกดินในวันนี้ ตกเป็นเหยื่อปองร้ายจากกลุ่มก่อการร้ายที่ชั่วร้าย ขอให้รัฐบาลออสเตรเลียเร่งจัดการกับกระแสต่อต้านชาวยิวที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมออสเตรเลียอยู่ในขณะนี้ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า ทางการออสเตรเลียได้ควบคุมตัวบุคคล 2 คน ที่ชายหาดบอนได บริเวณชานเมืองทางฝั่งตะวันออกของนครซิดนีย์ ตามที่ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้รับแจ้งเหตุยิงในช่วงเย็นวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น
-
ทรัมป์ขู่เล่นงานผู้เกี่ยวข้อง หวัง ‘ไทย-กัมพูชา’ เคารพข้อตกลง ยุติการเข่นฆ่า สร้างสันติภาพยั่งยืน
APทรัมป์ขู่เล่นงานผู้เกี่ยวข้อง หวัง ‘ไทย-กัมพูชา’ เคารพข้อตกลง ยุติการเข่นฆ่า สร้างสันติภาพยั่งยืนหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้โทรศัพท์หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อค่ำวันที่ 12 ธันวาคม และโพสต์บนโซเชียลมีเดียของตนเองว่า ผู้นำไทย-กัมพูชาตกลงที่จะหยุดยิงและกลับสู่ข้อตกลงสันติภาพ ทั้งบอกด้วยว่าเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นอุบัติเหตุ แต่ไทยตอบโต้กลับอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากในสังคมไทย ขณะที่นายกรัฐมนตรีอนุทินและ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ระหว่างการหารือกับทรัมป์ ไม่ได้มีการพูดถึงการหยุดยิง แต่ได้มอบให้รัฐมนตรีต่างประเทศไปหารือกันต่อไปรอยเตอร์รายงานล่าสุดว่า โฆษกทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพและปฎิบัติตามพันธกรณีที่ได้ให้ไว้ในการลงนามข้อตกลงอย่างครบถ้วน และประธานาธิบดีจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น เพื่อหยุดยั้งการสังหารและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนนายอนุทินให้คำมั่นเมื่อวันเสาร์ว่า จะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป จนกว่าเราจะมั่นใจว่าไม่มีอันตรายและภัยคุกคามใดๆ ต่อแผ่นดินและประชาชนไทยอีก“ผมขอชี้แจงให้ชัดเจน การกระทำของเราในเช้าวันนี้ได้พูดแทนทุกอย่างแล้ว” อนุทินโพสต์บนเฟซบุ๊กหลังจากที่ทรัมป์โพสต์ว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยุดยิงทั้งหมดนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจสูงสุด ยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทุกรูปแบบ และงดเว้นการปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมใดๆ รวมถึงการใช้กำลังหรือการเคลื่อนกำลังของหน่วยติดอาวุธไปข้างหน้า โดยให้มีผลตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 13 ธันวาคม พร้อมกับระบุว่า ได้ร้องขอให้มีการส่งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน…
-
เซอร์ไพรส์ นักร้องสาว เปิดตัวแฟนหนุ่มหน้าคุ้น จากเพื่อนร่วมงานสู่เจ้าบ่าว (ต่างประเทศ)
เซอร์ไพรส์ นักร้องสาว เปิดตัวแฟนหนุ่มหน้าคุ้น จากเพื่อนร่วมงานสู่เจ้าบ่าว (ต่างประเทศ)เป็นที่น่าสนใจกันอย่างมากเมื่อ นักร้องเเละนักแสดงสาว ทิฟฟานี่ Girls' Generation และ บยอนโยฮัน กำลังคบหากันอย่างจริงจัง และถูกคาดหมายว่าอาจมีข่าวดีเรื่องวิวาห์ในอนาคต โดยต้นสังกัด TEAMHOPE ของ บยอนโยฮัน ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าบยอนโยฮัน และ ทิฟฟานี่ กำลังคบหาดูใจกันอย่างจริงจัง โดยมีการแต่งงานเป็นเป้าหมาย ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน สื่อ Ilgan Sports รายงานว่าทั้งสองมีแผนจัดงานแต่งงานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า อย่างไรก็ตาม ทางต้นสังกัดชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดตารางเวลาที่แน่ชัด แต่ทั้งคู่ได้แสดงความตั้งใจว่า หากมีความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ
-
สะเทือนวงการ สาวปริศนาแฉแชท พระเอกหนุ่ม ทักข้อความคุยทะลึ่ง (ต่างประเทศ)
สะเทือนวงการ สาวปริศนาแฉแชท พระเอกหนุ่ม ทักข้อความคุยทะลึ่ง (ต่างประเทศ)เรียกได้ว่าเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงสะเทือนวงการบันเทิงเกาหลีเมื่อ หญิงชาวเยอรมัน ได้ออกมาเปิดหลักฐานด้วยการเผยแพร่คลิปบันทึกหน้าจอ แชตส่วนตัวบน Instagram ระหว่างเธอกับอีอีคยอง พร้อมโพสต์ข้อความตั้งคำถามกลับว่ายังมีใครคิดว่านี่คือ AI อยู่ไหม? ถ้านี่เป็นของจริง แชต KakaoTalk ที่เหลือก็น่าจะเป็นของจริงเหมือนกัน ฉันก็อาย แต่ไม่มีทางเลือก จากคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นว่า การสนทนาเริ่มต้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2024 โดยฝ่ายหญิงเป็นคนทักไปก่อน พร้อมระบุว่าเธออายุน้อยกว่าอีอีคยอง 10 ปีสำหรับดราม่านี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อหญิงชาวเยอรมันรายดังกล่าวเผยแพร่บทความหัวข้อ เปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของอีอีคยอง ซึ่งในเวลานั้น อีอีคยองและต้นสังกัดออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
-
สาวกลางคืนแฉ! ลูกค้าชาย 90% หน้าจอมือถือตั้งรูป “คนนี้” เหมือนกันเป๊ะ สยองขวัญชีวิตคู่!!!
สยองขวัญคนโสด! เผยจุดร่วม สาวทำงานกลางคืนแฉ! สังเกตเห็น "จุดร่วม" ลูกค้าผู้ชาย 9 ใน 10 คน เป็นแบบนี้ ชาวเน็ตลั่นอ่านแล้วกลัวการแต่งงานกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อหญิงสาวผู้ประกอบอาชีพในสถานบันเทิงยามราตรีรายหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยข้อสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าผู้ชายที่เธอพบเจอเป็นประจำ โดยระบุว่าจากสถิติที่เธอเห็น ลูกค้าผู้ชาย 10 คน จะมีถึง 9 คนที่มี "จุดร่วม" เดียวกันบนหน้าจอมือถือ ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาชาวเน็ตหลายคนถึงกับบอกว่าเป็นเครื่องเตือนสติที่ทำให้กลัวการแต่งงานไปเลยทีเดียวความจริงบนหน้าจอล็อกสกรีนเจ้าของเรื่องได้โพสต์เล่าผ่านแอปพลิเคชัน Threads โดยระบุว่า จากประสบการณ์การทำงานของเธอ พบว่า "โทรศัพท์ของลูกค้าผู้ชายที่มาเที่ยว 10 คน มีถึง 9 คน ที่ตั้งภาพหน้าจอล็อกสกรีนเป็นรูปภรรยาและลูก" โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วและมียอดกดถูกใจมากกว่า 3.7 หมื่นครั้งชาวเน็ตวิเคราะห์: รักครอบครัว หรือ แค่เกราะป้องกัน?หลังจากโพสต์นี้ถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ผู้ชายเหล่านั้นตั้งรูปครอบครัวไว้ แม้ตัวจะอยู่ในสถานบันเทิง โดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นจิตวิทยาในรูปแบบหนึ่ง:เพื่อแสดงจุดยืน: การโชว์รูปครอบครัวเป็นการบอกหญิงสาวที่มาบริการทางอ้อมว่า "ผมมีลูกเมียแล้วนะ มาเที่ยวแค่สนุก ๆ อย่าคิดจะสานต่อหรือมาเกาะแกะ"การสร้างภาพลักษณ์: หลายคนมองว่าเป็นบุคลิกแบบ "รักครอบครัวแต่ปาก" หรือพวกหลงตัวเองที่ต้องการโชว์ว่าชีวิตสมบูรณ์แบบ ทั้งที่ความจริงกำลังนอกใจความย้อนแย้ง: มีความเห็นหนึ่งกล่าวว่า "คนที่ชอบโชว์ความสุขในครอบครัวบนโซเชียล…
-
ทัวร์ลงฟรี! จบ ม.ท็อปมา “ขับไรเดอร์” โดนแซะตกอับ แต่เห็นเงินในบัญชี…ถึงกับขอขมา
ปริญญากินไม่ได้? หนุ่มจบใหม่ทิ้งงานออฟฟิศมา หนุ่มจีนจบ ม.ดัง ผันตัวเป็น "ไรเดอร์" โดนดูถูกยับว่าเรียนมาเสียเปล่า ก่อนงัดรายได้โชว์ ทำเอาคนวิจารณ์ต้องขอโทษเงินเดือน 15,000 หลบไป! เปิดรายได้ "ไรเดอร์ดีกรีปริญญา" ขยันถูกที่ 3 ปีมีเงินล้าน ใครว่าเรียนสูงเสียเปล่า?เรื่องราวของบัณฑิตจบใหม่ที่ต้องมาทำงานไม่ตรงสาย หรือผันตัวมาเป็นพนักงานส่งของ (Shipper/Rider) ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ทำงานนั้นจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศในยุคที่ตลาดแรงงานแข่งขันสูงลิบลิ่วและเศรษฐกิจผันผวน "ใบปริญญา" อาจไม่ใช่ตั๋วทองในการการันตีงานทำเหมือนในอดีต ล่าสุดในโลกโซเชียลมีเดียของจีนได้มีการแชร์เรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเทียนจิน (Tianjin University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อป (โครงการ 985) ของประเทศ แต่กลับเลือกสวมเสื้อกั๊กออกไปวิ่งส่งของคำครหา: "เรียนสูงเสียเปล่า"ในสายตาคนทั่วไป งานส่งของมักถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาสูง ใครๆ ก็ทำได้ ทำให้การที่บัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดังลงมาทำอาชีพนี้ กลายเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนัก ชาวเน็ตหลายคนมองว่าเขา "ไม่มีความอดทน" หรือ "ไม่พยายามหางานออฟฟิศดีๆ" ให้สมกับเกียรติสถาบันความจริงอีกด้าน: จบ "โลจิสติกส์" มาทำ "โลจิสติกส์"ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ ชายหนุ่มคนนี้เรียนจบมาในสาขา "โลจิสติกส์" โดยตรง แต่เนื่องจากโอกาสงานในสายงานบริหารที่ตรงวุฒินั้นหายากมากในช่วงนี้ เพื่อความอยู่รอด เขาจึงตัดสินใจทำงานเป็นพนักงานส่งของมาตลอด 3 ปีเปิดรายได้ที…มีสะดุ้ง!แม้จะดูเป็นงานที่เหนื่อยยาก…
-
เดือด! ฮุน เซน โพสต์ด่วน ถึงพี่น้องร่วมชาติ
วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และคณะรัฐบาลกัมพูชา ให้พิจารณาระงับการเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างไทย–กัมพูชา จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนที่ทวีความรุนแรงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Samdech Hun Sen of Cambodia เสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และคณะรัฐบาลกัมพูชา ให้พิจารณาระงับการเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนที่ทวีความรุนแรงสมเด็จฮุน เซน ระบุข้อความว่าเรียนพี่น้องร่วมชาติ!ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพไทยได้บุกรุกและสังหารประชาชนชาวกัมพูชาอย่างไม่เลือกหน้าและเลือกสถานที่ต่างๆ แม้กระทั่งสะพาน ถนน และโรงเรียน และวัดพวกเขาใช้ปืนใหญ่และเครื่องบินทำลาย สิ่งเหล่านั้น มีการใช้ระเบิดคลัสเตอร์ในหลายพื้นที่ รวมถึง บริเวณที่พลเมืองไทยอาศัยและทำงานอยู่ในกัมพูชาในสถานการณ์เช่นนี้ ในฐานะประธานวุฒิสภา ประธานสภาสูงสุด และประธานพรรคผู้ปกครอง ข้าพเจ้าขอเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลให้พิจารณาระงับ การเดินทางข้ามพรมแดนของพลเมืองกัมพูชาและไทยทั้งหมดพลเมืองกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ต้องอาศัยและทำงานในประเทศไทยต่อไป และพลเมืองไทยที่อาศัยและทำงานในกัมพูชาในขณะนี้ต้องอยู่ในกัมพูชาต่อไปจนกว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของพลเมืองกัมพูชาและไทยจากอันตรายขณะเดินทาง…
-
ชายแข็งแรง ไม่เหล้า-บุหรี่ จู่ๆ เส้นเลือดสมองแตก แพทย์รู้ “เครื่องดื่มโปรด” สั่งให้เลิกเดี๋ยวนี้!
ความดันพุ่ง 250! ชายวัย 54 เส้นเลือดแตก ทั้งที่ออกกำลังกาย พลาดหนักเพราะ อุทาหรณ์! ชายวัย 54 ไม่เหล้า-ไม่สูบบุหรี่ จู่ๆ วูบเส้นเลือดในสมองแตก "วูบเกือบตาย" เพราะสิ่งที่ดื่มแทนน้ำเรื่องราวเตือนใจสำหรับคนวัยทำงานที่คิดว่าตัวเองแข็งแรงดี ชายวัย 54 ปี ผู้มีไลฟ์สไตล์สุดเฮลตี้ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายเป็นประจำ กลับต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลด่วนด้วยอาการ "เส้นเลือดในสมองแตก" (Stroke) ทั้งที่ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อนความดันพุ่งปรี๊ดจนหมอตกใจเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเช้าวันหนึ่ง เมื่อจู่ๆ เขาก็รู้สึกอ่อนแรงที่ร่างกายซีกซ้าย มีอาการชา ทรงตัวไม่อยู่ พูดจาติดขัดและกลืนลำบาก ครอบครัวจึงรีบนำส่งคลินิกโรคหลอดเลือดสมองใกล้บ้านทันทีนพ.ซูนิล มุนชิ (Sunil Munshi) แพทย์เจ้าของไข้จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ ถึงกับผงะเมื่อเห็นตัวเลขความดันโลหิตของคนไข้ที่พุ่งสูงถึง 254/150 mmHg (คนปกติไม่ควรเกิน 120/80) ซึ่งเป็นระดับอันตรายถึงชีวิต ผลสแกนสมองพบว่ามีเลือดออกในสมองส่วนลึก ส่งผลต่อการทรงตัวแม้แพทย์จะให้ยาควบคุมความดันถึง 5 ชนิด จนอาการดีขึ้น แต่พอกลับบ้านไป ความดันของเขาก็ดีดกลับมาสูงถึง 220 mmHg อีกครั้ง สร้างความมึนงงให้กับทีมแพทย์ เพราะหาสาเหตุไม่เจอ…
-
สื่อต่างชาติมองพูดไม่ตรงกัน ทรัมป์โวจะหยุดยิงแล้ว แต่ไทยโต้ยังคุยไม่จบ
การยกหูโทรศัพท์หารือของทรัมป์ ถึงผู้นำไทยและกัมพูชา นำไปสู่คำถามสำคัญว่า ข้อสรุปคืออะไรกันแน่? เมื่อทรัมป์ชี้ว่าได้ข้อตกลงหยุดยิงแล้ว ส่วนไทยปฏิเสธประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยเมื่อค่ำวันที่ 12 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ว่า ผู้นำไทยและกัมพูชาตกลงที่จะกลับมารื้อฟื้นข้อตกลงหยุดยิงใหม่ หลังจากที่มีการปะทะกันอย่างดุเดือดหลายวันที่ผ่านมาโดยทรัมป์ประกาศข้อความดังกล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดีย หลังโทรศัพท์หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไทย และฮุน มาเนต นายกฯ ของกัมพูชา“ผมมีบทสนทนาที่ดีมากในเช้านี้ (เช้าวันที่ 12 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ) กับนายกรัฐมนตรีของไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ฮุน มาเนต กังวลเกี่ยวกับเรื่องสงครามที่ยืดเยื้อของทั้งสองฝ่ายที่ปะทุขึ้นมาอีก พวกเขาตกลงที่จะหยุดยิงมีผลค่ำวันนี้ และกลับไปสู่ข้อตกลงสันติภาพดั้งเดิมที่ทำขึ้นร่วมกับผม และพวกเขา โดยเราได้รับความช่วยเหลือจากอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย”“เหตุการณ์ระเบิดตามถนน ซึ่งทำให้ทหารไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากถือเป็นอุบัติเหตุ แต่ถึงกระนั้นประเทศไทยก็ตอบโต้อย่างแข็งกร้าว ทั้งสองชาติพร้อมแล้วที่จะเกิดสันติภาพ และเดินหน้าการค้ากับสหรัฐอเมริกาต่อไป ถือเป็นเกียรติของผมมากที่ได้ทำงานร่วมกับท่านอนุทินและท่านฮุน ในการแก้ไขสิ่งที่นำไปสู่สงครามครั้งใหญ่ระหว่างสองประเทศที่ยอดเยี่ยมและมีความรุ่งเรือง ผมเองอยากขอขอบคุณนายกฯ มาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม สำหรับการช่วยเหลือของเขาในเหตุการณ์ที่สำคัญยิ่งนี้”อนุทินชี้ยังไม่ได้ข้อตกลง และย้ำ เหตุระเบิดไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างไรก็ตาม Channalnewsasia รายงานว่า ข้อความของโดนัลด์ ทรัมป์…
-
ช็อกโลก”ทรัมป์”อ้างทหารไทยเจ็บ-ตายเกิดจากระเบิดข้างทาง-เป็นอุบัติเหตุ สั่ง”อนุทิน-ฮุน มาเนต”หยุดยิงทันที
ทรัมป์อ้าง! ระเบิดข้างทางที่ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ เสียชีวิตและมันเป็น วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเวลา 1.07 น. วันที่ 13 ธ.ค.(ตามเวลาท้องถิ่น) นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่าน X บัญชีส่วนตัว เปิดเผยถึงความสำเร็จในการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นใหม่ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชานายทรัมป์ระบุว่า ตนได้มีการสนทนาที่ดีมากในช่วงเช้าวันนี้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เกี่ยวกับการปะทุขึ้นใหม่ของสงครามที่มีมายาวนานระหว่างทั้งสองประเทศที่น่าเศร้าตกลง "หยุดยิง" และกลับสู่ข้อตกลงสันติภาพเดิมนายทรัมป์ ระบุว่า ผู้นำทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะ "ยุติการยิงทั้งหมด" โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เย็นวันนี้ และจะกลับไปใช้ ข้อตกลงสันติภาพ (Peace Accord) ฉบับดั้งเดิมที่ทำไว้กับตนเองและผู้นำทั้งสอง โดยความช่วยเหลือจาก นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียระเบิดข้างทางเป็นอุบัติเหตุ แต่ไทยตอบโต้หนักในข้อความดังกล่าว นายทรัมป์ยังเปิดเผยถึงต้นเหตุของเหตุการณ์ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้น โดยระบุว่า ระเบิดที่ติดตั้งอยู่ข้างทาง ซึ่งเป็นเหตุให้ทหารไทยจำนวนมากเสียชีวิตและบาดเจ็บนั้น เป็นอุบัติเหตุ แต่ถึงกระนั้น ประเทศไทยก็ได้ตอบโต้กลับไปอย่างหนักมากผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า ปัจจุบันทั้งสองประเทศพร้อมสำหรับ สันติภาพ และการค้าขายกับสหรัฐอเมริกาต่อไปนายทรัมป์แสดงความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมกับนายอนุทินและสมเด็จฮุน มาเนต…