Category: ต่างประเทศ
-
เด็ก 13 ตรวจพบมะเร็งตับอ่อน หมอซักจนรู้ ถามพ่อแม่ให้ลูกกินแบบนี้ได้ยังไง!
เด็กชายวัย 13 ป่วยมะเร็งตับอ่อน หลังปวดท้องเรื้อรัง ครอบครัวเผยพฤติกรรมการกิน หมอถามให้ลูกกินแบบนี้ได้ไงตั้งนานเด็กชายวัย 13 ป่วยมะเร็งตับอ่อน หลังปวดท้องเรื้อรัง ครอบครัวเผยพฤติกรรมการกินที่มองข้ามมานานในวัย 13 ปี เด็กส่วนใหญ่ควรได้ใช้ชีวิตในโรงเรียน เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน แต่เด็กชายรายหนึ่งกลับต้องเผชิญข่าวร้าย หลังแพทย์ตรวจพบว่าเขาป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะลุกลาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีอาการคล้ายความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารทั่วไปเท่านั้นเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นอุทาหรณ์ที่ทำให้หลายครอบครัวหันกลับมาสังเกตอาการผิดปกติของลูก รวมถึงทบทวนพฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวัน เพราะสิ่งที่ดูเหมือนความสะดวกหรือการตามใจเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อสุขภาพเมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานเริ่มจากปวดท้องและท้องเสีย ก่อนพบสัญญาณผิดปกติชัดเจนช่วงแรกเด็กชายมีอาการปวดบริเวณท้องส่วนบนและท้องเสียเป็นบางครั้ง พ่อแม่เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการอาหารไม่ย่อยหรือเลือกกินอาหาร จึงซื้อยาบำรุงและยาแก้ท้องเสียมาให้รับประทาน โดยไม่ได้พาไปตรวจอย่างละเอียดอาการดังกล่าวเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องนานหลายเดือน กระทั่งผิวหนังและตาขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายน้ำชา น้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเริ่มกลืนหรือรับประทานอาหารได้ลำบาก แม้แต่อาหารโปรดอย่างไก่ทอดก็ไม่อยากกิน ครอบครัวจึงรีบพาไปโรงพยาบาลผลการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบก้อนเนื้อบริเวณส่วนหัวของตับอ่อน ก่อนที่การตรวจชิ้นเนื้อจะยืนยันว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะลุกลาม ตัวโรคได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียง ทำให้โอกาสผ่าตัดเพื่อหวังผลรักษาให้หายขาดเหลือน้อยลงพ่อแม่เปิดพฤติกรรมการกิน ลูกดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่าเมื่อแพทย์สอบถามประวัติการใช้ชีวิตและอาหารที่เด็กรับประทานเป็นประจำ ครอบครัวจึงเปิดเผยว่าเด็กไม่ค่อยดื่มน้ำเปล่ามาตั้งแต่เล็ก หากกระหายน้ำมักเลือกน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้บรรจุขวด โดยบางวันดื่มมากถึง 3-4 ขวดนอกจากนี้ เด็กยังรับประทานอาหารมื้อหลักค่อนข้างน้อย แต่ชอบไก่ทอด ไส้กรอก เนื้อกระป๋อง และอาหารฟาสต์ฟู้ดที่หาซื้อได้ง่ายบริเวณหน้าโรงเรียน หลายครั้งอาหารเหล่านี้กลายเป็นมื้อเย็นแทนอาหารที่ปรุงสดใหม่ในวันที่พ่อแม่ไม่มีเวลาจัดเตรียมอาหารเช้า เด็กมักได้รับเงินไปซื้อแฮมเบอร์เกอร์และน้ำอัดลม พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ จนแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยครอบครัวไม่ทันมองว่าอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้อาจทำให้ได้รับน้ำตาล ไขมัน โซเดียม และพลังงานมากเกินความต้องการอาหารชนิดเดียวไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็งทันทีอย่างไรก็ตาม…
-
สยอง พยาบาลฆาตกรต่อเนื่อง โยง 139 คดี แอบฉีดยาใส่ผู้ป่วยระยะสุดท้าย
อัยการเยอรมนีเร่งสอบ 139 คดีต้องสงสัย พยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายฆาตกรต่อเนื่อง คาดเหยื่อลอบฉีดยาพุ่งสูงสำนักงานอัยการสูงสุดของประเทศเยอรมนีเปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนคดีสะเทือนขวัญวงการแพทย์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา กำลังเร่งตรวจสอบคดีมรณกรรมต้องสงสัยเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก เชื่อมโยงกับพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคอง (Palliative Care) รายหนึ่ง ซึ่งเคยถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตไปแล้วก่อนหน้านี้ จากความผิดฐานฆาตกรรมคนไข้ 10 รายพยาบาลชายรายนี้คือ นายอุลริช เอส. (Ulrich S.) อายุ 44 ปี ปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงพยาบาลในเมืองเวอร์เซเลน (Würselen) ใกล้กับเมืองอาเคิน ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ในความผิดฐานฆาตกรรมผู้ป่วย 10 ราย และพยายามฆ่าอีก 27 ราย ไม่ได้รับสิทธิ์ขอเลื่อนการลงโทษเพื่อปล่อยตัวก่อนกำหนดผลการสอบสวนในคดีเดิมพบว่า นายอุลริชใช้วิธีลอบฉีดยากล่อมประสาทและยาแก้ปวดในปริมาณความเข้มข้นสูงเกินขนาดให้กับผู้ป่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยภาวะเปราะบาง เพราต้องการลดภาระงานของตนเองขณะเข้าเวรกะดึกพนักงานอัยการระบุระหว่างการพิจารณาคดีว่า พฤติกรรมของเขาแสดงถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปราศจากแรงจูงใจ ไร้ความรับผิดชอบ ขาดความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์อย่างสิ้นเชิงแม้ศาลจะมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการยังคงเดินหน้าขยายผลการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การพบคดีต้องสงสัยเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ โดยอัยการเมืองอาเคินกำลังเร่งตรวจสอบคดีที่อาจเชื่อมโยงกับนายอุลริชจำนวน 121 คดี และคาดว่าจะมีการสั่งฟ้องข้อหาเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการภายในปีหน้าหนึ่งในขั้นตอนการสอบสวนสำคัญคือการอนุมัติขุดศพผู้เสียชีวิตขึ้นมาผ่าพิสูจน์เพื่อตรวจหาปริมาณสารเคมีและตัวยาอันตรายตกค้าง ซึ่งขณะนี้มีการนำศพขึ้นมาพิสูจน์แล้วเกือบ 40 ศพขณะเดียวกัน อัยการเมืองโคโลญจน์ได้ขยายผลตรวจสอบเพิ่มอีก 18…
-
กินหอยนางรมดิบมื้อเดียว อดีตนาวิกโยธิน สมองเสียหายถาวร นอนติดเตียงตลอดชีวิต
เรื่องเศร้าเริ่มจากมื้ออาหารธรรมดามื้อหนึ่ง วันที่ 30 มิถุนายน 2568 โจ เบลจิโอ (Joe Belgio) วัย 44 ปี พาครอบครัวไปฉลองกันที่ร้านสเต๊กชื่อ Gibsons Bar & Steakhouse ย่านโอ๊กบรูก ชานเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ห่างจากตัวเมืองราว 24 กิโลเมตรวันนั้นเขาสั่งหอยนางรมดิบมากิน ตอนนั้นลูกสาวคนเล็กของเขาเพิ่งเกิดได้ 5 เดือน ทุกอย่างกำลังไปได้ดีเมลานี สเตเยอร์ (Melanie Stayer) คู่หมั้นของเขาเล่ากับสถานีโทรทัศน์ ABC 7 ชิคาโก ว่า “วันนั้นเป็นวันสบาย ๆ ของผู้ชายสบาย ๆ คนหนึ่ง ที่แค่อยากฉลองชีวิตกับครอบครัวในร้านอาหาร แล้วชีวิตก็เปลี่ยนได้เร็วขนาดนั้น”หลังกินหอยได้ 3 วัน เบลจิโอมีอาการหนักจนหัวใจหยุดเต้นสก็อตต์ โอซัลลิแวน (Scott O’Sullivan) ทนายความของเขา ระบุว่าเบลจิโอหมดสติและสมองขาดออกซิเจนนานอย่างน้อย 8 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองเสียหายได้คนที่มาช่วยกู้ชีพเขาคือหน่วยดับเพลิงเมืองซิเซโร ซึ่งเป็นหน่วยเดียวกับที่เขาเคยรับราชการอยู่ ก่อนจะถูกนำส่งโรงพยาบาลเบลจิโอไม่ใช่คนธรรมดา…
-
แค่เพราะขี้เกียจทำงาน! พยาบาลเยอรมัน ฉีดยาเพื่อปลิดชีพผู้ป่วย เสียชีวิต 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ พีคไปอีกเพราะเหยื่ออาจมีมากกว่า 100 ราย (ข่าวต่างประเทศ)
วันที่ 11 ส.ค. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ cna ได้มีการรายงานว่า อัยการเยอรมันกล่าวเมื่อวันจันทร์ 10 ส.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าพวกเขากำลังสืบสวนคดีต้องสงสัยหลายสิบกรณี ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคอง (Palliative care)วันที่ 11 ส.ค. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ cna ได้มีการรายงานว่า อัยการเยอรมันกล่าวเมื่อวันจันทร์ 10 ส.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าพวกเขากำลังสืบสวนคดีต้องสงสัยหลายสิบกรณี ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคอง (Palliative care) ที่ถูกจำคุกไปแล้วก่อนหน้านี้ ในข้อหาฆาตกรรมผู้ป่วย 10 รายชายคนดังกล่าว ซึ่งสื่อเยอรมันระบุชื่อเพียงบางส่วนว่า อุลริช เอส (Ulrich S) ทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเวียร์เซอเลิน (Wuerselen) ใกล้กับเมืองอาเคิน (Aachen) ทางตะวันตกของประเทศเยอรมันนี เขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายน หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฆาตกรรม 10 กระทง และพยายามฆ่าอีก 27 กระทงในการพิจารณาคดีก่อนหน้านี้ อัยการระบุว่า เขาได้ฉีดยาระงับประสาทหรือยาแก้ปวดในปริมาณสูงให้กับผู้ป่วยซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อลดภาระงานของตนเองในระหว่างการเข้ากะดึกการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปหลังจากที่เขาถูกตัดสินลงโทษ และขณะนี้อัยการในเมืองอาเคิน กล่าวว่า…
-
ช็อกหนัก!! พยาบาล แอบฉีดยาปลิดชีพคนไข้ เพราะขี้เกียจดูแล พีคไปอีกเพราะเหยื่ออาจมีมากกว่า 100 ราย
11 ส.ค.2569 สื่อต่างประเทศรายงานคดีสะเทือนขวัญสั่นประสาทวงการแพทย์เยอรมนี หลังสำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า กำลังเร่งสอบสวนคดี11 ส.ค.2569 สื่อต่างประเทศรายงานคดีสะเทือนขวัญสั่นประสาทวงการแพทย์เยอรมนี หลังสำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า กำลังเร่งสอบสวนคดีต้องสงสัยเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคองรายหนึ่ง ผู้ซึ่งเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตไปก่อนหน้านี้จากคดีฆาตกรรมคนไข้ถึง 10 รายในโรงพยาบาลรายงานระบุว่า พยาบาลชายรายดังกล่าวคือ นายอุลริช เอส. (Ulrich S.) เคยปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเวอร์เซเลน ใกล้กับเมืองอาเคิน ทางตะวันตกของประเทศ ก่อนจะถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ในความผิดฐานฆาตกรรมคนไข้รวม 10 ราย และพยายามฆ่าอีก 27 ราย จากการสอบสวนเชิงลึกในคดีเดิมพบพฤติกรรมอันน่าสะเทือนใจ โดยนายอุลริชใช้วิธีลอบฉีดยากล่อมประสาทหรือยาแก้ปวดในปริมาณความเข้มข้นสูงเกินขนาดให้กับคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยเปราะบาง เพื่อจุดประสงค์ที่สร้างความตกตะลึงแก่สังคม นั่นคือ ต้องการลดภาระงานของตนเองในช่วงเข้าเวรกะดึก โดยอัยการระบุระหว่างการพิจารณาคดีว่า นายอุลริชปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไร้ซึ่งแรงจูงใจและปราศจากความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์อย่างสิ้นเชิงหลังคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการยังคงเดินหน้าขยายผลการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การพบคดีต้องสงสัยเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ โดยอัยการเมืองอาเคินกำลังเร่งตรวจสอบคดีต้องสงสัยที่อาจเชื่อมโยงกับนายอุลริชสูงถึง 121 คดี และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในปีหน้า หนึ่งในกระบวนการสอบสวนที่สำคัญคือการนำศพผู้เสียชีวิตขึ้นมาผ่าพิสูจน์เพื่อตรวจหาปริมาณสารเคมีและตัวยาอันตราย ซึ่งล่าสุดมีการขุดศพขึ้นมาแล้วเกือบ 40 ศพ ขณะที่อัยการเมืองโคโลญจน์กำลังเดินหน้าตรวจสอบเพิ่มอีก 18 คดี โดยคดีที่เก่าแก่ที่สุดย้อนหลังไปไกลถึงปี 2010…
-
สลด นางงามเวทีดัง หายตัวนาน 3 ปี เรียกค่าไถ่ 27 ล้าน สุดท้ายถูกสังหารโหด
ไร้ปาฏิหาริย์! อาธีนา ลียา นางงามถูกลักพาตัวในฟิลิปปินส์ แฉเพื่อนสนิทเป็นนกต่อลวงส่งตัวให้คนร้าย ครอบครัวยอมจ่ายค่าไถ่ 27 ล้าน แต่ไม่ปล่อยตัว ล่าสุดพบเสียชีวิตแล้วตำรวจยืนยันการเสียชีวิตของอาธีนา ลียา (Athena Liya) หรือ ข่งลี่เหมย เน็ตไอดอลชาวจีนที่มีผู้ติดตามนับล้าน เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 เวทีมิสเวิลด์มาเก๊าปี 2564 หลังหายตัวไปในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อ 3 ปีก่อน จากการสืบสวนพบว่าเป็นฝีมือของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่ลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ โดยมีเพื่อนสนิทของผู้ตายเป็นคนจัดฉากล่อลวงสื่อท้องถิ่นรายงานว่า อาเธน่า ลียา เดินทางไปกรุงมะนิลาเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ตามคำชวนของ หลี่ อี้เฟย (Li Yifei) เพื่อนสนิท โดยเพื่อนอ้างว่ากำลังเสียใจเพราะอกหักและต้องการคนอยู่เป็นเพื่อน พร้อมเสนอจัดเตรียมที่พักโรงแรมหรูและทริปถ่ายรูปริมทะเลให้ทันทีที่อาเธน่าออกเดินทาง เพื่อนสนิทได้ยกเลิกตั๋วเที่ยวบินของตัวเอง อ้างว่าติดธุระด่วน และส่งรายละเอียดเที่ยวบินให้กลุ่มลักพาตัวในฟิลิปปินส์ เมื่อเดินทางถึงสนามบินกลุ่มอาชญากรข้ามชาติเข้าจับนางงามสาวทันที ขณะเดียวกัน หลี่ อี้เฟย รีบลบบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเองทั้งหมด ไม่ยอมติดต่อครอบครัวผู้เสียหาย และหลบหนีไปต่างประเทศภาพจาก : orientaldailyระหว่างที่ครอบครัวพยายามตามหา มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าแก๊งค้ามนุษย์นำตัวอาธีนาไปขายต่อที่ประเทศกัมพูชา หรือบังคับให้ทำงานในสถานเริงรมย์ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าข่าวลือเหล่านี้เป็นข้อมูลเท็จที่คนร้ายจงใจสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและสร้างความสับสนให้ทิศทางการสืบสวนทางครอบครัวยอมจ่ายเงินค่าไถ่จำนวน 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว…
-
ศาล “ซีเรีย” สั่งประหารอดีตประธานาธิบดี “บาชาร์ อัล อัซซาด”
ศาลซีเรียมีคำตัดสินประหารชีวิต อดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัซซาด ฐานก่ออาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ในระหว่างเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศศาลซีเรียมีคำตัดสินประหารชีวิต อดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัซซาด ฐานก่ออาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ในระหว่างเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศศาลซีเรียตัดสินลับหลัง มีคำสั่ง "ประหารชีวิต" อดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัซซาด ฐานก่ออาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ในระหว่างเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศในช่วงทศวรรษที่ 2010 / อีกทั้งในคดีเดียวกัน ศาลยังมีคำตัดสินประหารชีวิต อเต็ฟ นาจิบ ญาติของอัซซาด และเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงทางการเมืองในจังหวัดเดรา ทางใต้ของซีเรียด้วย โดยเขาเข้ารับฟังคำตัดสินดังกล่าว โดยถูกควบคุมตัวอยู่ภายในกรงสีดำอัซซาดบินหนีจากกรุงดามัสกัส ไปยังกรุงมอสโกของรัสเซีย พร้อมกับครอบครัว หลังจากที่ระบอบที่เขาปกครองถูกโค่นล้มจากฝ่ายต่อต้านในเดือนธันวาคม 2024 สิ้นสุดการปกครองของระบอบอัซซาดที่ยาวนานกว่า 5 ทศวรรษย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2011 รัฐบาลซีเรียภายใต้การนำของอัซซาด ได้จับกุมและทรมานเยาวชน โดยกล่าวหาว่าพวกเขาเขียนกราฟิตี้ต่อต้านรัฐบาลจนนำมาสู่การประท้วงในหลายเมือง และทำให้กองทัพเข้าปราบปรามด้วยความรุนแรง ก่อนจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง ที่ทำให้ชีวิตประชาชนหลายแสนคนต้องตายลงปัจจุบัน รัฐบาลรักษาการของซีเรีย ภายใต้การนำของอาเหม็ด อัล-ชารา เดินหน้าปราบเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบอบอัซซาด และนาจิบ คือหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดที่ถูกดำเนินคดี โดยเขาถูกตัดสินประหารชีวิต ฐานฆาตกรรม, จงใจสังหารเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และการทรมานจนนำมาสู่การเสียชีวิตอย่างไรก็ตาม…
-
พยาบาลฆาตกรให้ยาเกินขนาด ผู้ป่วยดับ 10 ราย ขยายผลพบอีกนับร้อย ปมก่อเหตุสุดช็อก!
ช็อกวงการแพทย์ พยาบาลฆาตกร ฉีดยาผู้ป่วยดับนับ 10 ราย ขยายผลพบอีก 139 เหตุต้องสงสัย ขุดศพตรวจแล้ว 39 ราย สืบปมก่อเหตุสุดช็อกเยอรมนีขยายผลคดีพยาบาลฆาตกรรมผู้ป่วย อย่างน้อย 10 ราย ล่าสุดสงสัยอีก 139 เหตุ ขุดศพตรวจแล้ว 39 รายวงการสาธารณสุขเยอรมนีกำลังเผชิญคดีสะเทือนขวัญอีกครั้ง หลังอัยการเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุเสียชีวิตต้องสงสัยอีกจำนวนมาก ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับอดีตบุรุษพยาบาลแผนกดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ผู้ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568ชายคนดังกล่าวถูกสื่อเยอรมันเปิดเผยชื่อเพียงบางส่วนว่า อุลริช เอส. (Ulrich S.) ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเมืองอาเคิน หลังศาลมีคำพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานฆาตกรรมผู้ป่วย 10 ราย และพยายามฆ่าอีก 27 ราย อย่างไรก็ตาม ทางการไม่ได้เปิดเผยชื่อเต็มของจำเลยตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเยอรมนีคดีเดิมเกิดขึ้นในโรงพยาบาลเมืองวือร์เซเลินคดีที่ศาลมีคำพิพากษาเกิดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2566 ถึงพฤษภาคม 2567 ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองวือร์เซเลิน ซึ่งอยู่ใกล้เมืองอาเคิน ทางตะวันตกของเยอรมนี ขณะก่อเหตุจำเลยมีอายุ 44 ปี และทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2563หลักฐานที่นำเสนอต่อศาลระบุว่า จำเลยให้ยาระงับประสาทหรือยาแก้ปวดในปริมาณที่เป็นอันตรายแก่ผู้ป่วย…
-
วินาทีระทึก! มหาวิหารเก่าแก่ โคลอมเบีย อายุเกือบ 100 ปี ถล่มหลังแผ่นดินไหว
วินาทีระทึก! มหาวิหารเก่าแก่ โคลอมเบีย อายุเกือบ 100 ปี ถล่มหลังแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 111 ศพจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.4 บริเวณจังหวัดโชโก ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 19.34 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศ แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 111 รายกรมทรัพยากรธรณีวิทยาของโคลอมเบียรายงานว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ใกล้กับเมืองซานโฮเซ เดล ปัลมาร์ ในจังหวัดโชโก ที่ระดับความลึกไม่ถึง 60 ไมล์ โดยความรุนแรงระดับ 7.4 ถือเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประเทศโคลอมเบียในรอบทศวรรษที่ผ่านมาX/ @visegrad24ความรุนแรงของแผ่นดินไหวส่งผลให้อาสนวิหารบาซิลิกา ออฟ อาวร์ เลดี้ ออฟ โรซารี (Cathedral Basilica of Our Lady of Rosary) ในเมืองมานิซาเลส พังถล่มลงมาต่อหน้าผู้เห็นเหตุการณ์ โดยมีวิดีโอบันทึกภาพนาทียอดแหลมของมหาวิหารร่วงหล่นกระแทกพื้นจนกลายเป็นซากปรักหักพัง ฝุ่นละอองจากซากอาคารลอยคลุ้งปกคลุมเต็มท้องฟ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งกันพื้นที่และนำผู้คนให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุโดยเร็วมหาวิหารบาซิลิกา ออฟ…
-
กรี๊ด! ดาราสาว ประกาศตั้งท้องเเล้ว หลังเพิ่งแต่งงานเงียบๆได้ 4 เดือน (ตปท)
กรี๊ด! ดาราสาว ประกาศตั้งท้องเเล้ว หลังเพิ่งแต่งงานเงียบๆได้ 4 เดือน (ตปท)ทำเอาคนในวงการต่างยินดีเมื่อล่าสุดดาราสาว ซอ ฮเย-วอน (Seo Hye-won) โดยก่อนหน้านี้ได้จดทะเบียนสมรสและเริ่มต้นชีวิตคู่กับแฟนหนุ่มนอกวงการอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงต้นปี ค.ศ. 2026 ที่ผ่านมา โดยตัดสินใจไม่จัดงานแต่งงานใหญ่โตล่าสุดได้ออกมาประกาศข่าวดีตั้งท้องลูกคนแรกแล้ว หลังแต่งงานได้ 4 เดือน ท่ามกลางแฟนๆเเละคนในวงการยินดีกันอย่างล้นหลาม