Category: ต่างประเทศ

  • ปิดเงียบไม่บอก ลูกสอบติดมหาลัยดังหลายแห่ง เพิ่งรู้ผ่านมา 7 ปี พลาดโอกาสครั้งใหญ่

    พ่อแม่ปิดเงียบไม่บอก ลูกสอบติดมหาลัยดังหลายแห่ง เพิ่งรู้ผ่านมา 7 ปี พลาดโอกาสครั้งใหญ่ จุดกระแสวิจารณ์วันที่ 1 ส.ค. กลายเป็นประเด็นถกเถียงวิจารณ์อย่างมากบนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้บัญชีเอกซ์รายหนึ่ง ออกมาเผยเรื่องราวน่าเศร้าหลังเพิ่งรู้ว่า พ่อแม่พรากโอกาสในชีวิตที่ดีกว่าของลูกชายวัย 17 ไป เมื่อต้องซ่อนจดหมายทุนการศึกษานักกีฬาของลูกที่สามารถสอบผ่านเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศได้สำเร็จผ่านมา 7 ปี ตัดสินใจแบ่งปันจดหมายเหล่านี้ให้ลูกชายได้อ่าน จนกระแสโลกโซเชียลตั้งคำถามว่า ทำไมพ่อแม่บางคนถึงพรากโอกาสจากลูกๆ และความสัมพันธ์ในครอบครัวอาจได้รับผลกระทบอย่างไรหลังจากเหตุการณ์เช่นนั้น เพียงเพื่อเห็นว่ามหาวิทยาลัยนั้นไกลจากบ้าน หรืออะไรก็ตามโดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า จดหมายสมัครงานบางฉบับที่พ่อแม่สามีฉันเก็บไว้ไม่ให้เขาจนกระทั่งเขาอายุ 24 ปี เพราะเราไม่อยากเดินทางไกลไปแข่งที่บ้าน แล้วคุณก็ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้นอยู่แล้ว" ฉันอยู่ในเหตุการณ์นั้นตอนที่พวกเขายื่นจดหมายเหล่านี้ให้เขาภาพประกอบเขา (สามีของเธอ) เป็นแชมป์ระดับประเทศสมัยมัธยมปลาย เขาสามารถไปที่ไหนก็ได้ ใครทำแบบนั้นกับลูกตัวเองกันล่ะ? อีกอย่าง เขาสอบตกวิชาฟิสิกส์ขั้นสูงทีหลังด้วย เขาฉลาดมาก ฉันให้อภัยพวกเขาอยู่เสมอภายหลัง ได้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ออกมาแบ่งปันเรื่องราวที่คล้ายกันว่า ฉันเสียใจมากที่สามีของคุณมีพ่อแม่แบบนั้น ฉันก็มีจดหมายตั้งเยอะแยะเหมือนกัน พ่อฉันปฏิเสธข้อเสนอจากโรงเรียนชั้นนำของฉันตอนที่ฉันไปเยี่ยมที่นั่น โดยวางแผนจะเซ็นชื่อในบรรทัดจุดประ เขาเจอโค้ชตอนที่ฉันไปเที่ยวกับนักกีฬา ส่วนแม่ฉันไม่อย่างไรก็ตาม ด้านเจ้าของโพสต์ได้มาอธิบายเพิ่มเติมหลังจากมีคนเข้ามาถามมากว่า สามีของเธอรูสึกอย่างไรเมื่อรู้เรื่องที่เกิดขึ้น "ไม่ต้องกังวลนะ พ่อแม่สามีทำให้เขาอึดอัดแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ชนะการแข่งขัน Missouri Valley Conference หลายครั้ง…

  • ตาเหลือก!!! ซื้อรถหรูมือ 2 เจอซุก “หีบสมบัติ” ทองแท่ง-เงินสด และจดหมายเขียนไว้แบบนี้

    หนุ่มจีนตะลึง! ซื้อรถหรูมือ 2 เอะใจรถมีน้ำหนักแปลกกว่าปกติ เปิดเจอเงินสด-ทองคำแท่ง ซ่อนอยู่ในล้ออะไหล่หนุ่มจีนตะลึง! ซื้อรถหรูมือ 2 เอะใจรถมีน้ำหนักแปลกกว่าปกติ เปิดเจอเงินสด-ทองคำแท่ง ซ่อนอยู่ในล้ออะไหล่ตามรายงานระบุว่า หลังจากทำงานเก็บเงินมา 3 ปี นายจาง ช่างเทคนิคหนุ่มในประเทศจีน ซึ่งมีรายได้ราว 6,000 หยวนต่อเดือน (ประมาณ 22,000 บาท) ตัดสินใจซื้อรถยนต์คันแรกเพื่อใช้งานส่วนตัว โดยเลือกซื้อเป็นรถมือสอง ยี่ห้องAudi รุ่นปี 2012 โดยผู้ขายตั้งราคาไว้ที่ราคา 70,000 หยวน (ประมาณ 255,000 บาท)นายจางไม่วางใจนักจึงพาเพื่อนที่มีประสบการณ์ด้านการซ่อมรถไปตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าตรงตามคำที่ผู้ขายโฆษณาจริงหรือไม่ ว่ารถคันนี้อยู่ในสภาพดี ผ่านการดูแลและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเหตุผลที่ขายเพราะจำเป็นต้องใช้เงินด่วน กระทั่งเมื่อเพื่อนของเขายืนยันว่ารถยังอยู่ในสภาพดี ใช้งานได้ตามปกติ นายจางจึงดำเนินการซื้อตกลงซื้อขาย และนำรถกลับบ้าน ซึ่งในสัปดาห์แรกก็ไม่มีปัญหาใดๆแต่แล้ววันหนึ่ง ระหว่างที่จอดรถใกล้กับอาคารที่พัก นายจางได้พูดคุยกับช่างซ่อมรถมากประสบการณ์คนหนึ่ง ซึ่งสังเกตเห็นว่าระบบกันสะเทือนของรถดูเตี้ยผิดปกติ เหมือนเคยรับน้ำหนักมากเป็นเวลานาน เขาเริ่มสงสัยและกลับไปตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคของรถ พบว่าน้ำหนักรถมากกว่าค่ามาตรฐานจากโรงงานถึง 30 กิโลกรัมเขาตัดสินใจนำรถไปเข้าศูนย์บริการของ Audi เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบกันสะเทือน และภายในรถ…

  • ปธ.กุน ขแมร์ ชี้ “กัมพูชา” ไม่ได้โจมตีเซเว่นไทย อ้างไทยยิงกันเองแต่โบ้ยเขมร

    ประธาน กุน ขแมร์ โพสต์คลิปยัน กัมพูชา ไม่ได้โจมตีเซเว่นไทย แต่เป็นเหตุการณ์ที่คนไทยยิงกันเอง ก่อนโบ้ยความผิดให้กับฝั่งเขมรความเคลื่อนไหวล่าสุดถึงข้อพิพาทระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา จนถึงตอนนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยที่วันนี้ (1 สิงหาคม) ผู้ช่วยทูตทหาร 23 ประเทศ ได้ร่วมถ่ายภาพหน้าเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ ก่อนลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา สังเกตการณ์ความเสียหายที่ถูกโจมตี อาทิ ปั๊มน้ำมัน, โรงเรียน และ รพ.สต. เพื่อยืนยันว่าทาง กัมพูชา เป็นฝ่ายที่เริ่มโจมตีก่อนโดยหนึ่งจุดที่เป็นที่พูดถึงก็คือ ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ถูกทางกัมพูชาโจมตีจนทำให้มีผู้เสียชีวิตล่าสุด สเร จันทร ประธานกุน ขแมร์ กัมพูชา ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความเพื่อสื่อว่า คยไทยเป็นฝ่ายทิ้งระเบิดใส่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าวเอง ก่อนที่จะโบ้ยความผิดให้กับฝั่งกัมพูชา“คนเสียม (สยาม) กล้าทิ้งระเบิดใส่เซเว่นอีเลฟเว่น ทำให้ประชาชนตาย แล้วมาโทษเขมร นิสัยต่ำๆ เปลี่ยนไม่ได้หรอก พวกเสียมแบบนี้ (สยาม)”อ้างอิง :…

  • เขมร ประจบ ‘ทรัมป์’ ยกแผ่นดินให้ตั้งฐานทัพ เชื่อกัมพูชาจะเจริญ ไทยไม่กล้ารุกราน

    อินฟลู คนดังเขมร เขียนจดหมายประจบ สหรัฐอเมริกา ให้มาตั้งฐานทัพในประเทศ อ้าง ประเทศจะมีแต่ความเจริญ ไทยไม่กล้ารุกรานผู้สื่อข่าวรายงาน เฟซบุ๊ก ขนิษฐา โชว์ อินฟลูสายข่าวชื่อดังของกัมพูชา ได้ร่างจดหมายถึงประเทศสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศ จากสถานการณ์ความไม่สงบกับประเทศไทย ความว่า “ขอให้พี่น้องทุกคนช่วยกันแชร์จดหมายฉบับนี้ที่ฉันเขียนถึงเพื่อนร่วมชาติชาวเขมรทั่วโลกและในสหรัฐอเมริกาไทยมีความทะเยอทะยานที่จะกลืนกินดินแดนกัมพูชา ดังนั้นประเทศกัมพูชาจึงต้องการฐานทัพของสหรัฐอเมริกามาตั้งมั่นจดหมายถึงเพื่อนร่วมชาติชาวเขมรที่เคารพรักเราต้องใช้โอกาสนี้ในการร้องขอให้สหรัฐอเมริกาสร้างฐานทัพในประเทศกัมพูชา ใกล้กับจังหวัดเสียมราฐ นี่คือยุทธศาสตร์เดียวที่จะสามารถช่วยปกป้องประเทศกัมพูชาของเราไปได้อีกหลายร้อยปีข้างหน้าความทะเยอทะยานของประเทศไทยคือต้องการกลืนกินจังหวัดทั้งหมดของกัมพูชาที่ไทยคิดว่าตนเองได้สูญเสียไปในสมัยฝรั่งเศสการที่ไทยโจมตีกัมพูชาในครั้งนี้เป็นเพียงการลองใจชาวโลกก่อน ว่ากล้าที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยกัมพูชาหรือไม่ ผลปรากฏว่า ไทยคาดไม่ถึงว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะกล้าเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้เลยดังนั้น ในตอนนี้ไทยจึงเป็นเพียงการหยุดโครงการของตัวเองไว้ชั่วคราวเท่านั้น คือไทยกำลังรอให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พ้นจากตำแหน่งในอีก 3 ปีข้างหน้า ฉันคิดว่าไทยจะกลับมาโจมตีกัมพูชาอย่างจริงจังอีกครั้งก่อนปี 2075 ซึ่งถึงตอนนั้นอาวุธยุทโธปกรณ์ของไทยจะทันสมัยกว่าปัจจุบันนี้มากพี่น้องคะ มีหลายประเทศที่มีฐานทัพของสหรัฐอเมริกาตั้งมั่นช่วยปกป้องอธิปไตยของพวกเขา และประเทศเหล่านั้นก็เจริญรุ่งเรือง ไม่ได้สูญเสียดินแดนไปแม้แต่น้อย สหรัฐอเมริกาไม่ได้ยึดดินแดนของประเทศใด มีแต่ช่วยแล้วก็คืนให้ ยิ่งไปกว่านั้นยังให้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกด้วยหากประเทศกัมพูชาของเรามีฐานทัพของสหรัฐอเมริกาช่วยตั้งมั่นปกป้อง ก็จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศเราได้อย่างมหาศาล และกัมพูชายังจะมีสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วยเมื่อถึงตอนนั้น ทั่วโลกจะมีความเชื่อมั่นต่อประเทศกัมพูชามากขึ้นหลายเท่าตัว ภาคการท่องเที่ยวก็จะเติบโตขึ้น ส่วนทหารอเมริกันก็จะใช้จ่ายเงินในระบบเศรษฐกิจของกัมพูชาเราอย่างมหาศาลพี่น้องต้องจำไว้ว่า ภูมิรัฐศาสตร์โลกได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว ไม่เหมือนในอดีต ดังนั้นกัมพูชาเราต้องรู้จักปรับตัวตามภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไปนี้ เพราะเพื่อนบ้านของเรามีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่และมีพฤติกรรมก้าวร้าวดังเช่นในปี 1860 ที่พระบาทองค์ด้วงและพระบาทนโรดมทรงมีความกล้าหาญมุ่งมั่นในการร้องขอให้ฝรั่งเศสมาช่วยปกป้องดินแดนกัมพูชา ดังนั้นในปี 2025…

  • “ฮุน เซน” ถูกแอบถ่าย ทำงานจนหลับคาเก้าอี้ ตื่นเพราะทหารถูกปล่อยตัว

    สมเด็จ ฮุน เซน โพสต์ภาพมุมเผลอถูกแอบถ่ายขณะหลับคาเก้าอี้ เผยได้ยินข่าวไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชาแล้วตื่นเลยวันที่ 1 ส.ค. 68 เวลาประมาณ 12.00 น. สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพตนเองขณะหลับคาเก้าอี้ทำงาน โดยระบุว่าเป็นภาพที่ถูกลูกน้องแอบถ่ายแคปชันโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากการประชุมกับผู้นำและผู้บัญชาการทหาร ผมได้ฟังคำอธิบายจากสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการลดภาษีนำเข้ากัมพูชาจาก 49% เหลือ 19% ผมไม่คาดคิดว่าจะเผลอหลับไปบนเก้าอี้”“ภาพนี้ถูกแอบถ่ายโดยคน 4 คน แต่ตื่นขึ้นมาเมื่อทหารกัมพูชา 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถูกฝ่ายไทยจับกุมตัวหลังจากหยุดยิงนาน 8 ชั่วโมง ถูกส่งตัวกลับกัมพูชาอย่างปลอดภัยโดยฝ่ายไทย”“ผมขอให้ทหารสองนายที่ประชาชนชาวกัมพูชาและตัวผมเองรอคอย หายจากอาการป่วยโดยเร็ว”ข่าวที่เกี่ยวข้องรอยเตอร์แฉ “ฮุน เซน” เป็นผู้นำความขัดแย้งสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา “มาลี โสเจียตา” ยืนยัน ทหารกัมพูชาในไทยปลอดภัยดี-ไม่มีอันตราย เกาะติดสถานการณ์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา 1 ส.ค. 68 จับตาไทยพาทูตทหารลงพื้นที่ชายแดน อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฮุน เซน” ถูกแอบถ่าย ทำงานจนหลับคาเก้าอี้ ตื่นเพราะทหารถูกปล่อยตัวติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน…

  • คนจีนไม่พอใจเขมรหักหลังจีนแล้วตบหน้าไทย “กัมพูชาอยากจะโดนทุบหรือไง”

    เว็บไซต์ NetEase (网易) ของจีนเริ่มเผยแพร่บทความแสดงความเห็นของชาวจีนเกี่ยวกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของกัมพูชา ที่แต่เดิมเคยใกล้ชิดกับจีนแต่ล่าสุดหันไปร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างแนบแน่นในระหว่างที่เกิดความขัดแย้งกับประเทศไทยบทความนี้มีชื่อว่า "กัมพูชาอยากจะโดนทุบหรือไง! ตอนแรกทำให้จีนไม่พอใจ จากนั้นก็ตบหน้าไทย! มันทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจ"ส่วนหนึ่งของบทความกล่าวว่า "ก่อนหน้านี้จีนมีโครงการความร่วมมือมากมายในกัมพูชา ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงภาคเกษตรกรรม ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง กัมพูชากลับกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์และเริ่มเล่นลิ้นกับรายละเอียดปลีกย่อย จับผิดและกดราคาสินค้าลง ราวกับว่าเชื่อว่าจะหาพันธมิตรที่ดีกว่านอกจีนได้"บทความวิเคราะห์ว่า "ทันทีที่เจตนานี้ (ความพยายามตีห่างจากจีนแล้วหันไปหาสหรัฐฯ) ถูกเปิดเผย ไทยก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ" และบบอกว่า "ในเมื่อกัมพูชากำลังพยายามสร้างระยะห่างจากจีนอย่างจริงจัง ไทยจะพลาดโอกาสนี้ไปได้อย่างไร? เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม กองทัพได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ไปปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา พร้อมทั้งใช้รถถังหลัก T-84 ของยูเครน ทำลายฐานยิงจรวด RM-70 ของกัมพูชา""ที่น่าเย้ยหยันยิ่งกว่านั้นคือกองทัพกัมพูชาพึ่งพาจีนเกือบทั้งหมดในด้านยุทโธปกรณ์ ตั้งแต่เครื่องยิงจรวด AR-2 ไปจนถึงขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ KS-1C อย่างไรก็ตาม หากเกิดการสู้รบ อาวุธเหล่านี้ก็ไม่สามารถต้านทานเครื่องบิน F-16 ของไทยได้ การโจมตีทางอากาศของไทยได้ทำลายฐานทัพสำคัญของกัมพูชาสองแห่งโดยตรง ส่งผลให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บ และต้องอพยพประชาชนกว่า 80,000 คน กัมพูชาจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากจีน แต่ถ้อยแถลงของ กัวเจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน มีเพียง…

  • ‘รอยเตอร์ส’แฉสนั่นโลก! ‘สมเด็จฮุน เซน’ผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่น่าสยดสยองชายแดนไทย-กัมพูชา

    1 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์ สำนักข่าวระดับโลกสัญชาติอังกฤษ ได้ออกมารายงานข่าวระบุว่า 'สมเด็จฮุน เซน' นั้นคือผู้นำความขัดแย้งมาสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา "Cambodia's Hun Sen at the helm in border conflict with Thailand" (ฮุน เซน ผู้นำความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา)'ฮุน เซน' ไม่ได้เป็นผู้นำกัมพูชาอีกต่อไปแล้ว เพราะส่งไม้ต่อให้กับฮุน มาเนต ลูกชายคนโต ในปี 2023 หลังจากครองอำนาจมานานเกือบสี่ทศวรรษ แต่'ฮุน เซน' มี บทบาทสำคัญในเหตุการณ์ที่นำไปสู่การสู้รบที่นองเลือดที่สุดระหว่างไทยและกัมพูชาในรอบกว่าทศวรรษในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวดังยังอ้างแหล่งข่าวทางการทูต 3 ราย ระบุว่า 'ฮุน เซน' ยังคงมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่องตลอดความขัดแย้งที่กินเวลานาน 5 วันสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม หลังจากปืนใหญ่ที่ยิงมาจากกัมพูชาตกในพื้นที่พลเรือนในจังหวัดชายแดนของไทย จากหลักฐานที่มีอยู่ เชื่อกันว่า รัฐบาลกัมพูชา นำโดย…

  • สวีเดนสั่งหยุดขาย’กริพเพน’ (Gripen) ให้ประเทศไทยหลังใช้จริงกับศึกกัมพูชา

    เว็บไซต์ข่าวด้านการป้องกันประเทศ Defence Security Asia เผยว่าในความเห็นพิเศษที่ส่งไปยังเว็บไซต์ Breaking Defense รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน มาเรีย มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด ได้ปฏิเสธการอนุมัติคำขอของไทยที่จะซื้อเครื่องบินรบกริพเพน (Gripen) โดยระบุว่า “รัฐบาลกำลังติดตามความคืบหน้าของความขัดแย้งบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด”เว็บไซต์ Defence Security Asia ชี้ว่า "การตัดสินใจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสตอกโฮล์มได้แยกตัวออกจากพันธมิตรด้านกลาโหมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (คือไทย) ที่มีมายาวนาน เกี่ยวกับการนำเครื่องบินขับไล่เรือธงของตนไปประจำการ"Defence Security Asia ชี้ว่า "เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยง" และนอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่้าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า มีแผนที่จะจัดหาเครื่องบินกริพเพนชุดที่สอง เพื่อเสริมกำลังให้กับฝูงบินขับไล่ JAS-39C/D จำนวน 11 ลำ ที่ประจำการอยู่ที่กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรายงานว่า เครื่องบินกริพเพนของกองทัพอากาศไทยถูกนำไปใช้ในภารกิจโจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาโดยตรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการนำเครื่องบินรุ่นนี้ที่สวีเดนสร้างขึ้นไปใช้ในภารกิจการรบครั้งแรกของโลกDefence Security Asia ชี้ว่าสถานการณ์เช่นนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับรัฐบาลสวีเดน อันเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการควบคุมการขายอาวุธอย่างเข้มงวดที่สุดในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศผู้ซื้ออาวุธกำลังมีปฏิบัติการทางทหาร โดยที่สวีเดนมีนโยบายการส่งออกอาวุธที่บริหารโดยสำนักงานตรวจสอบผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ (ISP) เนื่องจากภายใต้กฎหมายของสวีเดน ISP ซึ่งดำเนินงานภายใต้กระทรวงการต่างประเทศ จะต้องประเมินเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ ประวัติสิทธิมนุษยชน และเจตนารมณ์ในการดำเนินงานของผู้รับสินค้าส่งออกทั้งหมด…

  • สื่อเขมร-มาเลย์เผย สวีเดนปฏิเสธคำสั่งซื้อ ‘กริพเพน’ ของไทย หลังใช้ถล่มกัมพูชา

    แฟ้มภาพสื่อเขมร-มาเลย์เผย สวีเดนปฏิเสธคำสั่งซื้อ ‘กริพเพน’ ของไทย หลังใช้ถล่มกัมพูชาสำนักข่าวพนมเปญโพสต์ของกัมพูชาและ Defense Security Asia ของมาเลเซีย รายงานว่า นางมาเรีย มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสวีเดน ได้ปฏิเสธคำขอของประเทศไทยที่จะขอซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนเพิ่มเติม หลังจากที่กองทัพอากาศไทยเป็นชาติแรกที่ใช้เครื่องบินขับไล่กริพเพนในการสู้รบจริง ระหว่างการปะทะกับกองทัพกัมพูชานางสเตเนอร์การ์ดให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Breaking Defense เว็บไซต์ด้านการทหาร พูดถึงการที่สวีเดนจะระงับคำขอซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนของไทย และรัฐบาลสวีเดนกำลังติดตามพัฒนาการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิดการตัดสินใจของรัฐบาลสวีเดนที่จะปฏิเสธคำขอซื้อเครื่องบินกริพเพนของไทยนั้นถือเป็นครั้งแรกที่สวีเดนตีตัวออกห่างจากพันธมิตรด้านกลาโหมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีมาอย่างยาวนานจากการใช้งานเครื่องบินขับไล่กริพเพนของสวีเดน โดนกองทัพอากาศไทยเพิ่งประกาศซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่มเติมจากที่กองทัพอากาศไทยมีฝูงบินกริพเพนประจำอยู่ที่กองบินที่ 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งนี้ กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่กริพเพนร่วมปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของกองทัพกัมพูชาในการปะทะกันที่บริเวณชายแดนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินกริพเพนถูกนำมาใช้ในการสู้รบจริง แต่นั่นอาจทำให้ทางสวีเดนแสดงความกังวลเพราะสวีเดนมีนโยบายเรื่องการส่งออกอาวุธที่รัดกุมมากที่สุดชาติหนึ่งในยุโรป โดยเฉพาะหากผู้ซื้อกำลังดำเนินปฏิบัติการทางทหารหน่วยงาน Inspectorate of Strategic Products (ISP) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงต่างประเทศสวีเดน จะประเมินเสถียรภาพด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประวัติสิทธิมนุษยชน และเป้าประสงค์ของปฏิบัติการของผู้ขอซื้อก่อนที่รัฐบาลจะออกใบอนุญาตให้มีการส่งออกอาวุธอย่างเป็นทางการ กฎหมายการส่งออกยุทโธปกรณ์ของสวีเดนระบุว่าจะมีการห้ามการขายยุทโธปกรณ์ให้แก่ประเทศที่จะนำอาวุธดังกล่าวไปใช้ทำการรุกรานหรือทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย ยกเว้นแต่จะเป็นการใช้อาวุธในเชิงป้องกันและสอดคล้องไปกับพันธกรณีของสวีเดนอย่างไรก็ตาม แม้ว่าสวีเดนจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธคำขอซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนของไทยอย่างเป็นทางการ แต่การที่สเตเนอร์การ์ดไม่สนับสนุนแผนการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนอาจบ่งชี้ได้ว่าสวีเดนจะระงับข้อตกลงดังกล่าว จนกว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะคลี่คลายก่อนเป็นอย่างน้อย และสวีเดนจะต้องทำการประเมินด้านยุทธศาสตร์ใหม่อีกครั้งว่าการที่ไทยนำเครื่องบินขับไล่กริพเพนออกมาใช้นั้นถือเป็นการละเมิดความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เครื่องบินจะถูกนำมาใช้งานหรือไม่นักวิเคราะห์ชี้ว่าหากสวีเดนระงับคำขอซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนจริง ก็อาจทำให้ไทยมองหาตัวเลือกอื่น อาทิ เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae ของเกาหลีใต้ เครื่องบินขับไล่ J-10CE…

  • ด่วน!! ‘ทรัมป์’ตั้งกำแพงภาษีต่างตอบแทนอัตราใหม่ไทย19% เท่ากัมพูชา-มาเลเซีย

    1 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีต่างตอบแทนใหม่ที่สหรัฐฯ จะเก็บจากสินค้าของประเทศต่างๆ ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพวกเขา ในคืนวันที่ 31 ก.ค. 2568 หรือเพียงไม่นานก่อนที่เส้นตายการบังคับใช้ภาษีจะมาถึงในวันที่ 1 ส.ค.นี้ โดยตารางอัตราภาษีใหม่นี้ระบุว่า สหรัฐฯ จะเก็บภาษีต่างตอบแทนจากสินค้าที่นำเข้าจาก'ประเทศไทย' ในอัตรา 19%สำหรับไทยได้รับการลดอัตราภาษีจากเดิม 36% ลงมาอยู่ที่ 19% ส่วนของประเทศอื่นในบรรดาสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั้นบรูไน 25%กัมพูชา 19%อินโดนีเซีย 19%ลาว 40%มาเลเซีย 19%เมียนมา 40%ฟิลิปปินส์ 19%สิงคโปร์ 10%เวียดนาม 20%.ส่วนประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีมากที่สุดตามตารางล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ออกมาคือ ซีเรีย ถูกตั้งกำแพงภาษีที่ 41%