Category: ต่างประเทศ

  • ดราม่าร้อนทรวง! โค้ชเซิร์ฟบอร์ด ‘มือไว’ ช่วยบังหน้าอกสาวบิกินี่หลุด

    โค้ชหนุ่มชาวจีน กลายเป็นไวรัลดราม่า หลังช่วยเอามือบังหน้าอก หญิงสาวเล่นเซิร์ฟ บิกินี่หลุดกลางทะเล แบบแนบแน่นเต็มมือ โดนชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น “ฉวยโอกาส” หรือ “ช่วยด้วยใจ”เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สื่อต่างประเทศ "Mirror Media" รายงานถึงเหตุการณ์ที่กลายเป็น ไวรัล และสร้างความฮือฮาบนโลกโซเชียลมีเดียของ ประเทศจีน กรณีที่โค้ชหนุ่มช่วยหญิงสาวที่ บิกินี่หลุด ระหว่างเล่นเซิร์ฟ แต่กลับถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการกระทำภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม WeChat โซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน โดยแสดงให้เห็นหญิงสาวผิวขาวผมยาวคนหนึ่งกำลังพยายามเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ที่ริมหาดแห่งหนึ่ง ในขณะที่มีโค้ชหนุ่มในชุดสีดำคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ไม่ห่างจังหวะที่คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาร่างของหญิงสาว ส่งผลให้ บิกินี่ท่อนบนของเธอหลุดหายไปในทะเล โค้ชหนุ่มซึ่งอยู่ใกล้เคียงได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ปิดหน้าอกของเธอ ไว้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งประคองตัวเธอให้อยู่บนกระดานโต้คลื่น และช่วยพาเธอกลับเข้าฝั่งทันที การกระทำของโค้ชทำให้ไม่มีภาพเปลือยของเธอถูกเผยแพร่ออกไป แต่กลับกลายเป็นภาพที่สร้างความตกตะลึงและ ดราม่าร้อนแรง แทนหลังจากภาพเหตุการณ์นี้ถูกแชร์ต่อออกไปอย่างกว้างขวาง ก็ดึงดูดความสนใจและสร้างความฮือฮาให้กับผู้คนจำนวนมาก ภาพดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนบนโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงชาวเน็ตส่วนหนึ่งมองว่าการกระทำของโค้ชเป็นการช่วยเหลือและ "ปกป้อง" ศักดิ์ศรีของหญิงสาวจากสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ด้วยคำกล่าวอย่าง "โค้ชมือไวมาก!" หรือ "ไม่มีภาพเปลือย แต่กลายเป็นภาพที่น่าตกใจแทน"ในทางกลับกัน ชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งกลับมองว่าโค้ช "ฉวยโอกาส" จากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งแนะนำทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ในการช่วยเหลือ เช่น "ในสถานการณ์แบบนี้…

  • หนุ่มวัย 27 ช็อก! คิดว่าระบบย่อยดี ที่แท้เป็น “มะเร็งลำไส้ระยะ 3” หมอชี้สิ่งนี้ห้ามมองข้าม

    หนุ่มวัย 27 จู่ๆ ตรวจเจอมะเร็งลำไส้ ระยะที่ 3 ทุกคนช็อก! คิดว่าเป็นสัญญาณระบบย่อยดีหนุ่มวัย 27 กินอะไรก็ไม่อ้วน ขับถ่ายคล่องทุกวัน กลับต้องช็อกเมื่อพบว่าความ “ปกติ” เหล่านั้น เป็นอาการของโรคร้าย มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับ เสี่ยวเฟย หนุ่มออฟฟิศวัย 27 ปีจากมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ผู้ที่ถูกเพื่อนร่วมงานแซวอยู่บ่อยๆ ว่า "โชคดีจริง กินแค่ไหนก็ไม่อ้วน แถมขับถ่ายคล่องทุกวัน" เขามักถ่ายวันละ 2-3 ครั้ง จนตัวเองก็เชื่อว่าระบบย่อยอาหารของตัวเองดีเยี่ยมแต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ความถี่ในการถ่ายเริ่มมากขึ้นแบบผิดปกติ บางครั้งพอทานอาหารเสร็จ ก็รู้สึกปวดท้องจนต้องเข้าห้องน้ำทันที และไม่สามารถกลั้นไว้ได้ เขายังคิดว่านี่คือการ “ย่อยดี ขับถ่ายเร็ว” จนกระทั่งเริ่มเห็นเลือดในอุจจาระ และน้ำหนักลดฮวบเกือบ 10 กิโลกรัมภายในเดือนเดียว ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการกินเลยเมื่อไปโรงพยาบาลตรวจ ผลที่ได้ทำให้เสี่ยวเฟยแทบล้มทั้งยืน เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 เนื้องอกอยู่บริเวณซิกมาดีโคลอน (ส่วนปลายลำไส้ใหญ่) และลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองแล้วรองหัวหน้าแผนกระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลกลางเมืองจูโจว ซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ เผยว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นหนึ่งในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้อายุน้อยที่สุดที่ถูกตรวจพบในระยะลุกลามเขาย้ำว่า…

  • เมียหลวงดักรอแต่เช้า บุกจับสามีมีเมียน้อย คนมุงกันทั้งถนน เวทนาสภาพเมีย-ลูกชาย

    จับได้ว่าผัวนอกใจ เมียหลวงพาลูกชายมาดักรอแต่เช้า เห็นคาตาพาหญิงอื่นขึ้นรถ คนมุงดูกันทั้งถนน ก่อนเมียมาเล่าเองเกิดอะไรขึ้น?จับได้ว่าผัวนอกใจ เมียหลวงพาลูกชายมาดักรอแต่เช้า เห็นคาตาพาหญิงอื่นขึ้นรถ คนมุงดูกันทั้งถนน ก่อนเมียมาเล่าเองเกิดอะไรขึ้น?เหตุการณ์ภรรยาหลวงบุกจับสามีมีชู้กลางถนนในเมืองหนานหนิง กลายเป็นเรื่องร้อนแรงที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลของจีนเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนในเมืองหนานหนิง เมื่อภรรยาหลวงซึ่งแต่งกายเรียบง่ายและดูเหมือนแม่บ้าน รออยู่ข้างรถพูดคุยกับผู้ชายอีกคนซึ่งคาดว่าเป็นสามีของเธอ ส่วนบนรถยังมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่กล้าเงยหน้ามองใครชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เผยว่า ภรรยาหลวงมาตั้งแต่เช้า แสดงให้เห็นว่าเธอรู้เรื่องล่วงหน้า พอเห็นสามีและเมียน้อยปรากฏตัว เธอก็รีบเข้าไปจับผมเมียน้อย พร้อมตะโกนต่อว่าสามีอย่างไม่หยุดชาวเน็ตหลายคนสังเกตเห็นความแตกต่างในภาพลักษณ์ของภรรยาหลวงที่แต่งตัวเรียบง่ายและใส่หมวก กับเมียน้อยที่แต่งตัวจัดเต็มและแต่งหน้าเข้ม ขณะที่ข้างรถยังมีเด็กชายคนหนึ่งยืนดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าสับสนเด็กชายคนนั้นน่าจะเป็นลูกของสามีกับภรรยาหลวง เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นบาดแผลทางใจครั้งใหญ่สำหรับเด็ก ท่ามกลางความสับสนและความสงสารจากผู้ที่พบเห็นขณะที่ภรรยาหลวงพยายามดึงเมียน้อยลงจากรถ สามีกลับโกรธและตะโกนขู่ภรรยาว่า “ฉันทนเธอมานานแล้ว อย่าทำเกินไป!” และข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงประชาชนที่มุงดูใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพและวิดีโอจำนวนมาก บริเวณรอบรถแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ยืนหลังคลิปถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตจำนวนมากประณามพฤติกรรมของสามี จากการเปิดเผยของคนใน พบว่าในช่วงที่แต่งงานกัน ชายคนนี้ยังไม่มีเงินมาก ภรรยาหลวงคือผู้ที่เคียงข้างเขาในวันที่ลำบาก ต้องอยู่ในบ้านสังกะสีแคบและร้อนอบอ้าว จนมีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งคู่มีลูกชาย 1 คน และเลี้ยงสุนัขอีก 1 ตัว ภรรยาหลวงยังช่วยสามีในเรื่องงานและดูแลบ้านอย่างเต็มที่ แม้ชีวิตคู่จะมีปัญหา แต่เพื่อประโยชน์ของลูกทั้งสองยังไม่หย่าร้างกันชาวเน็ตยังตามสืบจนเจอบัญชีโซเชียลของชายคนนี้ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านประตูหน้าต่างในพื้นที่ แต่หลังเรื่องอื้อฉาวบัญชีถูกตั้งเป็นส่วนตัวไม่นาน มีชาวเน็ตนำเรื่องไปแจ้งเจ้าของบริษัทแม่ ช่องคอมเมนต์ของเจ้าของบริษัทถูกถล่มจนต้องออกแถลงการณ์กลางดึกว่าได้รับทราบเรื่องแล้ว และจะสั่งให้ชายคนนี้ยุติกิจการทันทีใบหน้าของเมียน้อยยังไม่ถูกเปิดเผยชัดเจน ทำให้ตัวตนยังไม่แน่ชัด มีชาวเน็ตสังเกตเห็นว่ากำไลข้อมือในคลิปคล้ายกับของพนักงานหญิงบริษัทเดียวกันพนักงานหญิงคนนั้นจึงถูกสงสัยและถูกโจมตีในโซเชียลอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่คนละที่กับเหตุการณ์จริงเจ้าของบริษัทชี้แจงว่า พนักงานหญิงไม่ใช่หญิงที่สามีหลอกลวง และพนักงานได้โพสต์ชี้แจงในโซเชียลมีเดีย ยืนยันว่ามีรอยสักบนมือและผมไม่ยาวเหมือนในคลิปแต่เรื่องจะยังไม่จบ ชาวเน็ตหลายคนให้กำลังใจภรรยาหลวงและหวังให้สามีถูกลงโทษอย่างเหมาะสมผู้ที่อ้างว่าเป็นภรรยาหลวงได้เล่าถึงความวิตกกังวลตั้งแต่รู้ว่าสามีนอกใจ กินไม่ได้นอนหลับ…

  • ลูกสาวเล่าดึกๆ มีคนมา “จับหน้า” พ่อตามจับคนร้าย อึ้งเป็น “คนใน” ฟังเหตุผลโกรธไม่ลง

    ลูกสาวอายุ 13 เล่าให้ฟัง ลูกสาวอายุ 13 เล่าให้ฟัง "มีคนจับหน้าดึกๆ” พ่อถึงขั้นจ้าง รปภ.เพิ่ม และติกกล้องในห้องนอน สุดท้ายเฉลยพีก คนร้ายที่ตามจับคือ “คนในครอบครัว”เว็บไซต์ SOHA แชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งในต่างประเทศ เมื่อจู่ๆ ลูกสาววัย 13 ปี ก็มาเล่าให้ฟังว่า “มีคนจับหน้าเธอตอนเที่ยงคืน” ปรากฏการณ์ประหลาดนี้ทำให้ทั้งตัวเด็กหญิงเอง และพ่อแม่ต่างก็รู้สึกกังวลและไม่สบายใจตามรายงานระบุว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวคือ “ตงตง” (นามสมมุติ) พ่อของเธอเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ครอบครัวมีฐานะดี ชีวิตทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่แล้วคืนหนึ่งเธอเริ่มสังเกตเห็นปรากฏการณ์แปลกๆ ทุกครั้งที่เข้านอน จะรู้สึกเหมือนมีคนมาแตะแก้มเธอกลางดึกเสมอ แต่เพราะความกลัวจึงไม่กล้าลืมตาขึ้นมาพิสูจน์ ทำให้รู้สึกกระวนกระวายและกระสับกระส่ายอยู่ตลอดเวลาหลายวันต่อมา ตงตงตัดสินใจรวบรวมความกล้าและเล่าเรื่องที่เผชิญให้พ่อฟัง พ่อจึงรีบติดต่อตำรวจท้องที่ทันที ยิ่งเมือเจ้าหน้าที่บอกว่าช่วงนี้เกิดเหตุการณ์ปล้นทรัพย์หลายครั้ง ก็ยิ่งรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้นไปอีก เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว จึงตัดสินใจจ้าง รปภ.เพิ่มอีก 2 คน คอยตรวจสอบรอบๆ บ้านพักแต่วันรุ่งขึ้น ตงตงก็ยังคงบอกว่ามีคนมาแตะหน้าเธอเหมือนเดิม ในเวลานี้พ่อเริ่มสงสัยว่ามีรังหนูอยู่ในบ้านหรือเปล่า พร้อมทั้งถามพี่เลี้ยงว่ามีของมีค่าหายไปเมื่อเร็วๆ นี้หรือไม่ แต่ทั้งสองกรณีกลับไม่พบความน่าจะเป็นไปได้เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น พ่อจึงแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องนอนลูกสาว ซึ่ง 2 คืนแรกที่ติดตามดูไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ แต่ในคืนที่…

  • สื่อต่างชาติรายงานกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำลายความไว้ใจ 2 ประเทศ

    สื่อต่างชาติตีข่าว กัมพูชาละเมิดหยุดยิงเป็นวันที่ 2 สะท้อนพฤติกรรมกัมพูชา ไม่เคารพข้อตกลง ทำลายความพยายามในการลดความตึงเครียดเว็บข่าวเอเชียวัน รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทย – กัมพูชา โดยมีข้อมูลการแถลง พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกไทย ว่า กองกำลังกัมพูชา ใช้อาวุธยิงใส่หลายจุดในจังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้ปืนเล็กและเครื่องยิงลูกระเบิด ทำให้ทหารไทยต้องตอบโต้กลับเพื่อป้องกันตนเอง ถือเป็นเหตุละเมิดหยุดยิงเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ตกลงหยุดยิงเป็นต้นมา สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของกัมพูชา ที่ไม่เคารพข้อตกลง ทำลายความพยายามในการลดความตึงเครียด และขัดขวางไม่ให้เกิดความไว้วางใจระหว่าง 2 ประเทศอย่างไรก็ตามไม่มีรายงานการใช้ปืนใหญ่ หรืออาวุธหนักตอบโต้กันหลังหยุดยิง แต่ทหารทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่มีการถอนกำลังใด ๆ สำหรับข้อตกลงหยุดยิงนั้น เป็นการเปิดทางสู่การประชุมทางทหารระดับสูง ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ที่กัมพูชาด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้และเรียกร้องให้มีกลไกตรวจสอบและผู้สังเกตการณ์อิสระนอกจากนี้ สื่อต่างประเทศยังได้รายงานถึงความสูญเสียของประชาชนไทย จากการโจมตีของทหารกัมพูชา ที่ยิงปืนใหญ่ใส่ปั้มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ได้จัดประชุมปรึกษาหารือประจำปีครั้งแรกในรอบ…

  • ลือสะพัด หน่วย BHQ แค้น ฮุนเซน ส่งไปตาย จ่อโค่นอำนาจ ฮุนมาเนต

    ลือสนั่นเบื้องหลังศึกชายแดน โซเชียลเปิดปม ทหารเขมร หน่วยรบพิเศษกัมพูชา BHQ แตกพ่าย ส่งไปตายที่ปราสาทตาควาย เหตุ “ฮุนเซน” ไม่ทำตามแผน ลามสู่แผนโค่นอดีตผู้นำ ด้วยน้ำมือกองทัพตัวเองเกิดกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ณเดียร์ ชูเอม โพสต์ข้อความในกลุ่ม TAF Discussion Group อ้างถึงข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายในกองทัพกัมพูชา อาจนำไปสู่การวางแผนโค่นล้มอำนาจสองพ่อลูกตระกูลฮุน โดยได้ข่าวมาจากเพื่อนชาวเขมร (ยังไม่กรอง)โพสต์ดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 หน่วยทหารองครักษ์ BHQ ซึ่งเป็นหน่วยรบชั้นยอดของกัมพูชา ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจยึดปราสาทตาควาย แต่ภารกิจกลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงอ่านข่าวเพิ่ม:รู้จัก BHQ องครักษ์พิทักษ์ ฮุน เซน กองกำลังส่วนตัว ผ่านการฝึกจาก กองทัพไทยแผนการโจมตีล้มเหลว เนื่องจากมีรายงานว่าอดีตผู้นำฮุนเซน ไม่ส่งกำลังเสริมเข้าสนับสนุนตามแผนที่วางไว้ อ้างว่าต้องการเก็บกำลังไว้คุ้มกันครอบครัว ทำให้หน่วย BHQ ที่เข้าปะทะกับหน่วยรบชั้นยอด ร.31 รอ. ของไทย ต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศอย่างหนักจากกองทัพอากาศไทย ถูกถล่มด้วย 2,000 ปอนด์และ 500 ปอนด์ความล้มเหลวครั้งนี้ส่งผลให้กำลังพลหน่วย BHQ…

  • องค์กรสื่อไทยระงับสัมพันธ์กัมพูชา เรียกร้องตรวจสอบสื่อในประเทศ

    แถลงการณ์จาก องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนไทย ระบุว่าองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนไทยประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และ สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ขอปฏิเสธข้อมูลที่ให้ร้ายสื่อไทยและแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อแถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวกัมพูชา (Club of Cambodian Journalists: CCJ) ที่กล่าวหาว่า สื่อมวลชนไทยขาดจริยธรรมในการรายงานข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยถือเป็นการดูหมิ่นที่ไม่อาจยอมรับได้ พร้อมทั้งมีข้อเรียกร้องดังนี้1. เรียกร้องให้ CCJ หยุดแทรกแซงกิจการภายในของสื่อมวลชนในประเทศไทย และทำหน้าที่ตรวจสอบจริยธรรมในการรายงานข่าวของสื่อกัมพูชาอย่างเข้มแข็ง และปราศจากการบงการครอบงำ2. เรียกร้องให้ CCJ มุ่งมั่นในการจัดการปัญหาข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนที่มีต้นทางแพร่กระจายในโลกออนไลน์จากกัมพูชาอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากตรวจพบข้อมูลบิดเบือนจำนวนมาก อาทิ ข้อกล่าวอ้างว่าเครื่องบินF-16 ของไทยทิ้งสารเคมีลงในกัมพูชา, การกล่าวหาว่าไทยใช้เครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิด MK ซึ่งมีอำนาจทำลายล้างสูงใส่บ้านเรือนประชาชนชาวกัมพูชา, การปล่อยข่าวว่า พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เสียชีวิต รวมถึงข่าวบิดเบือนอื่น ๆ อีกหลายประการ ซึ่งล้วนแต่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด3. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนไทยขอยืนยันว่า สื่อมวลชนไทยมีระบบการกำกับดูแลกันเองทางด้านจริยธรรมที่เข้มแข็ง ยึดมั่นและเคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการรายงานข่าวตามหลักจริยธรรม ความเป็นกลาง ความครบถ้วนรอบด้าน ไม่ยุยงให้เกิดความเกลียดชังระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และต้องการให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ชายแดนอย่างแท้จริงและยั่งยืนเนื่องจากการกระทำของ…

  • รักต่างวัย 51 ปี! สาววัย 25 เปิดตัวคบชายรุ่นปู่วัย 76 ปี บอกเขาคือ “เนื้อคู่ที่แท้จริง”

    หญิงวัย 25 เผยว่าแฟนหนุ่มวัย 76 คือ “เนื้อคู่” พร้อมสวนกลับเสียงวิจารณ์ว่า “น่าขยะแขยง”หญิงสาววัย 25 ปี ซึ่งกำลังคบกับชายที่อายุมากกว่าเธอถึง 51 ปี ยืนยันว่าเธอไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่าความสัมพันธ์ของเธอ "น่ารังเกียจ" เพราะสำหรับเธอ เขาคือ “เนื้อคู่ที่แท้จริง”ไดอานา มอนตาโน วัย 25 ปี ไม่ได้ตั้งใจจะหาความรัก แต่เมื่อเธอได้พบกับ เอ็ดการ์ วัย 76 ปี เธอก็ไม่อาจต้านทานได้หญิงสาวจากเมืองซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา ได้รู้จัก เอ็ดการ์ ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นคนรักของเธอ ผ่านอดีตแฟนเก่าของเขา แต่ในตอนแรกเธอไม่ได้คิดเลยว่าจะมีเรื่องของความรัก เพราะทั้งคู่มีช่องว่างของอายุห่างกันถึง 51 ปีแม้ความสัมพันธ์ที่มีช่องว่างอายุห่างกันมากเช่นนี้จะมักถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ไดอานายืนกรานว่า ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร เอ็ดการ์ก็คือ “เนื้อคู่” ของเธอไดอานาเล่าว่า “ฉันรักการได้อยู่กับคนที่มีวุฒิภาวะ ใจเย็น และเข้าอกเข้าใจ“ฉันเจอเนื้อคู่ของตัวเองแล้ว ไม่มีใครในวัยเดียวกันที่เหมือนเขาเลย”ทั้งคู่เริ่มรู้จักกันเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2023 หลังจากที่เอ็ดการ์รวบรวมความกล้า ขอเบอร์โทรของไดอานา ซึ่งขณะนั้นอายุ 23 ปี จากแฟนเก่าของเขา“เขาดูเป็นสุภาพบุรุษและให้เกียรติฉันอย่างมาก…

  • เปิดรายได้ “พลโทหญิง มาลี” โฆษกกลาโหมกัมพูชา รายได้แตะหลักแสน!

    พลโทหญิง “มาลี โสเจียตา” โฆษกประจำกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กลายเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงในสื่อไทยอย่างกว้างขวาง หลังออกมาแถลงข่าวตอบโต้ฝ่ายไทยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและมั่นใจ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อย้อนดูประวัติพบว่า มาลี โสเจียตา ไม่ได้เป็นเพียงโฆษก แต่ยังดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และถือเป็นบุคคลสำคัญในกองทัพกัมพูชาข้อมูลจากองค์กรต่างประเทศอย่าง Global Witness และ SIPRI (Stockholm International Peace Research Institute) เคยประเมินระดับเงินเดือนของทหารกัมพูชาไว้ดังนี้- ยศร้อยตรีถึงพันตรี: 200–400 ดอลลาร์สหรัฐฯ- พันเอกถึงนายพล: 500–1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ- ผู้บัญชาการระดับสูง: 1,500–3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯดังนั้น หากเปรียบเทียบรายได้ของ มาลี โสเจียตา ที่มียศเป็นพลโท จึงคาดการณ์ได้ว่าได้รับเงินเดือน 500-1,200 ดอลลาร์ ราว 17,000–40,800 บาท แถมเธอยังมีตำแหน่งเป็นถึงรองเลขาธิการรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม มีความเป็นไปได้ว่า เธออาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้บัญชาการระดับสูง ซึ่งอาจมีรายได้ถึง 51,000–102,000 บาท ต่อเดือน

  • สายการบินเดลต้าระทึก เจอหลุมอากาศ ลงจอดฉุกเฉิน บาดเจ็บ 25 ราย

    สายการบินเดลต้าระทึก เจอหลุมอากาศ ต้องลงจอดฉุกเฉินที่รัฐมินนิโซตา ขณะกำลังเดินทางไปเนเธอร์แลนด์ บาดเจ็บ 25 รายเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม สำนักข่าว NYPost รายงานว่า เครื่องบินสายการบินเดลต้าที่บินจาก ซอลต์เลกซิตี รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่บินไปกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เจอหลุมอากาศ ทำให้ต้องลงจอดฉุกเฉิน เนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บโดยเครื่องตกหลุมอากาศ และทำให้ต้องเปลี่ยนไปลงจอดที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา โดยเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัยในเวลา 19.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บ 25 รายส่งโรงพยาบาล เพื่อดูอาการและรับการรักษาต่อไปทั้งนี้การได้รับบาดเจ็บจากหลุมอากาศถือว่าเป็นเรื่องที่พบได้น้อย แต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าอาจพบได้บ่อยขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อกระแสลมกรด (Jet Stream)ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ได้เกิดเหตุ ประสบเหตุตกหลุมอากาศรุนแรงระหว่างเดินทางจากลอนดอนไปสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 และต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 15:45 น. โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย และเสียชีวิต 1 ศพนั้น ผู้เสียชีวิตในกรณีดังกล่าวถือเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกจากหลุมอากาศในรอบหลายสิบปีอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสิงคโปร์แอร์ไลน์ เผย ผู้ได้รับบาดเจ็บ…