Category: ต่างประเทศ
-
ชีวิตพังในวันเดียว! พ่อลูก 3 รู้ความจริง “ลูกไม่ใช่ลูก” เมียตอบกลับแรงจนเงียบทั้งบ้าน
พีคสุด! เลี้ยงลูกมา 16 ปี ก่อนรู้ว่าไม่ใช่ของตัวเอง เมียพูดคำเดียวอึ้งทั้งบ้านช็อกทั้งครอบครัว! สามีรู้ความจริง “ลูก 3 คนไม่ใช่สายเลือดตัวเอง” คำพูดภรรยาทำคนอึ้งกลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เมื่อชายคนหนึ่งต้องเผชิญความจริงอันโหดร้าย หลังพบว่าเด็กทั้ง 3 คนที่เลี้ยงดูมาตลอด 16 ปี ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตนเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาทุ่มเททำงานหนัก รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่ เชื่อว่าสิ่งที่สร้างมาจะนำไปสู่ชีวิตที่มั่นคงและอบอุ่น แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำลายทุกอย่างในพริบตาความจริงที่ทำลายทุกอย่างในชีวิตจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขารู้ความจริงเกี่ยวกับสายเลือดของลูก ๆ ที่เลี้ยงมา ความเชื่อใจที่เคยมีพังทลายทันที พร้อมกับความเจ็บปวดที่ยากจะยอมรับเหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบไปถึงคนในครอบครัว เมื่อพ่อของเขาช็อกจนเกิดอาการหัวใจวาย ต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนตัดสินใจเดินหน้าทางกฎหมายหลังจากรับรู้ความจริง ชายคนนี้ตัดสินใจนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยยืนยันว่าเขา “ไม่เหลืออะไรให้เสียแล้ว” ทั้งศักดิ์ศรี ความเชื่อใจ และครอบครัวที่เคยมีสำหรับเขา การเปิดเผยเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้าความจริง แต่เป็นการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเองคำพูดของภรรยาที่กลายเป็นประเด็นสิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง คือท่าทีของภรรยา ที่ในตอนแรกยอมรับความจริง แต่ภายหลังกลับปฏิเสธ พร้อมตั้งคำถามว่า “สายเลือดสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ?”คำพูดดังกล่าวจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะสำหรับหลายคน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสายเลือด แต่คือเรื่องของความซื่อสัตย์และความเชื่อใจในครอบครัวเสียงสะท้อนจากสังคมหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ มีทั้งคนที่แนะนำให้พยายามประคับประคองครอบครัวต่อไป และอีกด้านที่มองว่านี่คือการทรยศที่ยากจะให้อภัยเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากความจริงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการถูกปิดบังมาเป็นเวลานานบทเรียนจากความสัมพันธ์สำหรับชายคนนี้ ชีวิตแต่งงาน 16 ปี ไม่ได้จบลงด้วยความทรงจำที่สวยงาม แต่กลายเป็นบทเรียนราคาแพงเกี่ยวกับความรัก…
-
เห็นท่อนล่างดราม่า!! “ครูสาว” แต่งแซ่บไปสอน ทำนักเรียนเขินทั้งห้อง ผปค.เสียงแตก
ดราม่า! ครูสาวแต่งตัวไปสอน นักเรียนเขินทั้งห้อง ผู้ปกครองเสียงแตกถกสนั่น! ครูสาวแต่งตัวแซ่บขึ้นสอน ทำนักเรียนเสียสมาธิ ถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมกลายเป็นประเด็นร้อนบนโซเชียล เมื่อครูสาววัยประมาณ 20 ปลาย ๆ ในประเทศจีน โพสต์ภาพขณะยืนสอนในห้องเรียน แต่กลับถูกพูดถึงอย่างมากจาก “ชุดที่สวมใส่” มากกว่าการสอนแม้เธอจะมีลุคทันสมัย แต่งหน้าเบา ๆ ดูสวยสะอาดตา แต่ชุดที่เลือกใส่กลับกลายเป็นจุดโฟกัส เพราะเป็นเสื้อกันหนาวตัวสั้น จับคู่กับกระโปรงยีนส์สั้นมาก และถุงน่องลูกไม้ชุดไม่ผิด แต่ “ผิดที่”หลายคนมองว่า หากเป็นการแต่งตัวไปเที่ยวหรือเดินถนน อาจดูโดดเด่นและมีสไตล์ แต่เมื่ออยู่ในบริบทของ “ห้องเรียนมัธยม” กลับถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมคอมเมนต์บางส่วนยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ครูคนดังกล่าวเคยใส่กางเกงโยคะรัดรูปมาสอน ซึ่งยิ่งเพิ่มกระแสวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในฐานะผู้สอนผลกระทบที่เกิดขึ้นในห้องเรียนจากภาพที่เผยแพร่ พบว่านักเรียนชายบางส่วน โดยเฉพาะแถวหน้า ดูมีท่าทีหลบสายตา ไม่กล้ามองตรงไปที่ครูขณะสอนผู้เชี่ยวชาญมองว่า ในวัยเรียนซึ่งเป็นช่วงที่มีความอ่อนไหวทางเพศ การแต่งกายที่ไม่เหมาะสมของครู อาจทำให้นักเรียนรู้สึกอึดอัด และเสียสมาธิในการเรียนเมื่อภาพลักษณ์กลายเป็นอุปสรรคการเรียนรู้กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแต่งกายของครูไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรสนิยมส่วนตัว แต่ยังเกี่ยวข้องกับบรรยากาศในห้องเรียนและการรับรู้ของนักเรียนหากการแต่งตัวดึงความสนใจมากเกินไป อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายทอดความรู้ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของผู้สอนความเหมาะสม vs เสรีภาพส่วนบุคคลแม้อาชีพครูไม่ได้จำกัดสิทธิในการแต่งตัว แต่ความเหมาะสมตามบทบาทและสถานที่ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาหลายฝ่ายมองว่า โรงเรียนควรกำหนดแนวทางการแต่งกายที่ชัดเจน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ และช่วยให้บรรยากาศการเรียนเป็นไปอย่างเหมาะสมท้ายที่สุด เสน่ห์ของครูไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอก แต่คือความรู้และวิธีการถ่ายทอด การแต่งกายที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
ช็อตเดียวผวา!! กินข้าวอยู่ดีๆ “ขาคน” โผล่ทะลุเพดาน ลูกค้างงทั้งร้าน เกิดอะไรขึ้น?
ตอนแรกนึกว่าหนังสยอง… แต่เป็นเรื่องจริงในร้านอาหาร!ช็อกกลางร้าน! กำลังกินอยู่ดี ๆ “ขาคน” โผล่ทะลุเพดาน ทำลูกค้าผวาทั้งร้านเหตุการณ์ชวนขนลุกเกิดขึ้นจริงที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2026 หลังมีลูกค้ารายหนึ่งกำลังกินอาหารอยู่ในร้าน แต่จู่ ๆ เพดานด้านบนกลับพังลง พร้อมกับ “ขาคน” ที่โผล่ทะลุลงมาบนโต๊ะอาหารเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกค้าภายในร้านแตกตื่นอย่างหนัก ก่อนที่ทางร้านจะรีบอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ทันทีเพื่อความปลอดภัยภาพช็อกไวรัล คนแห่เดาเรื่องสยองคลิปเหตุการณ์ถูกแชร์บนโซเชียลอย่างรวดเร็ว หลายคนต่างพากันคาดเดาไปในทางน่ากลัว จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางภาพ “ขาคนห้อยลงมา” กลางร้านอาหาร ทำให้หลายคนถึงกับนึกไปถึงเหตุการณ์สยองขวัญ ก่อนความจริงจะถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาเฉลยแล้ว ไม่ใช่เรื่องสยอง แต่เป็นอุบัติเหตุภายหลังตรวจสอบ พบว่าร้านอาหารดังกล่าวเป็นอาคาร 2 ชั้น และกำลังมีการซ่อมแซมบริเวณชั้นบนในช่วงเกิดเหตุ“ขาคน” ที่เห็นนั้น เป็นของพนักงานที่กำลังทำงานอยู่ด้านบน แต่เกิดเหยียบทะลุเพดานยิปซัมลงมาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ขาติดลงมาด้านล่าง ขณะที่ร่างกายส่วนอื่นยังอยู่ชั้นบนบาดเจ็บเล็กน้อย แต่สะท้อนปัญหาความปลอดภัยโชคดีที่พนักงานได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และสามารถกลับมาทำงานได้ในวันถัดมา ขณะที่ทางร้านยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุระหว่างซ่อมแซม ไม่ใช่ปัญหาโครงสร้างร้ายแรงอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ยังจุดกระแสตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะการซ่อมแซมในพื้นที่ที่ยังเปิดให้บริการลูกค้าบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากมีการซ่อมแซมในสถานประกอบการ ควรแยกพื้นที่อย่างชัดเจน ใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน และมีป้ายแจ้งเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการเองก็ควรสังเกตสภาพแวดล้อม หากพบความเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงหรือแจ้งผู้ดูแลทันทีแม้เหตุการณ์นี้จะจบลงโดยไม่มีผู้ได้รับอันตรายร้ายแรง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ ที่ไม่ควรมองข้ามแม้เพียงเล็กน้อยแหล่งข่าวต่างประเทศ
-
เซอร์ไพรส์แรง พระเอกดัง เปิดตัวภรรยา-ลูก ฟ้าผ่า หลายคนเพิ่งจะรู้ (ข่าวต่างประเทศ)
สร้างความฮือฮาทั้งโซเชียล เมื่อพระเอกดัง ออกมาประกาศข่าวดี เปิดตัวภรรยา พร้อมลูกน้อย แบบเป็นทางการ ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดงทันทีเรียกได้ว่า ทำเอาแฟนๆ ตกใจกันทั้งไทม์ไลน์ เมื่อ เฉิน มู่ฉือ ออกมาประกาศข่าวใหญ่ผ่านเว่ยป๋อ เผยสถานะใหม่ทั้งภรรยา เฉินปิง และลูกน้อย ชีเป่า ที่เพิ่งลืมตาดูโลกโดย เฉิน มู่ฉือ เล่าถึงเส้นทางความรักว่า เริ่มจากการทำความรู้จักกันแบบเรียบง่าย ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาเป็นความผูกพันที่จริงจัง จนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันแต่ระหว่างทางก็ต้องเจอกับกระแสลบอย่างหนัก ทั้งข่าวลือ และเสียงวิจารณ์ที่ถาโถมเข้ามา จน เจ้าตัว ยอมรับว่า เคยอยู่ในจุดที่สภาพจิตใจย่ำแย่ในช่วงเวลานั้น ภรรยา คือ คนสำคัญที่ไม่เคยหายไปไหน คอยอยู่ข้างๆ และเป็นกำลังใจหลัก จนทำให้เขาผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้ปัจจุบันทั้งคู่ ได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัวอย่างเต็มตัว พร้อมลูกน้อยที่เข้ามาเติมเต็มความสุข และ เจ้าตัว ยังฝากขอบคุณแฟนคลับ พร้อมยืนยันว่า หากมีโอกาส ก็อยากกลับมาทำงานในวงการอีกครั้งเรียบเรียงโดย news.in.th
-
ระทึกไฟไหม้ตึกสูง “ไท่หยวน” เผาวอดผนังอาคารดับ 1 เจ็บระนาว 25 ราย
เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงเย้ยฟ้าดินใจกลางเมืองไท่หยวน มณฑลซานซี เปลวไฟลุกท่วมผนังอาคารสูงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีกนับสิบ เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้ตกค้างภายในอาคารเหตุเพลิงไหม้อาคารสูง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค.เวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ เขตเสี่ยวเตี้ยน เมืองไท่หยวน มณฑลซานซี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 300 ไมล์ โดยเปลวเพลิงได้เริ่มปะทุขึ้นและลุกลามอย่างรวดเร็วบริเวณผนังด้านนอกอาคาร ก่อนจะลามไปทั่วชั้นสูงของตึกคลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกโดยผู้อยู่ในเหตุการณ์เผยให้เห็นภาพสุดระทึกขณะที่เปลวไฟสีส้มขนาดใหญ่กลืนกินตัวอาคาร พร้อมกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และมีเศษวัสดุติดไฟร่วงหล่นลงมาบนพื้นถนนราวกับสายฝน สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนที่มายืนดูเหตุการณ์จำนวนมากหน่วยงานท้องถิ่นเมืองไท่หยวนรายงานสถานการณ์ความสูญเสียเบื้องต้นยืนยันพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายในที่เกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 25 ราย ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยในจำนวนนี้มีอาการวิกฤตถึง 7 รายการกู้ภัย: แม้เพลิงจะถูกควบคุมได้แล้วในภายหลัง แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยยังคงปูพรมตรวจค้นภายในอาคารเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อาจติดค้างอยู่ตามห้องพักต่าง ๆภาพ @Xภาพ @Xย้อนรอยภัยพิบัติไฟไหม้ในจีนและฮ่องกงเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาคารสูง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่นานได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 75 ปีของฮ่องกง ณ อาคารหวังฟกคอร์ต (Wang Fuk Court) เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 168 ศพ เนื่องจากไฟลุกลามผ่านนั่งร้านไม้ไผ่และระบบสัญญาณเตือนภัยขัดข้องนอกจากนี้ ในมณฑลเจียงซูยังเพิ่งเกิดเหตุระเบิดของร้านจำหน่ายพลุดอกไม้ไฟเพียงไม่กี่วันก่อนเทศกาลตรุษจีน…
-
สหรัฐฯ ประท้วง No Kings ทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 8 ล้านคน
ชาวอเมริกันมากถึง 8 ล้านคนร่วมประท้วง “No Kings” ต่อต้านทรัมป์ ต่อต้านสงครามผู้จัดการชุมนุมเปิดเผยว่า มีชาวอเมริกันราว 8 ล้านคนทั่วประเทศ เข้าร่วมการประท้วงภายใต้ชื่อ “No Kings” เพื่อต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้คนจำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจต่อแนวทางการบริหารประเทศของเขา และต่อต้านสงครามในอิหร่านแถลงการณ์ของกลุ่มผู้จัดระบุว่า มีผู้เข้าร่วมอย่างน้อย 8 ล้านคน จากกิจกรรมมากกว่า 3,300 จุด ครอบคลุมทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯ แต่ทางการสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกตัวเลขอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนี้การประท้วงเกิดขึ้นทั้งในเมืองใหญ่อย่างนครลอสแอนเจลิส ไทม์สแควร์ของนครนิวยอร์ก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเมืองเล็ก ๆ อีกทั่วประเทศขณะที่การประท้วงในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เต็มไปด้วยการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและผู้ต่อต้านการประท้วง โดยสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเมื่อกลุ่มต่อต้านลงไปปิดกั้นถนน ทำให้กลุ่ม No Kings ไปต่อไม่ได้ จึงทำให้เกิดการปะทะกันเล็กน้อย จากนั้นตำรวจก็เข้ามาแทรกแซงและจับกุมผู้ประท้วงหลายคนผู้จัดยังระบุเพิ่มเติมว่า การประท้วงครั้งล่าสุดมีผู้เข้าร่วมมากกว่าครั้งก่อนในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นราว 1 ล้านคน และมีจำนวนกิจกรรมเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 600 จุดการประท้วงภายใต้ชื่อ “No Kings”…
-
สู้แล้วไปให้สุด “อิหร่าน” ยิงขีปนาวุธตรง ถล่มฐานทัพสหรัฐ ในซาอุฯเจ็บอื้อ รวมเครื่องบิน 3 ลำ เสียหายหนัก
สื่อสหรัฐฯหลายสำนัก รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและซาอุดีอาระเบีย ว่า การโจมตีของอิหร่าน ซึ่งพุ่งเป้าฐานทัพเจ้าชายสุลต่าน ที่เมืองอัล คาร์จ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวาน (ศุกร์ 27 มีนาคม) ทำให้ทหารสหรัฐฯได้รับบาดเจ็บ 12 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 คน และทำลายเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC-135 อย่างน้อย 3 ลำ กับได้รับความเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง วอลล์สตรีทเจอร์นัล และนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า อิหร่านโจมตีด้วยการยิงขีปนาวุธ 1 ลูกกับโดรนหลายลำ / ขณะถูกโจมตี ทหารสหรัฐฯอยู่ในอาคารหลังหนึ่งภายในฐานทัพ ตัวเลขทหารที่บาดเจ็บไม่ตรงกัน สำนักข่าว CBS รายงานว่า ทหารสหรัฐบาดเจ็บ 10 คน อาการสาหัส 2 คน อีก 8 คนบาดเจ็บเล็กน้อย ฐานทัพแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงริยาด ประมาณ 96 กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย และกองบินปฏิบัติการทางอากาศนอกประเทศที่ 378 (378th…
-
อาลัย “นักสืบระดับตำนาน” ฝืนเฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นใจ เขียนตำราไขคดีจนเสร็จ
อาลัย อาลัย "นักสืบระดับตำนาน" แพทย์เผยฝืนร่างกายเฮือกสุดท้าย เขียนตำราทิ้งไว้เป็นมรดกแห่งวงการนิติวิทยาศาสตร์วงการนิติวิทยาศาสตร์โลกสูญเสียบุคลากรคนสำคัญ ดร. เฮนรี่ ลี (Henry Lee) หรือ หลี่ ชาง อวี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์หลักฐานชื่อดังที่เคยมีส่วนร่วมในคดีประวัติศาสตร์ระดับโลกมากมาย ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยวัย 87 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ณ บ้านพักในเมืองเฮนเดอร์สัน รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา หลังจากล้มป่วยได้เพียงไม่นาน ทิ้งไว้เพียงตำนานแห่งการปฏิรูปการสืบสวนสถานที่เกิดเหตุสมัยใหม่ให้กลายเป็นที่ยอมรับในระดับสากลแถลงการณ์จากครอบครัวและมหาวิทยาลัยนิวเฮเวน (University of New Haven) ระบุว่าท่านจากไปอย่างสงบ โดยในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านต้องเผชิญกับความเสื่อมถอยของร่างกายตามธรรมชาติ แต่ยังคงเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณที่เข้มแข็งเพื่อฝากองค์ความรู้ชิ้นสุดท้ายไว้ให้คนรุ่นหลัง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเวชศึกษาจากโรงพยาบาลไทเปเวเทอรันส์ (Taipei Veterans General Hospital) ที่ระบุถึงสัญญาณความเสื่อมถอย 5 ประการหลักก่อนถึงแก่กรรมเส้นทางจากนายตำรวจไต้หวันสู่ปรมาจารย์นิติวิทยาศาสตร์ดร. เฮนรี่ ลี เกิดในประเทศจีน ก่อนจะย้ายไปเติบโตที่ไต้หวันและสำเร็จการศึกษาด้านการบริหารงานตำรวจจนได้ครองยศร้อยตำรวจเอก ต่อมาในปี 1964 ท่านได้ย้ายไปตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกาและคว้าปริญญาขั้นสูงด้านนิติวิทยาศาสตร์และชีวเคมี ผลงานที่สร้างชื่อให้ท่านเป็นที่รู้จักในวงกว้างครั้งแรกคือ คดีหายตัวไปของ "เฮลเล่ คราฟต์ส" ในปี 1986 โดย…
-
ครูสังคมเสื่อม ข่มขืนนักเรียนชาย 13 มาราธอน ในห้องเรียนที่สามีเคยขอแต่งงาน ก็ไม่เว้น
ครูสาว สอนวิชาสังคม ในอเมริกันถูกจับ ข่มขืนนักเรียนซ้ำหลายครั้ง เหยื่ออายุ 13-16 ปี แม้แต่ในห้องเรียนที่สามีเคยขอแต่งงานแอชลีย์ ฟิสเลอร์ อดีตครูสอนสังคมศึกษาวัย 36 ปี จากรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ถูกจับกุม หลังผู้เสียหายซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่แล้ว เข้าแจ้งความกับตำรวจว่าตนเองถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่ปี 2564 ขณะที่ยังเป็นนักเรียนในห้องเรียนของเธอที่โรงเรียน Orchard Valley Middle School เมืองวอชิงตันทาวน์ชิป รัฐนิวเจอร์ซีย์ตามเอกสารศาลที่เปิดเผย ฟิสเลอร์มีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อซึ่งอายุระหว่าง 13 ถึง 16 ปีในขณะนั้น รวมกันอย่างน้อย 6 ครั้ง ทั้งในรถยนต์และในห้องเรียนของตัวเอง ส่งภาพถ่ายอนาจารของเธอให้แก่เหยื่อผ่านข้อความโทรศัพท์อีกด้วยครูสังคมเสื่อม ข่มขืนนักเรียนชาย 13 มาราธอน ในห้องเรียนที่สามีเคยขอแต่งงาน ก็ไม่เว้นสิ่งที่ทำให้หลายคนตกตะลึงคือห้องเรียนแห่งนั้นคือสถานที่เดียวกับที่สามีของเธอเคยคุกเข่าขอแต่งงานต่อหน้านักเรียนในปี 2561ฟิสเลอร์ถูกตั้งข้อหา 8 กระทง ประกอบด้วยข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กระดับ 1 จำนวน 6 กระทง และข้อหาระดับ 2 อีก 2 กระทง โทษสูงสุดรวมกันอาจถึง 20…
-
ดราม่า ผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาส ยกเท้าพาดมาด้านหน้า ถาม“มารยาทหายไปไหน”
นั่งมานานเพิ่งเคยเจอ ดราม่าบนเครื่อง ผดส.ชั้นเฟิร์สคลาส ยกเท้าพาดมาคนด้านหน้า ถาม “มารยาทหายไปไหน” บนเที่ยวบินของ American Airlinesวันที่ 28 มี.ค. 69 กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเล่าประสบการณ์บนเครื่องบิน เที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาสของ American Airlines แต่เจอผู้โดยสารด้านหลังที่นำเท้ามาวางบนที่วางแขนของตนเองเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่าน Reddit โดยผู้ใช้ชื่อ@ker9189 ระบุว่า “นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ต้องเจอคนเอาเท้ามาไว้ใกล้หน้า ทั้งที่ผมเดินทางทุกเดือน และนี่คือชั้นเฟิร์สคลาส ผมเลยปัดเท้าเธอออกไป”อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามจัดการสถานการณ์ด้วยการขอให้ย้ายเท้า แต่ฝ่ายหญิงกลับไม่ตอบสนอง ทำให้เจ้าของโพสต์ต้องใช้วิธีวางศอกทับบริเวณที่วางแขนเพื่อแสดงจุดยืน จนอีกฝ่ายยอมเอาเท้าออกในที่สุดแต่เรื่องยังไม่จบง่าย ๆ เพราะเพียงไม่กี่นาทีต่อมา ผู้โดยสารคนเดิมกลับนำเท้าไปวางบริเวณหน้าต่างแทน สร้างความรำคาญอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะยอมเลิกพฤติกรรมดังกล่าวภาพประกอบภาพประกอบภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ก็มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมดังกล่าวอาทิ “น่าขยะแขยงมาก ควรแจ้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน” “นี่มันเสียมารยาทสุด ๆ” “เหมือนคนสมัยนี้ขาดพื้นฐานการอยู่ร่วมกันในสังคม”ขณะเดียวกัน บางคนก็แนะนำให้เผชิญหน้าตรง ๆ เพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง ขณะที่บางความเห็นก็เสนอวิธีรับมือแบบขำ ๆ เช่น แกล้งจามใส่เท้า หรือพูดประชดประชันก่อนหน้านี้ เคยมีกรณีคล้ายกันที่กลายเป็นไวรัล เมื่อผู้โดยสารรายหนึ่งแชร์ทริคความสบายด้วยการทำเปลรองเท้าจากผ้าห่มของสายการบิน แล้วนำไปคล้องกับถาดหน้าเพื่อยกเท้าขึ้นพักแม้เจ้าตัวจะมองว่าเป็นเคล็ดลับช่วยผ่อนคลายระหว่างเดินทาง แต่กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการรบกวนผู้อื่น…