Category: ต่างประเทศ
-
พนง.ขนส่งเอะใจ พบพัสดุ “ดิ้นได้” เปิดกระสอบดูแทบช็อก สุดท้ายจบที่โรงพัก (มีคลิป)
ประชดตั๋วแพง! ครอบครัวอินเดียจับพ่อยัดกระสอบส่ง ประชดตั๋วแพง! ครอบครัวอินเดียจับพ่อยัดกระสอบส่ง "พัสดุ" กลับบ้าน อ้างทำคอนเทนต์เสียดสีสังคมกลายเป็นเรื่องราวสุดช็อกที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลอูกาดิ (Ugadi) หรือปีใหม่ของอินเดีย เมื่อครอบครัวหนึ่งในเมืองบังคาลอร์ ตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการจับผู้สูงอายุในบ้านยัดใส่กระสอบป่านสีขาว เพื่อเตรียมส่งพัสดุกลับบ้านเกิดเนื่องจากสู้ราคาค่าตั๋วรถไฟที่พุ่งสูงฉีดไม่อยู่และหาซื้อได้ยากลำบากพนักงานขนส่งไหวตัวทัน หลังพบพัสดุ "ดิ้นได้"เหตุการณ์เริ่มจากชายฉกรรจ์ 2 คน แบกกระสอบป่านขนาดใหญ่มาที่จุดบริการขนส่งพัสดุ แต่พนักงานเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อกระสอบดังกล่าวมีการสั่นไหวอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนมีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างใน เมื่อพนักงานขอเปิดตรวจสอบ ครอบครัวดังกล่าวกลับปฏิเสธเสียงแข็งและพยายามเร่งรัดให้รีบส่งของโดยเร็วท้ายที่สุดพนักงานตัดสินใจบังคับเปิดกระสอบออกจนพบความจริงที่น่าตกใจ เมื่อร่างที่อยู่ข้างในคือชายชราที่อยู่ในสภาพอิดโรยและเกือบจะขาดใจตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจในพื้นที่ปิดตายเป็นเวลานาน แม้สภาพของชายชราจะดูย่ำแย่ แต่ครอบครัวนี้ยังคงยืนยันให้พนักงานทำหน้าที่ส่ง "พัสดุ" ชิ้นนี้ต่อไป จนพนักงานต้องตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุสารภาพทำไปเพื่อ "ถ่ายคลิปประชดสังคม"หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ครอบครัวดังกล่าวจึงยอมรับสารภาพว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการจัดฉากเพื่อถ่ายทำคลิปวิดีโอสั้นเชิงเสียดสีสังคม เพื่อสะท้อนปัญหาตั๋วรถไฟราคาแพงและการบริหารจัดการที่ไม่เพียงพอในช่วงเทศกาล โดยต้องการเปรียบเทียบว่าการซื้อตั๋วกลับบ้านนั้นยากลำบากยิ่งกว่าการส่งพัสดุเสียอีกอย่างไรก็ตาม คอนเทนต์สุดโต่งนี้กลับไม่ได้สร้างความเห็นใจจากสังคม แต่กลับกลายเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่นำชีวิตของคนในครอบครัวมาเสี่ยงอันตรายเพียงเพื่อยอดวิว โดยสมาชิกครอบครัวกลุ่มนี้ถูกคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจทันที ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังจากทำทัณฑ์บนและอัดคลิปวิดีโอขอโทษสังคมอย่างเป็นทางการสรุปบทเรียนจากคอนเทนต์เสี่ยงตายเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจถึงการทำคอนเทนต์ในยุคปัจจุบันที่บางครั้งเส้นแบ่งระหว่างการเสียดสีสังคมกับความปลอดภัยของชีวิตนั้นเลือนลาง แม้แรงจูงใจจะมาจากปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมจริงๆ แต่การใช้วิธีที่อันตรายและไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ย่อมนำมาซึ่งบทลงโทษทางกฎหมายและการประณามจากสังคมมากกว่าความเข้าใจแหล่งอ้างอิงETtoday
-
เผยอาการป่วย ดาราเกาหลี อีซังโบ ก่อนเสียชีวิตกะทันหัน ในวัย 45 ปี
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักข่าว OSEN รายงานยืนยันการเสียชีวิตของ อีซังโบ นักแสดงมากฝีมือ ในวัย 45 ปี โดยต้นสังกัดได้ออกแถลงการณ์ยืนยันข่าวดังกล่าว พร้อมระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานการณ์และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักข่าว OSEN รายงานยืนยันการเสียชีวิตของ อีซังโบ นักแสดงมากฝีมือ ในวัย 45 ปี โดยต้นสังกัดได้ออกแถลงการณ์ยืนยันข่าวดังกล่าว พร้อมระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานการณ์และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากครอบครัวของผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ก่อนเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการสืบสวน เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ครอบครัวของลี ซัง โบ พบว่าเขาเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที การสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบร่องรอยการฆาตกรรมในที่เกิดเหตุลี ซัง โบ ประสบเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปี 2022 เมื่อเขาถูกสงสัยว่าใช้สารเสพติดและถูกจับกุมขณะไปพักผ่อน แต่ผลการตรวจในภายหลังไม่พบหลักฐานการใช้ยาเสพติดเจ้าหน้าที่สรุปว่าปฏิกิริยาเชิงบวกในตอนแรกอาจเกิดจากยาแก้ซึมเศร้าและยาคลายความวิตกกังวลที่เขากำลังรับประทานอยู่ และคดีจึงถูกปิดลงโดยไม่มีการดำเนินคดีต่อระหว่างการสอบสวน นักแสดงได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพจิตและสถานการณ์ส่วนตัวของเขา เขาเปิดเผยว่าเขาได้รับการรักษาอาการซึมเศร้าและรับประทานยาเป็นเวลานานหลังจากประสบกับการสูญเสียคนในครอบครัวหลายครั้งทั้งนี้ มีรายงานว่า พิธีของอีซังโบจะถูกจัดขึ้นที่เมือง คยองกี…
-
สุดหดหู่ สาวชาวสเปนวัย 25 ปี เข้ารับ การุณยฆาต หลังถูกแฟนเก่า-เพื่อน รุมขืนใจ (ตปท.)
นี่คือเรื่องราวของ โนเอเลีย คาสติลโล โดยในปี 2022 เธอถูกอดีตแฟนหนุ่มและชายอีกสามคนรุมกระทำชำเราอย่างโหดเหี้ยม จนเธอต้องเผชิญกับภาวะป่วยนี่คือเรื่องราวของ โนเอเลีย คาสติลโล โดยในปี 2022 เธอถูกอดีตแฟนหนุ่มและชายอีกสามคนรุมกระทำชำเราอย่างโหดเหี้ยม จนเธอต้องเผชิญกับภาวะป่วยทางจิตอย่างรุนแรง ทั้งโรคซึมเศร้าขั้นวิกฤต ภาวะวิตกกังวล และโรค PTSD (สภาวะจิตใจหลังผ่านเหตุการณ์รุนแรง) ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอเข้ารับการรักษาทุกวิถีทางแต่ไม่เป็นผล จนแพทย์และผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าอาการของเธอนั้น "ตกอยู่ในภาวะทุกข์ทรมานที่ไม่อาจทนทานได้และไม่มีหนทางเยียวยาให้ดีขึ้นจากนั้นเธอพยายามจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากชั้น 5 แต่เธอกลับไม่เสียชีวิต เหตุการณ์นั้นทำให้เธอเป็นอัมพาตครึ่งล่าง มีอาการปวดเส้นประสาทอย่างรุนแรงตลอดเวลา ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ และต้องใช้รถเข็น เธอจึงขอความช่วยเหลือในการุณยฆาตตามกฎหมายของสเปน พร้อมกับกล่าวว่า ฉันแค่อยากหยุดความทุกข์ทรมานแต่..ผู้เป็นพ่อได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ระงับกระบวนการการุณยฆาต โดยให้เหตุผลว่าลูกสาวของเขายังมีอายุยังน้อย และเชื่อว่าเธอยังมีโอกาสที่จะหายดีหากได้รับการบำบัดที่เหมาะสมกว่านี้ เขายังโต้แย้งว่าการตัดสินใจอยากตายของลูกสาวนั้นเป็นผลมาจากอาการป่วยทางจิตที่บดบังการตัดสินใจที่แท้จริง ไม่ใช่เจตจำนงที่บริสุทธิ์อย่างไรก็ตาม ศาลศาลสูงสุดของสเปนและศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป ตัดสินยกฟ้องคำร้องของผู้เป็นพ่อ โดยระบุว่ากระบวนการอนุมัติการุณยฆาตเป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายของประเทศ ซึ่งผ่านการประเมินจากคณะกรรมการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย ยืนยันว่าคนไข้มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนในการตัดสินใจ และความทุกข์ที่เธอเผชิญอยู่นั้นเข้าเงื่อนไข ไม่มีทางเลือกอื่นในการบรรเทาทุกข์ เรื่องราวนี้จบลงตรงที่ เธอ..ได้เข้ารับการทำการุณยฆาตแล้ว เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2026 ที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยใน แคว้นกาตาลุญญ ประเทศสเปน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เธอพักรักษาตัวอยู่
-
จับ “ไทเกอร์ วูดส์” ถูกตั้งข้อหาหนัก หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
วันที่ 28 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า"ไทเกอร์ วูดส์" ตำนานนักกอล์ฟลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในมาร์ติน เคาน์ตี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ควบคุมตัวและตั้งข้อหาขับรถขณะมีอาการมึนเมา หลังประสบอุบัติเหตุขณะขับรถในย่านที่พักอาศัยบนเกาะจูปิเตอร์ ทางตอนเหนือของปาล์มบีชเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม โดยวูดส์ขับรถแลนด์ โรเวอร์ สีดำด้วยความเร็วสูง พยายามแซงรถคันหน้า ก่อนจะเฉี่ยวชนรถบรรทุกจนเสียหลัก และพลิกคว่ำด้วยตัวเองตำรวจเปิดเผยว่า ขณะเข้าตรวจสอบพบวูดส์มีอาการคล้ายมึนเมา ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม ผลตรวจวัดแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ณ ที่เกิดเหตุออกมาเป็นลบ ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีสารอื่นในร่างกาย แต่เจ้าตัวปฏิเสธการตรวจปัสสาวะเพิ่มเติมด้านผู้ขับรถบรรทุกคู่กรณี ให้ข้อมูลว่า เห็นรถของวูดส์พยายามแซงด้วยความเร็วสูง จึงพยายามหลบเข้าข้างทาง แต่รถของวู้ดส์ยังพุ่งมาเฉี่ยวชน ก่อนจะพลิกคว่ำไปทางฝั่งคนขับ โดยวูดส์สามารถคลานออกมาจากรถได้ด้วยตัวเองทั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยตำรวจระบุว่า หากมีรถวิ่งสวนมาในจังหวะนั้น อาจเกิดเหตุรุนแรงมากกว่านี้ได้ เบื้องต้นวูดส์จะได้รับการปล่อยตัวภายใต้เงื่อนไขการประกันตัว และอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
-
โลกตะลึง “สัตว์ในตำนาน” เชื่อสูญพันธุ์ไป 100 ปี แต่จู่ๆ ปรากฏตัวผ่านไข่ใบเล็กๆ
ช็อกวงการ! สัตว์ที่ถูกคิดว่าสูญพันธุ์กว่า 100 ปี โผล่อีกครั้งจาก “ไข่ใบเดียว”สัตว์ที่เคยถูกคิดว่าสูญพันธุ์กว่า 100 ปี โผล่อีกครั้งจาก “ไข่ใบเล็ก” จุดประกายความหวังใหม่การค้นพบครั้งสำคัญของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เคยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สูญพันธุ์” กลับมาได้รับความสนใจจากวงการอนุรักษ์ทั่วโลกอีกครั้ง โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจาก “ไข่ใบเล็ก” เพียงใบเดียวรายงานระบุว่าสัตว์ชนิดดังกล่าวคือ นกพายุทะเลนิวซีแลนด์ (New Zealand storm petrel) ซึ่งเป็นนกทะเลขนาดเล็ก มีขนาดใกล้เคียงนกกระจอก ก่อนหน้านี้นกชนิดนี้ถูกเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปนานกว่า 100 ปี และไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันการมีอยู่ในธรรมชาติการค้นพบครั้งสำคัญบนเกาะห่างไกลการค้นพบล่าสุดเกิดขึ้นบนเกาะ Little Barrier Island นอกชายฝั่งเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของนกทะเลหายากหลายชนิด ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบรังในช่วงที่แม่นกไม่อยู่ และพบว่าไข่ยังสมบูรณ์ มีตัวอ่อน และคาดว่าจะฟักในช่วงเดือนเมษายนผู้เชี่ยวชาญระบุว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าสายพันธุ์นี้ยังสามารถขยายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติสัตว์ที่เคยหายไปนานกว่าศตวรรษนกพายุทะเลนิวซีแลนด์เป็นนกที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในมหาสมุทร และจะกลับขึ้นฝั่งเฉพาะช่วงผสมพันธุ์ โดยมักทำรังตามโพรงดินหรือซอกหิน และวางไข่เพียง 1 ฟองต่อฤดูกาลหลังจากมีการบันทึกครั้งสุดท้ายในศตวรรษที่ 19 นกชนิดนี้ก็หายไปจากการสำรวจเป็นเวลานาน สาเหตุหลักมาจากสัตว์ต่างถิ่น เช่น หนูและแมว ที่เข้ามาทำลายแหล่งอาศัยและกินไข่ รวมถึงลูกนก ทำให้จำนวนลดลงอย่างรวดเร็วจาก “สูญพันธุ์” สู่การกลับมาอีกครั้งกระทั่งปี 2003 นักวิทยาศาสตร์สามารถบันทึกภาพนกชนิดนี้ได้อีกครั้งในทะเล แต่ต้องใช้เวลาศึกษาเพิ่มเติมอีกหลายปี…
-
เปิดชีวิต นักแสดงดัง หลังออกจากวงการบันเทิง ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวตัดขาดเพื่อนสนิท (ข่าวต่างประเทศ)
เปิดชีวิต นักแสดงดัง หลังออกจากวงการบันเทิง ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวตัดขาดเพื่อนสนิท (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ชีวิตหลังเกษียณของนักแสดง โช จิน อุง กลายเป็นที่สนใจของสาธารณชน เผยให้เห็นถึงช่วงเวลาที่เขาปลีกตัวออกจากสังคมเกือบทั้งหมด เมื่อเร็ว ๆ นี้ The Fact ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอชื่อ 'โช จิน อุง ตอนนี้อยู่ที่ไหนและเขากำลังทำอะไร?' ในคลิปดังกล่าว ผู้สื่อข่าว คัง อิล ฮง ตั้งข้อสังเกตว่ากิจกรรมของโชหลังจากออกจากวงการบันเทิงยังคงไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เขากล่าวเสริมว่า “มีรายงานว่าเขาตัดขาดการติดต่อกับคนรู้จักสนิทด้วยซ้ำ”โช จิน อุง ประกาศเกษียณจากวงการบันเทิงเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องความประพฤติไม่เหมาะสมในวัยรุ่นในเวลานั้น เขาได้กล่าวว่า “ผมขอโทษอย่างจริงใจต่อทุกคนที่เชื่อมั่นและสนับสนุนผม ที่ทำให้พวกคุณผิดหวังเนื่องจากเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในอดีต ผมยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดอย่างนอบน้อม และนับจากวันนี้เป็นต้นไป ผมจะยุติกิจกรรมทั้งหมดและปิดฉากอาชีพนักแสดงของผม”
-
ดราม่า! หนุ่มเปิดภาพ “ตัวจริง” ของแฟนสาวรักออนไลน์ เห็นครั้งแรกช็อก บอกเลิกทันที!!
หนุ่มเปิดภาพ หนุ่มช็อก! คบแฟนผ่านออนไลน์ พอเจอตัวจริงถึงกับไปต่อไม่ไหว กลายเป็นประเด็นถกเถียงจากคุยหวานในแชต สู่จบในวันเดียว หนุ่มเจอแฟนตัวจริงแล้วช็อกเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน กำลังกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังชายคนหนึ่งตัดสินใจนัดเจอแฟนสาวที่รู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปอย่างที่คาดไว้ จนเกิดคำถามเกี่ยวกับ “ความคาดหวัง” และช่องว่างระหว่างโลกออนไลน์กับชีวิตจริงรายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวได้ทำความรู้จักกับหญิงสาวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยฝ่ายหญิงเคยบอกว่าเธอ “มีน้ำหนักเกินเล็กน้อย” ทำให้เขาจินตนาการว่าเธอเป็นผู้หญิงรูปร่างท้วมเล็กน้อยแต่ยังดูดี อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งคู่ได้พบกันจริง กลับพบว่ารูปลักษณ์ของเธอแตกต่างจากที่เขาคิดไว้ค่อนข้างมากเจอตัวจริงครั้งแรก ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมทันทีที่พบกัน ชายหนุ่มยอมรับว่าเขารู้สึกผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากหญิงสาวมีรูปร่างเตี้ยและน้ำหนักมากกว่าที่เขาคาดไว้ แม้ในตอนแรกเขาจะอยากยุติการพบเจอ แต่ก็ยังคงรักษามารยาท โดยพาเธอขึ้นรถและพูดคุยกันต่อระหว่างการสนทนา ฝ่ายหญิงยังคงแสดงท่าทีเป็นกันเอง และใช้คำเรียกแบบสนิทเหมือนตอนคุยออนไลน์ แต่ฝ่ายชายกลับเริ่มมีท่าทีห่างเหิน ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมาคำพูดตรง ๆ จุดชนวนความขัดแย้งชายหนุ่มบอกชัดเจนว่าเขาไม่สามารถไปต่อได้ เนื่องจากไม่รู้สึกดึงดูดใจ พร้อมระบุว่า “ผมคิดแล้ว แต่ผมไม่มีความรู้สึก เธออ้วนกว่าที่ผมจินตนาการไว้มาก”คำพูดนี้ทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกตกใจและไม่พอใจ โดยเธอโต้กลับว่าตัวเองเพียง “อวบเล็กน้อย” และไม่ควรถูกตัดสินอย่างรุนแรงเช่นนั้นการโต้เถียงจึงทวีความตึงเครียด ฝ่ายหญิงยืนยันว่ามีคนจำนวนมากมองว่าเธอมีเสน่ห์ ขณะที่ฝ่ายชายยังคงยืนกรานในความรู้สึกของตัวเอง สุดท้ายเธอตัดสินใจลงจากรถด้วยความไม่พอใจ ทิ้งให้ฝ่ายชายรู้สึกลำบากใจระหว่าง “ความสุภาพ” กับ “ความจริง”โซเชียลถกหนัก ใครผิดใครถูก?หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น บางส่วนมองว่าชายหนุ่มพูดตรงเกินไปจนขาดความละเอียดอ่อน ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าเขามีสิทธิ์เลือกคู่ และความไม่ตรงกันด้านรูปลักษณ์ก็เป็นเหตุผลหนึ่งในการยุติความสัมพันธ์ได้ช่องว่างระหว่าง “โลกออนไลน์” กับ…
-
ประเทศไทยโดนด้วย! สหรัฐฯ ประกาศระงับออกวีซ่าถาวรผู้มีสัญชาติจาก 75 ประเทศ
27 มีนาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ U.S. Embassy Bangkok โดยระบุข้อความว่า ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะระงับการออกวีซ่าถาวรทั้งหมดให้แก่ผู้ที่มีสัญชาติจาก 75 ประเทศ รวมถึง ประเทศไทยซึ่งกลุ่มผู้อพยพจากประเทศดังกล่าวมีอัตราการรับสวัสดิการสาธารณะในระดับสูง อันก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายต่อผู้เสียภาษีของสหรัฐฯ ผู้สมัครวีซ่าถาวรซึ่งเป็นผู้มีสัญชาติจากประเทศที่ได้รับผลกระทบ ยังสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าและเข้ารับการสัมภาษณ์ได้ตามปกติ แต่จะไม่มีการออกวีซ่าถาวรให้แก่ผู้มีสัญชาติจากประเทศเหล่านี้ในช่วงระยะเวลาที่มีการระงับดังกล่าวข้อยกเว้นสำคัญ: ผู้สมัครที่ถือสองสัญชาติและมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุจากประเทศที่ไม่อยู่ในรายการดังกล่าว จะได้รับการยกเว้น เด็กที่อยู่ในกระบวนการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมโดยครอบครัวชาวอเมริกันก็สามารถได้รับการยกเว้นเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติภายใต้ประกาศของประธานาธิบดีหมายเลข 10998 สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
-
สะเทือนใจ สาวสเปนเหยื่อขืนใจหมู่ กลายเป็นอัมพาต เสียชีวิต จากการการุณยฆาต
ไปต่อไม่ไหวแล้ว สะเทือนใจ สาวสเปนวัย 25 เหยื่อขืนใจหมู่ กลายเป็นอัมพาต เสียชีวิตจากการการุณยฆาต หลังทนทุกข์ทรมานมาหลายปี พ่อพยายามยื่นอุทธรณ์ไม่เป็นผลวันที่ 27 มี.ค. 69 บีบีซี เผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจ กรณีหญิงชาวสเปนวัย 25 ปี เหยื่อข่มขืนหมู่และกลายเป็นอัมพาต ได้จบชีวิตลงด้วยการุณยฆาต หลังต่อสู้ทางกฎหมายยาวนานหลายปีเพื่อเรียกร้อง “สิทธิในการตายอย่างมีศักดิ์ศรี”รายงานระบุว่า โนเอลิอา คาสติลโย เสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ที่ผ่านมาในเมืองบาร์เซโลนา โดยได้รับยาที่ทำให้เสียชีวิตอย่างสงบ หลังจากเธอต้องทนทุกข์กับอาการปวดเรื้อรังและภาวะทางจิตใจอย่างหนักจากเหตุการณ์ในอดีตคาสติลโย ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นตั้งแต่ปี 2022 หลังจากพยายามจบชีวิตตัวเอง หลังจากเจอเหตุการณ์ถูกชาย 3 คน ข่มขืนภายในสถานดูแลเยาวชนที่รัฐดูแลย้อนบทสัมภาษณ์ของคาสติลโยก่อนเสียชีวิตเพียงหนึ่งวัน เธอเปิดเผยว่า ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความยากลำบาก และยังเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง รวมถึงจากอดีตแฟนหนุ่มและในสถานบันเทิง เธอไปต่อไม่ไหวแล้วหวังว่าครั้งนี้เธอจะได้พักเสียทีต่อสู้สิทธิจบชีวิต แม้ครอบครัวคัดค้านแม้รัฐบาลแคว้นคาตาลันจะอนุมัติคำขอการุณยฆาตของเธอตั้งแต่ปี 2024 แต่กระบวนการถูกระงับ หลังพ่อของเธอยื่นอุทธรณ์คัดค้าน โดยอ้างว่าลูกสาวมีปัญหาสุขภาพจิตที่อาจกระทบการตัดสินใจคดีดังกล่าวนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายยาวนานกว่า 18 เดือน ก่อนที่ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปจะมีคำตัดสินให้เธอมีสิทธิเลือกจบชีวิตของตนเอง (การุณยฆาต)โนเอลิอา คาสติลโย โนเอลิอา คาสติลโยแม้แม่ของเธอจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจ แต่ยืนยันว่าเคารพความต้องการของลูกสาว ขณะที่องค์กรอนุรักษนิยมในสเปนออกมาแสดงความกังวลว่า…
-
อนามัยโลก-สหรัฐฯ เฝ้าระวังโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “Cicada” BA.3.2
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ และองค์การอนามัยโลก กำลังติดตามการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “Cicada” BA.3.2เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่กำลังอยู่ในความสนใจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในต่างประเทศศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) กล่าวในรายงานเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่า กำลังติดตามไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ BA.3.2 ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “Cicada” (จักจั่น) หลังจากพบจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุไวรัสสายพันธุ์นี้ไว้ใน “สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง” เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เช่นกัน เนื่องจากมีการตรวจพบเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น เคนยา เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักรตามข้อมูลของ CDC มีรายงานพบโควิด-19 Cicada ในกว่า 20 ประเทศ และคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของผู้ติดเชื้อในบางประเทศรายงานของ CDC ระบุว่า “การติดตามการแพร่กระจายของ BA.3.2 ให้ข้อมูลที่มีค่าเกี่ยวกับศักยภาพของสายพันธุ์ใหม่ของ SARS-CoV-2 ในการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อหรือวัคซีนก่อนหน้านี้”ดร. โรเบิร์ต เอช. ฮอปกินส์ จูเนียร์ ผู้อำนวยการทางการแพทย์ของมูลนิธิแห่งชาติเพื่อโรคติดเชื้อ กล่าวว่า BA.3.2…