Category: ทั่วไป
-
ส่อร้าง! “เสี่ยเฮ้ง-ดร.แด๊ก-เสธ.หิ” ทิ้ง รทสช. เหลือ “พีระพันธุ์”เฝ้าพรรค ** “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ว่าที่ รมว.พลังงาน กับวิสัยทัศน์ เรื่องแหล่งก๊าซ ที่เกาะกูด
ข่าวปนคน คนปนข่าว++ ส่อร้าง! “เสี่ยเฮ้ง-ดร.แด๊ก-เสธ.หิ” ทิ้ง รทสช. เหลือ “พีระพันธุ์”เฝ้าพรรคแววพรรคร้างเริ่มออก สำหรับพรรค “ดีเอ็นเอ ลุงตู่” รวมไทยสร้างชาติ หรือ รทสช. เมื่อเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า แกนนำพรรค ได้ตัดสินใจออกไปแล้วอย่างน้อย 3 รายรายแรกคือ “เสี่ยเฮ้ง – สุชาติ ชมกลิ่น” อดีตรองหัวหน้าพรรค ที่ลาออกจากทั้ง สส.บัญชีรายชื่อและสมาชิกพรรค เพื่อเตรียมตัวไปรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใน “ครม.อนุทิน 1” ที่คาดว่าจะลงตัวสะเด็ดน้ำในไม่กี่วันข้างหน้ารายต่อมาคือ “ดร.แด๊ก – ธนกร วังบุญคงชนะ” ที่ลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อและสมาชิกพรรค เช่นเดียวกัน เพื่อเตรียมตัวไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในครม.ชุดใหม่และรายที่ 3 ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น “เสธ.หิ” ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตผู้อำนวยการพรรคนั่นเอง ที่เมื่อวานได้ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เปิดใจยอมรับว่า ได้ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ตามที่เป็นข่าวจริงโดยได้ตัดสินใจลาออกจากผู้อำนวยการพรรค รทสช. พร้อมได้แจ้ง…
-
เปิดพิกัด 7 จังหวัดเสี่ยงสูง ระวังน้ำป่า ดินถล่ม 9–11 ก.ย.นี้
วันที่ 9 กันยายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี รายงานสถานการณ์น่าห่วง พบพื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มแล้ว 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ตาก เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ตราด จันทบุรี และระยอง พร้อมบันทึกเหตุแผ่นดินไหว 1 ครั้งในจังหวัดเชียงใหม่เปิดพิกัด 7 จังหวัดเสี่ยงสูง ระวังน้ำป่า ดินถล่ม 9–11 ก.ย.นี้เปิดพิกัด 7 จังหวัดเสี่ยงสูง ระวังน้ำป่า ดินถล่ม 9–11 ก.ย.นี้ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพยากรณ์อากาศช่วง 9–11 กันยายน ประเทศไทยยังคงเผชิญฝนตกหนักหลายพื้นที่ จากอิทธิพลร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของประเทศ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังปกคลุม ทำให้ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ต้องระวังฝนตกหนักสะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มได้พื้นที่เสี่ยงพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดพิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ที่อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรง ส่วนภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ–ปริมณฑล อาจเจอสภาพน้ำท่วมขัง…
-
เปิดกระบวนการดูแล ‘ทักษิณ’ หลัง กรมราชทัณฑ์ คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษ
เปิดกระบวนการดูแล 'ทักษิณ' หลัง กรมราชทัณฑ์ คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษเปิดกระบวนการดูแลผู้ต้องขัง หลัง กรมราชทัณฑ์ คุมตัว 'ทักษิณ' เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ พบรถตู้ เบนซ์ สีเทา 2 คัน ปิดหัวและท้ายขบวนเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 9 ก.ย.2568 ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขบวนรถตู้ของกรมราชทัณฑ์ 3 คัน มาถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยรถ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั่งรถตู้เรือนจำ ทะเบียน 1นง 7412 กรุงเทพ สีขาว ที่อยู่คันหน้าสุด ซึ่งเป็นรถที่ใช้ควบคุมผู้ต้องขัง วิ่งเข้าไปภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ นอกจากนี้ยังมีรถตู้ เบนซ์ สีเทา 2 คัน ปิดหัวและท้ายขบวนรถตู้เข้าไปในเรือนจำทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโดยบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีสื่อมวลชนจากหลายสำนักเฝ้าสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก ขนาดเดียวกันยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ประชาชื่น และเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ อำนวยความสะดวกและดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดส่องเลขทะเบียนรถราชทัณฑ์ นำตัว ทักษิณ…
-
มาแล้ว เปิดใจทักษิณ ชินวัตร ลั่น วันนี้ไร้อิสรภาพ แต่ยังมีเสรีภาพทางความคิด
เคลื่อนไหวหลังศาลตัดสิน คดีชั้น14 เปิดใจทักษิณ ชินวัตร ลั่น จากวันนี้แม้ผมจะไร้อิสรภาพ แต่ยังมีเสรีภาพทางความคิดข่าวโซเชียล ล่าสุด เปิดใจทักษิณ ชินวัตร ผ่าน Facebook โดย เพจ Thaksin Shinawatra ระบุว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานอภัยลดโทษจำคุกแก่ผมคงเหลือเวลา 1 ปี นับเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ต่อทั้งตัวผม และครอบครัว ผมขอน้อมรับและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษาในวันนี้เปิดใจทักษิณ ชินวัตร หลังศาลตัดสิน คดีชั้น14ตลอดระยะเวลาของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2544 – 2549 ผมพยายามผลักดันทุกนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทย ให้พรรคการเมืองแข่งขันกันด้วยนโยบาย สร้างประชาธิปไตยที่กินได้จากผลงานของรัฐบาลที่ทำได้จริง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดในฐานะนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชนแม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549 แต่วันนี้ผมขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับตัวผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ขอบคุณนักการเมือง สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเพื่อนมิตรทั้งหลายที่เคียงข้างกัน ทั้งในยามสุขและยามยาก ผมตัดสินใจเลือกทางเดินนี้ เพื่อส่งกำลังใจให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยอุดมการณ์และจิตวิญญาณที่เรามีร่วมกันมา จนกว่าจะถึงวันที่เราได้เดินร่วมทางกันอีกครั้งข่าวที่น่าสนใจย้อนรอยอาการป่วยทักษิณ ตั้งแต่กลับไทย…
-
“อุ๊งอิ๊งค์” เปิดใจหลัง “ทักษิณ” ถูกศาลฏีกาฯ พิพากษาจำคุก
นางสาว แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดใจทันที หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำสั่งบังคับโทษ นายทักษิณ ชินวัตร คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยศาลฎีกาฯ พิพากษาให้จำคุก 1 ปี โดยระบุว่า ครอบครัวชินวัตร รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ลดโทษเหลือ 1 ปี , โดยที่ผ่านมา ทักษิณ ยังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ในเรื่องการเมืองเสมอ และถือเป็นครั้งแรกในหน้าการเมืองไทยที่เป็นนายกฯคนแรกที่ต้องจำคุก"รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ลดโทษเหลือ 1 ปี พวกเราสำนึกอย่างหาที่สุดไม่ได้ ขอบคุณทุกท่าน ที่ส่งกำลังใจ ท่านยังเป็น ผู้นำ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ในเรื่องการเมือง ท่านยังนึกถึงบ้านเมืองอยู่เสมอ ท่านตั้งใจจริงที่อยากจะให้ชีวิตพี่น้องประชาชนกินดีอยู่ดีตอนนี้ดิฉันเป็นห่วงคุณพ่อ รู้สึกภูมิใจ ที่คุณพ่อสร้างประวัติศาสตร์มากมาย มีนโยบายที่มีประโยชน์ นี่เป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก ที่นายกฯคนแรกที่ต้องจำคุก หนักนิดนึง กำลังใจดี ทั้งคุณพ่อ และ ครอบครัว เพื่อไทย ยังมุ่งหน้าทำงานต่อ ในการเป็นฝ่ายค้าน ในพรรคยังมี กำลังใจที่ดี…
-
เผยคำพูด “ทักษิณ” ก่อนเข้าเรือนจำ ฝากลูกสาว 2 คน ไว้ 1 เรื่อง
วันที่ 9 กันยายน 2568 ภายหลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งให้นำตัวนายทักษิณ กลับไปเข้าเรือนจำ โดยให้จำคุก 1 ปี ซึ่งไม่นับรวม 120 วันที่พักรักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจล่าสุด นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส. พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังว่า หลังฟังคำสั่ง ทักษิณสีหน้าเรียบเฉย กำลังใจดี ไม่มีท่าวิตก ตึงเตรียด ราชทัณฑ์ จะพาไปเรือนจำ ทำประวัติ ตรวจร่างกาย จะอยู่แดนไหน จากนี้ คงเตรียมการให้ญาติ คนทั่วไป ผู้สนับสนุน สส. ที่จะไปเยี่ยมท่านตาม วันเวลาที่กำหนด คาดว่า คนจะไปเยี่ยมเยอะ ต้องจัดสรรกัน ระหว่างญาติ กับคนทั่วไป ในห้องพิจารณาคดี มีคุณแพทองธาร สามี พี่สาว สามี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทีมทนายความ ในห้องส่วนใหญ่เป็นนักข่าว มีชาญชัย นกเขา สว.สมชายโดยฝั่งจำเลย ฟังด้วยท่าทีสงบ…
-
บุกทลายเครือข่าย’หมอแอร์’ รวบแพทย์ 9 ราย เจ้าของคลินิก-จนท.เวชระเบียน
วันที่ 9 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดปฏิบัติการ EP.3 ทลายเครือข่ายยาเสียสาว หมอแอร์ นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สุรินทร์ ภูเก็ต และ ชลบุรี รวม 11 จุด ได้ผู้ต้องหา 11 ราย แบ่งเป็นแพทย์ 9 ราย เจ้าหน้าที่เวชระเบียน 1 ราย และเจ้าของคลินิก 1 รายหนึ่งในจุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่ ปส.1 เข้าจับกุมแพทย์รายหนึ่งในอพาร์ตเมนต์ย่านซอยรางน้ำ หลังแสดงหมายจับ แพทย์ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจริง โดยมีชื่อประจำคลินิกย่านห้วยขวาง และสั่งยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ไม่ไปปฏิบัติงานจริง เพียงนำป้ายชื่อแขวนที่คลินิก แลกกับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาทขณะที่ตรวจสอบคลินิกดังกล่าวกลับพบว่าเป็นเพียงร้านสัก (Tattoo) ไม่ได้เปิดบริการทางการแพทย์ อีกทั้งแพทย์รายนี้เป็นอายุรแพทย์ ไม่ใช่จิตแพทย์ตามที่แอบอ้างอีกจุดหนึ่ง เจ้าหน้าที่บุกเข้าจับแพทย์ชายที่หอพักภายในโรงพยาบาล ขณะเพิ่งออกเวรดูแลคนไข้ โดยผู้ต้องหาให้การว่า รู้จักกับหมอแอร์และถูกชักชวนให้ใช้ชื่อเป็นแพทย์ประจำคลินิกแลกเงินเดือนละ 20,000 บาท ยอมรับว่ามีชื่อปรากฏในการสั่งยา แต่ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง โดยอ้างว่าลายเซ็นในเอกสารเป็นการปลอมแปลงที่ทำขึ้นโดยหมอแอร์พ.ต.อ.สุรพงษ์…
-
“ทักษิณ” ถอดสูทขึ้นรถ ล่าสุดเดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว
ทักษิณ ถอดสูทขึ้นรถ ล่าสุดเดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว หลังศาลสั่งบังคับโทษจำคุกโทษ 1 ปี คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจจากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำสั่ง ในเวลา 10.00 น. คดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 คดีบังคับโทษ นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 หรือกรณีที่นายทักษิณ นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลชั้น 14 โดยศาลฎีกาฯ ได้ทำการไต่สวนพยานมาเป็นเวลา 7 นัดเพื่อหาข้อเท็จจริงในการบังคับโทษคดีถึงที่สุดกับนายทักษิณโดย ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ต้องกลับเข้ารับโทษในเรือนจำใหม่ โดยให้ส่งตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้นล่าสุด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว นายทักษิณ ขึ้นรถตู้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยนายทักษิณยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม ถอดสูทเสื้อนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาว และกางเกงขายาวสีเข้ม ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวออกประตูหน้าศาลฎีกา ฝั่งถนนราชดำเนินใน มุ่งหน้าไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯขบวนรถตู้ของกรมราชทัณฑ์ จำนวน 3 คัน มาถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว เมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.50 น.…
-
แห่ชื่นชม พ่อนักบิน ลูกสาวพยาบาล ปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตเคียงกัน
กลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจหลังโลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวของ พ่อ-ลูก Sky Doctor จากผู้ใช้เฟซบุ๊กPrasan Piamanan โดยระบุว่า พ่อ – พี่ยงยุทธ เป็นหัวหน้าชุดบินกองกำลังผาเมืองลูก – พยาบาล Sky doctor พยาบาลประจำหอผู้ป่วยวิกฤติกุมารเวชกรรม มาบรรจบกันที่ Sky Doctor รพ.นครพิงค์ มันเริ่มมาจากเมื่อ 3 ปีที่แล้ว น้องไข่มุก ลูกสาวพี่ยงยุทธได้เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลนครพิค์ ที่หอผู้ป่วยวิกฤติกุมารเวชกรรมประจวบเหมาะกับทีม Sky Doctor ของรพ.นครพิงค์ กำลังสร้างทีม sky doctor ที่มีความเชี่ยวชาญในการลำเลียงกลุ่มผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิด ตอนนั้นน้องไข่มุกยังต้องฝึกประสบการณ์และดูวี่แววก่อนว่าทำงานแล้วเป็นยังไง ทางทีมก็สร้างทีม sky doctor คนอื่นไปเรื่อยๆจนมาปีนี้น้องไข่มุกมีประสบการณ์การทำงานเต็มที่ มีความพร้อมทั้งความรู้และทักษะ น้องจึงเป็น candidate ของทีม Sky Doctor อย่างเต็มตัว เคยได้ไปร่วมฝึกซ้อมกับทีม sky doctor หน้าใหม่ เหลือแค่เข้ารับการอบรม Basic HEMS เท่านั้น มาวันนี้คิดว่าจังหวะ เวลาและโอกาสเหมาะสมที่สุดเราจึงเรียกให้น้องไข่มุกออกปฏิบัติการเป็นครั้งแรก…
-
อ.เชียง งานเข้า อดีตลูกศิษย์ร้องกองปราบ สอบเส้นเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว
อดีตลูกศิษย์คนสนิท แจ้งกองปราบฯ ร้องตรวจสอบ ‘อ.เชียง ปัณณวิชญ์’ พบหลักฐาน เงินบริจาคถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว พร้อมตั้งคำถาม “ทองคำ” ใต้ฐานพระยังอยู่หรือไม่?กลายเป็นอีกหนึ่งผู้หยั่งรู้คนดังที่กำลังถูกจับตามองในเรื่องเกี่ยวกับเงินบริจาค รวมถึงทองคำใต้ฐานพระ นั่นก็คือ อาจารย์เชียง ปัณณวิชญ์ ที่ล่าสุดอดีตลูกศิษย์ที่เคยศรัทธาในตัวอาจารย์ท่านนี้ได้หอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับกองปราบปราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบความโปร่งใสของเงินบริจาค เนื่องจากพบว่ามีการเปิดให้ลูกศิษย์โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว แทนที่จะโอนเข้าวัดโดยตรงอ.เชียง งานเข้า อดีตลูกศิษย์ร้องกองปราบ สอบเส้นเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว-2ล่าสุด 9 ก.ย. 68 ทางทีมข่าวช่อง 8 ได้สอบถามไปยัง อดีตลูกศิษย์คนสนิทของอาจารย์เชียง ซึ่งเป็นผู้นำหลักฐานไปมอบให้กับทางกองปราบฯ เธอเผยว่า “เงินบริจาคจำนวนมากที่ผู้คนร่วมทำบุญ ได้ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของอาจารย์เชียง ยอดเงินบริจาคบางครั้งสูงถึงหลักล้านบาท เกรงว่าเงินบริจาคจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์”ทั้งยังมีการเรียกร้องถามหาทองคำที่มีลูกศิษย์รายหนึ่งนำทองแท่ง หนัก 1 บาท ไปวางไว้ใต้ฐานพระในในพิธีวางพระพิฆเนศ โดยอ.เชียงอ้างว่า การกระทำดังกล่าวจะเป็นการช่วยยกดวงชะตาทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทองคำเหล่านั้นจะยังอยู่ใต้ฐานพระเหมือนเดิมหรือไม่นอกจากนั้น อดีตลูกศิษย์ ยังได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของ อาจารย์เชียง ด้วยว่า“ภาพลักษณ์ที่ปรากฎในสื่อกับความเป็นจริงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องกตัญญู เพราะเบื้องหลังกลับมีพฤติกรรมด่าทอพ่อแม่ ซึ่งตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์เมตตาที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็น พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้อดีตลูกศิษย์คนสนิทรายนี้รู้สึกว่า อ.เชียง ไม่ใช่ครูบาอาจารย์ที่ควรนับถือศรัทธา เธอจึงถอนตัวออกมาก่อนตั้งแต่ช่วงโควิด-19”ขณะเดียวกัน ทางทีมงานข่าวช่อง 8 ก็ได้ติดต่อไปยัง…