Category: ทั่วไป
-
แห่ชื่นชม พ่อนักบิน ลูกสาวพยาบาล ปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตเคียงกัน
กลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจหลังโลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวของ พ่อ-ลูก Sky Doctor จากผู้ใช้เฟซบุ๊กPrasan Piamanan โดยระบุว่า พ่อ – พี่ยงยุทธ เป็นหัวหน้าชุดบินกองกำลังผาเมืองลูก – พยาบาล Sky doctor พยาบาลประจำหอผู้ป่วยวิกฤติกุมารเวชกรรม มาบรรจบกันที่ Sky Doctor รพ.นครพิงค์ มันเริ่มมาจากเมื่อ 3 ปีที่แล้ว น้องไข่มุก ลูกสาวพี่ยงยุทธได้เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลนครพิค์ ที่หอผู้ป่วยวิกฤติกุมารเวชกรรมประจวบเหมาะกับทีม Sky Doctor ของรพ.นครพิงค์ กำลังสร้างทีม sky doctor ที่มีความเชี่ยวชาญในการลำเลียงกลุ่มผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิด ตอนนั้นน้องไข่มุกยังต้องฝึกประสบการณ์และดูวี่แววก่อนว่าทำงานแล้วเป็นยังไง ทางทีมก็สร้างทีม sky doctor คนอื่นไปเรื่อยๆจนมาปีนี้น้องไข่มุกมีประสบการณ์การทำงานเต็มที่ มีความพร้อมทั้งความรู้และทักษะ น้องจึงเป็น candidate ของทีม Sky Doctor อย่างเต็มตัว เคยได้ไปร่วมฝึกซ้อมกับทีม sky doctor หน้าใหม่ เหลือแค่เข้ารับการอบรม Basic HEMS เท่านั้น มาวันนี้คิดว่าจังหวะ เวลาและโอกาสเหมาะสมที่สุดเราจึงเรียกให้น้องไข่มุกออกปฏิบัติการเป็นครั้งแรก…
-
อ.เชียง งานเข้า อดีตลูกศิษย์ร้องกองปราบ สอบเส้นเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว
อดีตลูกศิษย์คนสนิท แจ้งกองปราบฯ ร้องตรวจสอบ ‘อ.เชียง ปัณณวิชญ์’ พบหลักฐาน เงินบริจาคถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว พร้อมตั้งคำถาม “ทองคำ” ใต้ฐานพระยังอยู่หรือไม่?กลายเป็นอีกหนึ่งผู้หยั่งรู้คนดังที่กำลังถูกจับตามองในเรื่องเกี่ยวกับเงินบริจาค รวมถึงทองคำใต้ฐานพระ นั่นก็คือ อาจารย์เชียง ปัณณวิชญ์ ที่ล่าสุดอดีตลูกศิษย์ที่เคยศรัทธาในตัวอาจารย์ท่านนี้ได้หอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับกองปราบปราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบความโปร่งใสของเงินบริจาค เนื่องจากพบว่ามีการเปิดให้ลูกศิษย์โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว แทนที่จะโอนเข้าวัดโดยตรงอ.เชียง งานเข้า อดีตลูกศิษย์ร้องกองปราบ สอบเส้นเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว-2ล่าสุด 9 ก.ย. 68 ทางทีมข่าวช่อง 8 ได้สอบถามไปยัง อดีตลูกศิษย์คนสนิทของอาจารย์เชียง ซึ่งเป็นผู้นำหลักฐานไปมอบให้กับทางกองปราบฯ เธอเผยว่า “เงินบริจาคจำนวนมากที่ผู้คนร่วมทำบุญ ได้ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของอาจารย์เชียง ยอดเงินบริจาคบางครั้งสูงถึงหลักล้านบาท เกรงว่าเงินบริจาคจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์”ทั้งยังมีการเรียกร้องถามหาทองคำที่มีลูกศิษย์รายหนึ่งนำทองแท่ง หนัก 1 บาท ไปวางไว้ใต้ฐานพระในในพิธีวางพระพิฆเนศ โดยอ.เชียงอ้างว่า การกระทำดังกล่าวจะเป็นการช่วยยกดวงชะตาทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทองคำเหล่านั้นจะยังอยู่ใต้ฐานพระเหมือนเดิมหรือไม่นอกจากนั้น อดีตลูกศิษย์ ยังได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของ อาจารย์เชียง ด้วยว่า“ภาพลักษณ์ที่ปรากฎในสื่อกับความเป็นจริงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องกตัญญู เพราะเบื้องหลังกลับมีพฤติกรรมด่าทอพ่อแม่ ซึ่งตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์เมตตาที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็น พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้อดีตลูกศิษย์คนสนิทรายนี้รู้สึกว่า อ.เชียง ไม่ใช่ครูบาอาจารย์ที่ควรนับถือศรัทธา เธอจึงถอนตัวออกมาก่อนตั้งแต่ช่วงโควิด-19”ขณะเดียวกัน ทางทีมงานข่าวช่อง 8 ก็ได้ติดต่อไปยัง…
-
เปิดคำสั่งฉบับเต็ม ศาลฎีกาฯ บังคับโทษ “ทักษิณ” จำคุก 1 ปี เข้าเรือนจำทันที
9 ก.ย. 2568 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดฟังคำสั่ง คดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงการบังคับโทษคดีถึงที่สุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโดยวันนี้ศาลเรียกนายทักษิณ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาฟังคำสั่งด้วยเมื่อถึงเวลานัด นายทักษิณ เดินทางมาพร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร, นางพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงค์, นายปิฎก สุขสวัสดิ์, นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ โดยมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช มาร่วมให้กำลังใจศาลได้อ่านคำสั่ง ระบุว่า ข้อเท็จจริงฟังได้การบังคับโทษจำคุก จำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตามพฤติกรรม บ่งชี้เห็นว่า จำเลยทราบข้อเท็จจริง หรือรับรู้เหตุการณ์ได้ว่า ไม่ได้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน แต่นายทักษิณ มีเพียงโรคประจำตัว ซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง ที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ โดยไม่จำเป็นต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เพราะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ และสภาวะร่างกายของจำเลยเองนอกจากนี้ยังได้ความว่านายทักษิณเข้าไปมีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์ โดยปฏิเสธการผ่าตัดโรคหัวใจ และโรคกระดูกคอทับ กดทับไขสันหลัง และเส้นประสาท แต่ให้แพทย์รักษารักษาโดยรับประทานยาตามอาการ และเลือกผ่าตัดนิ้วล็อค และเอ็นหัวไหล่ขวาฉีก ซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน…
-
ประวัติ ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ แฟนคำผกา พี่สาว จอห์น วิญญู อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน
เปิดประวัติ ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ นักวิชาการด้านจีน พี่สาวจอห์น วิญญู จากนักเรียนทุนหลวงสู่ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่แห่งจุฬาฯ ผู้อยู่เบื้องหลังกำลังใจสำคัญของ ‘คำ ผกา’ ในวันที่เผชิญมรสุมในแวดวงวิชาการและสื่อสารมวลชน ชื่อของ ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ เป็นที่รู้จักในหลายบทบาท ทั้งในฐานะนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จีน, พี่สาวของพิธีกรฝีปากกล้า จอห์น วิญญู และล่าสุดในฐานะ คู่ชีวิต ผู้อยู่เคียงข้างและเป็นพลังใจสำคัญให้กับ แขก คำผกาเส้นทางวิชาการระดับโลก ของ ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ดร.วาสนา มีเส้นทางด้านการศึกษาที่ไม่ธรรมดา โดยแรกเริ่มเดิมทีเป็นอดีตนักเรียน ทุนเล่าเรียนหลวง (King’s Scholarship) หลังจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เธอได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้านภาษาและอารยธรรมจีน ที่ University of Chicago สหรัฐอเมริกา ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท (MSt) และปริญญาเอก (DPhil) ด้านประวัติศาสตร์จีนจาก University of Oxford ประเทศอังกฤษภาพจาก : FB/Wasana Wongsurawatปัจจุบัน ดร.วาสนา เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย…
-
ทักษิณ เผยขอน้อมรับ พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษา ขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ
ทักษิณ เผยขอน้อมรับ พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษา ขอมองไปข้างหน้าทักษิณ เผยขอน้อมรับ พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษา ขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆ ผมตัดสินใจเลือกทางเดินนี้ เพื่อส่งกำลังใจให้ทุกคนเดินไปข้างหน้าเมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 เพจ Thaksin Shinawatra โพสต์ข้อความหลังศาลมีคำสั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คดีชั้น 14 โดยระบุว่าพี่น้องประชาชนที่เคารพ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานอภัยลดโทษจำคุกแก่ผมคงเหลือเวลา 1 ปี นับเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ต่อทั้งตัวผม และครอบครัวผมขอน้อมรับและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษาในวันนี้ ตลอดระยะเวลาของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2544 – 2549 ผมพยายามผลักดันทุกนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทย ให้พรรคการเมืองแข่งขันกันด้วยนโยบาย สร้างประชาธิปไตยที่กินได้จากผลงานของรัฐบาลที่ทำได้จริง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดในฐานะนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชนแม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549 แต่วันนี้ผมขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆ อันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับตัวผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ขอบคุณนักการเมือง สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเพื่อนมิตรทั้งหลายที่เคียงข้างกัน ทั้งในยามสุขและยามยาก ผมตัดสินใจเลือกทางเดินนี้ เพื่อส่งกำลังใจให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า ทำงานเพื่อชาติ…
-
เปิดระเบียบใหม่ราชทัณฑ์ “ทักษิณ” เข้าเกณฑ์ “คุมขังนอกเรือนจำ” หรือไม่
วันนี้ (9 กันยายน 2568) เวลา 10.00 น. ถูกสังคมจับตาว่าเป็น "ดีเดย์" สำคัญของการเมือง และ กระบวนการยุติธรรมไทย เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาใน คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งว่าด้วยประเด็นการบังคับโทษถึงที่สุด และการเข้าถึงสิทธิทางการรักษาพยาบาลระหว่างถูกคุมขังด้าน ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ ได้อธิบายถึงกรณีสถานที่คุมขังนอกเรืองจำ ที่โยงกับคดี นายทักษิณ โดยระบุว่า ประกาศกรมราชทัณฑ์ สถานที่คุมขังนอกเรือนจำตามประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังผู้ต้องขังในสถานที่คุมขัง ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมชัง พ.ศ. 2568 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประกาศนี้ 3 ฉบับ คือพ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 33 และมาตรา 34 กฎกระทรวงกำหนดสถานที่คุมขัง…
-
ด่วน! “ทักษิณ” ไม่รอดคดีชั้น 14 คุก 1 ปี ส่งตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที
ศาลฎีกาฯ มีคำสั่ง ทักษิณ ชินวัตร ส่งตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที ไม่รอดคดีชั้น 14 สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปีจากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำสั่ง ในเวลา 10.00 น. คดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 คดีบังคับโทษ นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 หรือกรณีที่นายทักษิณ นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลชั้น 14 โดยศาลฎีกาฯ ได้ทำการไต่สวนพยานมาเป็นเวลา 7 นัดเพื่อหาข้อเท็จจริงในการบังคับโทษคดีถึงที่สุดกับนายทักษิณล่าสุดมีรายงานว่า ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ต้องกลับเข้ารับโทษในเรือนจำใหม่ โดยให้ส่งตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันทีหากมีความคืบหน้าสำนักข่าว TheThaiger จะแจ้งให้ทราบต่อไปย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นวันที่นายทักษิณเดินทางกลับประเทศไทย ศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาใน 3 คดี ให้ลงโทษจำคุกรวม 8 ปี และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแต่ในคืนเดียวกันนั้น กรมราชทัณฑ์ได้ส่งตัวนายทักษิณไปที่โรงพยาบาลตำรวจอย่างเร่งด่วน โดยให้เหตุผลว่ามีอาการป่วยขั้นวิกฤต…
-
“ทักษิณ”ไม่รอดคดีชั้น14 ศาลสั่งจำคุก1 ปี นำตัวเข้าเรือนจำทันที
9 ก.ย.68 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำสั่ง ในเวลา 10.00 น. คดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 คดีบังคับโทษ นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีชั้น14 หรือกรณีที่ นายทักษิณ นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 โดยศาลฎีกาฯ ได้ทำการไต่สวนพยานมาเป็นเวลา 7 นัดเพื่อหาข้อเท็จจริงในการบังคับโทษคดีถึงที่สุดกับนายทักษิณซึ่งเมื่อเวลา 09.25น. นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นางสาวพินทองทา คุณากรวงศ์ เพื่อเข้ารับฟังคำตัดสินคดีรักษาตัวชั้น 14 แล้วโดยคดีนี้มาจาก นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ซึ่งศาลยกคำร้องเนื่องจากไม่ใช่คู่กรณี แต่ศาลฎีกาฯ เป็นผู้ไต่สวนเอง และได้นัดไต่สวนพยานทั้งสิ้น 7 นัด เรียกพยานทั้งหมด 31 ปากสำหรับการพิจารณาคดีในวันนี้จะตัดสินว่า นายทักษิณ ได้รับโทษครบถ้วนแล้วหรือไม่ หลังจากที่เขาได้รับการพักการลงโทษตามเกณฑ์พิเศษในช่วงที่ผ่านมา…
-
ด่วน! ทักษิณ ไม่รอด ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ
ด่วน! ทักษิณ ไม่รอด ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจด่วน! "ทักษิณ" ไม่รอด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.ย.2568 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดหมายเลขดำที่ บค. 1/2568 เรื่องการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4 หมายเลขแดงที่ อม.10 /2552, คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551คดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2566 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านสรุปคำพิพากษาใน 3 คดี ต่อหน้านายทักษิณ ชินวัตร รวมแล้ว จำคุก 3 คดี เป็นระยะเวลา 8 ปี หลังจากนั้นมีการออกหมายขัง…
-
ถนนปนัดดา เกิดขึ้นจริง เพื่อยกย่องการบุกเบิกช่วยเหลือประชาชน
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “บุ๋ม ปนัดดา” อดีตนางสาวไทย นักแสดง และผู้ก่อตั้งองค์กรทำดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าถึงความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ เมื่อถนนสายหนึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า “ถนนปนัดดา” เพื่อเป็นเกียรติแก่การบุกเบิกของเธอและทีมงานร่วมกับเหล่าทหารถนนปนัดดา เกิดขึ้นจริง เพื่อยกย่องการบุกเบิกช่วยเหลือประชาชนบุ๋มเล่าว่า ถนนสายนี้เริ่มต้นจากเส้นทางเดินเท้าที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ แต่ด้วยความทุ่มเทของทีมงานและทหาร ทำให้สามารถพัฒนาจนกลายเป็นถนนที่ใช้การได้จริงเธอเผยว่า เดิมทีไม่ได้อยากให้ถนนใช้ชื่อของตนเอง แต่เพราะเกรงว่านักการเมืองท้องถิ่นบางคนจะเข้ามาแอบอ้างผลงาน การตั้งชื่อ “ถนนปนัดดา” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ยืนยันถึงการทำงานขององค์กรทำดีและกองทัพไทยร่วมกันถนนปนัดดา เกิดขึ้นจริง เพื่อยกย่องการบุกเบิกช่วยเหลือประชาชน“ไม่ว่าถนนจะชื่ออะไร อยากให้ทุกคนรู้ไว้ ว่าพวกเราใส่สุดตัวกับทุกย่างก้าวที่เราสร้างกันตรงนี้ ถนนแห่งนี้คือความภาคภูมิใจของคนไทยอีกจุดหนึ่ง หลังจากทุกอย่างสงบ จะมาเฉลยให้ฟังนะคะ” บุ๋ม ปนัดดา กล่าวปิดท้ายถนนปนัดดาจึงไม่ใช่แค่ชื่อถนน แต่เป็นหลักฐานแห่งความเสียสละ ความร่วมมือ และความรักที่ส่งต่อจากผู้หญิงคนหนึ่งและทีมงานสู่วงกว้างของสังคมไทยถนนปนัดดา เกิดขึ้นจริง เพื่อยกย่องการบุกเบิกช่วยเหลือประชาชนถนนปนัดดา เกิดขึ้นจริง เพื่อยกย่องการบุกเบิกช่วยเหลือประชาชนถนนปนัดดา เกิดขึ้นจริง เพื่อยกย่องการบุกเบิกช่วยเหลือประชาชนแหล่งที่มาอ้างอิง1.เฟซบุ๊ก: Panadda Wongphudee (บุ๋ม ปนัดดา)