Category: ทั่วไป
-
“ทร.” ชี้แจง กรณีกัมพูชาเคลื่อนไหวขุดคูเลต ย้ำจะไม่ยอมให้กระทบอธิปไตยไทย
“กองทัพเรือ” ชี้แจง กรณีกัมพูชาเคลื่อนไหวขุดคูเลต ในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชาเอง ย้ำจะไม่ยอมให้กระทบอธิปไตยของไทยพลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากกรณีกระแสข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีการขุดคูเลตในพื้นที่ชำราก จังหวัดตราด กองทัพเรือได้ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่าการดำเนินการดังกล่าวของฝ่ายทหารกัมพูชาเป็นการปฏิบัติภายในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชาเอง และไม่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของประเทศไทยทั้งนี้ ยังไม่ถือว่าเป็นการยั่วยุ หรือการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแต่อย่างใด โดยสถานการณ์โดยรวมยังคงเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยกองทัพเรือ ยังคงปฏิบัติภารกิจในการดูแลความมั่นคงทางทะเล และพื้นที่ชายแดนภายใต้ความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง มีการจัดกำลังเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด พร้อมมีความพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั้งนี้ กองทัพเรือยึดมั่นในแนวทางการดำเนินการด้วยความรอบคอบ อดทน และสันติวิธี สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการรักษาความสงบเรียบร้อย เสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน และบรรยากาศของการหยุดยิงกองทัพเรือ ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อน พร้อมยืนยันว่า กองทัพเรือมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มความสามารถข่าวที่เกี่ยวข้องแจงพื้นที่พิพาท 17 จุด จังหวัดตราด หลังกัมพูชารุกล้ำพื้นที่อ้างสิทธิ์ "กัน จอมพลัง" ไลฟ์สดชี้แจง กรณีซื้อเกราะกันกระสุน จากราคา 23,000 เหลือ 6,000 บาท อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ทร." ชี้แจง กรณีกัมพูชาเคลื่อนไหวขุดคูเลต ย้ำจะไม่ยอมให้กระทบอธิปไตยไทยติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน…
-
ผิดจริง หรือถูกการเมืองเล่นงาน? สรุปกรณี ‘หมอสุภัทร’ เมื่อแพทย์ที่จัดซื้อชุดตรวจ COVID-19 ถูกลงมติให้ออกจากราชการ
จากกรณีที่มีข่าวว่า 22 มกราคม 2569 อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ประชุมประจำเดือนพร้อมมีมติเกี่ยวกับการพิจารณาความผิดทางวินัยให้ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ ‘หมอสุภัทร’ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ออกจากราชการ จากกรณีจัดซื้อชุดตรวจ COVID-19 โครงการแพทย์ชนบทบุกกรุง ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวได้ลาออกจากราชการมาเป็นผู้สมัคร สส.เขต จังหวัดสงขลา พรรคประชาชน ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้กรณีนี้เป็นมาอย่างไร? The MATTER สรุปมาให้แล้วในโพสต์นี้รู้จัก ‘หมอสุภัทร’ จากนิสิตนักกิจกรรมสู่หมอที่ออกมาร่วมสู้กับชุมชนหมอสุภัทรเป็นเด็กสงขลาที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในปี 2531 โดยเขาได้มีบทบาทในการทำกิจกรรมภายในรั้วมหา’ลัยหลายอย่าง เช่น ประธานชมรมค่ายอาสาสมัครสโมสรนิสิตจุฬาฯ, นายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ และเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ในช่วงปี 2535หลังจบการศึกษาในปี 2538 เขาเริ่มงานที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งเขาได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการทันที เพราะทั้งโรงพยาบาลมีหมอเพียง 2 คน คือเขากับเพื่อน ก่อนปี 2542 เขาถูกย้ายมาเป็น ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา แล้วก็ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเรื่อยมาในระหว่างที่เป็น ผอ.โรงพยาบาลจะนะ เขาได้ทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยร่วมคัดค้านการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ต่อต้านโครงการวางท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ทั้งนี้ เขาเคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม…
-
ประวัติ น้าเน็ก จากพิธีกรปากกล้า สู่ที่ปรึกษาปัญหาชีวิตยุคออนไลน์
เปิดประวัติ “น้าเน็ก” เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เส้นทางชีวิตจากดีเจและพิธีกรตัวท็อป สู่ผู้ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตผ่านรายการ อย่าหาว่าน้าสอนประวัติ น้าเน็ก หรือ เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา คือหนึ่งในบุคลากรสื่อที่ผ่านการเปลี่ยนผ่านของวงการบันเทิงไทยอย่างครบถ้วน จากยุควิทยุ โทรทัศน์ จนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ปัจจุบันเขาเป็นพิธีกร ยูทูบเบอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีอิทธิพลทางความคิด โดยเฉพาะจากช่อง NaNake555 และรายการ “อย่าหาว่าน้าสอน”น้าเน็กเกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2512 ที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ก่อนย้ายกลับมาใช้ชีวิตที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วัยเด็ก ชื่อเล่น “เน็ก” มาจากคำว่า Snake ซึ่งคุณปู่ตั้งให้ เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด ตัวเล็ก และนอนขดตัวอยู่ในโรงพยาบาล วัยเด็กของเขาเติบโตในครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหารจีนขนาดใหญ่ ต้องช่วยงานบ้านและงานครัวแทบทุกอย่างตั้งแต่อายุยังน้อยเมื่ออายุราว 20 ปี ครอบครัวเปิดโอกาสให้ตัดสินใจเส้นทางชีวิต หากไม่สานต่อกิจการก็สามารถออกไปค้นหาตัวเองได้ น้าเน็กเลือกออกมาลองใช้ชีวิตอิสระ ใช้เวลาหลายเดือนตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากทำอะไรจริง ๆ และเริ่มต้นจากการลองทำงานแทบทุกประเภท ตั้งแต่เด็กล้างรถในปั๊มน้ำมัน เด็กแจกใบปลิว ช่างภาพ นักเขียนข่าว ไปจนถึงงานสร้างสรรค์อื่น…
-
หายสงสัย “เคลือบสูติบัตร” ทำเป็นโมฆะจริงไหม กรมการปกครองตอบแล้ว
จากกระแสแชร์ข้อมูลเตือนประชาชนว่า การนำ "สูติบัตร" ไปเคลือบพลาสติก อาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธการใช้งานจากหลายหน่วยงาน พร้อมแนะนำให้เก็บรักษาในซองหรือแฟ้มแทน รวมถึงมีการอ้างว่า หากนำ "ทะเบียนสมรส" ไปเคลือบจะถือเป็นเอกสารโมฆะ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องของเอกสารทางราชการล่าสุด กรมการปกครอง ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจ "กรมการปกครอง fanpage" ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การเคลือบสูติบัตรสามารถทำได้ และไม่ทำให้เอกสารเป็นโมฆะแต่อย่างใดกรมการปกครองระบุว่า สูติบัตรเป็นเอกสารการทะเบียนราษฎรที่นายทะเบียนผู้รับแจ้งการเกิดออกให้เป็นหลักฐานตามกฎหมายทะเบียนราษฎร การเคลือบพลาสติกไม่ใช่เหตุให้สูติบัตรหมดสภาพความเป็นเอกสารราชการ หากสูติบัตรดังกล่าวออกโดยชอบตามกฎหมายและระเบียบ ยังคงสามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงตนในการทำนิติกรรม ธุรกรรมต่าง ๆ รวมถึงการขอรับสวัสดิการจากภาครัฐได้ตามปกติอย่างไรก็ตามในกรณีที่สูติบัตรถูกเคลือบพลาสติกแล้ว และมีความจำเป็นต้องแก้ไขรายการ นายทะเบียนจะใช้ปากกาเคมีชนิดที่ไม่สามารถลบได้ในการแก้ไข หรืออาจดำเนินการคัดและรับรองสำเนาคำร้อง ท.ร.31 ที่มีคำสั่งอนุมัติให้แก้ไขรายการในสูติบัตร เพื่อมอบให้ผู้ร้องใช้เป็นหลักฐานควบคู่กับสูติบัตรที่เคลือบไว้ทั้งนี้ กรมการปกครองขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานราชการโดยตรง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้เอกสารทางราชการขอบคุณ กรมการปกครอง fanpage
-
รู้แล้ว หลังแชร์สนั่น เคลือบสูติบัตร ทำเอกสารเป็นโมฆะจริงไหม
จากกรณีดราม่าบนโลกออนไลน์ มีการแชร์ข้อมูลเตือนว่าการนำ "สูติบัตร" ไปเคลือบพลาสติก อาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธการใช้งานในหลายหน่วยงาน พร้อมแนะนำให้เก็บรักษาไว้ในซองหรือแฟ้มแทน อีกทั้งยังมีการอ้างว่า หากเป็น "ทะเบียนสมรส" แล้วนำไปเคลือบ จะถือเป็นเอกสารโมฆะ จนทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดกรมการปกครอง ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจ "กรมการปกครอง fanpage" ระบุว่าการเคลือบสูติบัตร "ทำได้ ไม่เป็นโมฆะ" สูติบัตรเป็นเอกสารการทะเบียนราษฎรที่นายทะเบียนผู้รับแจ้งออกเป็นหลักฐานแก่ผู้แจ้งการเกิดตามกฎหมายทะเบียนราษฎร การเคลือบเอกสารสูติบัตรไม่ใช่เหตุที่จะทำให้เอกสารดังกล่าวเป็นโมฆะ หากเอกสารสูติบัตรดังกล่าวออกโดยชอบตามระเบียบกฎหมาย ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงตนในการทำนิติกรรมหรือธุรกรรมต่างๆ และการขอรับสวัสดิการที่ทางภาครัฐจัดให้กรณีที่ประชาชนนำเอกสารดังกล่าวไปเคลือบพลาสติก นายทะเบียนจะใช้ปากกาเคมีชนิดที่ลบไม่ได้แก้ไข หรือไม่นายทะเบียนจะคัดและรับรอง สำเนาคำร้อง ท.ร.31 ที่มีคำสั่งอนุมัติให้แก้ไขรายการในสูติบัตรมอบให้ผู้ร้องเพื่อใช้เป็นหลักฐานควบคู่กับสูติบัตรที่เคลือบพลาสติกขอบคุณ กรมการปกครอง fanpage
-
ราคาทองวันนี้ 26 ม.ค.69 เปิดตลาดครั้งที่ 1 ปรับพุ่งแรงน่าตกใจ
รายงานราคาทองประจำวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 ประกาศครั้งที่ 1 (เปิดตลาด) เมื่อเวลา 09.11 น. ปรับตัวเพิ่มขึ้นพรวดเดียว 1,400 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่บริเวณ 74,500 บาท หลังจากราคาทองคำวันเสาร์เพิ่มขึ้นแรงสู่บริเวณ 73,100 บาท ส่วนสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้นมากถึง 4,650 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์บริเวณ 73,350 บาทราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 (ประกาศครั้งที่ 1)ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 75,300ฐานภาษีบาทละ 72,904.44ทองแท่ง ขายออกบาทละ 74,500รับซื้อบาทละ 74,400ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 (ประกาศครั้งที่เดียว)ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 73,900ฐานภาษีบาทละ 71,540.04ทองแท่ง ขายออกบาทละ 73,100รับซื้อบาทละ 73,000ราคาทองคำสปอตเช้านี้ดีดตัขึ้นแรงทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่อย่างต่อเนื่องบริเวณแถว ๆ 5,070…
-
หนุ่มทำคอนเทนต์จัดฉากวิ่งราวบน BTS ขอโทษแล้ว เจอทัวร์ลงทำลายชื่อเสียงประเทศ
โซเซียลเดือด วิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม หนุ่มทำคอนเท้นท์ถูกขโมยโทรศัพท์บน BTS โดยเป็นเหตุการณ์หนุ่มรายนี้ยืนกดโทรศัพท์ ก่อนมีมือปริศนากระชากโทรศัพท์ออกจากมือไป จากนั้นประตูรถไฟฟ้าได้ปิดลงคลิปนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ทำลายชื่อเสียงประเทศหรือไม่หากคลิปถูกแชร์ออกไปสู่ต่างชาติ เนื่องจากยอดวิวสูงหลักล้าน และกรณีเป็นการทำลายชื่อเสียงบริษัท BTS ด้านการรักษาความปลอดภัยหรือไม่ล่าสุดหนุ่มรายนี้ออกมาขอโทษผ่าน อินสตาแกรม ระบุว่า ผมขอโทษที่ทำคลิปรถไฟไปนะครับ ที่มีคนหยิบโทรศัพท์ไปนะครับ ผมทำคลิปเล่นๆกับเพื่อน แต่ผมไม่ได้คิดก่อนเลยว่า มันควรจะต้องทำรึปล่าว ผมผิดเอง 100 % ครับ ขอโทษที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย และขอโทษที่ทำให้บริษัทขนส่งเสียหายผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำ ให้ใครเสียหายครับ และผมจะไม่ให้มีคลิปอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีกครับ ขอโทษครับ See less
-
“ไอซ์ รักชนก” โพสต์แล้ว.. ใครหนอ? นั่งเฟิร์สคลาส ไปดูงานที่อังกฤษ ใบละ 5 แสน
ร้อนแรงกันตั้งแต่เช้า หลัง "สรยุทธ สุทัศนะจินดา" พูดประเด็น "ไปอังกฤษทำไม นั่งเฟิร์สคลาสทำไม "เงินกู" จริงๆผมมีฐานะ เคยไปต่างประเทศ ยังไม่ใช้เฟิร์สคลาสเลย ผู้ประกันตน หยาดเหงื่อแรงงานเขา มึงเอาไปบินเฟิร์สคลาสเลยเหรอ" จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนักมากล่าสุด "ไอซ์ รักชนก ศรีนอก" พรรคประชาชน ได้โพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว ระบุว่า.. "แก้ไขโพสต์* คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่เคยนั่งเฟิร์สคลาส เคยนั่งแต่บิสสิเนสคลาส แต่ในยุคของคุณสุชาติ ชมกลิ่น และก่อนหน้านั้น ไม่มีข้อมูลแน่ชัด เพราะกรรมาธิการติดตามงบ เคยขอเอกสารการดูงานย้อนหลังจากประกันสังคมไปแล้วแต่เค้าไม่ให้สำหรับคนที่สงสัยว่าใครบ้าง ที่สามารถใช้เงินของผู้ประกันตนนั่งเครื่องบินเฟิร์สคลาส/บิสสิเนสคลาส ใบละ 500,000 ไปดูงานมี 2ตำแหน่ง ที่ใช้ได้ค่ะ ระดับปลัดกระทรวงแรงงาน กับ ระดับรัฐมนตรีซึ่งการนั่งเฟิร์สคลาส ข้าราชการและข้าราชการการเมืองระดับสูง ยกตัวอย่างเช่นระดับปลัดกระทรวงและรัฐมนตรี สามารถเลือกนั่งได้ "ถูกต้องตามระเบียบราชการทุกประการ" แต่จริงๆก็สามารถเลือกได้ว่าจะนั่งหรือไม่นั่ง ถ้าไม่นั่งเฟิร์สคลาสก็เลือกนั่งเป็นบิสสิเนสคลาสได้ซึ่งบอร์ดที่สามารถไปดูงานได้ ไม่ใช่แค่บอร์ดใหญ่อย่างเดียว แต่รวมถึงบอร์ดแพทย์ด้วย ถ้าดิฉันลองกดเครื่องคิดเลขให้ คนที่ส่งเงินประกันสังคม หากท่านส่งเดือนละ 750 บาท…
-
เจ้าของเข่าทรุด ปล่อยเช่าบ้านทรงไทยไม้สัก กลับมาดูแทบช็อก สภาพเละทั้งหลัง
เจ้าของเข่าทรุด ปล่อยเช่าบ้านทรงไทยไม้สัก กลับมาดูแทบช็อก สภาพเละทั้งหลัง แถมค้างค่าไฟอีก 2 เดือน ครอบครัวคนเช่าอ้าง ไม่รู้จะย้ายไปอยู่ไหน ขอเวลา 15 วันจากกรณีที่เพจ Social Hunter 2024 ลงโพสต์คลิปของเจ้าของบ้านทรงไทยหลังหนึ่งในอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งปล่อยให้ผู้เช่ารายหนึ่งเช่าพักอาศัยเป็นครั้งแรก โดยผ่านเอเจนซี่คนกลาง แต่หลังจากที่เมื่อวานนี้ทางเจ้าของผ่านตัดสินใจเข้าไปดูบ้านทรงไทยที่ปล่อยให้เช่า ถึงกับเข่าอ่อนลมแทบจับ เมื่อบ้านไม้สักทรงไทยถูกแปรสภาพบ้านกลายเป็นที่เก็บของเก่า กองขยะเต็มบ้านนอกจากนี้ยังมีอุจจาระของสุนัขที่นำมาเลี้ยงไว้ในบ้านขับถ่ายเกลื่อนบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งอีกด้วย ทำให้ทางเจ้าของบ้านตัดสินใจถ่ายคลิปนำมาลงโซเชียล เนื่องจากทางครอบครัวคนเช่าอ้างว่าไม่รู้จะย้ายไปไหนล่าสุดวันที่ 26 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านทรงไทยหลังดังกล่าว ตามที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว พบนางอ้อและนายแจ๊ค สองสามีภรรยาเจ้าของบ้านไม้สักทรงไทย กำลังเจรจากับคนเช่าบ้านอยู่เพื่อบอกเลิกสัญญาและให้ทำการขนย้ายกองขยะทั้งหมดออกจากบ้านไปโดยนายเม่นผู้เช่า ได้เรียกรถรับจ้างมาขนของ พร้อมกับต่อรอง ให้นายแจ๊คกับภรรยาช่วยออกค่าขนย้ายให้ด้วย เนื่องจากทางครอบครัวตนไม่มีรายได้อะไร จึงไม่มีเงินที่จะเรียกรถมาขนย้ายข้าวของออกไป เพราะว่า น.ส.ตุ๊ก น้องสาวที่เป็นคนหาเงินเลี้ยงดูแลครอบครัวถูกจับติดคุก ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างไปตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทำให้ทางครอบครัวไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านนายเม่น เล่าอีกว่า ครอบครัวตนมาเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน โดยมี น.ส.ตุ๊ก น้องสาวเป็นคนทำงานหาเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านทุกเดือน โดยไม่มีใครในบ้านรู้มาก่อนว่า น.ส.ตุ๊กจะมีปัญหาส่วนตัวจนถูกจับไปติดคุก จึงทำให้ทางครอบครัวไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านหลังนี้ และติดค้างมาหลายเดือน ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะต้องย้ายออกไปไหน…
-
ญาติแทบช็อก! ฝังไปแล้ว 10 วัน จู่ๆ คนเสียชีวิตกลับมาบ้านตัวเป็นๆ
จากกกรณีเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องขึ้นดอยแม่ฟ้าหลวง ไปขุดศพคืนญาติตัวจริง หลังจากกระบวนการตรวจสอบศพผิดพลาด กว่าจะรู้ตัวว่าฝังผิดคนก็ผ่านมา 10 กว่าวัน จนต้องประสานกู้ภัยขุดศพคืนญาติจากกกรณีเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องขึ้นดอยแม่ฟ้าหลวง ไปขุดศพคืนญาติตัวจริง หลังจากกระบวนการตรวจสอบศพผิดพลาด กว่าจะรู้ตัวว่าฝังผิดคนก็ผ่านมา 10 กว่าวัน จนต้องประสานกู้ภัยขุดศพคืนญาติหัวหน้าสมาคมกูชีพ-กู้ภัย ทัพยั้งสาธารณกุศล เล่าว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ทางสมาคมกู้ภัยทัพยั้งได้รับการประสานจากคนในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง ขอความช่วยเหลือให้ไปช่วยขุดศพ เพื่อส่งคืนญาติตัวจริงที่ อ.แม่สรวย เนื่องจากเกิดความผิดพลาดในการระบุ ผู้เสียชีวิต เพราะบัตรประชาชนของคนที่อยู่แม่ฟ้าหลวงไปอยู่ที่ตัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นคนในพื้นที่แม่สรวยทำให้เจ้าหน้าที่อาจจะเข้าใจผิดและส่งตัวมาตามที่อยู่บัตรประชาชน และทางญาติของคนที่อยู่แม่ฟ้าหลวงก็ตัดสินใจฝังศพไปตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตที่ถูกเข้าใจว่าฝังไปแล้ว ได้เดินทางกลับบ้าน สร้างความตกใจให้กับญาติที่เพิ่งฝังศพไปไม่นาน หลังจากทราบว่า ฝังผิดตัว ทางญาติจึงแจ้งกับกู้ภัยให้ไปช่วยขุดศพที่ฝังไปแล้ว เพื่อนำส่งคืนญาติตัวจริงหลังได้รับการประสาน ตนจึงพาทีมอาสากู้ภัยขึ้นไปขุดศพ ซึ่งจุดที่ฝังศพอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร เมื่อขุดมาแล้วจึงทำการเปลี่ยนผ้าห่อศพ และโลงศพให้ใหม่ ก่อนจะนำไปส่งที่ อ.แม่สรวย โดยมีทางญาติผู้เสียชีวิตมารอรับศพเพื่อไปฝังในวันเดียวกันกรณีแบบนี้ตนยังไม่เคยเจอ ค่อนข้างจะแปลกใจ แต่ก็เข้าใจได้ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบศพก็ต้องยึดเอาหลักฐานราชการที่อยู่ติดตัวผู้เสียชีวิตเป็นหลัก จึงเกิดการเข้าใจผิดเช่นนี้ กรณีเคสนี้…