Category: ทั่วไป
-
เจ้าของเข่าทรุด ปล่อยเช่าบ้านทรงไทยไม้สัก กลับมาดูแทบช็อก สภาพเละทั้งหลัง
เจ้าของเข่าทรุด ปล่อยเช่าบ้านทรงไทยไม้สัก กลับมาดูแทบช็อก สภาพเละทั้งหลัง แถมค้างค่าไฟอีก 2 เดือน ครอบครัวคนเช่าอ้าง ไม่รู้จะย้ายไปอยู่ไหน ขอเวลา 15 วันจากกรณีที่เพจ Social Hunter 2024 ลงโพสต์คลิปของเจ้าของบ้านทรงไทยหลังหนึ่งในอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งปล่อยให้ผู้เช่ารายหนึ่งเช่าพักอาศัยเป็นครั้งแรก โดยผ่านเอเจนซี่คนกลาง แต่หลังจากที่เมื่อวานนี้ทางเจ้าของผ่านตัดสินใจเข้าไปดูบ้านทรงไทยที่ปล่อยให้เช่า ถึงกับเข่าอ่อนลมแทบจับ เมื่อบ้านไม้สักทรงไทยถูกแปรสภาพบ้านกลายเป็นที่เก็บของเก่า กองขยะเต็มบ้านนอกจากนี้ยังมีอุจจาระของสุนัขที่นำมาเลี้ยงไว้ในบ้านขับถ่ายเกลื่อนบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งอีกด้วย ทำให้ทางเจ้าของบ้านตัดสินใจถ่ายคลิปนำมาลงโซเชียล เนื่องจากทางครอบครัวคนเช่าอ้างว่าไม่รู้จะย้ายไปไหนล่าสุดวันที่ 26 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านทรงไทยหลังดังกล่าว ตามที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว พบนางอ้อและนายแจ๊ค สองสามีภรรยาเจ้าของบ้านไม้สักทรงไทย กำลังเจรจากับคนเช่าบ้านอยู่เพื่อบอกเลิกสัญญาและให้ทำการขนย้ายกองขยะทั้งหมดออกจากบ้านไปโดยนายเม่นผู้เช่า ได้เรียกรถรับจ้างมาขนของ พร้อมกับต่อรอง ให้นายแจ๊คกับภรรยาช่วยออกค่าขนย้ายให้ด้วย เนื่องจากทางครอบครัวตนไม่มีรายได้อะไร จึงไม่มีเงินที่จะเรียกรถมาขนย้ายข้าวของออกไป เพราะว่า น.ส.ตุ๊ก น้องสาวที่เป็นคนหาเงินเลี้ยงดูแลครอบครัวถูกจับติดคุก ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างไปตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทำให้ทางครอบครัวไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านนายเม่น เล่าอีกว่า ครอบครัวตนมาเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน โดยมี น.ส.ตุ๊ก น้องสาวเป็นคนทำงานหาเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านทุกเดือน โดยไม่มีใครในบ้านรู้มาก่อนว่า น.ส.ตุ๊กจะมีปัญหาส่วนตัวจนถูกจับไปติดคุก จึงทำให้ทางครอบครัวไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านหลังนี้ และติดค้างมาหลายเดือน ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะต้องย้ายออกไปไหน…
-
ญาติแทบช็อก! ฝังไปแล้ว 10 วัน จู่ๆ คนเสียชีวิตกลับมาบ้านตัวเป็นๆ
จากกกรณีเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องขึ้นดอยแม่ฟ้าหลวง ไปขุดศพคืนญาติตัวจริง หลังจากกระบวนการตรวจสอบศพผิดพลาด กว่าจะรู้ตัวว่าฝังผิดคนก็ผ่านมา 10 กว่าวัน จนต้องประสานกู้ภัยขุดศพคืนญาติจากกกรณีเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องขึ้นดอยแม่ฟ้าหลวง ไปขุดศพคืนญาติตัวจริง หลังจากกระบวนการตรวจสอบศพผิดพลาด กว่าจะรู้ตัวว่าฝังผิดคนก็ผ่านมา 10 กว่าวัน จนต้องประสานกู้ภัยขุดศพคืนญาติหัวหน้าสมาคมกูชีพ-กู้ภัย ทัพยั้งสาธารณกุศล เล่าว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ทางสมาคมกู้ภัยทัพยั้งได้รับการประสานจากคนในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง ขอความช่วยเหลือให้ไปช่วยขุดศพ เพื่อส่งคืนญาติตัวจริงที่ อ.แม่สรวย เนื่องจากเกิดความผิดพลาดในการระบุ ผู้เสียชีวิต เพราะบัตรประชาชนของคนที่อยู่แม่ฟ้าหลวงไปอยู่ที่ตัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นคนในพื้นที่แม่สรวยทำให้เจ้าหน้าที่อาจจะเข้าใจผิดและส่งตัวมาตามที่อยู่บัตรประชาชน และทางญาติของคนที่อยู่แม่ฟ้าหลวงก็ตัดสินใจฝังศพไปตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตที่ถูกเข้าใจว่าฝังไปแล้ว ได้เดินทางกลับบ้าน สร้างความตกใจให้กับญาติที่เพิ่งฝังศพไปไม่นาน หลังจากทราบว่า ฝังผิดตัว ทางญาติจึงแจ้งกับกู้ภัยให้ไปช่วยขุดศพที่ฝังไปแล้ว เพื่อนำส่งคืนญาติตัวจริงหลังได้รับการประสาน ตนจึงพาทีมอาสากู้ภัยขึ้นไปขุดศพ ซึ่งจุดที่ฝังศพอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร เมื่อขุดมาแล้วจึงทำการเปลี่ยนผ้าห่อศพ และโลงศพให้ใหม่ ก่อนจะนำไปส่งที่ อ.แม่สรวย โดยมีทางญาติผู้เสียชีวิตมารอรับศพเพื่อไปฝังในวันเดียวกันกรณีแบบนี้ตนยังไม่เคยเจอ ค่อนข้างจะแปลกใจ แต่ก็เข้าใจได้ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบศพก็ต้องยึดเอาหลักฐานราชการที่อยู่ติดตัวผู้เสียชีวิตเป็นหลัก จึงเกิดการเข้าใจผิดเช่นนี้ กรณีเคสนี้…
-
เอเนอจี้สรยุทธเช้านี้! จี้โทรหา “ประกันสังคม” ทุก 10 นาที งงปล่อยระบบล่ม 7 วันได้ไง
สรยุทธ สั่งทีมงานกรรมกรข่าวโทรจี้เลขาธิการสปส. ทุก 10 นาที จี้ตอบปัญหาระบบล่ม 7 วัน ทำไมไม่รีบแก้ พร้อมเค้นความโปร่งใสหลังเข้าซื้อหุ้น EA ย้ำไม่ปั่นแต่โมโหทำกับคนไม่มีทางสู้นาทีนี้ไม่มีใครไล่ล่า “สำนักงานประกันสังคม” หรือ สปป. ได้ชนิดแบบกัดไม่ปล่อยเท่ากับสรยุทธ สุทัศนะจินดาอีกแล้ว เมื่อล่าสุดในรายการกรรมกรข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (26 ม.ค.69) เจ้าตัวถึงกับหลุดคำถามแรงในช่วงไลฟ์สด หลังจากสำนักงานประกันสังคมปล่อยให้ระบบเว็บไซต์ของหน่วยงานล่มมาเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. และประกาศว่าจะกลับมาใช้งานได้วันที่ 27 ม.ค. ส่งผลให้ผู้ประกันตนไม่สามารถตรวจสอบสิทธิหรือทำธุรกรรมใดๆ ได้“สมมติบริษัทส่งเงินไม่ทัน แล้วอ้างระบบล่มได้ไหม? ทีเก็บเงินล่ะเก็บตรงเวลา แต่พอระบบล่ม 7 วัน กลับไม่มีการเยียวยาอะไรเลย”สรยุทธตั้งข้อสังเกตอย่างดุเดือดว่า หากเป็นภาคเอกชนที่ระบบล่มนานขนาดนี้ พนักงานคงโดนไล่ออกไปแล้ว พร้อมเปรียบเทียบกับมาตรฐานของแบงก์ชาติหรือ กสทช. ที่จะมีการคาดโทษและบังคับให้เยียวยาลูกค้าทันทีหากระบบล่ม แต่ประกันสังคมกลับปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ยกตัวอย่าง กสทช. ที่เวลาอินเตอร์เน็ตไม่สามรถใช้งานได้ ก็ต้องรีบหาสาเหตุ-เยียวยาผู้ใช้บริการ เช่นเดียวกับบรรดาธนาคาร ระบบล่มแบงค์ชาติจะคาดโทษเลย”ในรายการมีการเน้นย้ำว่า ปัญหาระบบล่ม 7 วัน มันเป็นความรับผิดชอบ ดังนั้นจึงควรจะมีการเยียวยาให้กับผู้ประกันตนในความบกพร่องจากหน่วยงานประกันสังคมเองด้วย เพราะทำกับคนที่ไม่มีทางสู้-ไม่มีปากมีเสียง…
-
หมอแทน ชี้เหตุผล ทำไม “ไวรัสนิปาห์” ไม่ระบาดทั่วโลก ย้ำคนไทยไม่ต้องกังวล
“หมอแทน” เผยไวรัสนิปาห์ อัตราตายสูง ย้ำประเทศไทยไม่ต้องกังวล ไม่ระบาดทั่วโลกเหมือนโควิด เพราะอาการรุนแรงจนแพร่เชื้อต่อยากนายแพทย์ธนีย์ ธนียวัน หรือ “หมอแทน” ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและวิกฤตบำบัด ได้ออกมาให้ความรู้ผ่านช่อง Doctor Tany ถึงสถานการณ์การระบาดของ “ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus) ในประเทศอินเดีย โดยอธิบายไว้ว่า“ที่อินเดียก็ได้มีการประกาศว่าขณะนี้มีผู้ป่วยไวรัสนิปาห์ทั้งหมด 5 คน โดย 2 คนแรกเป็นพยาบาล คนหนึ่งผู้ชาย คนหนึ่งผู้หญิง และต่อมามีเพิ่มมาอีก 3 คน คนนึงเป็นหมอ คนนึงเป็นพยาบาล และอีกคนนึงคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนอกเหนือจากนี้ ทางอินเดียยังมีการกักตัวคนอีกกว่า 100 คน ที่มีความใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคนี้ ตอนแรกเขาก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่ตอนหลังมีการตรวจสอบชัดเจนรู้ว่าเป็นโรคนิปาห์ก็ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดFB/ Doctor Tanyโรคนี้อัตราการตายค่อนข้างสูง อยู่ที่ 40-75% แต่ผมจะบอกว่าก็เพราะแบบนี้แหละ ที่เราไม่ต้องกังวลอะไรเลย เหตุผลคือถ้าติดไวรัสนิปาห์ อาการจะเริ่มค่อนข้างที่จะเร็วและรุนแรงมาก เวลาคนเรามีอาการอะไรสักอย่างที่รุนแรง เร็วและป่วยหนัก มักจะไม่สามารถไปไหนได้ อาจจะแย่อยู่ตรงนั้นหรือทางโรงพยาบาลก็ต้องรีบแอดมิทเข้าไป ไม่มีโอกาสได้เดินทางมาแพร่เชื้อไปที่ไหนดังนั้นอะไรก็แล้วแต่ที่ยิ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากๆ จะไม่ค่อยแพร่ และเรื่องนี้ค่อนข้างจะสบายใจได้ว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแพร่ระบาดไปทั่วโลกเหมือนกับตอนที่มีโควิดใหม่ๆ แล้วโควิดถ้าเราสังเกตคืออัตราการตายต่ำกว่านิปาห์ไวรัสมหาศาล…
-
ฉาวอีก แฉพิธีกรดัง เคยปลอมลายเซ็น โกงบิล ซุกเมียน้อยวัยใส ก่อนมาเป็นเบื้องหน้าสุดเนี้ยบ
ต้องบอกว่านาทีนี้ทำเอา "ขาเผือก" ไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน เมื่อเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความปริศนา ชวนอึ้งว่า" จบ…ทนายดัง เตรียมใส่ใจเรื่องใหม่ #พิธีกรดัง คร่าวๆ ตามนี้ ย้อนวีรกรรม อดีตมาถึงปัจจุบัน1. เอาใจเมียน้อย น้อง ป. ยอมเป็นบ้านสอง มีข้อตกลงจะต้องไม่พูดถึง เรื่องครอบครัวและลูกสาว 2 คน ออกสื่อแล้ว…บังหน้าใช้คำพูดเอาเท่ห์ ถ้ารู้ว่าเป็นลูก จะไม่มีความเป็นส่วนตัวในสังคม ช่วงเวลาเดียวกัน ส่งเมียน้อยเรียน คอร์สเรียนอาหาร รวมปีละ 1 ล้าน สถาบัน เลอๆ เบลอๆ นี่แหล่ะ เช่าคอนโดให้เมียน้อย เดือนละ 1 แสน ข้างๆ เซ็นทรัลชิดลม ถอยรถเปิดประทุนป้ายแดง (นำเข้า) เลขทะเบียน 2525 ปีเกิดน้อง ป. ไม่ให้ทำงาน เหตุผลกลัวโดน ผช. ในออฟฟิตจีบ ลูกเมียอยู่บ้าน ทาวน์เฮ้าท์มือสอง 1.6 ล้าน ย่านห้วยขวาง…
-
ตำรวจเผย เอาผิดเด็กจุดประทัด ต้นเหตุไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพลไม่ได้
ตำรวจเผย เอาผิดเด็กจุดประทัด ต้นเหตุไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพลไม่ได้ เนื่องจากเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 12 แต่เอาผิดผู้ปกครองได้จากกรณีที่ เพลิงไหม้รุนแรงบริเวณตอม่อ สะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงวันที่ 15 มกราคม 69 ก่อนที่ไฟจะลุกลามติดท่อยางระบายน้ำของโครงสร้างสะพาน ซึ่งในเวลาต่อมาพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเด็กอายุ 10-12 ที่จุดประทัดเล่นนั้นล่าสุดทีมข่าวของโหนกระแสได้ สอบถามถึงประเด็นนี้เพิ่มเติมถึงประเด็นนี้กับ พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ พัชรนิตยธรรม ผกก.สภ.สำโรงใต้ ว่า คดีดังกล่าวพบว่าเป็นเยาวชนอายุ 11 ขวบ ที่ก่อเหตุจุดประทัด (ดอกไม้เพลิง) ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ท่อน้ำทิ้ง (HDPE) สะพานภูมิพล 2 เสียหาย ซึ่งทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เนื่องจากมีกฎหมายคุ้มครองเยาวชนอยู่แต่สามารถดำเนินคดีกับผู้ปกครองหากพบว่ามีการปล่อยปละละเลย โดยตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวนว่า ผู้ปกครองปล่อยปละละเลยหรือไม่ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่กรมทางหลวงจะต้องดำเนินการฟ้องเป็นคดีแพ่ง ซึ่งทางตำรวจไม่ทราบข้อมูลในด้านนี้ก่อนหน้านี้ กรมทางหลวง ยืนยันว่า ในส่วนของผู้กระทำความผิดนั้นอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมาย อีกทั้งในส่วนมูลค่าของการซ่อมแซม ไม่ได้มีมูลค่าสูงถึง 15 ล้านตามที่ปรากฏในข่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินราคาและเข้าดำเนินการซ่อมแซมอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องทล. แจงข่าว เด็ก…
-
ลูกสาว”เด๋อ ดอกสะเดา”เคลียร์ชัด “ปู กนกวรรณ”เลิกกับพ่อหรือยัง?
กรณีของ “เด๋อ ดอกสะเดา” ตลกชื่อดัง ที่ล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง และเข้ารับการรักษาอยู่ที่ศูนย์กายภาพบำบัด โดยมีลูกๆ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลัง “ปู กนกวรรณ” ภรรยา ออกมาโพสต์ข้อความในเชิงยอมรับความจริง ระบุทำนองว่า หมดบุญกันแค่นี้ พร้อมแจ้งขอวีซ่าเตรียมเดินทางไปหาลูกสาวที่ต่างประเทศ ทำให้ชาวเน็ตพากันตั้งคำถามถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ในครอบครัวว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ล่าสุด ช่องPhuttaTalk ของ พุทธ อภิวรรณ ได้ติดต่อสอบถามไปยัง เปิ้ล ณภัทร ลูกสาวของเด๋อ ดอกสะเดา ถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งเปิ้ลยืนยันว่า ยังไม่ได้เลิกรากัน และ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน พร้อมยอมรับตรงไปตรงมาว่า เรื่องโพสต์ของปูเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่ตนเองไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดเปิ้ลเล่าว่า ในช่วงที่คุณพ่อป่วย ปู กนกวรรณ ยังเดินทางมาดูแลที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่จะมีปัญหาภายในเรื่องใดหรือไม่ ลูกๆ เองก็ไม่สามารถตอบแทนได้“ยังไม่เลิกกัน ตอนแรกๆ เขาก็มาอยู่ดูแล แต่ช่วงจัดคอนเสิร์ต ‘ลูกผู้ชาย ชื่อนายเด๋อ ดอกสะเดา’ เพื่อระดมทุนรักษาคุณพ่อ เขาไม่ได้มา ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่เป็นเรื่องอื่นๆ ที่ต้องไปถามเขาเอง เพราะหน้าที่ของเราคือดูแลคุณพ่อ”สำหรับอาการล่าสุดของ เด๋อ ดอกสะเดา…
-
ทารก 6 เดือนดับ หลังแม่ฝืนป้อนกล้วยบดทั้งที่ลูกคายทิ้ง หมอเตือน “อย่าเอาชีวิตลูกไปเสี่ยงกับโอกาสแค่ 1%”
สะเทือนใจ! ทารกวัยเพียง 6 เดือนเสียชีวิตหลังครอบครัวฝืนป้อนกล้วยบดทั้งที่ลูกพยายามคายออก เพจบุคลากรทางการแพทย์ "Remrin" ออกโรงเตือนสติ เด็กต่ำกว่า 6 เดือน ระบบร่างกายยังไม่พร้อมเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตวันนี้ (26 ม.ค.) เพจ “Remrin” ซึ่งเจ้าของเพจเป็นบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้ออกมาแชร์เคสนี้ น้องวัย 6 เดือนเสียชีวิตหลังครอบครัวป้อนกล้วยบด ก่อนหน้านี้มีคนเตือน แต่ไม่ฟังลงคลิปป้อนข้าวให้น้อง เด็กพยายามคายออก แม่พยายามดันข้าวเข้าไปในปากอีก ตอนนี้น้องเสียชีวิตแล้วโดยทางเพจระบุข้อความว่า "นั่นไงว่าละแต่ก็นั่นแหละ ความยากของการเตือนคือการแพทย์เป็นเรื่องของโอกาสครับ มันไม่ได้เกิดกับทุกเคส มันเลยมีพวกที่รอดออกมาเถียงว่าฉันก็โดนเลี้ยงมางี้ไม่เห็นเป็นไรเลยคือโอกาสมันไม่ได้มากหรอก แบบป้อนข้าวเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน สิบคน อาจจะมีไม่รอดแค่คนเดียว ที่เหลืออีก 9 คนก็จะมาเถียงหมอ และทำต่อไป แต่คนมีการศึกษาจะฉุกคิดก่อนแล้ว ว่าเราจะเอาลูกไปเสี่ยงทำไม ต่อให้ทำแล้วมีโอกาสเสียชีวิตแค่ 1% ก็เลือกไม่ทำยังดีซะกว่า แต่เคสนี้เสริมความเสี่ยงหลายเรื่องเลย ทั้งป้อนข้าวในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ทั้งป้อนในท่านอน ทั้งพยายามยัดข้าวใส่ปากเด็กต่อเนื่องจนสำลักแล้วสำลักอีก แกร่งแค่ไหนอยู่กับแม่ที่เพิ่มความเสี่ยงให้หลายชั้นขนาดนี้แบบนี้ก็ไม่ไหวแหละเหมือนกรณีที่เตือนว่าอย่ากินหมูดิบ เดี๋ยวติดเชื้อไข้หูดับนะ แต่ในความเป็นจริงโอกาสติดเชื้อนี้มันไม่ได้มากขนาดนั้น บางคนโชคดีกินต่อเนื่อง 10 ปี…
-
มากกว่าแค่ผลตรวจ เมื่อ Last Boss โชว์ฟิล์ม X ray ภาพเดียว 43 ล้านวิว ชมคลิป
กลายเป็นสีสันบนโลกออนไลน์ที่ทำเอาชาวเน็ตญี่ปุ่นและแฟนคลับทั่วโลกตาค้าง เมื่อ "โทโยชิมะ โคโคโระ" (Toyoshima Kokoro) นางแบบกราเวียร์เจ้าของฉายาLast Boss ออกมาอัปเดตสุขภาพผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter) เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเธอตั้งใจโชว์ภาพฟิล์มเอกซเรย์หน้าอกเพื่อยืนยันว่าปอดของเธอนั้นสะอาดและแข็งแรงดีแต่แทนที่ผู้คนจะเข้ามาแสดงความยินดีกับสุขภาพปอดของเธอ หลายคนกลับเลือกที่จะดู "เงาร่าง" ในฟิล์มเอกซเรย์นั้น กลายเป็ภาพแย่งซีนได้อย่างทรงพลัง เพราะส่วนเว้าส่วนโค้งที่ปรากฏชัดเจนทะลุฟิล์มออกมานั้น ทำให้ภาพของ โทโยชิมะ โคโคโระ มียอดเข้าชมพุ่งทะยานสูงถึง 43 ล้านครั้งภายในเวลาไม่ถึง 4 วัน จนเกิดมหกรรมคอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและการแซว ทรงปอดแบบอ้อม ๆ เช่น “เป็นปอดที่ทรงสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา” หรือบางรายถึงกับยอมรับตรง ๆ ว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ตื่นเต้นกับภาพเอกซเรย์”โทโยชิมะ โคโคโระโทโยชิมะ โคโคโระ (Toyoshima Kokoro) เธอคือนางแบบสาววัย 23 ปี เกิดเมื่อ วันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 2003 โคโคโระ สร้างประวัติศาสตร์ความนิยมอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวกับนิตยสาร Weekly…
-
สาว 18 คู่กรณีทนายแก้ว ยื่นขอคุ้มครองพยาน ถูกคุกคาม รู้สึกไม่ปลอดภัย
สาว 18 คู่กรณีทนายแก้ว ยื่นขอคุ้มครองพยาน ถูกคุกคาม เจอสื่อมวลชนติดต่อขอสัมภาษณ์ ถูกประจานซ้ำ จนใช้ชีวิตลำบาก รู้สึกไม่ปลอดภัยนาย อรรณพ บุญสว่าง ทนายความของสาวอายุ 18 ซึ่งเป็นคู่กรณีกับ นาย มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ทนายความชื่อดัง ว่าทางฝ่ายหญิงร้องขอคุ้มครองพยาน หวั่นไม่ปลอดภัยโดยนายอรรณพ ระบุว่า “ในขณะนี้ ท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลประสานผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลางจัดหาพนักงานสอบสวนหญิง สอบปากคำผู้เสียหายแล้วเนื่องจากมีการนำเสนอข่าวปลอม และมีสื่อมวลชนติดต่อผู้เสียหายเพื่อขอสัมภาษณ์ซึ่งผู้เสียหายไม่ยินยอม รบกวน รู้สึกถูกประจานในที่สาธารณะ เหมือนถูกกระทำความผิดซ้ำ จนยากลำบากในการใช้ชีวิต เสียหาย และไม่ปลอดภัยผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ เนื่องจากถูกคุกคาม โดยอาศัยพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 มาตรา 6 และมาตรา 8(3) เพื่อขอให้คุ้มครองผู้เสียหาย ปกปิดมิให้มีการเปิดเผยชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอย่างอื่นที่สามารถระบุตัวพยานได้ อีกทั้งเป็นการคุ้มครองพิเศษเพราะเป็นความผิดเกี่ยวกับเพศและร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิด1. ฐานคุกคามทางเพศต่อผู้อื่น จากการติดต่อสื่อสาร ติดตามรังควาน หรือกระทำด้วยประการใดๆ รวมถึงกระทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ นำเสนอข่าวสาร ภาพถ่าย…