Category: ทั่วไป

  • ปาฏิหาริย์มีจริง! หนุ่มหน้าแหกสู้ตาย 6 เดือน รอดปางตายกลับมาใช้ชีวิตปกติด้วย “ประกันสังคม”

    เปิดนาทีซึ้ง! หมอโผกอดส่งตัวหนุ่มรอดตายปาฏิหาริย์ หลัง จยย. ชนยับหน้าแตกละเอียด-โอกาสรอดแค่ครึ่งต่อครึ่ง สู้ชีวิตนาน 6 เดือนจนกลับมาปกติด้วยสิทธิ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.เฟซบุ๊ก Ping Aranyapala ได้เผยแพร่เรื่องราวของหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับแบริเออร์ เกือบสูญเสียดวงตา ต้องนอนโรงพยาบาลนับสิบวัน และ กายภาพอีกเป็นเวลา 6 เดือน กว่าจะมีชีวิตปกติ ซึ่งการดูแลรักษาทั้งหมดผ่านมาได้เพราะประกันสังคมโพสต์ระบุว่า “บางอุบัติเหตุ….ไม่ได้ทิ้งแค่แผล แต่มันทิ้ง “คำถาม” ว่า คนคนหนึ่ง จะได้กลับไปใช้ชีวิตเดิมอีกไหมย้อนกลับไปวันที่ 19 สิงหาคม 2568 “จักรภพ” ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับแบริเออร์วินาทีนั้น….แพทย์ทุกคนรู้เหมือนกันว่า โอกาสรอด = 50 : 50 กระดูกใบหน้าแตกแทบทุกส่วน หายใจเองไม่ได้ ดวงตาถูกกระแทกรุนแรง เลือดออกในลูกตา เสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น เสียเลือดมากจนเข้าสู่ภาวะช็อก กระดูกข้อมือขวาแตกละเอียด สมองได้รับการกระทบกระเทือนทั้งหมดนี้…เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่เช้านั้น ยังออกจากบ้านด้วยความคิดว่า “เดี๋ยวก็กลับ” จักรภพนอนโรงพยาบาลเกือบสิบวัน ผมผ่าตัดกระดูกใบหน้าให้เขานานกว่าสี่ชั่วโมง ทีมศัลยกรรมกระดูกซ่อมแซมมือให้ถึงสองครั้ง จักษุแพทย์ดูแลดวงตาอย่างใกล้ชิด ทีมประสาทศัลยศาสตร์ประเมินสมองทุกวัน…

  • น้องสาวเปิดสาเหตุ หนุ่มไรเดอร์บุกยิงแฟนสาว หน้าอพาร์ตเมนต์ ก่อนจบชีวิตหนีผิด

    เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 28 ธ.ค.2568 ร.ต.อ.ณัฐธนนท์ นับงามธนเศรษฐ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางนา รับแจ้งเหตุหญิงถูกอาวุธปืนยิงเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 28 ธ.ค.2568 ร.ต.อ.ณัฐธนนท์ นับงามธนเศรษฐ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางนา รับแจ้งเหตุหญิงถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ภายในซอยบางนาตราด 16 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุบริเวณหน้าประตูทางเข้าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง พบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ น.ส.สุนิสา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี พนักงานร้านทองชื่อดังย่านบางนา สภาพร่างสวมเสื้อยืดแขนสั้น สีขาวคาดสีส้ม นุ่งกางเกงขายาว สีน้ำตาล มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าขมับซ้าย 1 นัด นอนหงายจมกองเลือดส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายพีระพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี อาชีพขับไรเดอร์ ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองบาดเจ็บสาหัส…

  • จากไม่ระแวง สู่หลักฐานคาตา “เหมย” เผยนาทีเห็นภาพแทงใจ

    จากกรณีดราม่าร้อนแรงสะเทือนโลกโซเชียล เมื่อ "เหมย หมึกเป็นซาซิมิ" เจ้าของร้านอาหารชื่อดัง ออกมาไลฟ์สดแฉพฤติกรรมสามี แอบนอกใจกับพนักงานแคชเชียร์สาววัย 40 ปี พร้อมเปิดหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน ที่ปรากฏภาพความใกล้ชิดเกินขอบเขต จนชาวเน็ตพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักล่าสุด เพจ "อรรถรส" ได้เผยว่าเหมยออกมาเล่าย้อนเหตุการณ์อย่างละเอียด ถึงนาทีที่จับได้ว่าสามีนอกใจ โดยเหมยเล่าว่า คืนเกิดเหตุได้ออกไปเที่ยว กินกุ้งเผา และดูคอนเสิร์ตร่วมกับสามีตามปกติ ดื่มไวน์กันสองขวด ก่อนจะกลับมาที่ร้านราวตี 3หลังกลับถึงร้าน สามียังนั่งดื่มต่อกับพนักงานแคชเชียร์และเชฟใหญ่ ส่วนเหมยมีอาการเมามาก จึงขอขึ้นไปนอน พร้อมกำชับสามีก่อนแยกกันว่า “อย่าออกไปไหนนะ” แม้จะเมาแต่ก็ยังเตือนไว้อย่างชัดเจนเช้าวันถัดมา เหมยตื่นขึ้นมาเห็นภาพจากจอทีวีที่เชื่อมกับกล้องวงจรปิด พบว่าพนักงานแคชเชียร์เดินเข้ามากอดสามีก่อนกลับ และมีการลูบหลังกัน ตอนแรกยังคิดว่าเป็นความสนิทสนมในที่ทำงาน จึงไม่ได้ติดใจอะไรกระทั่งสามีเข้ามาในห้อง เหมยจึงถามตรง ๆ ถึงภาพที่เห็น โดยฝ่ายสามีอ้างว่าเป็นการให้โบนัส พนักงานดีใจเลยเข้ามากอด เหมยเชื่อคำอธิบายดังกล่าวและกลับไปพักผ่อนต่อ แต่ในช่วงบ่ายเกิดความรู้สึกเอะใจ จึงย้อนดูกล้องวงจรปิดอีกครั้งครั้งนี้เหมยระบุว่าเห็นชัดเจนว่า พนักงานแคชเชียร์พยายามยื้อเวลา ไม่ยอมกลับ รอจังหวะให้เชฟใหญ่ออกไป พร้อมมีพฤติกรรมชวนสงสัยหลายอย่าง จนสุดท้ายปรากฏภาพการกระทำที่เกินขอบเขต ทำให้เหมยถึงกับช็อก “ล้มทั้งยืน”เหมยเล่าว่า หลังเห็นภาพจากกล้องจึงเรียกพนักงานแคชเชียร์มาสอบถาม แต่ฝ่ายนั้นยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เหมยตัดสินใจไล่ออกทันทีตามหลักฐานที่ปรากฏ พร้อมยอมรับว่าสภาพจิตใจในขณะนั้นย่ำแย่อย่างมาก ภาพจากกล้องติดตา…

  • นศ.สาวพิการ ช้ำทั้งน้ำตา ร่อนหนังสือขอฝึกงาน 4 เดือน แต่ถูกปฏิเสธ ซ้ำ HR หลอกให้รอเก้อ วอนเจ้าสัวให้โอกาส หวั่นฝึกไม่ทันเรียนไม่จบ

    โซเชียลแชร์ว่อนนักศึกษาสาวส่งหนังสือขอฝึกงานโรงแรมดัง แต่ถูกปฏิเสธ อ้างที่ทำงานไม่สะดวกให้ฝึก เพราะร่างกายพิการให้ความหวัง ปล่อยคอยเก้อ วอนเจ้าของโรงแรมเห็นใจ กำหนดฝึกงาน 12 มกราคม 2569 – 10 พฤษภาคม 2569 ระยะเวลา 4 เดือน หวั่นหาที่ฝึกงานไม่ทันอาจเรียนไม่จบการศึกษาสวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวภัทรดา แก้วผ่อง ต้องการหาที่ฝึกงานโรงแรม ดิฉันกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม สาขาการโรงแรมและธุรกิจอาหาร กำลังหาที่ฝึกงานโรงแรมแผนก Reservations หรือ Sales & Marketing ค่ะ กำหนดฝึกงาน 12 มกราคม 2569 – 10 พฤษภาคม 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ดิฉันเป็นผู้พิการทางร่างกายระดับที่ 3 การเคลื่อนไหวร่างกายรายละเอียด : สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เดินทางคนเดียวได้โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อชีวิตการทำงาน เข้าห้องน้ำเองได้ สามารถขับรถยนต์ได้ มีใบขับขี่ถูกต้องตามกฎหมายค่ะตอนนี้ดิฉันได้ยื่นเรซูเม่ไปหลายๆโรงแรม และได้สัมภาษณ์ไปบ้างแล้ว ผลตอบรับคือ ดิฉันไม่ผ่านการสัมภาษณ์เพียงเพราะมองว่าดิฉันดูไม่เหมาะสมกับงาน อาจทำงานไม่สะดวก…

  • คุกสูงสุด 5 ปี! เลขาฯ แพทยสภาฮึ่มเอาผิดคนไข้แก้ใบรับรองแพทย์ ชี้ผิดก.ม.หลายกระทง-ทำลายวิชาชีพ

    เลขาธิการแพทยสภาชี้คนไข้แก้ใบรับรองแพทย์มีความผิดฐานปลอมเอกสารและฉ้อโกง มีโทษหนักจำคุกสูงสุด 5 ปี ย้ำแพทย์ควรใช้ระบบดิจิทัลและบันทึกสำเนาป้องกันคนไข้หัวหมอหวังอัปเกรดวันลา!เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.พลอากาศเอก นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า"การแก้ไขใบความเห็นแพทย์ เป็นความผิดหลายข้อกฎหมาย"ในฐานะเลขาธิการแพทยสภา ขอชื่นชมและขอบคุณ "หมอพูม" Sarin Archananupap (นพ.สาริน อาชานานุภาพ) ที่นำเรื่องนี้มาแบ่งปันครับกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ "วิชาชีพแพทย์" และความศักดิ์สิทธิ์ของเอกสารทางกฎหมายโดยตรงสำหรับแนวทางการดำเนินการและข้อคิดเห็นเชิงกฎหมาย เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนแพทย์และประชาชน มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:1. ความผิดทางกฎหมายของผู้กระทำ (คนไข้)การแก้ไขใบรับรองแพทย์ด้วยตนเองถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรง หลายกระทงครับ:ความผิดฐานปลอมเอกสาร (ม. 264): การเติมข้อความ เปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือปลอมลายเซ็นเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่าเป็นเอกสารจริงที่ออกโดยแพทย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับความผิดฐานใช้เอกสารปลอม (ม. 268): เมื่อนำไปยื่นต่อที่ทำงาน ถือเป็นการใช้เอกสารปลอม ซึ่งมีโทษเท่ากับการปลอมเอกสารนั้นๆความผิดฐานฉ้อโกง (ม. 341): หากนำใบรับรองแพทย์ที่แก้ไขไปใช้เพื่อลางานโดยได้รับค่าจ้าง (ซึ่งปกติไม่มีสิทธิ์ลา) ถือเป็นการหลอกลวงเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดกรณีเอกสารราชการ (ม. 265): หากเป็นโรงพยาบาลรัฐ ใบรับรองแพทย์ถือเป็นเอกสารราชการ โทษจะหนักขึ้นคือ จำคุก…

  • สลดก่อนวิวาห์! ด.ต.191 ลางานกลับบ้านไปแต่งงาน ใช้ 9 มม.จ่อขมับลั่นไกดับ

    สลดส่งท้ายปี ดาบตำรวจหนุ่ม 191 ลาราชการกลับบ้านเกิด อำนาจเจริญ เตรียมเข้าพิธีวิวาห์ที่มหาสารคาม ก่อนงานแต่งหนึ่งวัน ขอพี่ชายดื่มเบียร์ เคลียร์งาน แล้วฝากดูแลแม่ ก่อนลั่นไกจ่อขมับดับ คาดปมเครียดส่วนตัวเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 พ.ต.ท.พิสิฐ รักษาผล สว.สืบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ นำกำลังไปตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิตถูกยิงภายในบ้านพัก ใน ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลอำนาจเจริญ และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอำนาจเจริญที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน พบร่าง ด.ต.ดวง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผบ.หมู่ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สภาพศพนอนหงายบนที่นอนขนาดพอดีตัวบนแคร่ไม้ขนาดใหญ่ บริเวณบ้านชั้น 1 ใกล้กับห้องน้ำ สวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงิน กางเกงยีนขายาว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ขมับขวาทะลุซ้าย มีปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ที่หว่างขา จึงเก็บและบันทึกไว้เป็นหลักฐานสอบถามพี่ชายผู้ตาย เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นตำรวจประจำอยู่กรุงเทพฯ แต่ได้ขอลาหยุด เดินทางกลับมาบ้าน…

  • รักชนก ลั่น ดีเบตครั้งนี้ หัวหน้าเท้งทำให้สีหศักดิ์ ยอมรับว่ามี MOU43-44 ไว้จะดีกว่า!!

    รักชนก ชี้ 5 ข้อ ผลการดีเบตของหัวหน้าเท้งที่ช่อง 3ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ภายหลังการดีเบตเลือกตั้งที่ช่อง 3 นางสาวรักชนก ศรีนอก อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่าบนเวทีดีเบตวันนี้ หัวหน้าเท้ง1) ทำให้พลรังษี พรรคเศรษฐกิจ ยอมรับว่า ททบ5 ที่ตนเองเคยเป็นผู้อำนวยการ แม้แต่ สตง. ก็เข้าตรวจไม่ได้2) ทำให้พลรังษี พรรคเศรษฐกิจ ยอมรับว่า สภากลาโหมมีปัญหา คนปฏิวัติเฮงซวย3) ทำให้อภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่าการบังคับใช้ 112 มีปัญหา4) ทำให้คุณสีหศักดิ์ พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่า MOU 43-44 มีไว้ดีกว่า และ ภายในพรรคภูมิใจไทยยังไม่มีแนวทางที่แน่ชัดเรื่อง ทั้งๆที่เขียนไว้ในคำแถลงนโยบายว่าจะยกเลิก5) พี่เท้งพยายามยืนยันหลักการ พรรคอันดับ1จัดตั้งรัฐบาล แต่คุณยศชนัน พรรคเพื่อไทย บ่ายเบี่ยง#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • จิรัฏฐ์ ถาม! เราจะมีไปทำไม!! ทหารพยศพลเอกไว้บริหารธุรกิจ แต่กำไรเข้าใครก็ไม่รู้

    จิรัฏฐ์ ชี้ปมช่อง 5 ถาม จะมีทหารยศพลเอกบริหารธุรกิจใช้ทรัพยากรประเทศ หากำไรเข้ากระเป๋าคนอื่นทำไมผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า จากกรณีพลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าและแคนดิตเดตจากพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีช่อง 5 รับเงินจากสหรัฐฯล่าสุด นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีตสส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน แชร์บทสัมภาษณ์ดังกล่าว พร้อมข้อความระบุว่าก็ไม่มีใครถามประวัติช่อง 5 นะครับแล้วมันก็ชัดเจนตั้งแต่คุณพูดว่าเป็นธุรกิจแล้วเราจะมีทหารยศพลเอกไว้บริหารธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรของประเทศไปหารายได้ แต่กำไรเข้ากระเป๋าใครก็ไม่รู้แบบนี้ ไปทำไม?#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • หนุ่มหลงรักสาวร้านนวด ตัดสินใจพามาอยู่ด้วย เพราะประวัติล้วนๆ

    "หลงรักสาวร้านนวด" กลายเป็นโพสต์ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังชายรายหนึ่งออกมาเล่าเรื่องราวความรักของตัวเองในกลุ่มโซเชียลชื่อดัง โดยเผยว่าได้ไปหลงรักหญิงสาวที่ทำงานร้านนวด และตัดสินใจคบหากันอย่างจริงจังเจ้าตัวระบุว่า หลังใช้ชีวิตร่วมกันหลายวัน ได้ให้เพื่อนช่วยตรวจสอบประวัติของฝ่ายหญิง ทั้งประวัติการเรียน การใช้โซเชียล และข้อมูลส่วนตัว ซึ่งพบว่าสอดคล้องกับสิ่งที่ฝ่ายหญิงเล่ามา รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านทุกรายการแม้จะยอมรับว่ายังไม่เข้าใจเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้อีกฝ่ายเลือกเส้นทางชีวิตดังกล่าว แต่ฝ่ายชายมองว่าเป็นผลจากความจำเป็นและแรงกดดัน จึงตัดสินใจช่วยเหลือและขอให้ฝ่ายหญิงเลิกทำงานดังกล่าว พร้อมพาไปแจ้งร้านให้ลบข้อมูลและรูปทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ร่วมกันโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว พร้อมคอมเมนต์หลากหลาย บางส่วนชื่นชมในความจริงใจและการให้โอกาส ขณะที่อีกมุมหนึ่งแสดงความกังวลและเตือนให้ใช้สติในการตัดสินใจ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงร้อนแรงในโลกออนไลน์ขณะนี้

  • “เหมย หมึกเป็นซาซิมิ” จับได้สามีนอกใจกับพนง. ภาพวงจรปิดชัด ยืนจกกันไปมา

    แฟนคลับส่งกำลังใจให้หนักมาก หลัง "เหมย หมึกเป็นซาซิมิ" เจ้าของร้านอาหารดังใน TikTok ไลฟ์สดเปิดใจ จับได้ว่าสามีนอกใจกับพนักงานในร้านตัวเองโดย อรรถรส โพสต์เรื่องราวสุดดราม่า ระบุว่า ดราม่าร้านดัง "เหมย หมึกเป็นซาซิมิ" เมื่อเจ้าของร้าน คุณเหมยออกมาไลฟ์ เปิดใจจับได้ว่าสามีนอกใจ กับพนักงานในร้านตัวเองจุดเริ่มต้นมาจากการที่ "คุณเหมย" เจ้าของร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดัง ไลฟ์สดเล่าเรื่องชีวิตคู่ หลังจับได้ว่าสามีมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงานซึ่งพนักงานคนนี้ ทำงานเป็นตำแหน่งแคชเชียร์ในร้าน และทำงานอยู่ที่ร้านมานานถึง 4 ปี อายุ 40 ปี (บางแหล่งข่าวระบุว่า ตัวเธอนั้นก็มีผัวที่แท้จริงอยู่แล้ว)หลักฐานสำคัญที่ทำให้เรื่องแดง คือ ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน ที่เห็นพฤติกรรมถึงเนื้อถึงตัวกันชัดเจน (ยืนจกกันไปมาแบบสู้มือกันสุดๆ)นอกจากนี้พนักงานหญิงรายนี้ เคยมีประวัติโดนร้านเก่าที่ทำงานไล่ออกมาก่อน จากปัญหาลักษณะเดียวกันหลังเหตุการณ์ถูกเปิดเผย ทางคุณเหมยตัดสินใจไล่พนักงานหญิงออกทันทีขณะที่ฝั่งสามี คุณเหมยยอมให้โอกาสอีกครั้ง แต่ประกาศชัดว่าหากมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ จะไม่ให้อภัยอีกในไลฟ์ คุณเหมยยังย้ำชัดว่า ร้าน "เหมย หมึกเป็นซาซิมิ" เป็นกิจการในชื่อของเธอหลังไลฟ์เผยแพร่ออกไป กระแสในโซเชียลส่วนใหญ่ส่งกำลังใจให้คุณเหมยล่าสุด "เหมย หมึกเป็นซาซิมิ" เปิดใจเล่าละเอียด นาทีจับได้สามีนอกใจ จากกล้องวงจรปิดในร้าน โดยอรรถรสเผยว่า..คืนเกิดเหตุไปเที่ยวกินกุ้งเผาและดูคอนเสิร์ตกับสามี เวลาไปไหนไปกันสองคนตลอด ก็มีดื่มไวน์กันสองขวด…