Category: อาชญากรรม
-
ล่าทรชน! ดักฟัน-แทง “น้องน้ำหวาน” ม.6 ดับสลด
ล่าทรชน! ดักฟัน-แทง ล่าทรชน! ดักฟัน-แทง "น้องน้ำหวาน" ม.6 ดับสลด พ่อได้ยินเสียงร้อง รีบวิ่งไปช่วยแต่ไม่ทันเมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 12 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.วิโรจน์ จันทรโย สารวัตรเวร สภ.สว่างอามรณ์ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งว่าเหตุเด็กนักเรียนหญิงถูกแทงและฟัน ได้มาเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลสว่างอารมณ์ เหตุเกิดบริเวณบนถนนสายบ่อยาง – หนองตะเคียน หมู่ 11 บ้านหนองสีเหลียม ต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานีที่เกิดพบชาวบ้านจำนวนมาก มามุงดู เหตุเกิดบนถนนคอนกรีตพบลอยเลือดหยดเป็นทาง ส่วน จยย.ล้มครูดถนนเป็นทางลาก เข้าไปในป่าข้างทาง พบ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 1 ก ฉ 1230 อุทัยธานี นอนพลิกตะแคงอยู่ในป่า ส่วนด้านอีกฝังถนนพบแว่นตาของคนร้ายตกอยู่หนึ่งอัน และรองแตะตกอยู่ในป่า และบนถนนมีคราบเลือดติดอยู่ โทรศัพท์ตกอยู่หนึ่งเครื่อง เจ้าหน้าที่จึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานจากการสอบถามนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นลุงคนตาย กล่าวว่า ผู้ตายนั้นเป็นหลานสาวตนเอง ซื่อ น.ส.จรัสพร หรือน้องน้ำหวาน…
-
สุดเศร้า! คนร้ายใส่ชุดลูกเสือดักแทง นักเรียนหญิง ม.6 เสียชีวิตสลด พ่อได้ยินเสียงกรีดร้อง รีบออกไปช่วยแต่ไม่ทัน
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. 2569 พ.ต.ท.วิโรจน์ จันทรโย สารวัตรเวร สภ.สว่างอามรณ์ ได้รับแจ้งเหตุเด็กนักเรียนหญิงถูกแทงและฟัน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสว่างอารมณ์ เหตุเกิดบริเวณบนถนนสายบ่อยาง-หนองตะเคียน ม.11 บ้านหนองสีเหลียมเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. 2569 พ.ต.ท.วิโรจน์ จันทรโย สารวัตรเวร สภ.สว่างอามรณ์ ได้รับแจ้งเหตุเด็กนักเรียนหญิงถูกแทงและฟัน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสว่างอารมณ์ เหตุเกิดบริเวณบนถนนสายบ่อยาง-หนองตะเคียน ม.11 บ้านหนองสีเหลียม ต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานีหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ สุขอิ่ม ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราการ รองผบก.ภ.จว.อุทัยธานี, พ.ต.อ.ไกรฤกษ์ เกตุวิจิตร ผกก.สภ.สว่างอารมณ์, พ.ต.ท.ทรงจักร ประภัสสร รอง ผกก.(ป.) พร้อมชุดสืบสวน สภ.สว่างอารรมณ์ ชุดสืบสวน ภ.จว.อุทัยธานี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.อุทัยธานีที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านจำนวนมากมามุงดู เหตุเกิดบนถนนคอนกรีตพบลอยเลือดหยดเป็นทาง ในป่าข้างทางพบรถจักรยานยนต์…
-
สยอง! ฆ่าหั่นศพสาวพม่ายัดกล่อง วงจรชัด “สามีกุ๊กโหด” ลากกระเป๋าปริศนาหลบหนี
ญาติเอะใจติดต่อไม่ได้ รุดแจ้ง ตร. บุกห้องพักอพาร์ตเมนต์ กลิ่นศพโชยคลุ้ง พบร่างสาวเสิร์ฟพม่าถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนยัดกล่องอำพราง คาดปมเหตุชู้สาว ตร.เร่งล่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ร.ต.ต.พิสิษฐ์ หล้าอินเชื้อ รอง สว.(สอบสวน) สน.ดินแดง รับแจ้งเหตุฆ่าหั่นศพยัดกล่องพลาสติก เหตุเกิดที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยราชปรารภ 14 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 พ.ต.อ.ภษิต กะเตื้องงาน ผกก.สน.ดินแดง เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.1 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุภายในห้องมีร่องรอยการต่อสู้และรื้อค้น ที่ระเบียงหลังห้องพบกล่องพลาสติกสีดำใบใหญ่มีฝาปิด มีกลิ่นศพโชยคลุ้ง เปิดฝากล่องออกดูมีพลาสติกใส่ปิดทับและพบศพร่างกายถูกหั่นตัดศีรษะ ตัดแขนทั้ง 2 ข้างขาดจากหัวไหล่ ขาทั้ง 2 ข้างถูกตัดถึงหัวเข่า และที่ต้นขาทั้ง 2 ข้าง คนร้ายพยายามตัดแต่ไม่ขาดเป็นแผลฉกรรจ์ และศพยังถูกผ่าท้อง เสียชีวิตมาแล้วหลายวัน ทั้งนี้ชิ้นส่วนร่างกายที่เหลืออยู่ระหว่างค้นหา ตำรวจตรวจภาพกล้องวงจรปิดพบสามีผู้ตายลากกระเป๋าใบใหญ่ออกไปจากอพาร์ตเมนต์จากการตรวจสอบเชื่อว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.AYE AYE NWE…
-
“ป้าแหวว” เยี่ยมสามี ยืนยันไม่รู้เรื่องหวยของ “ป้าขยัน”
(12 มิ.ย. 69) ความคืบหน้าคดีหวยอลเวงที่ จ.สุโขทัย หลังจากตำรวจจับกุมนายเดช ผู้ต้องหาลักทรัพย์ และเผาหวยรางวัลที่หนึ่งของป้าขยันทิ้งหนีความผิดนั้น ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายเดช ผู้ต้องหา ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังของ สภ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย.ล่าสุดวันนี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.20 น. นางแหวว ภรรยาผู้ต้องหา เดินทางมาที่ สภ.สวรรคโลก พร้อมนำยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยากันยุง และยาสูบ ประเภทยาเส้น แต่ตำรวจอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะยาสีฟันแปรงสีฟัน และยากันยุง ส่วนยาเส้นยึดไว้.นางแหวว พบกับนายเดช ผ่านห้องขัง ให้ระวังนั้นสื่อมวลชนพยายามสอบถามข้อมูล แต่นางแหววไม่ขอตอบ ทีมข่าวสอบถามถึงความเกี่ยวข้องกับกรณีหวยรางวัลที่ 1 ว่าตัวนางแหววมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เพราะนางแหววเป็นคนทราบว่าป้าขยันถูกรางวัลก่อนที่นายเดชจะทราบ นางแหวว ตอบว่า “ไม่รู้ ทุกอย่างพี่เดชรู้อยู่คนเดียว ตนเองไม่รู้เรื่อง และคนที่รู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 คือพี่เดช ไม่ใช่ตนเอง”.เมื่อถามถึงกรณีที่ นางแหวว นางมี และป้าขยัน ทราบว่าถูกรางวัลที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน…
-
ด่วน! พบร่างหญิงสาว โดนฆ่าหั่นศพยัดกล่องพลาสติก เร่งหาหัวหายไป สลดกลางกรุง
ด่วน! พบร่างหญิงสาว โดนฆ่าหั่นศพยัดกล่องพลาสติก เร่งหาหัวหายไป สลดกลางกรุงด่วน! พบร่างหญิงสาว โดนฆ่าหั่นศพยัดกล่องพลาสติก เร่งหาหัวหายไป สลดกลางกรุง เหตุเกิดย่านราชปรารภ พื้นที่ สน.ดินแดงวันที่ 12 มิ.ย.2569 เพจ NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ รายงานเหตุสะเทือนขวัญกลางกรุง เมื่อพบร่างของหญิงสาว ถูกฆ่าหั่นศพ แล้วนำร่างใส่ไว้ในกล่องพลาสติก แล้วซุกไว้ในห้องพัก ย่านราชปรารภ พื้นที่ สน.ดินแดงเบื้องต้นตำรวจ สน.ดินแดง และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบภายในห้องพักที่เกิดเหตุโดยภายในห้องพักที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกล่องพลาสติก ภายในเจอร่างหญิงถูกฆ่าหั่นใส่ไว้ แต่ยังไม่พบส่วนศีรษะและอวัยวะส่วนอื่นที่ยังหายไป โดยเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนและสอบปากคำพยานแวดล้อมในละแวกห้องพักที่พบชิ้นส่วนศพ รวมถึงเร่งหาเบาะแสของเหตุการณ์ในครั้งนี้และคนร้ายที่ก่อเหตุอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ด่วน! พบร่างหญิงสาว โดนฆ่าหั่นศพยัดกล่องพลาสติก เร่งหาหัวหายไป สลดกลางกรุงติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
-
“ทนายตั้ม” ได้รับการประกันตัว พร้อมเดินหน้าอุทธรณ์คดี
"ทนายตั้ม" ได้รับการประกันตัว ออกจากเรือนจำฯ แล้ว พร้อมเปิดใจครั้งแรกหลังถูกคุมขังนานกว่า 1 ปี 7 เดือน ยืนยันยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พร้อมสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไปนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" เดินออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แล้ว หลังจากศาลให้ประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำตัวออกมาบริเวณด้านหน้าเรือนจำ เสียงเฮดังขึ้นจากกลุ่มญาติที่เฝ้ารออยู่ ท่ามกลางความดีใจของทุกคน โดยในช่วงเวลาเดียวกัน ภรรยาของทนายตั้ม ซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลางเช่นกัน ได้เดินเข้าไปรอรับทนายตั้ม ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าสวมกอดกันแน่น พร้อมลูก ๆ และสมาชิกในครอบครัวที่ร่วมโอบกอดเป็นวงกลม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่น หลังต้องแยกจากกันเป็นเวลานาน 1 ปี 7 เดือนจากนั้นทนายตั้มได้ก้มลงกราบแม่ด้วยความเคารพ ก่อนเดินเข้ามาพบสื่อมวลชน พร้อมกล่าวประโยคแรกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า "ไม่ได้เจอกันนาน กำลังคิดอยู่ว่าคงจะจำกันไม่ได้แล้ว"ทนายตั้มเปิดใจว่า การใช้ชีวิตในเรือนจำตลอด 1 ปี 7 เดือน 4 วัน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในช่วง 5 เดือนแรกที่รู้สึกดิ่งและย่ำแย่ทั้งสภาพจิตใจและความรู้สึก เนื่องจากต้องห่างจากครอบครัว ขณะที่ภรรยาก็ถูกคุมขังอยู่เช่นกัน แต่หลังจากนั้นพยายามปรับตัวและใช้เวลาส่วนใหญ่ศึกษาสำนวน รวบรวมข้อมูล และเตรียมแนวทางต่อสู้คดีด้วยตัวเองจากภายในเรือนจำเจ้าตัวยืนยันว่า คดีนี้ตนถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด…
-
ผัวติดคุก-เมียนั่งซึม! เปิดภาพ “แหวว” หิ้วข้าวผัดเฝ้าหน้าห้องขัง
ผัวติดคุก-เมียนั่งซึม! เปิดภาพ ผัวติดคุก-เมียนั่งซึม! เปิดภาพ "แหวว" หิ้วข้าวผัดเฝ้าหน้าห้องขัง ไม่ตอบปมรู้เห็นคดีหวย 6 ล้านจากกรณีหวยอลเวงรางวัลที่ 1 เลข 173770 ที่หายไปจากการตรวจหวย โดยป้าสายัญ ดอกไม้ หรือ ป้าขยัน ชาว ต.ปากน้ำ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ว่าตนเองได้ไปสั่งลอตเตอรี่จำนวน 3 ใบ ที่แผงลอตเตอรี่ของเจ๊แห้ง ที่ร้านริมถนนทางเข้า ต.ปากน้ำ ม.6 อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย จากนั้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 มิ.ย. 2569 ได้ไปรับแผงลอตเตอรี่ และจ่ายเงิน 300 บาท โดยเจ้าของแผงได้เย็บรวมกัน 3 ใบและหลังจากที่ผลการออกฉลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มิ.ย.69 ช่วงประมาณ 1 ทุ่ม ป้าสายัญ ได้นำลอตเตอรี่ ทั้ง 3 ใบไปให้เพื่อนบ้านตรวจให้ ปราฏว่าถูกรางวัลที่ 1…
-
ลูกสาวเรียนเคมีปี 4 สะอื้นรับร่างพ่อ ถูกมือปืนดักยิงพรุนกว่า 10 นัด
ลูกสาวเรียนวิชาเคมี ชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยชื่อดังภาคใต้ สะอื้นไห้รับร่างพ่อ ถูกมือปืนดักยิงกว่า 10 นัด เสียชีวิตกลางป่ายางพารา จ.ตรัง เผยพ่อเพิ่งขายที่ดินนำเงินมาส่งเสียเรียนจนใกล้จบ ขณะที่ภรรยาเผยอยากให้ตำรวจเร่งจับคนร้ายให้ได้ และยืนยันสามีไม่เคยมีศัตรูเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดเขาติง ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สถานที่บำเพ็ญกุศลศพ นายวิไล ภิญโญทรัพย์ อายุ 56 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง ขณะรับจ้างถางป่าในสวนยางพาราบริเวณพื้นที่เนินเขา หมู่ 5 ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนนำร่างกลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดเขาติง โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติ พี่น้อง และเพื่อนฝูง ซึ่งต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมากด้าน ลูกสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนหน้านี้บิดาได้ขายที่ดินและนำเงินทั้งหมดมาส่งเสียตน ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันกำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และกำลังจะสำเร็จการศึกษา…
-
กลับสู่อิสรภาพ ทนายตั้มเปิดใจ ขอสู้ต่อถึงอุทธรณ์
หลังใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพงเรือนจำนานกว่า 1 ปี 7 เดือน ในที่สุด "ทนายตั้ม" สิทธา เบี้ยบังเกิด และภรรยา ก็ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ท่ามกลางความสนใจจากสังคมที่ยังจับตาคดีของเขาอย่างใกล้ชิดทันทีที่ได้ออกมาเผชิญหน้ากับสื่ออีกครั้ง ทนายตั้มเปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากที่สุดในชีวิต โดยยอมรับว่าช่วง 5 เดือนแรกในเรือนจำเป็นช่วงที่หนักหนาที่สุด เพราะต้องแบกรับทั้งความกังวลเรื่องครอบครัว ลูกๆ และภรรยาที่ถูกคุมขังอยู่คนละแห่ง ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดต่างๆ ภายในเรือนจำ รวมถึงอาการบาดเจ็บจากการสวมเครื่องพันธนาการเป็นเวลานานอย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป เขาตัดสินใจเปลี่ยนความเครียดให้กลายเป็นแรงผลักดัน ใช้เวลาส่วนใหญ่ศึกษาสำนวนคดีและเตรียมแนวทางต่อสู้ทางกฎหมายด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่าได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เป็นอย่างดี ทั้งเรื่องความปลอดภัยและการเข้าถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีด้านภรรยาของทนายตั้มเผยว่า ช่วงแรกแทบตั้งรับไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องมาเกี่ยวข้องกับคดีความหรือการถูกคุมขัง แต่สุดท้ายเธอเลือกปรับมุมมองใหม่ มองช่วงเวลานั้นเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิต และพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้สามีต้องเป็นห่วงและมีสมาธิกับการสู้คดีสำหรับเส้นทางทางกฎหมายหลังจากนี้ ทนายตั้มประกาศชัดว่าจะเดินหน้าสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใน 3 ข้อหาที่ยังเหลืออยู่ โดยเฉพาะคดีเงิน 71 ล้านบาท ที่เจ้าตัวยืนยันมาตลอดว่าเป็นเรื่องของการลงทุนและการทำธุรกิจ พร้อมระบุว่ามีหลักฐานสำคัญเป็นข้อความสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ที่สะท้อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างคู่กรณี ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดมากขึ้นในชั้นอุทธรณ์ส่วนคดีเกี่ยวกับรถยนต์ ทนายตั้มมองว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีการนำคำให้การในชั้นสอบสวนของพยานรายหนึ่งที่ไม่ได้มาให้การต่อหน้าศาลมาใช้ประกอบคำพิพากษา จึงเตรียมยื่นอุทธรณ์ในประเด็นนี้เช่นกันขณะที่คดีเงิน 39 ล้านบาท เจ้าตัวเผยว่ายังมีหลักฐานสำคัญที่ไม่ถูกพูดถึงมากนัก เป็นข้อมูลการสื่อสารที่ดึงมาจากโทรศัพท์มือถือของฝ่ายคู่กรณี ซึ่งพบรายละเอียดหลายส่วนที่ขัดแย้งกับคำให้การในคดี และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์อย่างมากนอกจากการสู้คดีของตัวเองแล้ว ทนายตั้มยังประกาศเตรียมยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI…
-
เผยภาพแรก “ทนายตั้ม” ถูกปล่อยตัว มั่นใจเดินหน้าต่อสู้ชนะได้ทุกคดี
“ทนายตั้ม” นายษิทรา เบี้ยบังเกิด โผกอดครอบครัวครั้งแรก หลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ ประกาศมั่นใจสามารถโต้แย้งได้ทุกประเด็น ต่อสู้ชนะได้ทุกคดี โดยเฉพาะเรื่องเงิน 71 ล้านบาทของ “เจ๊อ้อย” เพียงต้องรอเวลาเท่านั้นเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ พร้อมด้วย น.ส.อโนชา เบี้ยบังเกิด น้องสาว และครอบครัว ได้เดินทางมารอรับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม กลับบ้าน หลังศาลอณุญาตให้ประกันตัวทนายเดชา กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจ และเชื่อว่าในทางคดีทนายตั้มยังมีช่องที่พอต่อสู้ได้อยู่ จริงๆแล้วไม่ว่าคดีจะอยู่ในชั้นไหน ก็ยังสามารถไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีได้ โดยคดีฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงเป็นปกติธุระ คดีนี้ศาลได้วางบรรทัดฐานได้ดีมาก ถ้าเป็นการฉ้อโกงเพียงคนเดียวอย่างกรณีทนายตั้ม ไม่มีพฤติการณ์กระทำความผิดเป็นสันดาน ก็ไม่ควรไปแจ้งข้อหาที่รุนแรง พอไปแจ้งข้อที่รุนแรง แล้วก็ต้องไปดำเนินคดีกับครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดทั้งไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ศาลพิจารณาว่า คดีนี้ไม่เข้าข่ายความผิดมูลฐาน ทำให้ศาลยกฟ้องในข้อหาฟอกเงินทั้งหมด อันนี้เป็นบทเรียนที่อยาก ฝากถึงผู้บัญชาการตำรวจ สอบสวนกลางให้ระมัดระวังในการแจ้งข้อหาที่อาจรุนแรงเกินจริงต่อมาเมื่อเวลา 21.40 น. "ทนายตั้ม" ได้เดินออกมาจากเรือนจำ พร้อมสวมครอบครัว ด้วยความดีใจทนายตั้ม กล่าวว่า ช่วงห้าเดือนแรกที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ ความรู้สึกแย่มาก จากนั้นจึงเริ่มปรับตัวได้และพยายามหาหลักฐานในการต่อสู้คดีด้วยตนเอง…