Category: อาชญากรรม
-
“ทนายตั้ม” ออกจากเรือนจำ โผกอดครอบครัว บอกสู้ต่อแน่นอน
ภาพไฮไลต์"ทนายตั้ม" ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว โผเข้ากอดครอบครัว บอกอยู่ในเรือนจำไม่ได้สบาย 5 เดือนแรกดิ่งมาก จากนี้สู้ต่อแน่นอน ชั้นอุทธรณ์พยายามจะสู้ให้ชนะทุกคดีวันที่ 11 มิ.ย. 2569 จากกรณี ศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัว นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" วงเงินหนึ่งล้านบาท ในคดี "เจ๊อ้อย" โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุด ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อเวลา 21.37 น. ทนายตั้ม สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ทับด้วยเสื้อสูท ได้ออกมาจากเรือนจำแล้ว โดยเดินเข้าไปสวมกอดภรรยา ลูกๆ และครอบครัวที่มารอรับ ก่อนจะก้มกราบเท้าญาติผู้ใหญ่ พร้อมเดินออกมาด้านนอก เพื่อให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวซึ่งทันทีที่ ทนายตั้ม ออกมา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า สวัสดีครับ ผมทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด อยู่ในเรือนจำไม่ได้สบาย ครอบครัวอยู่ข้างนอก ภรรยาก็ติดอยู่ข้างใน 5 เดือนแรกดิ่ง และแย่มาก ระยะหลังดีขึ้นพร้อมหาหลักฐานมาสู้คดี คดีนี้สู้ด้วยตัวเองจากในเรือนจำ ตำรวจแจ้งมา 10 ข้อหา…
-
โล่งอกแต่เจ็บใจ ป้าสายัญ ลั่นไม่ถอนคำสาบาน-เงินไม่แบ่งให้ “เดช”แล้ว
โล่งอกแต่เจ็บใจ! ป้าสายัญเปิดหน้าชน โล่งอกแต่เจ็บใจ! ป้าสายัญเปิดหน้าชน "ลุงเดช" ขโมยหวย 6 ล้านไปเผา ลั่นไม่ถอนคำสาบาน-เงินไม่แบ่งให้แล้วหลังจาก “นายเดช” ยอมรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นคนนำลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ของ นางสายัญ ชาวสุโขทัย ไปจริง และตัดสินใจเผาทำลายหลักฐานทิ้ง ป้าขยัน ก็เปิดใจทั้งด้วยความโล่งใจและเสียใจ โดยบอกว่าดีใจมากที่ในที่สุดความจริงก็ปรากฏ แต่ก็รู้สึกเสียใจที่คนใกล้บ้านเป็นคนลงมือทำเรื่องนี้นางสายัญ เผยว่า สิ่งที่อยากได้จากนายเดชในตอนนี้คือการมาขอโทษต่อหน้าด้วยตัวเอง หากอีกฝ่ายมาขอโทษจริงก็อาจจะพิจารณาให้อภัย แต่ยังขอใช้เวลาคิดก่อน ส่วนเรื่องแบ่งเงินรางวัลให้เหมือนที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้นั้น ยืนยันชัดเจนว่าไม่แบ่งให้แล้ว เพราะนายเดชไม่ได้เอาลอตเตอรี่มาคืน แต่กลับนำไปเผาทำลายนอกจากนี้ นางสายัญ ยังยอมรับว่ารู้สึกเสียใจมากที่คนใกล้บ้านเป็นผู้ก่อเหตุ และหลังจากนี้คงไม่ขอพูดคุยกับนางแหววอีก แต่ยังสามารถอยู่ร่วมกับญาติและคนอื่น ๆ ในชุมชนได้ตามปกติส่วนประเด็นการรับเงินรางวัล 6 ล้านบาท นางสายัญ ยอมรับว่ายังกังวล เพราะลอตเตอรี่ตัวจริงถูกเผาไปแล้ว ทำให้เกรงว่าขั้นตอนการเรียกร้องสิทธิ์อาจยุ่งยากและใช้เวลานาน แต่ก็พร้อมเดินหน้าตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ของตัวเองหากได้รับเงินรางวัลจริง ตนบอกว่าจะเก็บเงินไว้ และนำไปแก้บนตามที่เคยบนบานเอาไว้กับหลวงพ่อสี่พี่น้อง รวมถึงทำผ้าป่าให้แม่ย่าเสือง พร้อมยืนยันว่าจะไม่ถอนคำสาบานที่เคยกล่าวไว้ เพราะมองว่าคนที่กระทำผิดควรได้รับผลกรรมจากการกระทำของตัวเอง เนื่องจากที่ผ่านมาได้เปิดโอกาสให้นำลอตเตอรี่มาคืนแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมนำมาคืนช่วงท้าย นางสายัญ ย้ำอีกครั้งว่าอยากให้ นายเดช มาขอโทษต่อหน้าด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องการนำลอตเตอรี่ไปเผาทำลายหลักฐาน พร้อมยอมรับว่าตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมาก…
-
“เจ๊แห้ง” เปิดใจผิดคาด “เดช” สารภาพเผาหวยทิ้ง ชี้ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัว
“ถ้าคืนแต่แรกก็จบ” เจ๊แห้ง เจ้าของแผงลอตเตอรี่ เสียดายแทนนายเดช ไม่คิดว่าจะใจถึงขั้น “เผาหวยทิ้ง” ชี้ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัว"ถ้าคืนแต่แรกก็จบ" เจ๊แห้ง เจ้าของแผงลอตเตอรี่ เสียดายแทนนายเดช ไม่คิดว่าจะใจถึงขั้น "เผาหวยทิ้ง" ชี้ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวจากกรณีหวยอลเวงรางวัลที่ 1 เลข 173770 ที่หายไปจากการตรวจหวย โดยป้าสายัญ ดอกไม้ หรือ ป้าขยัน ชาว ต.ปากน้ำ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ว่าตนเองได้ไปสั่งลอตเตอรี่จำนวน 3 ใบ ที่แผงลอตเตอรี่ของเจ๊แห้ง ที่ร้านริมถนนทางเข้า ต.ปากน้ำ ม.6 อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย จากนั้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 มิ.ย. 2569 ได้ไปรับแผงลอตเตอรี่ และจ่ายเงิน 300 บาท โดยเจ้าของแผงได้เย็บรวมกัน 3 ใบและหลังจากที่ผลการออกฉลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มิ.ย.69 ช่วงประมาณ 1 ทุ่ม ป้าสายัญ ได้นำลอตเตอรี่ ทั้ง…
-
“ลุงไชยา” สงสาร “ป้าสายัณห์” วอนคนเก็บหวยรางวัลที่ 1 ไว้คืนด้วย
(11 มิ.ย. 69) จากคดีหวยอลเวง ที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่ ป้าสายัณห์ ออกมาร้องสื่อและแจ้งความว่าถูกนายเดชและนางแหวว เพื่อนบ้าน เอาสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 173770 ที่ถูกรางวัลที่ 1 ของตนไป หลังตนเอาไปให้ช่วยตรวจรางวัลให้ ล่าสุดตำรวจสอบสวนพยานและตรวจสอบหลักฐานจาก ป้าแห้ง แม่ค้าขายสลากฯ ที่เป็นคนขายสลาก 3 ใบให้ป้าสายัณห์แล้ว ได้อายัดสลากฯ ใบที่หายไปแล้ว.ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับลุงไชยา สามีของป้าสายัณห์ โดยเจ้าตัวเปิดใจทั้งน้ำตาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันความบริสุทธิ์ของภรรยาว่า “ป้าสายัณห์เป็นคนไม่เคยพูดโกหก ผมอยู่กินกันมาผมรู้ดี”.ลุงไชยากล่าวด้วยความอัดอั้นว่า ในวินาทีนี้อยากวิงวอนให้ผู้ที่เก็บสลากใบดังกล่าวไว้ โปรดนำมาคืนให้ภรรยาตนเถอะ เพราะสงสารภรรยาที่ต้องลำบากตรากตรำมาตลอด “อยากให้เขามีเงินทองไว้ใช้จ่าย ให้ลูกหลานได้สบาย จะได้ไม่ต้องไปตากแดดตากลมเก็บผักไปขายประทังชีวิตอีก”.นอกจากนี้ ลุงไชยายังกล่าวถึงความเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ตนเองได้รับฟังข่าวคราวความคืบหน้าจากลูกๆ อยู่ตลอด และรู้สึกดีใจที่ความจริงเริ่มปรากฏชัด โดยเฉพาะความเชื่อมั่นใน “หลวงพ่อ 4 พี่น้อง” พระคู่บ้านคู่เมืองที่ภรรยาได้ไปกราบไหว้สาบานไว้ ซึ่งตนเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าท่านเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องคนดี “ผมมั่นใจว่าความจริงก็คือความจริง คนทำอะไรไว้หนีไม่พ้นแน่นอน”.ทั้งนี้ ลุงไชยานยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกภาคส่วนที่ช่วยกันเร่งสืบสวนจนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการอายัดสลากไว้ได้ทันท่วงที ทำให้ครอบครัวเริ่มมีความหวังที่จะได้รับความเป็นธรรมคืนมา
-
ด่วน! ประหารชีวิต ‘อาเด็ม-ยูซุฟู’ วางบึ้มศาลท้าวมหาพรหม ราชประสงค์
ศาลพิพากษา สั่งประหารชีวิต จากกรณีเหตุวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 58 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย เป็นต่างชาติ 14 ราย คนไทย 6 ราย บาดเจ็บกว่า 100 คน ซึ่งเหตุการณ์ผ่านมามานานเกือบ 11 ปี และมีการสืบพยานโจทก์มากกว่า 400 ปาก และฝ่ายจำเลยกว่า 45 ปาก แฟ้มเอกสารคดีกว่า 10,000 หน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 ศาลพิพากษาประหารชีวิต นายอาเด็ม คาราดัค และไมไรลี ยูซุฟู ฐานร่วมกันก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ พร้อมปรับ 1,000 บาท ข้อหาพกอาวุธไปในที่สาธารณะสำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 58 เวลาประมาณ 18.55 น. เกิดเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม บริเวณแยกราชประสงค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง…
-
ผัวเมียร้องเจอนายทุนเงินกู้ไล่บี้ ทั้งที่จ่ายดอกแล้ว 30 ล้าน
(11 มิ.ย. 69) เวลา 10.30 น. นายธนภัทร แตงทิม หรือ "จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่" ได้พา น.ส.สมสกุล (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี และนายสมชาย (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังชีวิตพังพินาศจากการเป็นคนกลางค้ำประกันเงินกู้ เอาเงินจากนายทุนเงินกู้นอกระบบ ปล่อยกู้ก่อให้เพื่อนสนิท แต่สุดท้ายถูกเบี้ยวหนี้หนีหาย ทิ้งให้ตนเองต้องแบกรับภาระและถูกนายทุนส่งชายฉกรรจ์คุกคามถึงบ้าน.น.ส.สมสกุล เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดช่วงเดือน ส.ค. 2565 เพื่อนสนิทได้แนะนำให้รู้จักนายทุนเงินกู้นอกระบบรายหนึ่ง ซึ่งเสนอปล่อยกู้ยอดรวมกว่า 23.5 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 8-9 ต่อเดือน เพื่อนำไปกระจายให้กลุ่มเพื่อนกู้ต่อ ทว่าภายหลังกลุ่มเพื่อนกลับพากันเบี้ยวหนี้ ตนเองในฐานะคนกลางจึงต้องรับผิดชอบแทน ยอมขายทั้งบ้าน รถ และที่ดิน เพื่อนำเงินมาหมุนจ่ายดอกเบี้ยสะสมไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท จนกระทั่งเดือน ต.ค. 2568 เริ่มหมุนเงินไม่ทันจนยอดสะดุดและเครียดหนักถึงขั้นจะจบชีวิต.หลังจากหาเงินมาจ่ายได้ไม่ครบ…
-
ศาลอาญา พิพากษา จำคุก ทนายตั้ม 5 ปี 12 เดือน ชดใช้เงิน 72 ล้านบาท คดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (11 มิ.ย.2569) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกง กรณีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม จำเลยที่1,นางปณิตา เบี้ยบังเกิด หรือ เดือน ภรรยาทนายตั้ม จำเลยที่ 2 และ น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ หรือ ดาว พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม จำเลยที่ 3 ในข้อหา ฉ้อโกง, ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ, ฟอกเงิน และ ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน โดยคดีนี้มีจำเลยทั้งหมด3รายจากกรณีที่พวกจำเลยได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินจากนางจตุพร หรือเจ๊อ้อย ผู้เสียหาย ให้โอนเงินจำนวนมากหลายครั้ง เช่น เงินลงทุนแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ จำนวน 71 ล้านบาท, เงินซื้อรถเบนซ์ จำนวน13 ล้านบาท,…
-
ด่วน! คุก ‘ทนายตั้ม’ 5ปี 12เดือน คดีเจ๊อ้อย ศาลสั่งชดใช้คืนกว่า 72ล้าน
ด่วน! ศาลสั่งคุก 'ทนายตั้ม' 5 ปี 12 เดือน คดีฉ้อโกง 'เจ๊อ้อย' 71 ล้าน ปัดตกอ้างให้โดยเสน่หา พร้อมสั่งชดใช้คืนกว่า 72 ล้านบาทด่วน! ศาลสั่งคุก 'ทนายตั้ม' 5 ปี 12 เดือน คดีฉ้อโกง 'เจ๊อ้อย' 71 ล้าน ปัดตกอ้างให้โดยเสน่หา พร้อมสั่งชดใช้คืนกว่า 72 ล้านบาทวันที่ 11 มิ.ย. 69 จากกรณี ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษา คดีฉ้อโกง กรณีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนางจตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม จำเลยที่1 นางปณิตา เบี้ยบังเกิด หรือ เดือน…
-
รวบลุงเขย! ย่ำหลาน 13 นาน 5 ปี ป้าแท้ๆ ปัดช่วยบอก “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”
(11 มิ.ย. 69) พ.ต.อ.ปภัสชัย เพ็ชรนอก ผกก.(กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์) รักษาราชการแทน ผกก.สภ.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สุรัตน์ หงส์ชู รอง ผกก.(สืบสวน) และ พ.ต.ท.ปัญญา วรรณสุทธิ์ สารวัตร (สืบสวน) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ จ.207/2569ในข้อหา "กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภรรยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร”เข้าควบคุมตัว นายวิชิตร์ หรือ ตุ๋ย อายุ 49 ปี นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.แคนดง เบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธนายตุ๋ย ผู้ต้องหา อ้างว่า หลานสาวมาอาศัยอยู่กับตนเองตั้งแต่อายุ 7 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.1 เนื่องจากเด็กอยู่กับยายแล้วมีพฤติกรรมดื้อ โดยตนยืนยันว่าไม่เคยล่วงละเมิดทางเพศเด็กแต่อย่างใดด้าน นางไก่ (นามสมมุติ) อายุ…
-
เด็ก 13 ขึ้นโรงพัก ตามตำรวจไปช่วยแม่ถูกพ่อทำร้าย
(11 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุการณ์ความมีไหวพริบของเด็กชายวัยเพียง 13 ปี ที่ตัดสินใจเดินเท้าขึ้นโรงพักสถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแจ้งว่ามารดาของตนกำลังตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากถูกบิดาซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างหนักอาละวาดทะเลาะวิวาท และพยายามจะทำร้ายร่างกายอยู่ภายในบ้านพัก.หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจรุดเดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุพร้อมกับเด็กชายทันที เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์และเจรจาระงับสติอารมณ์ของสามีภรรยาที่กำลังมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงจนสงบลง ก่อนจะควบคุมตัวผู้เป็นพ่อมายังโรงพักเพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน.จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้เป็นพ่อ พบว่าพุ่งสูงถึง 266 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างพากันแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญและมีสติของเด็กชายวัย 13 ปีรายนี้ ที่สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าและแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างทันท่วงที จนทำให้มารดาปลอดภัยในที่สุด