Category: อาชญากรรม

  • ศาล ชี้”บุ้ง เนติพร”เสียชีวิตจากสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ-หัวใจโต

    ศาลธัญบุรี ชี้ศาลธัญบุรี ชี้"บุ้ง เนติพร"เสียชีวิตจากสมดุลเกลือแร่ผิดปกติและหัวใจโตระหว่างถูกคุมขัง ยังไม่มีข้อยุติมาตรฐานการรักษาวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ศาลนัดฟังคำสั่งไต่สวนการตายของ "น.ส. เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง " นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวังหลังอดอาหารประท้วงกว่า 65 วัน และเสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567โดยศาลได้ไต่สวนพยานทั้งหมด 8 ปาก เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตายโดยศาลจังหวัดธัญบุรีพิเคราะห์แล้วเห็นว่า น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม ผู้ตาย เสียชีวิตที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 เวลา 11.22 น. โดยสาเหตุเนื่องจาก เสียสมดุลเกลือแร่ในเลือด ร่วมกับโรคหัวใจโต ระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการ ตามหน้าที่สำหรับ บุ้ง เนติพร นั้นถูกคุมขังตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2567 หลังจากถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ สั่งจำคุก1เดือนคดีละเมิดอำนาจศาล พร้อมกับถอนประกันคดี มาตรา 112…

  • เหยื่อแจ้งความ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มา 5 ดับ 1 ยันไร้สัญญาณเตือนภัย

    เหยื่อแจ้งความ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มา 5 ดับ 1 ยันไร้สัญญาณเตือนภัย เผยเห็นควันขาวพุ่งเพดานก่อนไฟลุกท่วม ตำรวจลุยกู้วงจรปิด 16 ตัวล่าสาเหตุเหยื่อแจ้งความ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มา 5 ดับ 1 ยันไร้สัญญาณเตือนภัย เผยเห็นควันขาวพุ่งเพดานก่อนไฟลุกท่วม ตำรวจลุยกู้วงจรปิด 16 ตัวล่าสาเหตุจากกรณีเกิดเหตุ ไฟไหม้ร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งอยู่ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลา 23.57 น. วันที่ 12 ก.ค. 69 มีผู้เสียชีวิต 31 ราย และบาดเจ็บจำนวนมากล่าสุด นายนัฏฐพศ์ ละคร หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินโยนายนัฏฐพศ์ เล่าว่า คืนเกิดเหตุเดินทางมาถึงสถานบันเทิงเวลาประมาณ 22.30 น. และนั่งบริเวณโต๊ะหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า ช่วงแรกไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ช่วงใกล้เที่ยงคืน ตนเองได้สังเกตเห็นกลุ่มควันสีขาวพุ่งออกมา จากเพดานหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า…

  • สุดช้ำ! แม่ไม่รู้หนังสือถูกหลอกเซ็นยอมความ คดีลูกถูกฟาดดับคาที่ คดีอืด 10 เดือน หวั่นผู้มีอิทธิพลหนุน

    เวลา 10.00 น.วันที่ 15 ก.ค.69 ศูนย์อาจารย์กวางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พา นางสายชล แม่ของเวลา 10.00 น.วันที่ 15 ก.ค.69 ศูนย์อาจารย์กวางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พา นางสายชล แม่ของ นายเล็ก หรือฉายา “ไอ้ไข่ทองแดง” ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นายวัชร (เจ) เพื่อนสนิทของผู้ตาย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและเตรียมเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้เก้าอี้สแตนเลสฟาดศีรษะจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเดือนกันยายน 2568 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และกลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงลอยนวลนายวัชร (เจ) เพื่อนผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ตลาดโรงสี คลอง 1 ธัญบุรี ตนและผู้ตายได้ไปดื่มกินกันตามปกติ ระหว่างนั้นนายเล็กเดินไปเข้าห้องน้ำ ตนจึงเดินตามไปและพบว่านายเล็กกำลังมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่น ตนจึงรีบเข้าไปขอโทษและแยกย้ายกันออกมาแต่เมื่อตนทำธุระเสร็จ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกลับยืนดักรออยู่ที่หน้าห้องน้ำและเข้ามาหาเรื่องถามว่า "เพื่อนมึงพูดอะไร?" ตนพยายามขอโทษแทนเพื่อนอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายสวนกลับมาว่า…

  • ลูกสาวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ เผยภาพสุดท้ายแม่ ชี้1หมื่นไม่พอจัดงานศพ

    ใจสลาย! ลูกสาวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เผยภาพสุดท้ายแม่-เพื่อนสนิทก่อนเกิดเหตุ จี้ร้านเร่งเยียวยา ชี้ 1 หมื่นไม่พอจัดงานศพจนต้องกู้เงินใจสลาย! ลูกสาวเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เผยภาพสุดท้ายแม่-เพื่อนสนิทก่อนเกิดเหตุ จี้ร้านเร่งเยียวยา ชี้ 1 หมื่นไม่พอจัดงานศพจนต้องกู้เงินจากกรณีเกิดเหตุ ไฟไหม้ร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งอยู่ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลา 23.57 น. วันที่ 12 ก.ค. 69 มีผู้เสียชีวิต 31 ราย และบาดเจ็บจำนวนมากวันที่ 15 ก.ค. 69 น.ส.กันธิชา สิงห์ขร ลูกสาวของ นางภานิชา สิงห์ขร หนึ่งในผู้เสียชีวิต เหตุการณ์เพลิงไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เดินทางมาติดต่อขอรับทรัพย์สินจากตำรวจ สน.พหลโยธิน ซึ่งมีทั้งกระเป๋า และทรัพย์สินมีค่า เช่น กำไรคาเทียร์ทอง รวมถึงกระเป๋าของเพื่อนแม่ที่เสียชีวิตด้วยกัน เพราะเพื่อนแม่ที่เสียชีวิตเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่มีญาติ…

  • ด่วน! สังเวยเพิ่มอีกราย เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ยื้อไม่ไหวเสียชีวิตในห้อง ICU

    วันที่ 14 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดความสูญเสียเพิ่มเติมจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ผ่านมา มีรายงานด่วนจากโรงพยาบาลเปาโล เกษตร ระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าววันที่ 14 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดความสูญเสียเพิ่มเติมจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ผ่านมา มีรายงานด่วนจากโรงพยาบาลเปาโล เกษตร ระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ภายในห้อง ICU ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเพิ่มอีก 1 ราย หลังจากเจ้าหน้าที่พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถขณะนี้ทางโรงพยาบาลเปาโล เกษตร กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์และเคลียร์เอกสารทางราชการของผู้เสียชีวิตเป็นการด่วน โดยระบุว่า กระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลาเพียงไม่นาน ก่อนจะประสานแจ้งให้รถกู้ภัยของมูลนิธิเข้ามารับร่างผู้เสียชีวิตเพื่อนำส่งสถาบันนิติเวชในการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปอ่านข่าวเพิ่มเติมนักร้องสาวดัง ออกประกาศอย่างเป็นทางการ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ลาดพร้าว เปิดยอดเงินเยียวยา จากทางโรงเบียร์ลาดพร้าว ช่วยเหลือ ผู้เสียชีวิต เบื้องต้น บีบหัวใจ! โกโก้ นักมวยชื่อดัง โพสต์ถึงแฟนสาวครั้งสุดท้าย อ่านแล้วน้ำตาซึม

  • สามีสะอื้นรับศพภรรยาเผยคำพูดสุดท้าย ‘อีกนานไหม ทำไมยังไม่กลับ’

    สามีสะอื้นรับศพภรรยา เหยื่อไฟไหม้ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำร่างของ น.ส.นิภาพร แจ่มแจ้ง อายุ 35 ปี และ น.ส.อัชราภรณ์ สุทธิสิน อายุ 36 ปี เหยื่อจากเหตุเพลิงไหม้ภายในร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เดินทางมาถึงบ้านเกิด อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา โดยโลงศพทั้งสองถูกจัดวางเรียงคู่กันด้านนายจักรพงษ์ แวงชิน อายุ 35 ปี สามีของ น.ส.นิภาพร เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนและภรรยาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 8 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน โดยคนโตกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ส่วนคนเล็กอยู่ในวัยเตรียมอนุบาล ตนและภรรยาเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษไปประกอบอาชีพค้าขายอยู่ในกรุงเทพมหานครมานานเกือบ 10 ปี โดยขายข้าวนึ่งอยู่บริเวณลาดพร้าว 48 และช่วยกันทำมาหากินเพื่อส่งเสียครอบครัว กระทั่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่พรากภรรยาไปอย่างไม่มีวันกลับนายจักรพงษ์ เล่าว่า ภรรยามักจะออกไปกินข้าวในซอยที่เกิดเหตุเป็นประจำ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าคืนเกิดเหตุ…

  • หนุ่มรถหาย ติดตามออกค้นหา จนเจอรังโจร แจ้งตำรวจยึดรถจักรยานยนต์เพียบ พร้อมจับอดีตครูพร้อมพวก เหลืออีก 1 หลบหนีไปได้ จ.ชลบุรี

    หนุ่มรถหาย ติดตามออกค้นหา จนเจอรังโจร แจ้งตำรวจยึดรถจักรยานยนต์เพียบ พร้อมจับอดีตครูพร้อมพวก เหลืออีก 1 หลบหนีไปได้ จ.ชลบุรีเมื่อเวลา 01.19 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดีรถหายหลายพื้นที่ในเขต สภ.บางละมุง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบนายกอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี เจ้าของรถที่ถูกขโมย เปิดเผยว่า รถของตนหายตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนสังเกตเห็นว่า รถต้องสงสัยที่เชื่อว่าเป็นรถถูกขโมย จึงชวนกันติดตาม กระทั่งคนร้ายขี่รถหลบเข้าไปในพื้นที่รกร้างตรงข้ามซอยโพธิสาร 8 ต.นาเกลือ อ.บางละมุงเมื่อไล่ตามเข้าไป พบเพิงพักกลางป่ารก ซึ่งใช้เป็นที่ซ่อนรถจักรยานยนต์หลายคัน รวมทั้งโครงรถที่ถูกรื้อชิ้นส่วน จึงช่วยกันควบคุมตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ก่อนประสานตำรวจชุดปราบปรามพิเศษ สภ.บางละมุง เข้าจับกุมจากการตรวจค้น พบรถจักรยานยนต์ของกลางรวม 6 คัน เป็นรถที่ยังใช้งานได้ 4 คัน และโครงรถที่ถูกรื้อชิ้นส่วนเหลือเพียงโครงอีก 2 คัน นอกจากนี้ยังพบอะไหล่รถจำนวนมาก เช่น…

  • จับสาวสาดน้ำกรดหนุ่มเพื่อนร่วมงาน แค้นถูกลวนลาม-คุกคามทางเพศ

    “ปคม.” ตามรวบสาวหนีคดีสาดน้ำกรดหนุ่มเพื่อนร่วมงาน บนขบวนรถไฟหาดใหญ่ หลังแค้นส่วนตัว เพราะเคยถูกฝ่ายชายลวนลาม และคุกคามทางเพศ ก่อนถูกแจ้งข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”เมื่อวันที่ 14 ก.ค. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม ผกก.6 บก.ปคม. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐพร ช่วยนุกูล สว.กก.6 บก.ปคม. นำกำลังจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.369/2569 ลงวันที่ 7 ก.ค. 2569 ในข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” โดยสามารถจับกุมได้บนขบวนรถไฟท้องถิ่น สายยะลา-นครศรีธรรมราช ขณะจอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์นัดผู้เสียหายให้ออกมาพบที่บริเวณแหลมตาชี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อผู้เสียหายเดินทางมาถึง ผู้ต้องหาทำทีขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอด ก่อนเดินเข้าไปใช้น้ำกรดที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วสาดใส่บริเวณใบหน้าและร่างกายของผู้เสียหาย จนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ…

  • ผบ.ตร. ลั่น หากเจ้าของร้านเสียชีวิต “หุ้นส่วน” ต้องร่วมรับผิดชอบ

    ผบ.ตร.ลั่นหากเจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เสียชีวิต ผบ.ตร.ลั่นหากเจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เสียชีวิต "หุ้นส่วน-ผู้จดทะเบียนร่วม" ต้องรับผิดชอบ สันนิษฐานประตูหนีไฟอาจถูกปิดกั้น กันลูกค้าหนีบิลวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แต่ทราบว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรักษาการแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ได้ประชุมกันอยู่ที่นครบาล ซึ่งตนได้มอบหมายประเด็นการสอบสวนไป ตนได้ให้ประเด็นสอบสวนในเรื่องการแบ่งกลุ่ม อยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างเต็มที่ ยืนยันว่า สถานะของเจ้าของร้านขณะนี้ ยังคงเป็นเคสสีแดง รักษาตัวอยู่ห้องไอซียู ยังไม่สามารถให้ปากคำได้เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้เจ้าของร้านอยู่ในเคสสีแดงและมีการตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นเคสสีดำ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบแทน พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนให้สอบสวนเกี่ยวกับหุ้นส่วนของร้าน และผู้ประกอบการด้วย ซึ่งหากเป็นเคสสีดำ กฎหมายมีการบัญญัติไว้ หากมีการประมาทและมีการแจ้งข้อกล่าวหา และจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง ก็เป็นไปตามกฏหมายที่บัญญัติไว้ แต่ความรับผิดที่เกิดขึ้นทางแพ่ง หุ้นส่วนเป็นใคร อย่างไร เรื่องนี้มีการตั้งประเด็นสอบทางหุ้นส่วนและผู้จดทะเบียนร่วม…

  • แม่พิการยังทำใจไม่ได้สูญเสีย “น้องอาร์ต” หนุ่มกตัญญูเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์

    ครอบครัวร่ำไห้ยังทำใจไม่ได้สูญเสียเสาหลัก เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นางกองแก้ว คุลธิ อายุ 48 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของนายสิทธิพงษ์ ไชโย หรือ “น้องอาร์ต” อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เดินทางมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง เพื่อรับร่างน้องอาร์ตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้านางกองแก้ว กล่าวทั้งน้ำตาว่า น้องอาร์ตเพิ่งตัดสินใจเข้ามาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้เพียง 1 เดือน ก่อนหน้านี้ไม่ได้เรียนหนังสือ เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน โดยตนเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ จึงผูกพันกันเหมือนลูกแท้ๆ เคยพากันไปทำงานก่อสร้าง สู้ชีวิตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็กสิ่งที่ทำให้ครอบครัวเจ็บปวดที่สุด คือความกตัญญูของน้องอาร์ต เพราะการเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพียงต้องการหาเงินส่งกลับไปดูแลแม่ที่พิการ ก่อนเดินทาง น้องอาร์ตได้เข้ามาลาตน พร้อมบอกว่า “ผมไปทำงานแล้วนะ” ตนจึงบอกให้ตั้งใจอดทนทำงาน เพื่อเก็บเงินกลับไปสร้างบ้านใหม่ให้แม่ เพราะครอบครัวลำบาก พ่อเสียชีวิตแล้ว ส่วนแม่ก็พิการ…