Category: อาชญากรรม

  • พลทหารเปิดใจโดนซ่อมโหด งัดคลิป-ภาพบาดแผลยืนยัน ตอกหน้านายทหาร

    พลทหารเปิดใจโดนซ่อมโหด งัดคลิป-ภาพบาดแผลยืนยัน ตอกหน้านายทหาร ระบุพิกัดกองร้อยชัดเจน เผยเครียดสะสมจนเคยคิดสั้นกิน หวังหนีปัญหาพลทหารเปิดใจโดนซ่อมโหด งัดคลิป-ภาพบาดแผลยืนยัน ตอกหน้านายทหาร ระบุพิกัดกองร้อยชัดเจน เผยเครียดสะสมจนเคยคิดสั้นกิน หวังหนีปัญหาวันที่ 22 มิ.ย. 69 นาย กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้พาพลทหารภาณุวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ทหารเกณฑ์ผู้เสียหายเดินทางเข้าร้องเรียนและเปิดเผยเรื่องราวต่อสื่อมวลชน กรณีที่พลทหารภาณุวัฒน์ถูกรุ่นพี่ทหารเกณฑ์ และผู้บังคับบัญชาบางกลุ่มในค่ายทหารลงโทษอย่างทารุณ และซ้อมทรมาน จนได้รับบาดเจ็บ ทั้งทางร่างกายและกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงนายกัณฐัศว์ เปิดเผยว่า การกระทำที่เกิดขึ้นภายในค่ายทหารแห่งนี้ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง การฝึกหรือการลงโทษทหารเกณฑ์ควรเป็นไปตามระเบียบวินัยของกองทัพ ไม่ใช่การรุมทำร้ายหรือซ้อมทรมานราวกับไม่ใช่คน ตนจึงต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือเพื่อทวงคืนความยุติธรรม และขอเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้กับลูกหลานของประชาชนที่เข้ามาเป็นทหารเกณฑ์คนอื่นอีกนอกจากนี้นายกัณฐัศว์ ยืนยันว่ามีคลิปและภาพบาดแผลชัดเจน ซึ่งท้ายที่สุดทางนายทหารที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบและยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าหลังจากที่ตนได้เผยแพร่ข้อมูลไปแล้วนั้นมีทหารชั้นสัญญาบัตรติดต่อตนเข้ามา พร้อมกับบอกว่า ตนถูกพลทหารภาณุวัฒน์หลอก และบอกว่าทางพลทหารหนีไปเอง แล้วกลัวทางบ้านดาจึงแต่งเรื่องขึ้นมานายกัณฐัศว์ ได้เปิดเผยแชตหลังจากนั้นว่า ทหารชั้นสัญญาบัตรที่ติดต่อมา ยังคงยืนยันและมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากกองร้อยของตน ทางนายกัณฐัศว์ จึงได้ส่งหลักฐานไปให้เพิ่มเติม แต่ทางทหารชั้นสัญญาบัตรคนนี้ยังยืนกรานว่าไม่ใช่กองร้อยของตนแต่เป็นกองร้อยอื่น แต่ผ่านไปไม่นานก็ได้ส่งข้อความกลับมายอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในกองร้อยของตนจริงโดยทางด้านนายกัณฐัศว์ ได้ฝากบอกไปยังทหารสัญญาบัตรคนดังกล่าวว่า อยากให้ตรวจสอบให้ชัดเจนทุกครั้งหลังจากที่มีการร้องเรียน เพราะพลทหารภาณุวัฒน์ที่ออกมาปกป้องตนเองนั้นพูดออกมา และมีหลักฐานขนาดนี้ยังให้การปกป้องผู้กระทำและไม่เชื่อเหยื่ออีกด้านพลทหารภาณุวัฒน์ เปิดใจเล่าถึงเหตุการณ์สุดเลวร้ายว่า ตนเองถูกกลุ่มทหารรุ่นพี่และจ่าทหารในค่ายปลุกกลางดึก…

  • รวบเพื่อนบ้านหื่น อุ้มด.ญ.7ปีเข้าพุ่มไม้ หวังทำมิดีมิร้าย โชคดีช่วยทัน

    รวบเพื่อนบ้านเมาแล้วหื่น อุ้มด.ญ. 7 ปี เข้าพุ่มไม้หวังทำมิดีมิร้าย คาสวนสาธารณะอุบลฯ ตั้งใจให้เงิน 20 บาทปิดปาก โชคดีพลเมืองดีเห็นช่วยไว้ทันรวบเพื่อนบ้านเมาแล้วหื่น อุ้มด.ญ. 7 ปี เข้าพุ่มไม้หวังทำมิดีมิร้าย คาสวนสาธารณะอุบลฯ ตั้งใจให้เงิน 20 บาทปิดปาก โชคดีพลเมืองดีเห็นช่วยไว้ทันเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 21 มิ.ย. 69 ศูนย์วิทยุ 191 ราชธานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายพยายามข่มขืนเด็กหญิงแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะนำตัวไปทิ้งไว้ในพุ่มไม้ภายในสวนสาธารณะของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จึงประสาน ด.ต.ปราโมทย์ บุระพร หัวหน้าชุดสายตรวจตำบลขามใหญ่ และ ร.ต.อ.รวงศักดิ์ รุ่งเรือง ร้อยเวรป้องกันปราบปราม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบชาวบ้านกำลังช่วยกันควบคุมตัว นายจรุงกิต อายุ 45 ปี ผู้ก่อเหตุ ในสภาพเมาสุราอย่างหนัก จากการสอบสวนเบื้องต้น นายจรุงกิต ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุอุ้ม ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ…

  • ด่วน! คุก 2 ปีไม่รอลงอาญา ‘ปู มัณฑนา’ คดีแจ้งเท็จ-หมิ่นประมาท ‘ลูกหมี’

    ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 2 ปี “ปู มัณฑนา” ไม่รอลงอาญา ในคดีแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่น และหมิ่นประมาท หลัง “ลูกหมี รัศมี” ยื่นฟ้องเป็นโจทก์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือ “ลูกหมี” นางแบบและนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ “ทนายเดชา” เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีที่ลูกหมีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.มัณฑนา หิมะทองคำ หรือ “ปู มัณฑนา” นักแสดงชื่อดังคดีดังกล่าวเป็นการฟ้องร้องในความผิดฐานแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่น และหมิ่นประมาท โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ได้นัดอ่านคำพิพากษาในเวลา 10.00 น.ภายหลังการพิจารณา ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก น.ส.มัณฑนา เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาขณะที่เพจ “ทนายคลายทุกข์” ของทนายเดชา ได้เผยแพร่ภาพร่วมกับลูกหมีบริเวณศาล พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก ปู มัณฑนา สองปี แจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นและหมิ่นประมาท #ลูกหมีเป็นโจทก์”.

  • หนุ่มใหญ่สิ้นชีพ ซิ่งจยย.ชนขอบทางด่วนดาวคะนอง หัวหลุดออกจากบ่าดับสยอง

    สลดกลางทางด่วนหนุ่มใหญ่สิ้นชีพ ซิ่งจยย.พุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทางด่วนดาวคะนอง หัวหลุดออกจากบ่าดับสยอง ตร.บางมด เร่งเช็กกล้องวงจรปิดหนุ่มใหญ่สิ้นชีพ ซิ่งจยย.พุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทางด่วนดาวคะนอง หัวหลุดออกจากบ่าดับสยอง ตร.บางมด เร่งเช็กกล้องวงจรปิดเมื่อเวลา 19.32 น. วันที่ 21 มิ.ย. 69 ร.ต.ท.ปริตร ศรีหรั่งไพโรจน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางมด รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทาง บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนดาวคะนอง) ก่อนถึงด่านเก็บค่าผ่านทางประมาณ 300 เมตร แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ไอ สีน้ำเงิน ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่บนผิวจราจร สภาพได้รับความเสียหายอย่างหนัก ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือ นายสมัย อายุ 56 ปี สภาพมีบาดแผลรุนแรงจากแรงกระแทกหลายแห่ง โดยพบชิ้นส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะศีรษะกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดจากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าราวเหล็กกั้นขอบทางมีร่องรอยการเฉี่ยวชนอย่างรุนแรง รวมทั้งมีคราบเลือดติดอยู่บนโครงสร้างเหล็ก สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้เสียชีวิตอาจขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว…

  • สองแม่ลูกโหด! รุมทำร้ายสาวแคดดี้สาหัส เก็บมือถือได้ไม่คืน

    22 มิ.ย. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางพลี รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือพาหญิงสาวรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล หลังจากที่เธอถูกทำร้ายร่างกายมาและกลับมาพักที่ห้องพักแต่อาการแย่ลงจึงขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนางสาวภภัทรพร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ มีบาดแผลปูดบวมที่เบ้าตาทั้งสองข้าง รวมถึงที่ศรีษะและจมูก มีร่องรอยเขียวซ้ำจากการถูกทำร้ายร่างกาย กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลและช่วยเหลือพาตัวส่งโรงพยาบาลบางพลีจากการสอบถามเพื่อนของผู้บาดเจ็บรายนี้ นางสาวแก้ว เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่มาทำร้ายเพื่อนเธอคือสองแม่ลูกที่ทำงานที่เดียวกัน คือแคดดี้ในสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งย่านบางพลี สาเหตุมาจากตัวของผู้บาดเจ็บ ก่อนหน้านี้เก็บโทรศัพท์ของคู่กรณีได้ และยังไม่ทันได้ส่งคืนเจ้าของ อีกทั้งยังนำเอาโทรศัพท์ไปติดต่อร้านโทรศัพท์ศัพท์เพื่อจะให้ทางร้านปลดล็อก iCloud ให้ แต่ทางร้านไม่รับปลดให้ ในระหว่างนั้นฝ่ายคู่กรณีตาม GPS มาเจอ จนมีการรุมทำร้ายร่างกาย กระทั่งมีตำรวจของ สภ.บางพลีเดินทางมาถึง จึงเชิญทั้งสองฝ่ายไปพบพนักงานสอบสวนและมีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 10,000 บาท รวมถึงคืนโทรศัพท์ให้กับผู้เสียหายไปแล้ว ผู้บาดเจ็บจึงกลับมาที่ห้องพักเพราะอาการบาดเจ็บยังไม่แสดงอาการ กระทั่งเพื่อนข้างห้องกลับมาจากที่ทำงานจึงแจ้งเพื่อนว่าอาการทรุดลง จึงแจ้งกู้ภัยมาช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลขณะที่ นางสาว ณภัทรพร ผู้บาดเจ็บ…

  • สกัดจับหญิงวัยเกษียณ ใช้ป้ายทะเบียนรถและป้ายเสียภาษีปลอม อ้างเซลล์ขายรถทำให้ ไม่รู้ว่าปลอม

    สกัดจับหญิงวัยเกษียณ ใช้ป้ายทะเบียนรถและป้ายเสียภาษีปลอม อ้างเซลล์ขายรถทำให้ ไม่รู้ว่าปลอมตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นางสาวพิม (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ในข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม” ซึ่งเป็นการกระทำความผิดที่พบซึ่งหน้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ บริเวณกิโลเมตรที่ 33-34 ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเซีย (ขาออก) ตำบลขวัญเมือง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ ได้พบเห็นรถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ HONDA CR-V สีขาว ติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน ชพ-xx กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นป้ายประมูลกราฟิกขับขี่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวดูไม่เรียบร้อย และมีลักษณะกราฟิกผิดแปลกไปจากปกติ จึงทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบเบื้องต้น ปรากฏว่าไม่พบข้อมูลของทะเบียนรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อตรวจสอบแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถพบว่าไม่มีตัวอักษร ขส. อยู่ด้านหลังแผ่นป้าย และจากการตรวจสอบแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี ก็พบว่าไม่มีข้อมูลในระบบของกรมการขนส่งทางบกเช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ได้ยึดของกลางประกอบด้วย1. รถยนต์ HONDA CR-V สีขาว 1 คัน2. แผ่นป้ายทะเบียน ชพ-xx…

  • จับโป๊ะ “ไฮโซร้านกำมะลอ” นอกใจไม่พอ แอบกวาดทรัพย์สินสาวเกลี้ยงบ้าน

    จับโป๊ะ จับโป๊ะ "ไฮโซร้านกำมะลอ" นอกใจไม่พอ แอบกวาดทรัพย์สินสาวเกลี้ยงบ้าน ตำรวจประวัติคดีติดตัวเพียบเพจสายไหมต้องรอด รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงสาวรายหนึ่ง อ้างว่าถูกหนุ่มอ้างตัวเป็นไฮโซลูกเจ้าของร้านทอง และปรากฏชื่อในสื่อ สร้างโปรไฟล์หรูหรา อ้างทำโรงงานจิวเวอรี่ พฤติกรรมชอบทักจีบสาว ๆ ในไอจี พอพูดคุยจนตายใจ ก็อาศัยจังหวะเผลอ กวาดทองและเงินสดเฉียดล้าน มีเหยื่อถูกหลอกหลายราย ยังพบมีประวัติเกี่ยวกับคดีลักทรัพย์อื้อโดยผู้เสียหายสาว อายุ 23 ปี เล่าว่า เธอถูกผู้ก่อเหตุทักผ่าน social media เมื่อช่วงกลางปี 2567 ในทำนองว่าสนใจและจะขอจีบพูดคุยด้วย ซึ่งตอนแรกเธอก็บ่ายเบี่ยงปฏิเสธที่จะพูดคุย แต่ฝ่ายผู้ก่อเหตุก็ส่งข้อความตื้อ อ้างว่าถ้าไม่พูดคุยด้วยก็จะทำร้ายตัวเอง จนเธอยอมคุยซึ่งในระหว่างที่จีบพูดคุยกันนั้น ฝ่ายชายก็อ้างว่าที่บ้านทำธุรกิจเปิดร้านจิวเวอรี่และรับซื้อทองคำ โดยได้ส่งรูปภาพเครื่องประดับจิวเวอรี่และทองคำมาให้ตน รวมทั้งทำเป็นส่งรูปภาพว่าอยู่บ้านหรูใหญ่โต ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างโปรไฟล์ว่าเป็นคนมีฐานะ นอกจากนี้ก็ยังเคยนัดเจอกันประมาณครั้งสองครั้ง ซึ่งเขาไม่ได้ดูท่าทางมีพิรุธผิดปกติแต่อย่างไร ทำตัวตามปกติ ไม่ได้แต่งกายเครื่องประดับ นอกจากนาฬิกาข้อมือเธอยอมรับว่าคุยไปคุยมาก็เกิดปันใจและตัดสินใจคบหากันตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ซึ่งระหว่างที่คบหากันก็ได้พามารู้จักกับพ่อแม่ฝ่ายตนและยังได้รู้จักกับพ่อแม่ฝ่ายผู้ก่อเหตุด้วย ซึ่งพ่อแม่ฝั่งผู้ก่อเหตุก็พูดตรงกันว่าที่บ้านทำร้านทองและร้านจิวเวอรี่ จนครอบครัวฝั่งตนหลงเชื่อและเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจผู้เสียหาย เล่าอีกว่า ตนเริ่มมาเอะใจกับฝั่งชายเมื่อคบหากันได้ประมาณ 1-2 เดือน เขาก็มาขอยืมเงินตนจำนวน 300,000 บาท อ้างว่าธุรกิจที่บ้านเริ่มมีปัญหา จะเอามาหมุนธุรกิจที่บ้าน…

  • ล้นหอประชุม! ชาวบ้านกว่า 5,000 คน แห่แจ้งสิทธิทวงเงินฌาปนกิจคนตาย ค้างจ่าย 1,400 ล้านบาท

    (21 มิ.ย. 69) ที่หอประชุมอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ประชาชนกว่า 5,000 คน ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการดำเนินงานของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม เดินทางมาตรวจสอบและยืนยันรายชื่อสมาชิกผู้เสียชีวิต รวมถึงยอดหนี้ค้างจ่ายที่ถูกต้องตามขั้นตอนการชำระบัญชีหลังจากนายทะเบียนมีคำสั่งยุบเลิกสมาคม และศาลจังหวัดมหาสารคามแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเข้าดำเนินการสะสางปัญหา ภายหลังพบว่าสมาคมเพิกเฉยต่อการชำระบัญชีมานานกว่า 2 ปีบรรยากาศภายในหอประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากทยอยเข้าตรวจสอบข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หลายคนต้องต่อแถวยาวท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดเพื่อรอเช็กรายชื่อ แม้จะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยและความกังวล แต่ยังคงมีความหวังว่าจะได้รับเงินสงเคราะห์ที่ค้างจ่ายคืนนางสาวนงลักษณ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เดินทางมายื่นแจ้งสิทธิในฐานะผู้รับผลประโยชน์ของคุณย่าที่เสียชีวิต โดยอยู่ในลำดับการรับสิทธิที่ 178 เดิมมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์จำนวน 3 ทุน ได้รับเงินแล้ว 2 ทุน คือ 50,000 บาท และ 100,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับเงินในส่วนของทุน 200,000 บาท จึงต้องเดินทางมาติดตามความคืบหน้า เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะได้รับเงินส่วนที่เหลือหรือไม่ด้าน ทนายสิริ เอกโชติ สมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิและสิ่งแวดล้อม ในฐานะคณะทำงานผู้ชำระบัญชีสมาคมและกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม เปิดเผยว่า จากฐานข้อมูลของนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เทศบาลตำบลวาปี พบว่าทั้งสองสมาคมมีสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องรวมประมาณ 9,824 รายอย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบความผิดปกติหลายกรณี โดยมีสมาชิกบางรายเคยได้รับเงินสงเคราะห์ศพเบื้องต้นแล้ว แต่กลับไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในบัญชีเจ้าหนี้ที่ค้างรับเงิน ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลที่สมาคมรายงานไว้ภายหลังผู้ชำระบัญชีมีหนังสือแจ้งให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิต่างๆ มายืนยันตัวตนแล้ว…

  • ให้ออกราชการแล้ว! ‘ร.ต.อ.’ คลั่ง ยิงปืนใส่ป้ายพรรคภูมิใจไทย

    ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 สั่งให้ออกราชการ จากกรณี "ร.ต.อ." นายหนึ่ง สังกัดตำรวจภูธรภาค 8 ก่อเหตุบุกเข้าถามหา นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย และเป็นคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่พบตัว จึงได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงป้ายที่ทำการศูนย์ประสานงาน ซึ่งมีภาพของนายพิชัย ถ่ายคู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี กลางเมืองสุราษฎร์ธานี ก่อนควบคุมตัวไว้ได้ในข้อหา พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้นความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เจริญรูป รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้นำ ร.ต.อ.เอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี รอง สว.ฝอ.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จากห้องควบคุมมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมจากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้ความร่วมมือด้วยดี โดยภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น…

  • สะดุ้งทั้งโซเชียล! เอกภพ สายไหม ลั่นแรงขอให้เจอกับตัว ปม ตชด. ลั่นไกใส่วินห้วยขวาง

    จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญยิงกันกลางดึกย่านห้วยขวาง ที่มี ส.ต.อ.รายหนึ่งตกเป็นผู้ก่อเหตุ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายจากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญยิงกันกลางดึกย่านห้วยขวาง ที่มี ส.ต.อ.รายหนึ่งตกเป็นผู้ก่อเหตุ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และสังคมยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดนั้นล่าสุด ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เอกภพ สายไหม โดยระบุว่า พี่ ๆ นักกฎหมายหลายคนออกมาให้ความเห็นเรื่อง ตชด. ว่าน้องทำเกินกว่าเหตุ แค่โดนรุมกระทืบทำไมต้องยิง สาธุ ขอให้พี่ ๆ เจอกับตัวบ้างนะครับโพสต์ดังกล่าวก่อนจะระบุเพิ่มเติมในคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวว่า ผมไม่ได้บอกว่าพี่ ๆ นักกฎหมายที่เข้าข้างพี่วินผิดนะครับ แต่อยากให้พี่ ๆ ลองโดนลักเปิดถูกรุมกระทืบแบบที่น้อง ตชด. โดนดูบ้าง เผื่อจะมีความเข้าใจหัวอกเขาหัวอกเราคอมเมนต์ดังกล่าวเรียบเรียง สยามนิวส์อ่านข่าวเพิ่มเติมครอบครัวรับร่าง วินห้วยขวาง สะอื้นเผยลางบอกรักสุดท้าย คาใจโซเชียลเซฟ ตชด. ยันทำเกินกว่าเหตุ โดนข้อหาหนัก! ตชด. เปิดปากก่อนถูกฝากขัง…