Category: อาชญากรรม
-
โฆษก ตร. แจงละเอียดปมผู้สมัครนายสิบไม่ผ่านตรวจร่างกาย ยืนยันพบความผิดปกติของปอด
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจงละเอียดปมผู้สมัครนายสิบไม่ผ่านตรวจร่างกาย ยืนยันพบความผิดปกติของปอดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลการตรวจร่างกายของบุคคลภายนอก ในการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการตำรวจ ณ โรงพยาบาลตำรวจ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยโรงพยาบาลตำรวจ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชนว่า ผู้สมัครรายดังกล่าว ได้แก่ นายวุฒิชัยฯ ได้เข้ารับการตรวจร่างกายเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจากการตรวจภาพรังสีทรวงอก (เอกซเรย์ปอด) และยืนยันผลเพิ่มเติมด้วยซีทีสแกนปอด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการตรวจทางรังสีวิทยาพบความผิดปกติของปอดคณะแพทย์จึงมีความเห็นให้ไม่ผ่านการตรวจร่างกาย เนื่องจาก "ผลภาพรังสีทรวงอกผิดปกติ" ซึ่งเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศบัญชีแนบท้ายของกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ ประกอบกับประกาศโรงพยาบาลตำรวจ เรื่อง การกำหนดกรอบดุลพินิจพิจารณาและวินิจฉัยการตรวจร่างกาย ซึ่งได้มีการประกาศให้ผู้สมัครได้รับทราบโดยทั่วกันตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครต่อมา นายวุฒิชัยฯ ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ผลการตรวจร่างกาย โดยได้นำส่งเพียงภาพรังสีปอดที่ระบุว่าปกติมาแสดง (ไม่ใช่ซีทีสแกน) คณะแพทย์และผู้มีอำนาจพิจารณาจึงได้ร่วมกันพิจารณาข้อเท็จจริงอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และมีคำวินิจฉัย "ยืนยันผลการตรวจร่างกายตามเดิม" คือ…
-
ใครจะคิด! อดีตเเฟนสาวเผยเอง พฤติกรรมสุดแปลก ดาบตำรวจบังคับถ่าย
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีกลุ่มหญิงผู้เสียหายเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือ หลังกล่าวหาว่าถูกดาบตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สังกัด สภ.ทุ่งลุง จังหวัดสงขลา ข่มขู่และบังคับให้ถ่ายคลิปลามกอนาจาร ก่อนนำไปเผยแพร่จำหน่ายในกลุ่มลับออนไลน์ โดยมีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้วมากกว่า 20 รายเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีกลุ่มหญิงผู้เสียหายเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือ หลังกล่าวหาว่าถูกดาบตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สังกัด สภ.ทุ่งลุง จังหวัดสงขลา ข่มขู่และบังคับให้ถ่ายคลิปลามกอนาจาร ก่อนนำไปเผยแพร่จำหน่ายในกลุ่มลับออนไลน์ โดยมีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้วมากกว่า 20 รายคดีดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจ หลังอดีตแฟนสาวของดาบตำรวจรายนี้ออกมาเปิดเผยว่า ตนถูกบังคับให้คบหากับผู้ต้องหา เนื่องจากเคยถูกแอบบันทึกคลิปลับไว้ ทำให้ไม่สามารถยุติความสัมพันธ์ได้ โดยตลอดระยะเวลาที่คบหากันประมาณ 2 ปี ผู้ต้องหายังคงบันทึกคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง แม้เธอจะพยายามติดตามลบคลิปเหล่านั้นก็ตามอดีตแฟนสาวยังให้ข้อมูลว่า ระหว่างที่ยังคบหากัน เคยพบคลิปวิดีโอจำนวนมากภายในโทรศัพท์มือถือของดาบตำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคลิปผู้หญิงหลายรายที่ถูกบันทึกไว้ โดยอ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมถ่ายคลิปหญิงที่มาติดต่อราชการหรือเข้าแจ้งความ นอกจากนี้ ยังพบสื่ออนาจารที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยมีเด็กอายุน้อยที่สุดเพียง 4 ขวบ ทำให้เธอตัดสินใจรวบรวมข้อมูล พยายามติดตามหาผู้เสียหายที่ปรากฏในคลิป ก่อนเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมาภายหลังมีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความและเปิดเผยพฤติการณ์ของผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้มีคำสั่งให้ดาบตำรวจสังกัด สภ.ทุ่งลุง…
-
ให้ประกัน “โทน บางแค” วางหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท ชี้ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี
ภาพไฮไลต์ตำรวจ ปอศ. ให้ประกัน "โทน บางแค" วางหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีฉ้อโกงประชาชน เจ้าตัวยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เตรียมยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรวันที่ 6 ส.ค. 69 นายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" เซียนพระ ซึ่งถูกตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ควบคุมตัวตามหมายจับในคดีฉ้อโกงประชาชน กรณีหลอกขายกล้องส่องพระเครื่อง อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงและตั้งราคาสูงตัวละ 15,999 บาทล่าสุด นายโทนทอง ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 ล้านบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายจากการสอบปากคำ นายโทนทองยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี และเตรียมชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นเอกสารลายลักษณ์อักษรในภายหลังเบื้องต้น พนักงานสอบสวนพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วย 4 เหตุผล ได้แก่ 1.ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี 2.ไม่มีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เนื่องจากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไว้เกือบครบถ้วนแล้ว 3.พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง โดยมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท และ 4.พิจารณาเทียบเคียงหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับของศาลฎีกา จึงกำหนดวงเงินประกันตัวไว้ที่ 1 ล้านบาทอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ให้ประกัน…
-
ย้อน 4 ปี คดีสะเทือนใจ มข. รถบัสชน นศ.แพทย์เสียชีวิต
วันที่ 11 ส.ค.2565เวลาประมาณ 08.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถบัสของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่มีนักศึกษาแพทย์ 2 คน ขับขี่มาล้มลง บริเวณ สามแยกหน้าคณะเภสัชศาสตร์ ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน น.ส.อรุณนภา วัฒนพานิช หรือ น้องอาย นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ที่นั่งซ้อนท้ายมา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บหลักฐานและสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายช่วงบ่ายวันเดียวกัน เพื่อนนักศึกษาและมหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกมาแสดงความอาลัย และความเสียใจต่อครอบครัว ขณะที่ครอบครัวเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยปรับปรุงความปลอดภัยของจุดเกิดเหตุ โดยระบุว่า บริเวณดังกล่าวเคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้งต่อมามาช่วงปลายปี 2565 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น ยื่นฟ้องคนขับรถบัสต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ยื่นฟ้องคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหายจาก คนขับรถ, อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยขอนแก่นวันที่ 24 ม.ค.2566เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดขอนแก่น นัดอ่านคำพิพากษาคดีอาญา คำพิพากษาสรุปว่า ศาลเห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริง…
-
ทลายฟาร์มฟอกเงินแก๊งยา ยึดทรัพย์ วัว ควาย ไก่ชน มูลค่ากว่า 95 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 17 พ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 (นปส.อุดรธานี) จับกุม 2 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า 62,000 เม็ด บริเวณปากซอยสุริยเดชบำรุง ซอย11 หน้าเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ต.ในเมือง อ.เมือง จว.ร้อยเอ็ด จึงได้สืบสวนขยายผลจากนายธนวัฒน์สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 17 พ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 (นปส.อุดรธานี) จับกุม 2 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า 62,000 เม็ด บริเวณปากซอยสุริยเดชบำรุง ซอย11 หน้าเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ต.ในเมือง อ.เมือง จว.ร้อยเอ็ด จึงได้สืบสวนขยายผลจากนายธนวัฒน์ (นามสมมติ) กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดที่เคยร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ประกอบกับเมื่อวันที่ 15 พ.ค.69สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีก 3 คน พร้อมยาบ้า 325 เม็ด โดยทำหน้าที่รับจ้างลำเลียงยาเสพติดให้กับผู้สั่งการที่อยู่ประเทศลาว ผ่าน Application Line…
-
จับสาวซุกเฮโรอีน 8.6 กก. ใส่ขวดครีมกันแดด เตรียมส่งด่วนไปออสเตรเลีย
ตำรวจภาค 5 – ดีเอสไอ รวบสาวเชียงรายซุกเฮโรอีน 8.6 กก. ในขวดครีมกันแดด เตรียมส่งออสเตรเลีย พร้อมทลายยาบ้าอีกกว่า 3.2 ล้านเม็ดตำรวจภาค 5 – ดีเอสไอ รวบสาวเชียงรายซุกเฮโรอีน 8.6 กก. ในขวดครีมกันแดด เตรียมส่งออสเตรเลีย พร้อมทลายยาบ้าอีกกว่า 3.2 ล้านเม็ดวันที่ 6 ส.ค.2569 ที่ตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ พลตำรวจโทกฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนจากดีเอสไอ ป.ป.ส. ภาค 5 กองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวน 3 คดี ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดยาบ้ารวมกว่า 3 ล้าน 2 แสนเม็ด เฮโรอีน 8.62 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหาได้ 3…
-
เปิดผลชันสูตร “ฮลุน โซโล่” เบื้องต้นระบบหัวใจล้มเหลว รอผลตรวจสารพิษ
วันนี้ (6 ส.ค.2569) เวลา 09.00 น. ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ครอบครัว นายบวรทัต เป็งสุข หรือฮลุน โซโล่ ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว วัย 24 ปี ที่เสียชีวิตในระหว่างอยู่ในประเทศจอร์เจีย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ นำร่างนายบวรทัตมายังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรพลิกศพ หลังทางญาติร้องขอผ่านทางกระทรวงยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตเปิดผลชันสูตร ผศ.นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม แถลงผลการชันสูตรว่า แจ้งเบื้องต้นกับญาติแล้วและได้รับความยินยอมให้การเผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้น โดยการตรวจเบื้องต้น ไม่พบการถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งการฟกซ้ำ บาดเจ็บ อวัยวะต่าง ๆ ไม่มีความผิดปกติ ยกเว้นที่หัวใจ ซึ่งทางจอร์เจียตรวจไปมากแล้ว แต่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจทางเนื้อเยื้อและระบบพันธุกรรม โดยจะตรวจกรณีสงสัยเรื่องไหลตายก่อนผศ.นพ.วรวีร์ กล่าวต่อว่า สรุปภาพรวมเบื้องต้นว่า ระบบหัวใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลว แต่ยังไม่ตัดประเด็นสารพิษหรือสารเคมี ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมประสานงานไปที่จอร์เจีย เพื่อขอข้อมูลการชันสูตรศพ และข้อมูลการตรวจสารเคมีต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง โดยได้ให้ข้อมูลกับญาติเปิดผลชันสูตร เป็นเรื่องของระบบหัวใจล้มเหลว แต่เรายังไม่ตัดเรื่องของเสียชีวิตจากสารพิษหรือสารเคมีต่าง ๆ ไปส่วนใบมรณบัตร…
-
เปิดผลชันสูตร รอบ 2 “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ดัง หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไร้รอยทำร้าย
(6 ส.ค. 69) ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์วรวีร์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยผลการชันสูตรร่างของ "ฮลุน" เบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งบาดแผล ฟกช้ำ กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บรุนแรง ขณะที่อวัยวะภายในส่วนใหญ่ไม่พบความผิดปกติ ยกเว้นบริเวณหัวใจที่ต้องตรวจเพิ่มเติมเบื้องต้นแพทย์สรุปว่า เสียชีวิตจากภาวะระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าเกิดจากภาวะไหลตาย ความผิดปกติของหัวใจ หรือสารพิษและสารเคมี จึงยังไม่ตัดประเด็นการเสียชีวิตจากสารพิษ โดยจะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจชิ้นเนื้อ การตรวจพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาวะไหลตาย และผลตรวจสารพิษสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะประสานผ่านกระทรวงยุติธรรมไปยังประเทศจอร์เจีย เพื่อขอผลชันสูตรอย่างละเอียด รวมถึงผลตรวจเลือด สารพิษ สารเคมี และข้อมูลการตรวจอวัยวะสำคัญ โดยเฉพาะหัวใจ ซึ่งทางจอร์เจียได้ตัดชิ้นเนื้อบางส่วนไปตรวจตามมาตรฐานสากล ทำให้การชันสูตรซ้ำในไทยมีข้อจำกัดบางประการ แต่ยังสามารถใช้ผลตรวจจากทั้งสองประเทศประกอบการวินิจฉัยได้อีกทั้งยังเตรียมยื่น 3 ประเด็นคำถามสำคัญ ประกอบด้วย สถานที่เกิดเหตุ: ว่ามีข้อสงสัยหรือประเด็นใดที่ต้องได้รับการชี้แจงเพิ่มเติม ผลตรวจเลือด: โดยเฉพาะการตรวจหาสารพิษหรือสารเคมีต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต และผลการตรวจอวัยวะสำคัญ: เช่น หัวใจ และอวัยวะอื่น ๆ ที่แพทย์ได้ทำการตรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดนอกจากนี้ แพทย์ระบุว่า หากเป็นกรณีหัวใจล้มเหลว อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น…
-
ผู้บริหารเลอลักษณ์ ปล่อยโฮต่อหน้าสื่อ หลังศาลตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีถูก “ต้อม รัชนีกร” ฟ้อง
เวลา 09.00 น. วันนี้ ( 6 สิงหาคม 2569) ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา ในคดีที่ "ต้อม รัชนีกร" นักแสดงชื่อดัง ยื่นฟ้องสถานเสริมความงาม "เลอลักษณ์" โดยเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเลื่อนอ่านคำพิพากษามาแล้วครั้งหนึ่งทั้งนี้ หลังศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว "คุณปิ่น" เจ้าของสถานเสริมความงามดังกล่าว หลั่งน้ำตาต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมเปิดใจว่า ตลอดเวลาที่สถานเสริมความงามถูกดาราสาว ต้อม รัชนีกร พันธ์มณี ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย ตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราดูแลทุกสิ่งทุกอย่างอำนวยความสะดวกให้ ตอนมาทำครั้งแรก ต้อม รัชนีกร ก็พอใจ หลังมีปัญหาทางเราแก้ไขให้ ทางดาราสาวก็ยังมาดึงหน้าเป็นปกติ เราก็ดูแลให้เป็นอย่างดี การที่ดาราสาวยื่นร้องต่อศาล เรียกค่าเสียหาย เป็นจำนวนเงิน กว่า 50 ล้านนั้น ทางเรารู้สึกเสียใจ เพราะตั้งแต่ที่ถูกทางดาราสาวยื่นฟ้อง ทำให้เกิดความเสียหายมูลค่าหลักร้อยล้านบาทอย่างไรก็ตาม ตนเคารพในคำพิพากษาของศาล จากนี้ไปก็จะได้ปรึกษากับทีมทนาย ดร.แก้ว ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน
-
ดาบตำรวจฉาวจนมุม! ขับรถชนสกัดเหยื่อ-บุกขู่ทำลายหลักฐาน ผิดซ้ำหลายกระทง
เปิดพฤติกรรมฉาวยังไม่สำนึก ดาบตำรวจ ถอยรถชนปิดทางขู่กักตัว บุกบ้านบังคับเหยื่อลบคลิปอนาจารทำลายหลักฐานจากกรณีประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ซึ่งถูกร้องเรียนพฤติกรรมใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ล่าสุดมีข้อมูลเปิดเผยเพิ่มเติมในรายการโหนกระแสวันนี้ (5 ส.ค. 69) ถึงพฤติการณ์ในการพยายามขัดขวาง ข่มขู่ และทำลายหลักฐาน เพื่อปกปิดความผิดของตนเองไม่ให้ถูกเปิดโปงแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในวันที่ผู้เสียหาย (คุณยุ้ย) เตรียมตัวเดินทางเข้ามาแจ้งความและเปิดเผยเรื่องราวที่กรุงเทพมหานคร ได้มีความพยายามสกัดกั้นไม่ให้เดินทางออกจากพื้นที่ โดยดาบตำรวจคนดังกล่าวได้นำรถมาจอดดักบริเวณหน้าบ้านและหลังบ้าน ซึ่งมีทางเข้าออกเพียงสองทางเมื่อเหยื่อพยายามขับรถออกไปอีกทางหนึ่ง ดาบตำรวจได้ถอยรถพุ่งชนรถของเหยื่อจนได้รับความเสียหาย เพื่อสกัดไม่ให้เธอออกจากบ้านได้ ซึ่งทางนักกฎหมายมองว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางจราจรทั่วไป แต่เป็นเจตนาทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงอาจเล็งเห็นผลถึงอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของผู้อื่นขู่บังคับลบคลิป-ถอดเครื่องติดตาม (GPS)นอกจากนี้ เมื่อผู้เสียหายยืนยันต้องการจะเลิกราและตัดความสัมพันธ์ ดาบตำรวจกลับยื่นข้อแลกเปลี่ยนว่า เหยื่อต้องทำการลบคลิปวิดีโอทั้งหมด และต้องถอดอุปกรณ์ติดตาม (GPS) ที่แอบนำไปติดตั้งไว้ในรถสืบสวนออกเสียก่อนสาเหตุที่ผู้เสียหายต้องนำเครื่อง GPS ไปติดตั้งไว้ สืบเนื่องมาจากดาบตำรวจคนนี้มักจะนำรถส่วนกลางหรือรถสืบสวนมาใช้งานส่วนตัวเป็นประจำ เธอจึงต้องการตรวจสอบพฤติกรรมประจำวันว่าเดินทางไปที่ใดบ้างโหนกระแสวันนี้ (5 ส.ค. 69)บุกรุกถึงบ้านทำลายหลักฐาน อ้างเหยื่อปล่อยภาพลูกไม่เพียงเท่านั้น ดาบตำรวจยังได้บุกเข้าไปหาเรื่องผู้เสียหายถึงภายในบ้าน เพื่อทวงถามเรื่อง GPS และข่มขู่บังคับให้ลบภาพรวมถึงคลิปต่าง ๆ ออกจากโทรศัพท์ ซึ่งการบุกเข้าไปโดยพลการและไม่มีหมายค้น ถือเป็นความผิดฐานบุกรุกตามกฎหมายขณะเดียวกัน ในช่วงที่บุกเข้าไปภายในบ้าน ดาบตำรวจได้พยายามอ้างว่าเหยื่อนำ GPS ไปติดที่รถและโทรศัพท์ของตน พร้อมกับกล่าวหาว่าเหยื่อนำภาพลูกของเขาไปเผยแพร่เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นนักกฎหมายชี้ผิดหลายกระทง แค่ครอบครองคลิปเด็กก็ไม่รอดแม้ดาบตำรวจจะอ้างว่าคลิปอนาจารไม่ได้อยู่ในโทรศัพท์ของตน…