Category: อาชญากรรม
-
ใจสลาย!แม่แฉพระมหาทารุณลูก 10 ขวบ ปมท่องบาลีไม่ได้-บังคับกรอกน้ำบุหรี่
เกินกว่าเหตุ! แม่ร้องสื่อ ลูก 10 ขวบ บวชภาคฤดูร้อน ถูกพระมหาพี่เลี้ยงซ้อมน่วม ทั้งเตะหน้าอก ซ้ำบังคับกลืนควัน-กรอกน้ำขยี้บุหรี่ให้ดื่มเกินกว่าเหตุ! แม่ร้องสื่อ ลูก 10 ขวบ บวชภาคฤดูร้อน ถูกพระมหาพี่เลี้ยงซ้อมน่วม ทั้งเตะหน้าอก ซ้ำบังคับกลืนควัน-กรอกน้ำขยี้บุหรี่ให้ดื่มวันที่ 16 มิ.ย.2569 จากกรณีเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น Part 7 โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า "พระเหี้_ พระระยำ อัปปีจัญไร กูจะเอามึงให้สาสมกับที่ทำลูกกู เป็นพระได้ไง เลือดออกยังลากไปทุ่ม ทั้งเตะหน้า เตะอก บีบคอ เข่า ให้เเดกน้ำบุหรี่ ตบหน้าเด็ก มีการพูดกูจะเอาให้ปัญญาอ่อน บอกไม่มีใครช่วยมึงได้ เหี้ยจริงๆ เเค้นมาก กูไม่เคยรู้เลยว่าลูกกูโดนอะไรแบบนี้ นนทบุรีมีทุกอย่างจริงๆ ช่วยแชร์ด้วยนะคะ พระ เป็นถึงพระมหา สอนทั้งพระ เณร เด็กนักเรียน แต่ทำตัวทารุนเด็ก นี่หรอเมืองพุทธ #ในคลิปคือลูกกูรนมาก ก่อนอัด คือกล้าพูดมากกว่านี้ และโดนแบบนี้มาตลอด…
-
ย้อนคดีฉาว หมอเทวดา นครสวรรค์ ข่มขืนคนไข้ในห้องตรวจ ทนายนิด้า ช่วยเหยื่อจนชนะคดี
ย้อนคดีฉาว หมอเทวดา นครสวรรค์ ข่มขืนคนไข้ในห้องตรวจ ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 4 ปี 15 เดือน ไม่รอลงอาญา สู่แรงบันดาลใจฉากว่าความใน ทนายปีศาจหลายปีก่อน ช่วงต้นปี 2561 คดีหนึ่งสร้างความสั่นสะเทือนในวงการแพทย์และสังคมไทยไม่น้อย จนเป็นหนึ่งในคดีแรงบันดาลใจที่ปรากฎในซีรีย์ ทนายปีศาจ ที่กำลังเป็นกระแสในเวลานี้ตอนนั้น ผู้หญิงคนหนึ่งออกมาร้องเรียน แจ้งความดำเนินคดีกับสูติแพทย์ชื่อดังในจังหวัดนครสวรรค์ ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศระหว่างการตรวจภายในที่คลินิกส่วนตัวของแพทย์ผู้นั้นผู้เสียหายเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาอาการปวดท้อง แพทย์แจ้งว่าจำเป็นต้องตรวจภายใน แต่ระหว่างนั้นได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ โดยไม่มีบุคคลที่สามอยู่ในห้องตรวจด้วย ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานวิชาชีพแพทย์ที่กำหนดให้ต้องมีผู้ช่วยที่เป็นผู้หญิงอยู่ร่วมด้วยทุกครั้งในการตรวจภายในผู้เสียหายไม่ได้แจ้งความทันทีหลังเกิดเหตุเพราะความตกใจ ทำให้ไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เหลืออยู่ กว่าจะรวบรวมสติและตัดสินใจดำเนินคดีก็ผ่านไปนานหลายเดือนแล้วเมื่อคดีนี้เป็นข่าว กระแสสังคมแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งเชื่อผู้เสียหาย อีกฝ่ายหนึ่งออกมาปกป้องแพทย์ ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากให้การสนับสนุนแพทย์ บ้างอ้างว่าแพทย์เป็นคนดีมีชื่อเสียง บ้างตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของผู้เสียหาย ขณะที่แพทย์ผู้ถูกกล่าวหายืนยันว่าทุกอย่างเป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษาด้านหมอยังถูกวิจารณ์เรื่องการส่งข้อความหาผู้เสียหายในเชิงโน้มน้าวให้ยุติเรื่อง รวมถึงมีการโอนเงินให้ผู้เสียหาย 300,000 บาท แม้เจ้าตัวหมอจะอ้างว่าไม่ใช่การยอมรับผิด แต่เพียงต้องการยุติคดีความเท่านั้นทนายนิด้า ทนายความผู้เชี่ยวชาญรับเป็นทนายให้ผู้เสียหาย ยอมรับตรงๆ ว่าคดีนี้ยากมาก เพราะไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เลย สิ่งที่มีอยู่คือคำให้การของผู้เสียหายเพียงปากเดียว บวกกับพยานหลักฐานแวดล้อมที่ต้องรวบรวมอย่างถี่ถ้วน ได้แก่ บันทึกการสนทนาทางแอปพลิเคชันระหว่างแพทย์กับผู้เสียหายหลังเกิดเหตุ คลิปเสียง และหลักฐานการโอนเงิน 300,000 บาทระหว่างดำเนินคดี ทนายนิด้าเองก็ถูกโจมตีจากหลายทิศทาง ทั้งถูกกล่าวหาว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ มีหมอด้วยกันกระซิบในรายการโทรทัศน์ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นจริง และคดีนี้ไม่มีทางชนะศาลฎีกาตัดสินคดีผ่านการพิจารณาถึงสามชั้นศาล…
-
“ปานเทพ” ซัด “ทนายตั้ม” ไร้หลักฐานใหม่ แค่ดิ้นดิสเครดิตแพ้คดี 71 ล้าน
ดุเดือด! “ปานเทพ” ตอกกลับ “ทนายตั้ม” ยันไม่มีหลักฐานเด็ดชิ้นใหม่ ซัดพฤติกรรมขี้แพ้ชวนตี หลังแพ้คดี 71 ล้าน แซะจ่ายหนี้เก่าก่อนท้ากินฉี่รอบใหม่ดุเดือด! “ปานเทพ” ตอกกลับ “ทนายตั้ม” ยันไม่มีหลักฐานเด็ดชิ้นใหม่ ซัดพฤติกรรมขี้แพ้ชวนตี หลังแพ้คดี 71 ล้าน แซะจ่ายหนี้เก่าก่อนท้ากินฉี่รอบใหม่วันที่ 16 มิ.ย.2569 จากกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายตั้ม ได้รับการประกันตัวและออกมาเคลื่อนไหวต่อสื่อมวลชน โดยอ้างว่ามีหลักฐานเด็ดในคดีเงิน 71 ล้านบาทที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว และได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อดีเอสไอเพื่อตรวจสอบโครงการฮั้วประมูลของ AOT พร้อมพาดพิงถึง “บ้านพระอาทิตย์” นั้นล่าสุด นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย นางสาวอัจฉรา แสงขาว หรือ "ทนายปุย" และทีมทนายความ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าสิ่งที่ทนายตั้ม ระบุว่าเป็น "หลักฐานเด็ด" นั้น ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เป็นพยานหลักฐานที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยอย่างครบถ้วนแล้วก่อนจะมีคำพิพากษานายปานเทพ ยังย้ำอีกว่าการที่นายษิทรา หยิบบางประเด็นไปร้องเรียนต่อดีเอสไอ (DSI) และพยายามพาดพิงถึงบ้านพระอาทิตย์นั้น ตนไม่มีความกังวลใด ๆ…
-
เด็ดปีกมาเฟียข้ามชาติ! รวบ “เกาจุ้น” แกนนำค้ามนุษย์ตัวเป้ง
เด็ดปีกมาเฟียข้ามชาติ! รวบ “เกาจุ้น” แกนนำค้ามนุษย์ตัวเป้ง เครือข่ายจีนสั่งล่าตัวด่วนเด็ดปีกมาเฟียข้ามชาติ! รวบ “เกาจุ้น” แกนนำค้ามนุษย์ตัวเป้ง เครือข่ายจีนสั่งล่าตัวด่วนตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) เปิดปฏิบัติการติดตามตัว นายเกา (MR. Gao) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวในคดีลักลอบนำบุคคลข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ ก่อนตรวจพบว่าหลบหนีเข้ามาซุกซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่จีนสืบสวนพบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการลักลอบนำหญิงชาวเมียนมากว่า 20 คน เดินทางเข้าประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย พร้อมจัดหาชายชาวจีนอีกกว่า 20 คน เดินทางไปยังนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดหาคู่โดยผิดกฎหมาย ผ่านการปลอมแปลงข้อมูลเพื่อขอวีซ่าธุรกิจและใช้เป็นช่องทางลักลอบข้ามแดนแม้ทางการจีนจะจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้หลายราย แต่ นายเกา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญ ได้หลบหนีออกจากประเทศจีนและเข้ามากบดานในประเทศไทย ทำให้ทางการจีนประสานความร่วมมือผ่านกลไกความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (MLC) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เพื่อขอให้ทางการไทยติดตามตัวกลับไปดำเนินคดีจากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่กองปราบปรามร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พบว่า นายเกา หลบซ่อนตัวอยู่ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและแสดงคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย ก่อนควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการผลักดันออกนอกประเทศการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเกา เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยมาแล้วกว่า 21…
-
บทสรุปดราม่าเด็ก ป.3 ควงมีดฟันครูสกลนคร
(16 มิ.ย. 69) จากกรณีเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เมื่อเด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อเหตุใช้มีดพร้าไล่ฟันครูประจำชั้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับคณะครูและนักเรียนภายในโรงเรียน ล่าสุดวันนี้ นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เยี่ยมบ้านเด็กนักเรียน พร้อมให้กำลังใจคุณครูที่ได้รับผลกระทบ โดยได้ร่วมพูดคุยผ่านระบบออนไลน์ (วิดีโอคอล) กับ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรายงานแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนจากการตรวจสอบของทีมสหวิชาชีพและนักจิตวิทยา พบข้อมูลว่า เด็กชายรายดังกล่าวมีปัญหาด้านสมาธิและมีพฤติกรรมก้าวร้าวสะสมมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยง เนื่องจากอาศัยอยู่กับย่าและพ่อในบ้านหลังเดียวกันรวม 7 คน โดยมีข้อมูลระบุว่าพ่อของเด็กมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งคุณครูประจำชั้นได้ประสานงานและแจ้งข้อมูลพฤติกรรมของเด็กต่อจิตแพทย์โรงพยาบาลสกลนคร มาเป็นระยะ ซึ่งนักจิตวิทยาประเมินว่า เด็กรายนี้มี "ภาวะดื้อต่อต้าน" ซึ่งมีลักษณะปฏิเสธทุกอย่างและควบคุมอารมณ์ได้ยากนางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวถึงแนวทางการจัดการปัญหาว่า จังหวัดได้วางมาตรการเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบ โดยด้านการรักษาเด็กได้ขอคำยืนยันจากผู้ปกครองเพื่อนำเด็กออกนอกพื้นที่ ส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิด ที่ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น เนื่องจากมีความพร้อมด้านจิตแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็ก ด้านครอบครัว ได้สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายปกครอง นำพ่อของเด็กเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูที่ "บ้านพักใจ" เพื่อตัดวงจรปัญหายาเสพติดและปรับสภาพแวดล้อมในครอบครัว ด้านขวัญกำลังใจคุณครู เบื้องต้นกระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบให้ครูที่ได้รับผลกระทบไปช่วยราชการที่โรงเรียนในพื้นที่ภูมิลำเนาเดิม…
-
ช็อก! ตำรวจหนุ่มลาโลก เป่าขมับดับคาป้อมจราจรหน้าโรงเรียนดังปทุมธานี
ช็อก! ตำรวจหนุ่มลาโลก เป่าขมับดับคาป้อมจราจรหน้าโรงเรียนดังปทุมธานี เมียตามหาทั้งคืนก่อนเจอข่าวเศร้า คาดปมหนี้สินพนันบอล-ปัญหาในครอบครัวช็อก! ตำรวจหนุ่มลาโลก เป่าขมับดับคาป้อมจราจรหน้าโรงเรียนดังปทุมธานี เมียตามหาทั้งคืนก่อนเจอข่าวเศร้า คาดปมหนี้สินพนันบอล-ปัญหาในครอบครัวเมื่อเวลา 06.10 น. วันที่ 16 มิ.ย. 69 พ.ต.ท.ชัยพัชร์ อารีย์วงษ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงตัวตายเสียชีวิตภายใน ตู้ควบคุมสัญญาณจราจรจุดแยกโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงาน ผู้บังคับบัญชาให้ทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.ฯ พ.ต.ท.เกษม ศรีจันทร์อินทร์ รอง ผกก.ป พ.ต.ท.ชูชีพ เกษรสกุล สวป.ฯ พ.ต.ท.วีระ นุชศิลป์ รอง ผกก.จร.ฯ พ.ต.ท.วีระยุทธ ครรชูติ สว.จร.ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูในที่เกิดเหตุเป็นตัวควบคุมสัญญาณไฟจราจร พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ ส.ต.ท.ภควัต (สงวนนามสกุล)…
-
‘ทราย สก๊อต-แม่’ ขึ้นศาลนัดไกล่เกลี่ย คดีลูกเนรคุณครั้งที่ 2
ศาลนัดไกล่เกลี่ย คดีลูกเนรคุณครั้งที่ 2 ปานเทพ เผยยื่นหลักฐานปมมีคนแอบอ้างเป็นทนายโจทก์ให้ศาลแล้ว เผยทนายโจทก์ต้องรับผิดชอบด้วย เหตุยอมให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเอี่ยว ยันวันนี้ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรพร้อมรับทุกสถานการณ์เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ศาลแพ่งพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลมีคำสั่งให้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำที่ พ.101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต จำเลย เรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 โดยก่อนหน้านี้มีการนัดไกล่เกลี่ยไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2569 แล้วแต่การไกล่เกลี่ยยังไม่สำเร็จศาลจึงนัดคู่ความเข้าไกล่เกลี่ยในวันนี้อีกครั้งโดยวันนี้ยังมีนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือทนายปุย และนายคมสัน โพธิ์คง ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายของนายสิรณัฐ เดินทางเข้ามาเช่นเคยนายปานเทพ ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นไกล่เกลี่ยว่า วันนี้เราจะมีการติดตามเรื่องการละเมิดอำนาจศาลจากบุคคลหนึ่งที่ได้มาแถลงข่าวภายและเปิดเผยรายละเอียดที่ศาลกำชับหลายประเด็นหลังจากการไกล่เกลี่ยรอบที่แล้ว เราจึงนำเสนอคลิปทั้ง 2 ครั้งจากการให้สัมภาษณ์ และไปพูดในคลิปวิดีโอให้แก่ศาลไต่สวนและพิจารณาลงโทษว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ การที่บุคคลนี้แถลงข่าวในครั้งนั้นยังทำให้นายสิรณัฐให้สัมภาษณ์อย่างไม่เหมาะสมโดยฉีกกระดาษสัญญาที่ตกลงกันกับนางจีรานุช ส่วนเรื่องที่บุคคลดังกล่าวแอบอ้างว่าเป็นทนายฝั่งโจทก์ฝั่งนั้นก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้ที่ยอมให้มีการเข้าออกหลายครั้งในการเจรจา แสดงว่าให้มารู้ความลับของโจทก์และจำเลยก่อนนำไปพูดภายนอก หลังจากนี้ศาลจะต้องไต่สวนหาความจริงก่อนว่าทนายโจทก์และบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์เป็นอย่างไร…
-
ด่วน ! ศาลให้ประกันตัว”ส.ต.อ.” ตชด.มือยิงวินจยย.ดับ2 เจ็บ1
ด่วน! ศาลให้ประกันตัว ตชด.ยิงวินรถจักรยานยนต์ วงเงินประกัน 500,000 บาท เงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานฐาน -ห้ามยุ่งเกี่ยวญาติ-ภรรยาผู้เสียหาย /ห้ามพกปืนด่วน! ศาลให้ประกันตัว ตชด.ยิงวินรถจักรยานยนต์ วงเงินประกัน 500,000 บาท เงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานฐาน -ห้ามยุ่งเกี่ยวญาติ-ภรรยาผู้เสียหาย /ห้ามพกปืนที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง นำตัว ส.ต.อ.นำทัพ สังกัด กก.ตชด.21 (ตั้งอยู่ จ.สุรินทร์ ) มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาจากกรณีเจ้าตัวก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณหน้าซอยประชาสงเคราะห์ 38 จนสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 รายโดยพ่อของส.ต.อ.นำทัพ ยืนหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวเป็นคอนโดย่านมักกะสัน ราคา 1 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ขณะที่ภรรยาของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เดินทางมาคัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วยภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ส.ต.ต.นำทัพ ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขัง โดยศาลอาญา มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ผู้จัดการแห่งคดีแล้ว ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับเจ้าพนักงานตำรวจด้วย ตนเองภายหลังเกิดเหตุ ประกอบกับผู้ต้องหาประกอบอาชีพ และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยมีประกันวงเงิน…
-
แม่ยายสายโหด ฟันลูกเขยดับขณะนอนหลับ อ้างแค้นสะสม เวลาเมาทุบตีลูกสาว คนเป็นแม่ยอมติดคุกเพื่อให้ลูกพ้นทุกข์ จ.ยโสธร
แม่ยายสายโหด ฟันลูกเขยดับขณะนอนหลับ อ้างแค้นสะสม เวลาเมาทุบตีลูกสาว คนเป็นแม่ยอมติดคุกเพื่อให้ลูกพ้นทุกข์ จ.ยโสธรวันที่ 15 มิ.ย. 69 พ.ต.ท.สมบัติ ชุมสวัสดิ์ รองผกก.สอบสวน สภ.เลิงนกทา ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิต ในพื้นที่รับผิดชอบ จึงเดินทางลงพื้นที่ พร้อมด้วย พนักงานสอบสวนเวร และชุดสืบสวนร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุ บ.บ้านโคกสูง ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธรเมื่อไปที่เกิดเหตุ พบร่างของ นายสิทธิศักดิ์ อายุ 28 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างทางริมถนนทางเข้าหมู่บ้านโคกสูง ในสภาพสวมกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียวไม่สวมเสื้อนอนจมกองเลือดอยู่โดยที่บริเวณศีรษะและท้ายทอยมีร่องรอยถูกของมีคมฟันจำนวนหลายแผล และมีเลือดไหลจำนวนมาก ส่วนคนก่อเหตุคือแม่ยายของผู้ตายนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในบ้านพัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พบศพ เป็นหญิงไทย อายุ 48 ปีสอบถาม คนก่อเหตุ เล่าว่า สาเหตุที่ลงมือเนื่องจากไม่พอใจที่ลูกเขย ลักเอารถจักรยานยนต์ของตนไปขาย ประกอบกับลูกเขยเวลามึนเมามักจะมีพฤติกรรมอาละวาด รวมทั้งทำร้ายร่างกายภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของตนเอง อยู่เป็นประจำ ตนจึงมีความแค้นสะสมมานาน และล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนกับลูกเขยมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันยิ่งทำให้ตนมีความโกรธแค้นมากขึ้น จากนั้นก็ต่างแยกย้ายกันเข้านอนจนกระทั่งเช้าตนเห็นลูกเขยยังนอนหลับอยู่บริเวณพื้นบ้านในลักษณะหันหลังให้ ตนมีความโกรธแค้นอยู่แล้วจึงคว้าเอามีดพร้าที่วางอยู่ในบ้าน ฟันที่ศีรษะของลูกเขยจำนวนหลายครั้ง จนลูกเขยกระเสือกกะสนวิ่งหนีตายออกจากบ้านไป ก่อนจะล้มลงที่ข้างทางห่างจากบ้านพักไปเล็กน้อยและเสียชีวิตในเวลาต่อมาเดิมลูกเขยเป็นชาวอำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ก่อนจะมาอยู่กินกับลูกสาวของตนและพักอาศัยอยู่ด้วยกันกับตน…
-
อุบายพรางตา! ซ่อนบนต้นไม้-เพิงลวงตำรวจ ไล่ล่าข้ามวันสุดท้ายจับ “นาย ก.” คดีฆ่าแฟนสาว
พะเยาจับกุม "นาย ก." ผู้ต้องหาฆ่าโหดแฟนสาวชาวม้งวัย 42 ปี หลังหลบหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่นานหลายวัน โดยผู้ต้องหาได้ใช้กลอุบายซ่อนตัวในป่า ทั้งการทำเพิงพักชั่วคราวมุงด้วยใบไม้และปูใบไม้ให้ดูเหมือนมีคนนอนอยู่ แต่กลับปีนขึ้นไปซ่อนตัวบนต้นไม้ใกล้เคียง สร้างความยากลำบากให้เจ้าหน้าที่ในการติดตามจับกุม คดีนี้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก หลังพบศพ น.ส. ข. เสียชีวิตภายในบ้านพักกลางสวนยางพารา มีร่องรอยถูกทำร้ายอย่างรุนแรงปฏิบัติการไล่ล่าครั้งนี้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ประกอบด้วยตำรวจ สภ.ภูซาง, ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา, ตำรวจตระเวนชายแดน, ทหารพราน และฝ่ายปกครอง พร้อมใช้โดรนตรวจจับความร้อนในการติดตามร่องรอย ขณะที่เบาะแสสำคัญจากชาวบ้าน เช่น ร่องรอยก่อไฟ การหายไปของอาหาร และสับปะรดที่ถูกปอกทิ้งไว้ ยืนยันว่าผู้ต้องหายังคงซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 ยังได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษพร้อมสุนัขตำรวจ K9 เข้าร่วมแกะรอย ซึ่งช่วยตีวงแคบพื้นที่ซ่อนตัวของผู้ต้องหาได้จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องหามักย้อนกลับมาที่กระท่อมกลางสวนยางห่างจากจุดเกิดเหตุ 2-3 กิโลเมตร ซึ่งมีเสบียงและไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จึงติดตั้งกล้องวงจรปิดเฝ้าสังเกตการณ์ จนสามารถบันทึกภาพผู้ต้องหาขณะย้อนกลับมายังกระท่อมได้สำเร็จ จึงเร่งเข้าปิดล้อมและใช้ข้อมูลจากสุนัข K9 ติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูซาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและเร่งสอบปากคำเพื่อสรุปแรงจูงใจและลำดับเหตุการณ์ พร้อมรอการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news