Category: อาชญากรรม
-
สลด ชายวัย 56 ปี เครียดหลังผ่าตัดดวงตา ปีนหน้าต่าง ดิ่งชั้น 6 รพ.เสียชีวิต
สลด หนุ่มใหญ่วัย 56 เครียดหลังผ่าตัดดวงตา รพ.ย่านบางพลัด ปีนหน้าต่างศูนย์อาหาร ดิ่งชั้น 6 รพ. ร่างแหลกดับอนาถเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 7 มกราคม ร.ต.อ.สิทธิกร วิจิตรโสภา รอง สว.(สอบสวน) สน.บางพลัด รับแจ้งเหตุชายตกที่สูงเสียชีวิต บริเวณภายในโรงพยาบาลตา หู คอ จมูก ถนนสิรินธร แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.อ.กมล ลาภขจร รอง สวป.สน.บางพลัด และฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.บางพลัด แพทย์นิติเวช รพ.วชิรพยาบาล เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าทางเข้าโรงพยาบาล พบศพ นายพยุห ไวยสุศรี อายุ 56 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว แขนทั้งสองข้างหักผิดรูป มีแผลฉกรรจ์ที่ข้อศอก ต้นขาขวาหักผิดรูป ใบหน้ายุบ เสียชีวิตอยู่บนพื้น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงรีบนำผ้าขาวมาคลุม และนำรั้วเหล็กมากั้นเพื่อป้องกันคนแตกตื่นจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า…
-
รวบแล้ว! ฝรั่งพิเรนทร์กินบวบกลางเมืองภูเก็ต ปรับ 5 พัน พ่วงโทษหนักกว่าที่คิด
ตม.ภูเก็ต ปิดคดีเร็วทันใจ! รวบหนุ่มซาอุฯ เมาปลิ้นโชว์อนาจารไม่อายฟ้าดินกลางซอยพาราไดซ์ หลังชาวบ้านเตือนไม่ฟัง ล่าสุดสั่งปรับหนัก-ถอนวีซ่า-เตรียมส่งกลับประเทศ เซ่นพฤติกรรมฉาวทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวแม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง แต่กฎหมายและจารีตประเพณีไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นกันได้ กลางดึกของซอยพาราไดซ์ ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ปรากฏหลักฐานมัดตัวเป็นคลิปวิดีโอสุดอื้อฉาวที่แพร่สะพัดไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อชายชาวต่างชาติสองคนตกอยู่ในสภาวะมึนเมาอย่างหนัก ก่อนจะตัดสินใจกระทำการ “อนาจาร” ด้วยการกินบวบกันริมถนนอย่างไม่แคร์สายตาใคร แม้พลเมืองดีจะเข้าไปเตือนทั้งคู่ก็ไม่สนเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ภูเก็ต ไม่ปล่อยให้คนทำผิดลอยนวล ได้เข้าควบคุมตัว MR.ALHARBBIสัญชาติซาอุดิอาระเบีย หลังตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าวจากการสอบสวนในห้องสอบสวนอันตึงเครียด ผู้ต้องหายอมรับสารภาพอย่างไร้ข้อโต้แย้งว่า “ทำจริง” เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 388 ฐานกระทำการอนาจารอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยทำการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 5,000 บาท ซึ่งในทางคดีอาญานั้นถือว่ายุติลงหลังชำระค่าปรับแต่เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ค่าปรับ! จากการตรวจสอบประวัติพบว่า MR.ALHARBBI เพิ่งเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2569 แต่พฤติกรรม “ลามก” ครั้งนี้ถือเป็นภัยต่อสังคมและกระทบภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างร้ายแรงจึงได้สั่งเพิกถอนวีซ่าด้วย.แฟ้มภาพอ่านข่าวเพิ่มเติมเศร้า! อินฟลูฯ สาววัย 33 เจ้าแม่ศัลยกรรม พลัดตกคอนโดหรูที่ภูเก็ตชายอ้างเป็นตำรวจ…
-
กัมพูชายอมรับแล้ว คลังแสงที่ไทยยึดได้ เป็นของเขมร
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือชี้แจงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทยพลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือชี้แจงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทย พร้อมกล่าวหาว่าการยึดอาวุธของฝ่ายไทยเป็นการรุกล้ำอธิปไตยและเป็นการปล้นนั้นจากการเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณคาสิโนทมอดา ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยของไทยมาก่อนหน้านี้นั้น นาวิกโยธินได้ตรวจยึดอาวุธของฝ่ายกัมพูชาได้จำนวนมากจากคลังแสงที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นของหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนของตน ซึ่งเป็นที่น่าตกใจมาก คือทุ่นระเบิดสังหารที่มีการดัดแปลงจากทุ่นระเบิดรถถัง และดัดแปลงจากกระสุนปืนใหญ่จำนวนหนึ่ง ในลักษณะจุดชนวนด้วยกระแสไฟฟ้าภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokespersonซึ่งเป็นอาวุธที่เข้าข่ายต้องห้ามตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล การที่ทางการกัมพูชาที่ออกมายืนยันผ่านแถลงการณ์ว่า คลังอาวุธดังกล่าวเป็นของฝ่ายกัมพูชาเอง เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน ภาพถ่าย และข้อมูลที่ฝ่ายไทยรวบรวมได้จากพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการครอบครองและการกระทำที่ละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokespersonกองทัพเรือขอย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน และสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศตรงกันข้าม การมีอยู่ของทุ่นระเบิดสังหารและอาวุธต้องห้ามในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน กลับเป็นปัจจัยที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่น และขัดต่อเจตนารมณ์ของผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 อย่างร้ายแรงกองทัพเรือขอเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ตนเป็นภาคีอย่างเคร่งครัด ยุติการบิดเบือนข้อเท็จจริง และร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีอย่างแท้จริงภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokesperson
-
แฉ “นักบอลเดินสายอุบลฯ” แอบถ่ายคลิป อึ้ง! แฟนคลับแห่ให้กำลังใจคนก่อเหตุ
เปิดโปงพฤติกรรม นักบอลเดินสายอุบลฯ ฉาวหนัก! แอบถ่ายคลิปเพื่อนแฟนอาบน้ำถึง 2 มุม จับได้พบคลังภาพหญิงอื่นเพียบ เจ้าตัวขู่ปิดปากก่อนเปลี่ยนโหมดขอความเห็นใจ ด้านโซเชียลเสียงแตก ช็อกตรรกะเอฟซีออกมารุมแห่ให้กำลังใจเป็นประเด็นร้อนที่ในจังหวัดอุบลราชธานี มีการเปิดโปงพฤติกรรมนักฟุตบอลเดินสายรายหนึ่งที่เบื้องหน้าโชว์ลีลาในสนามอย่างเท่ แต่เบื้องหลังกลับมีพฤติกรรม “สายหงี่” แอบถ่ายและคุกคามทางเพศหญิงสาวที่อยู่ใกล้ตัวข้อมูลเปิดโปงทั้งหมดจากเพจ ” เจ๊ม้อย v+” ระบุ เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2567 โดย “กิ๊ฟซี่” (นามสมมติ) ผู้เสียหายเช่าห้องอยู่กับเพื่อนสาวชื่อ “วิว” ในย่านสมุทรปราการ ต่อมาวิวได้พาแฟนหนุ่มชื่อ “บอย” (นามสมมติ) นักบอลเดินสายจากอุบลฯ มาอยู่ด้วยเพื่อหางานทำในกรุงเทพฯช่วงแรกไม่มีปัญหาเพราะเวลาทำงานสวนทางกัน บอยขับไรเดอร์ช่วงกลางคืน ส่วนกิ๊ฟซี่ทำงานกลางวันความผิดปกติเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อวันหนึ่งกิ๊ฟซี่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียง บอยที่เพิ่งกลับจากทำงานพยายามเข้ามาลวนลาม กอดจูบจนเธอต้องสะบัดออกและตัดสินใจย้ายออกไปอยู่กับแฟนหนุ่มทันทีเพื่อความปลอดภัยความจริงมาปรากฏชัดในช่วงต้นปี 2569 เมื่อ “วิว” แฟนของบอยไปค้นเจอความลับในมือถือที่แทบช็อก เพราะบอยไม่ได้มีแค่รูปภาพเซ็กซี่ของหญิงสาวคนอื่นที่แอบแคปไว้เป็นอัลบั้ม แต่กลับมี“คลิปแอบถ่ายกิ๊ฟซี่ขณะอาบน้ำ” ถึง 2 มุมภาพ @Facebook เจ๊ม้อย v+เมื่อความลับแตก บอยไม่ได้แสดงท่าทีสำนึกผิดในตอนแรก แต่กลับส่งข้อความข่มขู่จะเอาชีวิตและปฏิเสธทุกคำกล่าวหา กระทั่งทางฝั่งกิ๊ฟซี่และแฟนหนุ่มรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีอย่างจริงจังหลังจากถูกบีบด้วยกฎหมาย บอยตัดสินใจโพสต์ข้อความยอมรับผิดผ่านโซเชียล โดยระบุว่า ตนยอมรับผิดทุกการกระทำ และขอโทษทุกคนที่แอบแคปรูปและแอบถ่ายคลิปไว้ เป็นความผิดร้ายแรงที่สังคมรับไม่ได้…
-
หดหู่! ร้องสามีบังคับขายตัว ร่วมรักกับพ่อสามี-ถ่ายคลิป
ภรรยาสุดทน ขอความช่วยเหลือถูกสามีบังคับค้าประเวณี-ร่วมรักกับพ่อสามี ถ่ายคลิปโพสต์กลุ่มลับ สุดเศร้าล่าสุดตั้งครรภ์ 3 เดือนวันที่ 7 ม.ค. 2569 หญิงอายุ 20 ปีเศษ ติดต่อผู้สื่อข่าวจังหวัดระยอง ขอความช่วยเหลือเนื่องจากถูกสามีบังคับให้ขายบริการทางเพศหาเงิน และยังบังคับให้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับพ่อสามี โดยที่สามีถ่ายคลิปนำไปโพสต์ในโซเชียลกลุ่มลับหญิงคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเองทำงานที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง โดยอยู่กินกับสามีมากว่า 1 ปี สามีมีอาชีพค้าขายแต่รายได้ไม่พอกับรายจ่าย สามีจึงพาตนเองไปขายบริการทางเพศ โดยใช้พื้นที่ตามสวนและป่าเป็นสถานที่ร่วมเพศกับผู้มาซื้อบริการ ส่วนสามีจะยืนเฝ้าป้องกันตนเองหลบหนี นอกจากนี้สามียังบังคับให้ตนเองร่วมเพศกับพ่อสามี และถ่ายคลิปโพสต์ในโซเชียลกลุ่มลับ ให้ตนเองไปขายบริการทางเพศกับสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งทุกครั้งสามีเป็นคนไปส่งและรับกลับบ้าน และขณะนี้ตนเองตั้งครรภ์ 3 เดือน โดยไม่ทราบว่าใครคือพ่อของเด็กในท้อง แต่เนื่องจากตนเองพักอาศัยอยู่กับครอบครัวสามี ไม่สามารถออกจากบ้านตามลำพังได้จากนั้นผู้สื่อข่าว จึงเดินทางไปพบหญิงสาวคนดังกล่าว โดยไม่ให้สามีและพ่อสามีรับทราบ จากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวจึงขอให้ผู้สื่อข่าวไปแจ้งตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา มาช่วยเหลือ นำพาออกจากบ้านเพื่อไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา ดำเนินคดีสามีและพ่อสามี
-
เปิดประวัติ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย” อดีตลูกน้องคนสนิทสายตรง “บิ๊กโจ๊ก”
ภาพไฮไลต์เปิดประวัติ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย หรือรองหนึ่ง อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 และเป็นอดีตลูกน้องคนสนิทสายตรง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ออกมาเปิดหน้าแฉนายเก่า พร้อมยืนยันไม่ได้มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งใครหรือทำร้ายใครจากมหากาพย์ข่าวฉาววงการสีกากี เมื่อบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และพวกรวม 6 คน ถูกดำเนินคดีใหม่ กรณีถูกกล่าวหาให้สินบนทองคำแท่ง 246 บาท มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท วิ่งเต้นเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ล้มคดีเว็บพนันปี 67 โดยมี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย หรือรองหนึ่ง อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 และเป็นอดีตลูกน้องคนสนิทสายตรง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้นำข้อมูลดังกล่าวมาเปิดเผยพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 และอดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งใครหรือทำร้ายใคร แต่ต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน พร้อมยอมรับว่า พอได้คุยกับลูกน้องคนสนิทคนอื่นของบิ๊กโจ๊กอยู่บ้าง โดยได้บอกว่า “เหมือนเราอยู่ในกรง ต่างคนก็อยู่ในกรงอยู่ในเงื่อนไขของแต่ละคน บางคนถูกขังในกรงของความกลัว บางคนถูกขังในกรงของบุญคุณ วันนี้พอได้เปิดประตูกรงให้กับทุกคนแล้ว ที่เหลือต้องก้าวออกมาเอง”สำหรับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ…
-
“สกปรกเกินไป!” พ.ต.อ.ภาคภูมิ แฉยับ “บิ๊กโจ๊ก” จัดฉากให้รับผิดแทน ท้าออกสื่อเผชิญหน้า!
“พ.ต.อ.ภาคภูมิ” โต้กลับทนายบิ๊กโจ๊กปมดิสเครดิตครอบครัว ซัดใช้วิธีสกปรกทำลายขวัญลูกน้อง ยันอัดเสียง-เก็บหลักฐานส่งทองเพราะกลัวถูกจัดฉากให้รับผิดแทน ลั่นหมดศรัทธาอดีตเจ้านาย จี้แสดงสปิริตสุภาพบุรุษพูดความจริง พร้อมท้าชนเผชิญหน้ากลุ่มผู้กล่าวหาออกรายการทีวีพิสูจน์ความจริงทุกประเด็นกรณีที่ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่งทนายความไปฟ้องคณะเพื่อการสอบสวนคดีติดสินบนที่สน. พหลโยธินเมื่อวานนี้ และทนายความมีการพูดถึงพันตำรวจเอกภาคภูมิ พิศมัย ว่าที่นำหลักฐานต่างๆมาให้ตำรวจเนื่องจากมีข้อแลกเปลี่ยนกรณีที่มีคดีของภรรยาและน้องสาวภรรยาอยู่ในชั้นของ ป.ป.ช. นั้นเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่า สิ่งที่ทนายความพูดเมื่อวานนี้อยู่ในคดีเดียวกันคือคดีเว็บพนันมินนี่ ซึ่งในคดีดังกล่าวทางพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาเช่นกัน ซึ่งเป็นคนละคดีกันการที่ผมมาเป็นพยานในคดีเรื่องทองก็คนละคดีกับคดีมินนี่ มันไม่เกี่ยวกัน แล้วผมก็ไม่เข้าใจความหมายที่เขาเอาไปให้สัมภาษณ์ว่ามันจะเกี่ยวข้องอะไรกันพ.ต.อ.ภาคภูมิ มองว่า สิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์ไปเพื่อเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของตัวผมเองโดยเน้นไปที่ครอบครัว มีการปล่อยข่าวว่าน้องภรรยาหลบหนีไปต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงคดีนี้น้องภรรยาตนได้เข้ามอบตัวไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 และสิ่งที่เจ้านายพูดก็สอดคล้องกับ io ที่มีการโจมตีผม แต่ผมไม่เป็นไร ผมเข้าใจนิสัยและพฤติกรรมของเขาว่าจะทำอะไร แล้วผมบอกว่ามันสกปรกเกินไปทนายพวกนี้ผมก็เพิ่งเคยเห็นหน้าเป็นทนายใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานพ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังตั้งข้อสังเกตกรณีที่ 1 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหา ที่ไปแจ้งความว่าถูกอุ้ม ถูกค้นบ้านพัก ที่จังหวัดสุราษฎร์แต่ทำไมถึงมาแจ้งความที่สน.บุปผาราม ไม่ใช่เพราะว่ามีนายตำรวจเป็นเครือข่ายของอดีตผู้บังคับบัญชาหรือไม่ และมีการย้ายมาจากอีกสน. หนึ่งซึ่งเป็นสน. ที่เคยรับแจ้งความของคดีอดีตผู้บังคับบัญชาพ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังเล่าว่า ในวันที่มีการไปส่งทองที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในคลิปที่ปรากฏในการแถลงข่าว เป็นการถ่ายมาจากคนของตนเองที่อยู่ในรถคันเดียวกัน…
-
เหยื่อเอาตัวรอดสุดฤทธิ์! รีบปีนรั้วกำแพง หนีแก๊งสแกมเมอร์กลางวันแสกๆ ในสีหนุวิลล์
ระทึกกลางแสกๆ! เผยภาพนาทีฉุดลักพาตัวกลางเมืองสีหนุวิลล์ เพจดังแฉเป็นเรื่อง “ชินตา” โยงธุรกิจมืดข้ามชาติเฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict เปิดเผยเนื้อหาสั้นๆ วันนี้ (7 ม.ค.69) พร้อมภาพหลักฐานชัดเจนที่มีการอุ้มลักพาตัวกันต่อหน้าสาธารณชน แถมที่น่าหดหู่ไปกว่านั้น คือ เพจยังบอกว่าภาพทำนองนี้มีให้เห็นกันชินตา“ภาพที่เห็นจนชินตาในสีหนุวิลล์เป็นเหตุการณ์ที่มีคนบันทึกภาพไว้ได้หมาดหมาดเป็นความพยายามที่จะลักพาตัวชายเสื้อดำในภาพตอนกลางวันแสกๆ น่าจะเกี่ยวข้องกับพวกธุรกิจผิดกฎหมายที่นั่นตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเขมรกำลังขอเบาะแสคนที่เห็นเหตุการณ์อยู่”แฟ้มภาพคลิปนี้ต่อมาไม่นานมีผู้คนเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ “นั่นประเทศน่าเที่ยวของBBCเลยนะ 555” , “นี่หรือประเทศที่ติดอันดับน่าไป 5555”“แปลกไหมที่คนเขมรไม่เคยคิดจะช่วยคนที่กำลังถูกจับแบบนี่เลยสักครั้ง หรือเข้าช่วยเหลือ แต่เอาแต่ถ่ายคลิปอย่างเดียว เหมือนตำรวจไม่มีเลยประเทศนี้”“น่ากลัวชิบหาX”“ดูผู้คนที่นั่นเค้าเมินเฉยกับการกระทำแบบนี้ เหมือนเป็นเรื่องปกติฟังเสียงขอความช่วยเหลือแล้วก็เวทนา”“ขอถามแบบจริงจังคนในประเทศเค้ารู้ไหมว่าประเทศเค้าคือแหล่งขอสแกมเมอร์ ทุกวันนี้เห็นอินฟลูเขมรหรือคนรวยไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว วันๆก็ทำแต่คลิปที่ถูกจ้างมาก นางงามก็เคลมชุดไทยฉ่ำ ในติ๊กต๊อกมีแต่คอนเท้นต์จ้างของเขมรทั้งนั้น”“เกินเยียวยาแล้วประเทศนี้”“หดหู่ และท้อใจกับประเทศนี้มากเลยอ่ะ…”นอกจากนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กบางรายอ้างว่า เคยรู้จักคนทำงานที่นั่นเล่าให้ฟังว่า “มันอุ้มแบบนี้จริงๆ ค่ะ น้องที่ทำงานที่นั่นเล่าให้ฟังแล้วไม่มีใครกล้าช่วยด้วย ตร.เขมรบางคนมันทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ทั้งที่มันยุตรงนั้น เพราะจีนเทามันจ่ายค่าส่วยไปแล้วมันจะรุมกระ ทื__ จับขึ้นรถไปเก็บได้หมด.แฟ้มภาพแฟ้มภาพแฟ้มภาพอ่านข่าวเพิ่มเติมสถานทูตจีน เข้าช่วยเหลืออินฟลูสาวกลายเป็นคนเร่ร่อน ถูกลวงมาทำงานที่กัมพูชา สั่งปิด 4 กาสิโนเครือจินเป่ยในสีหนุวิลล์ พบสงสัยเอี่ยวฉ้อโกง-สแกมเมอร์ศูนย์ต้านโกงฯ เจอรังสแกมเมอร์ใหม่ ผุดกลางเมืองในกัมพูชา ห่างปอยเปต 50 กม.
-
ช็อก! คนงานรีโนเวทบ้าน จ.ปทุมธานี พบชิ้นส่วนมนุษย์บนฝ้าเพดาน
ช็อก! คนงานรีโนเวทบ้าน จ.ปทุมธานี พบชิ้นส่วนมนุษย์บนฝ้าเพดาน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้ง เพื่อนเผยเป็นคนงานกัมพูชา หายตัวไปนาน 2 ปีช็อก! คนงานรีโนเวทบ้าน จ.ปทุมธานี พบชิ้นส่วนมนุษย์บนฝ้าเพดาน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้ง เพื่อนเผยเป็นคนงานกัมพูชา หายตัวไปนาน 2 ปีเมื่อเวลา 15.00 น. (6 ม.ค. 2569) ร.ต.อ.บุญเลิศ อู่ผลเจริญ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ลำลูกกา รับแจ้งเหตุพบชิ้นมนุษย์เสียชีวิตอยู่บนฝ้าเพดานบ้าน ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง คลองเจ็ด ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปสอบสวนที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดิ์นรินท์ รัตน์พันธุ์ รองผกก.(สอบสวน) สภ.ลำลูกกา เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 แพทย์นิติเวช รพ.มศว. คลอง16 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยร่มไทรลำลูกกาในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา เป็นบ้านคนงานกำลังทำการรีโนเวทบ้านอยู่ บริเวณห้องชั้นสองบนฝ้าเพดานของมุมห้อง เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนมนุษย์เสียชีวิตมานานแล้ว สภาพเน่าเปื่อยเหลือเป็นโครงกระดูกมีเสื้อผ้าที่ห่อคุ้มไว้ ลักษณะนอนอยู่บนฝ้าเพดานหลังคาบ้าน ศพนอนพาดกับขื่อทับสายไฟอยู่…
-
สยอง! คนงานรีโนเวทบ้าน เอะใจ กลิ่นเหม็นสาบจากไหน ขึ้นดูบนฝ้า ช็อก เจอเฉลยเต็มๆตา
คนงานรีโนเวทบ้านผงะ พบศพเหลือแต่โครงกระดูกซุกบนฝ้า กลิ่นเหม็นสาบหลอนมาหลายวัน ก่อนเฉลยปริศนาหายตัว 2 ปีคนงานรีโนเวทบ้านผงะ พบศพเหลือแต่โครงกระดูกซุกบนฝ้า กลิ่นเหม็นสาบหลอนมาหลายวัน ก่อนเฉลยปริศนาหายตัว 2 ปีเกิดเหตุสุดสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อคนงานที่เข้าไปรีโนเวทบ้านหลังหนึ่ง ต้องช็อกกลางวันแสก ๆ หลังพบร่างมนุษย์สภาพเน่าเปื่อยเหลือเพียงโครงกระดูก ซุกอยู่บนฝ้าเพดานชั้น 2 ของบ้าน ขณะที่กลิ่นเหม็นสาบที่เคยได้กลิ่นกันมานาน ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสัตว์ตาย ก่อนความจริงจะถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ร.ต.อ.บุญเลิศ อู่ผลเจริญ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุพบชิ้นส่วนมนุษย์บนฝ้าเพดานบ้าน ในพื้นที่คลองเจ็ด ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จึงประสาน พ.ต.ท.ศักดิ์นรินท์ รัตน์พันธุ์ รอง ผกก.(สอบสวน) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 แพทย์นิติเวชจาก รพ.มศว.คลอง 16 และอาสากู้ภัยร่มไทร ลำลูกกา เข้าตรวจสอบศพอยู่บนฝ้า พบเอกสารชาวกัมพูชาที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา…