Category: ในพระราชสำนัก

  • สง่างาม เจ้าคุณพระสินีนาถฯ สักการะพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน คนตาดีเห็นเลขทะเบียนรถ

    เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี สักการะพระธาตุแช่แห้ง ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน มาช้านาน อายุกว่า 600 ปี และได้ทักทายประชาชน แอบส่งเลขทะเบียนรถ เก็งซื้อเลขเด็ด 16 พฤศจิกายน 2568วันนี้ (2 พ.ย.2568) บัญชีเฟซบุ๊ก “NoTe Lampang” ได้เปิดเผยรูปภาพของเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เดินทางไปสักการะพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน ซึ่งเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองอายุกว่า 600 ปี พร้อมกับทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง และสง่างามภาพ Facebook @notelampangวัดพระธาตุแช่แห้งเป็นพระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดน่านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 (หรือประมาณปี ค.ศ. 1354-1355) ในสมัยของ พระยาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่านในขณะนั้น) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 7 องค์ ที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเมืองน่านกับสุโขทัยภาพ Facebook @notelampangวัดพระธาตุแช่แห้งเป็นพระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดน่านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน…

  • เจ้าคุณพระสินีนาถฯ กลับบ้านเกิด สักการะพระธาตุแช่แห้ง

    เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เดินทางไปกราบสักการะพระบรมธาตุแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้งเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เดินทางไปกราบสักการะพระบรมธาตุแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่น ประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางมารอต้อนรับตามริมทางและบริเวณวัดอย่างเป็นกันเองพระธาตุแช่แห้ง นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองน่าน มีอายุราว 600 ปี สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวล้านนาและชาวน่านมายาวนานตามพงศาวดารและตำนานพุทธศาสนา พญาการเมือง เจ้านครน่าน โปรดให้สร้างพระธาตุแช่แห้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1896 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกข้อมือซ้าย) ที่อัญเชิญมาจากเมืองสุโขทัย มาประดิษฐานบนดอยภูเพียงแช่แห้งตำนานยังกล่าวว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังริมฝั่งแม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอที่พระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำไปแช่น้ำก่อนเสวย พร้อมทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตสถานที่แห่งนี้จะมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเป็นที่มาของชื่อ พระธาตุแช่แห้งการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางศาสนาและประเพณีสำคัญของพื้นที่ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต่างภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเฝ้ารับเสด็จและร่วมสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองน่านอย่างใกล้ชิด

  • รวมภาพ “ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

    ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมภาพ ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมภาพ "ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง" ทั้งหมด 7 แบบธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559ภาพด้านหน้ามีลักษณะและสีเช่นเดียวกับธนบัตรแบบสิบหกชนิดราคา 500 บาทภาพด้านหลังพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นอัคราภิรักษศิลปินพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมพระราชโอรสและพระราชธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์พระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะทอดพระเนตรผลงานศิลปาชีพที่เป็นฝีมือของราษฎรในโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ณ บ้านรวมไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอนภาพโขนพระราชทาน ชุด จองถนน ภาพกระเป๋าย่านลิเภาซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ รวมทั้งภาพพรรณไม้ ที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญพระนามาภิไธยเป็นมงคลนาม ได้แก่ คัทลียาควีนสิริกิติ์และกุหลาบควีนสิริกิติ์แนวความคิดในการออกแบบธนบัตรนำมาจากพระราชสมัญญา "อัคราภิรักษศิลปิน" มีความหมายว่า "ศิลปินยิ่งใหญ่ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ" ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบถวายพระราชสมัญญานี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ส่งเสริม สืบทอด และพัฒนามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของแผ่นดินให้เจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยและชาติบ้านเมือง อาทิ ชุดไทยพระราชนิยม งานด้านศิลปาชีพ และโขนพระราชทานลักษณะพิเศษ ลายรัศมีสีส้มเบื้องหลังพระฉายาลักษณ์และภาพกุหลาบควีนสิริกิติ์…

  • ‘หลานจ๊ะ’เรื่องเล่างดงาม เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯทรงน้อมรำลึกถึง‘สมเด็จย่า’

    ‘หลานจ๊ะ’เรื่องเล่างดงาม เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯทรงน้อมรำลึกถึง‘สมเด็จย่า’26 ตุลาคม 2568 เพจเฟชบุ๊ก HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya ซึ่งเป็นเพจส่วนพระองค์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เผยแพร่พระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมข้อความว่า…“หลานจ๊ะ”เป็นพระสุรเสียงที่ก้องอยู่ในใจหลานเสมอ ทรงแนะนำกับผู้คนที่มาเฝ้าว่า “นี่หลานฉัน..หลานสิริวัณวรี “ ชื่อ สิริวัณวรี(เดิม)เป็นชื่อที่ทรงเลือกพระราชทานด้วยพระองค์เอง พระนามนี้เหมือนเปลี่ยนชีวิตหลานให้เกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทรงเลี้ยง อบรม สั่งสอนหลานเปรียบเสมือนแม่ ทรงส่งเข้านอน พาสวดมนต์ด้วยกัน สอนในเรื่องกิริยา มารยาทไทย และแบบสากล สอนประวัติศาสตร์ และมีเรื่องเล่าสนุกมากมายทรงให้ความเมตตาหลานเสมอ หลานมีความสุขทุกครั้งที่ได้ ร่วมกิจกรรมกับสมเด็จย่า ในทุกโมเม้นท์ ตามเสด็จไปว่ายน้ำที่หัวหิน ทรงสอนหลานว่ายน้ำ ซึ่งท่าน โปรดทะเลมากอีกหนึ่งความทรงจำ คือการได้ตามเสด็จสมเด็จย่า ไป ตามที่ต่างๆ เหนือ อีสาน ใต้ ในช่วงเวลาตอนปิดเทอม ที่เด็กๆหลายคนจะได้ไปเที่ยวเล่น เรียนพิเศษ เเต่หลาน รู้สึกว่าการได้ตามเสด็จสมเด็จย่าไปตามถิ่นทุรกันดาร นับเป็นการฝึกงานเเบบไม่รู้ตัว ได้ซึมซับการทรงงานในแบบวิธีของท่าน เเละ ท่านจะมีวิธีการสอนหลานในแบบประสบการณ์จริง ให้ไปพูดคุยกับชาวบ้าน…

  • รถยนต์ประวัติศาสตร์ เจมส์บอนด์ จากรถยนต์พระที่นั่งทรงงาน รัชกาลที่ 9 อัญเชิญพระบรมศพถึง 2 ครั้ง สู่พระราชพิธีครั้งสำคัญ

    วันที่ 26 ต.ค.68 ในขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ ประกอบด้วยรถของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ตามด้วยรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพวันที่ 26 ต.ค.68 ในขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ ประกอบด้วยรถของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ตามด้วยรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขบวนรถพระที่นั่งของพระบรมวงศานุวงศ์สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในการเชิญพระบรมศพในวันนี้ เป็นรถโฟล์กสวาเกน สีเทา คาดแถบสีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 เป็นรถโฟล์กสวาเกน T4 รุ่น B6 แบบฐานล้อยาว เป็นที่รู้จักในชื่อเจมส์บอนด์ เป็นรถพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดใช้ทรงงานมาเป็นเวลานาน เป็นรถทรงงานที่แสนเรียบง่ายที่สำคัญ เจมส์ บอนด์ เป็นรถพระที่นั่งคันสุดท้ายที่อัญเชิญพระบรมศพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จสวรรคต จากโรงพยาบาลศิริราช ไปประทับ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังรถคันนี้ไม่ได้ตกแต่งเพิ่มความหรูหราใดๆ และยังคงสภาพเดิมจากโรงงาน ภายในรถมีเพียงโต๊ะเล็กๆ ที่ติดกตั้งไว้สำหรับทรงงานและระบบเครื่องเสียงเดิมที่ติดมาจากโรงงานรถพระที่นั่งคันดังกล่าวได้รับเกียรติอีกครั้ง อัญเชิญพระบรมศพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอ่านข่าวเพิ่มเติมทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ ร่วมแสดงความอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง…

  • พระโกศทองใหญ่ พระเกียรติยศสูงสุด สมเด็จพระพันปีหลวง

    พระโกศทองใหญ่ พระเกียรติยศสูงสุด สมเด็จพระพันปีหลวงพระโกศทองใหญ่ พระเกียรติยศสูงสุด สมเด็จพระพันปีหลวงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวัง จัดการพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี และประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระบรมศพลงสู่พระหีบ และประดิษฐานหลังพระแท่นสุวรรณเบญจดล ประกอบ พระโกศทองใหญ่ ภายใต้พระเศวตฉัตร 9 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูง หักทองขวางมีชุมสาย ฉัตร 5 ชั้น บังแทรก และต้นไม้ทองเงิน ณ มุกตะวันตก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นสถานที่อันทรงคุณค่าทางพระราชพิธีแห่งราชอาณาจักรไทยพระโกศทองใหญ่พระโกศทองใหญ่ หรือที่เรียกว่า พระลองทองใหญ่ เป็นพระโกศสำหรับทรงพระบรมศพ หรือประกอบพระบรมราชอิสริยยศพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ และพระศพของพระบรมวงศ์ชั้นสูง ถือเป็นพระโกศที่มีลำดับยศสูงที่สุดในราชสำนักไทยพระโกศทองใหญ่สร้างขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อปีมะโรง จุลศักราช 1170 ตรงกับ พุทธศักราช 2351 โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อทองที่หุ้มพระโกศกุดั่นมาใช้สร้างพระโกศทองใหญ่ เพื่อไว้สำหรับทรงพระบรมศพของพระองค์เอง ตัวพระโกศทำจากไม้แกะสลักทรงแปดเหลี่ยม หุ้มทองคำตลอดองค์ และมีฝายอดมงกุฎอันวิจิตรงดงามเมื่อการสร้างแล้วเสร็จ…

  • “ในหลวง-พระราชินี” พระบรมวงศานุวงศ์ เชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” สู่พระบรมมหาราชวัง

    “ในหลวง-พระราชินี” พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ รพ.จุฬาฯ เชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” สู่พระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 15.42 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าที่ปังกรรัศม์โชติ มหาวชิโรตตมางกูรสิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวังโดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน รอรับเสด็จสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเดินนำขบวนเชิญพระบรมศพลงจากอาคารภูมิสิริมังคลานสรณ์ คณะแพทย์และพยาบาลที่ถวายการรักษาพยาบาลเลื่อนพระแท่นพยาบาลเชิญพระบรมศพเข้าสู่ลิฟต์กระทั่งเวลา 16.26…

  • ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระบรมศพ พระพันปีหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวัง

    ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระบรมศพ พระพันปีหลวง จาก รพ.จุฬาลงกรณ์ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พสกนิกรร่ำไห้อาลัยเนืองแน่นตลอดทางเมื่อเวลา 15.42 น. วันที่ 26 ต.ค. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูรสิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยเวลา 15.45 น. เสด็จ ฯ ถึงอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เสด็จขึ้นชั้น 29 (โดยลิฟต์) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา…

  • พสกนิกรร่ำไห้ส่งพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

    วันนี้ (27 ต.ค.2568) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมาจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์เดินทางมารอรับเสด็จอยู่ก่อนแล้วสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินถึงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยจากนั้นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จะเป็นผู้นำขบวนเคลื่อนพระบรมศพจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โดยมีคณะแพทย์และพยาบาล เชิญพระบรมศพเข้าสู่ลิฟต์เมื่ออัญเชิญพระบรมศพถึงชั้นล่าง คณะแพทย์และพยาบาล เชิญพระบรมศพขึ้นรถยนต์หลวง ขบวนรถเคลื่อนพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวังขบวนพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกทาง ถ.อังรีดูนังค์ เลี้ยวขวาเข้า ถ.พระราม 4 เลี้ยวขวาแยกสามย่าน เข้า ถ.พญาไท ผ่านหน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แยกปทุมวัน สะพานหัวช้าง เลี้ยวซ้ายแยกศรีอยุธยา เข้า ถ.ศรีอยุธยาผ่านแยกพญาไท วัดเบญจมบพิตร เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ราชดำเนินนอก ผ่านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์…

  • เริ่ม 9 พ.ย. เปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ

    สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เริ่มวันที่ 9 พ.ย. ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วันประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดังนี้1.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. – 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 27 ตุลาคม 2568 ในการนี้ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย2.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจากการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. – 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน…