Category: ในพระราชสำนัก
-
รถยนต์ประวัติศาสตร์ เจมส์บอนด์ จากรถยนต์พระที่นั่งทรงงาน รัชกาลที่ 9 อัญเชิญพระบรมศพถึง 2 ครั้ง สู่พระราชพิธีครั้งสำคัญ
วันที่ 26 ต.ค.68 ในขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ ประกอบด้วยรถของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ตามด้วยรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพวันที่ 26 ต.ค.68 ในขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ ประกอบด้วยรถของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ตามด้วยรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขบวนรถพระที่นั่งของพระบรมวงศานุวงศ์สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในการเชิญพระบรมศพในวันนี้ เป็นรถโฟล์กสวาเกน สีเทา คาดแถบสีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 เป็นรถโฟล์กสวาเกน T4 รุ่น B6 แบบฐานล้อยาว เป็นที่รู้จักในชื่อเจมส์บอนด์ เป็นรถพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดใช้ทรงงานมาเป็นเวลานาน เป็นรถทรงงานที่แสนเรียบง่ายที่สำคัญ เจมส์ บอนด์ เป็นรถพระที่นั่งคันสุดท้ายที่อัญเชิญพระบรมศพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จสวรรคต จากโรงพยาบาลศิริราช ไปประทับ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังรถคันนี้ไม่ได้ตกแต่งเพิ่มความหรูหราใดๆ และยังคงสภาพเดิมจากโรงงาน ภายในรถมีเพียงโต๊ะเล็กๆ ที่ติดกตั้งไว้สำหรับทรงงานและระบบเครื่องเสียงเดิมที่ติดมาจากโรงงานรถพระที่นั่งคันดังกล่าวได้รับเกียรติอีกครั้ง อัญเชิญพระบรมศพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอ่านข่าวเพิ่มเติมทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ ร่วมแสดงความอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง…
-
พระโกศทองใหญ่ พระเกียรติยศสูงสุด สมเด็จพระพันปีหลวง
พระโกศทองใหญ่ พระเกียรติยศสูงสุด สมเด็จพระพันปีหลวงพระโกศทองใหญ่ พระเกียรติยศสูงสุด สมเด็จพระพันปีหลวงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวัง จัดการพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี และประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระบรมศพลงสู่พระหีบ และประดิษฐานหลังพระแท่นสุวรรณเบญจดล ประกอบ พระโกศทองใหญ่ ภายใต้พระเศวตฉัตร 9 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูง หักทองขวางมีชุมสาย ฉัตร 5 ชั้น บังแทรก และต้นไม้ทองเงิน ณ มุกตะวันตก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นสถานที่อันทรงคุณค่าทางพระราชพิธีแห่งราชอาณาจักรไทยพระโกศทองใหญ่พระโกศทองใหญ่ หรือที่เรียกว่า พระลองทองใหญ่ เป็นพระโกศสำหรับทรงพระบรมศพ หรือประกอบพระบรมราชอิสริยยศพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ และพระศพของพระบรมวงศ์ชั้นสูง ถือเป็นพระโกศที่มีลำดับยศสูงที่สุดในราชสำนักไทยพระโกศทองใหญ่สร้างขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อปีมะโรง จุลศักราช 1170 ตรงกับ พุทธศักราช 2351 โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อทองที่หุ้มพระโกศกุดั่นมาใช้สร้างพระโกศทองใหญ่ เพื่อไว้สำหรับทรงพระบรมศพของพระองค์เอง ตัวพระโกศทำจากไม้แกะสลักทรงแปดเหลี่ยม หุ้มทองคำตลอดองค์ และมีฝายอดมงกุฎอันวิจิตรงดงามเมื่อการสร้างแล้วเสร็จ…
-
“ในหลวง-พระราชินี” พระบรมวงศานุวงศ์ เชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” สู่พระบรมมหาราชวัง
“ในหลวง-พระราชินี” พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ รพ.จุฬาฯ เชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” สู่พระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 15.42 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าที่ปังกรรัศม์โชติ มหาวชิโรตตมางกูรสิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวังโดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน รอรับเสด็จสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเดินนำขบวนเชิญพระบรมศพลงจากอาคารภูมิสิริมังคลานสรณ์ คณะแพทย์และพยาบาลที่ถวายการรักษาพยาบาลเลื่อนพระแท่นพยาบาลเชิญพระบรมศพเข้าสู่ลิฟต์กระทั่งเวลา 16.26…
-
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระบรมศพ พระพันปีหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวัง
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระบรมศพ พระพันปีหลวง จาก รพ.จุฬาลงกรณ์ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พสกนิกรร่ำไห้อาลัยเนืองแน่นตลอดทางเมื่อเวลา 15.42 น. วันที่ 26 ต.ค. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูรสิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยเวลา 15.45 น. เสด็จ ฯ ถึงอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เสด็จขึ้นชั้น 29 (โดยลิฟต์) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา…
-
พสกนิกรร่ำไห้ส่งพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
วันนี้ (27 ต.ค.2568) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมาจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์เดินทางมารอรับเสด็จอยู่ก่อนแล้วสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินถึงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยจากนั้นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จะเป็นผู้นำขบวนเคลื่อนพระบรมศพจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โดยมีคณะแพทย์และพยาบาล เชิญพระบรมศพเข้าสู่ลิฟต์เมื่ออัญเชิญพระบรมศพถึงชั้นล่าง คณะแพทย์และพยาบาล เชิญพระบรมศพขึ้นรถยนต์หลวง ขบวนรถเคลื่อนพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวังขบวนพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกทาง ถ.อังรีดูนังค์ เลี้ยวขวาเข้า ถ.พระราม 4 เลี้ยวขวาแยกสามย่าน เข้า ถ.พญาไท ผ่านหน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แยกปทุมวัน สะพานหัวช้าง เลี้ยวซ้ายแยกศรีอยุธยา เข้า ถ.ศรีอยุธยาผ่านแยกพญาไท วัดเบญจมบพิตร เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ราชดำเนินนอก ผ่านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์…
-
เริ่ม 9 พ.ย. เปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ
สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เริ่มวันที่ 9 พ.ย. ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วันประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดังนี้1.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. – 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 27 ตุลาคม 2568 ในการนี้ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย2.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจากการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. – 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน…
-
26ตุลาคม สองห้วงเวลาแห่งความอาลัย จากรัชกาลที่ 9 สู่พระพันปีหลวง
26 ตุลาคมวันแห่งความอาลัยและพระราชพิธีสูงสุดของแผ่นดินวันที่ 26 ตุลาคม กลายเป็นวันแห่งความทรงจำร่วมของคนไทยทั้งชาติ — ครั้งหนึ่งในปี **พ.ศ. 2560** คือวันที่ประชาชนทั้งประเทศหลั่งไหลมาที่ท้องสนามหลวง เพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรแปดปีต่อมา วันที่26 ตุลาคม 2568 ประเทศไทยกลับมาสู่บรรยากาศแห่งความอาลัยอีกครั้ง ในการ **เคลื่อนพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ณ พระบรมมหาราชวัง — สัญลักษณ์ของการส่งเสด็จ “แม่แห่งแผ่นดิน” สู่สรวงสวรรค์อย่างสมพระเกียรติพระราชพิธีถวายพระเพลิงร.9 ภาพแห่งความทรงจำที่ไม่มีวันลืมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–29 ตุลาคม 2560 โดยวันถวายพระเพลิงจริงคือวันที่26 ตุลาคม ซึ่งรัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดราชการพิเศษทั่วประเทศณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กลางใจคนไทย ด้วยพระเมรุมาศจำลองเขาพระสุเมรุที่ก่อสร้างอย่างประณีตบรรจง โดยกรมศิลปากรถ่ายทอดงานช่างไทยทุกแขนง ทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และศิลปหัตถกรรม จนกลายเป็น “สถาปัตยกรรมแห่งความอาลัย” ที่สะท้อนพระราชศรัทธาและความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรนับตั้งแต่พระราชพิธีครั้งนั้น พระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสูญเสีย แต่ยังเป็นมรดกทางจิตวิญญาณของชาติ ที่บันทึกความทรงจำร่วมของคนไทยทั้งประเทศไว้ในทุกชิ้นงานศิลป์การเตรียมพระเมรุมาศพระพันปีหลวง สืบสานราชประเพณีด้วยหัวใจในปี…
-
เปิดให้ปชช.เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์
เปิดให้ปชช.เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์25 ตุลาคม 2568 สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศเรื่อง การถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ความว่า ด้วยสำนักพระราชวังจะได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีทันปีหลวง น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที ถึงเวลา 12 นาฬิกา
-
ในหลวงถวาย ‘พระเศวตฉัตร 9 ชั้น’ กางกั้นถวายพระโกศ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’
25 ตุลาคม 2568 สำนักพระราชวัง ได้เผยแพร่ หมายกำหนดการ พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รายละเอียดดังนี้วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ถวายน้ำสรงพระบรมศพเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานเชิญพระบรมศพลงสู่พระหีบ ทหารเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เชิญไปประดิษฐานหลังพระแท่นสุวรรณเบญจดล ประกอบพระโกศทองใหญ่ ภายใต้พระเศวตฉัตร 9 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูง หักทองขวางมีชุมสาย ฉัตร 5 ชั้น บังแทรก ต้นไม้ทองเงิน ณ มุกตะวันตก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเสร็จแล้วทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ กราบถวายพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร และทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ 93 รูป สดัปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนที่พระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและตะวันตก แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับการแต่งกาย แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายมหาจักรีบรมราชวงศ์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า…
-
แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ สวรรคต
วันที่ 25 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต โดยมีใจความสำคัญว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เป็นวันที่ปวงชนชาวไทย ไม่ปรารถนาให้มาถึงเพราะเป็นวันที่สร้างความโทมนัส และความสูญเสียอันยิ่งใหญ่มายังพสกนิกรชาวไทยทุกคน เมื่อได้ทราบจากแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคต ด้วยพระอาการสงบ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษาในเวลานี้ มีแต่เสียงสะอื้นไห้ดังก้องอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน ดวงใจของพสกนิกรถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่งความโศกเศร้า ความอาดูรที่ไม่อาจหาคำใดมาทดแทนได้ เพราะพระองค์ท่านทรงเป็นทั้งแรงบันดาลใจ ความรัก และความเมตตาอันเป็นนิรันดร์ การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือได้ว่าเป็นการสูญเสีย “แม่ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินไทย” ที่ประชาชนทุกคนต่างรักและเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นที่เทิดทูนสักการะของปวงชนชาวไทยทั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชชนนีของพระมหากษัตริย์ที่สุดแสนประเสิรฐ เป็นหลักชัยของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า สมดั่งพระราชอิสริยยศที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้…